ปมรักซาตาน

บทที่ 6

บทที่ 6

“จะถอนหายใจทิ้งอีกกี่รอบครับไอ้คุณลูซ”

ณภัทรวางแก้วเจียระไนที่มีน้ำสีม่วงเข้มนอนอยู่ก้นแก้วลงกับโต๊ะกระจก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาให้ความสนใจกับเจ้าของเสียงถอนหายใจที่ส่งผลให้เขาเคร่งเครียดไปด้วย เพราะตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามานั่งในบ้าน เพื่อนรักของเขาก็เอาแต่นั่งบ่นอะไรพึมพำราวกับตาแก่ ซึ่งมันรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ในการจิบไวน์ของเขาเป็นอย่างมาก

“แกไม่เข้าใจหรอก ผู้หญิงมีมากมายคุณยายสุดที่รักกลับไม่เลือก แต่ดันเลือกคนที่เขาไม่เต็มใจ”

ลูซิเฟอร์นึกโกรธผู้เป็นยายยิ่งกว่าตอนสั่งให้แต่งงานกับคนที่ท่านเลือกเสียอีก ใครจะไปคิดว่าพราวฟ้านอกจากจะไม่เต็มใจเป็นของเขาแล้ว เธอยังต่อต้านอย่างเอาเป็นเอาตายทั้งที่บอกว่าพร้อมทำหน้าที่เมีย

ณภัทรพยักหน้าเข้าใจ เพราะตลอดเวลาที่เพื่อนรักบ่นเป็นหมีกินผึ้งนั้นเขาจับใจความได้อยู่อย่างหนึ่งคือ อยากมีลูกแต่ฝ่ายภรรยาเกิดตั้งแง่ ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ยแนะนำวิธีการบางอย่างขึ้นมา

“อยากได้ลูกไม่จำเป็นต้องขอความพร้อมจากภรรยาหรอก แค่เธอเต็มใจจะอุ้มท้องให้ก็ได้แล้ว”

“ฉันไม่คิดใช้วิธีทางการแพทย์ ผู้หญิงคนนั้นไม่สึกหรอหรอกถ้าจะมีสามีเพิ่มอีกสักคน” ลูซิเฟอร์สวนกลับทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย ทำให้คนฟังถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจใส่ทันที

“พูดเกินไปหรือเปล่าลูซ ยังไงเธอก็คือว่าที่แม่ของลูก ให้เกียรติเมียตัวเองหน่อยสิ แล้ววิธีทางการแพทย์มันก็ให้ผลเป็นที่น่าพอใจนะ แกสามารถกำหนดเพศของลูกได้เลยด้วยซ้ำ”

ณภัทรถอนใจยาวเมื่อเห็นถึงสีหน้าของเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนไปเป็นเรียบเฉย

‘หมอนี่เปลี่ยนอารมณ์เร็วเป็นบ้า มันกำลังคิดอะไรอยู่วะ’ คุณหมอหนุ่มไม่วางใจคนหน้าหล่อจึงขยับเข้าไปจ้องตาใกล้ๆ

ลูซิเฟอร์เหล่ตามองเพื่อนแล้วอยากจะซัดหมัดหนักๆ เข้าหน้าหล่อแบบสำอางนั้นสักทีสองที เพื่อให้หมอขี้สงสัยกลับไปนั่งนิ่งจิบไวน์เหมือนเดิม

“ฉันชอบความตื่นเต้น ชอบลุ้นระทึก แล้วก็ชอบปฏิบัติจริงไม่ใช่มองตาแล้วท้อง”

“ที่แท้ก็อยากลิ้มลองความสวยของภรรยานี่เอง”

ณภัทรปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเต็มพิกัดจนท้องคัดท้องแข็ง สีหน้าของคุณหมอหนุ่มแดงก่ำขึ้นมาและเหมือนจะหายใจไม่ออกจนต้องค่อยๆ สูดลมเข้าปอดพลางเบาเสียงลง ก่อนที่เขาจะขาดใจตายเพราะความขบขันปนสะใจไปเสียก่อน

“ก็แค่อยากให้ลูกเกิดจากวิธีทางธรรมชาติ” ลูซิเฟอร์โกหกคำโตออกมา แกล้งเฉไฉมองไปทางอื่นไม่กล้าสบตากับเพื่อนรัก

“อย่ามาทำปากแข็ง ฉันมองตาแกก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่ อย่างว่า คุณพราวฟ้าเธอสวยขนาดนั้น ไม่รู้ว่าสามีเก่าเธอคิดยังไงถึงเลิกรากันไป”

ณภัทรกล่าวพลางหันไปคว้าขวดไวน์มาเทใส่แก้วทั้งของตนและของลูซิเฟอร์ หากเมื่อยกแก้วขึ้นจะดื่ม ดันเหลือบไปเห็นถึงสีหน้าที่ขรึมลงไปของเพื่อนก็เกิดแปลกใจ

“ลูซ”

“อะไร” ลูซิเฟอร์ขานรับเสียงแผ่วเหมือนว่าสติของเขาไม่ได้อยู่กับความสนใจตรงหน้า

“เป็นอะไร”

ณภัทรวางแก้วลงอีกครั้ง จากสีหน้าท่าทางและเสียงลมหายใจของคนตรงข้ามนั้น ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังคิดหนัก แต่แล้วคุณหมอหนุ่มก็นิ่งงันไปเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าคำพูดของตนคงไปสะกิดต่อมบางอย่างของลูซิเฟอร์ ซึ่งมันก็คือต่อมของความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจมานานจนยากจะลบออก

“ฉันยังตามหา...”

“เลิกตามหาได้แล้วลูซ” ณภัทรขัดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ไม่”

ลูซิเฟอร์หันมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาที่แข็งกร้าว น้ำเสียงนั้นดุดันและบอกให้รู้ว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ถูกละ เขาอยากจะลืมมันไปแต่ทำไมถึงลืมไม่ได้สักที

“มันไม่มีประโยชน์ แกควรอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่อดีต”

“แต่มันคืออดีตที่ฝังใจ” ลูซิเฟอร์ไม่ยอมฟังความง่ายๆ

“ถ้าอยากแก้ไข ทำไมไม่ทำวันนี้ให้ดีกว่าวันนั้นเพื่อทดแทนความผิดที่ก่อไว้ ความจริงแกก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นนะลูซ คนเราก็มีผิดพลาดกันบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเก็บมาเป็นทุกข์อยู่อย่างนี้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นจะเรียกร้องสิทธิ์นะ เธอเรียกร้องนานแล้ว เชื่อฉันเถอะลูซ ลืมผู้หญิงคนนั้นไปซะแล้วทำดีกับคนปัจจุบันให้ดีที่สุด”

“ทำดีกับพราวฟ้าน่ะเหรอ ทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเธอไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น”

ณภัทรถึงขั้นยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองด้วยความเบื่อหน่าย ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเพื่อนเขาก็ไม่ยอมที่จะรับฟัง ทั้งที่เรื่องก็ผ่านมานานแล้ว และผู้หญิงคนนั้นก็ไร้ตัวตนในโลกใบนี้ ก่อนจะคิดเปลี่ยนใจของลูซิเฟอร์อีกครั้ง หากคราวนี้ไม่ฟังก็เป็นอันว่าจบเรื่อง

“คิดว่าคุณพราวฟ้าคือผู้หญิงคนนั้นสิ แล้วที่สำคัญตอนนี้เธอคือเมียแกนะ”

คุณหมอหนุ่มพยักพเยิดให้เพื่อนเชื่อ ดวงตาของเขานั้นไหวระริกอย่างลุ้นระทึกราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ แต่แล้วก็กลับมาปั้นหน้าง้ำเพราะสีหน้าของลูซิเฟอร์ไม่มีวี่แววของการเห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย

“มันไม่ได้หรอกภัทร ยังไงพราวฟ้าก็ไม่ใช่”

ณภัทรแหงนหน้ามองเพดานแล้วอยากจะจับคอเพื่อนรักหักเป็นสองท่อน ก่อนจะคว้าแก้วเจียระไนตรงหน้ามาเทน้ำสีม่วงลงคออย่างเซ็งๆ ฐานของแก้วกระทบกับพื้นโต๊ะดังกว่าปกติ จนเกรงว่าจะแตกคามือ จากนั้นคนที่เริ่มจะเครียดตามก็ขยับตัวนั่งหลังตรง มองจ้องหน้าคนหล่อใจแข็งพลางระบายลมหายใจที่ร้อนระอุออกมา

“แต่ฉันได้ข่าวว่าแกเอ็นดูลูกชายของเธอมากนี่” ณภัทรยิ้มออกมาได้เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของลูซิเฟอร์ที่เปลี่ยนไปฉับพลัน

“แกน่ารัก” คนพูดยิ้มออกมาทั้งปากและดวงตายามนึกถึงใบหน้าเล็กๆ กับดวงตาใสๆ ของเจ้าตัวแสบ

“รักลูกก็รักแม่ของลูกด้วยสิ”

“แม่กับลูกมันคนละคนกัน และฉันก็คิดว่าถ้าไม่มีใครขัดข้องฉันอยากรับเจ้าตัวแสบเป็นลูกบุญธรรม ให้เขาใช้นามสกุลของฉัน เผื่อเมียไม่ยอมมีลูกด้วยก็ยังมีคนไว้สืบสกุล แม้จะไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงก็เถอะ” ลูซิเฟอร์บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่พามาให้เห็นหน้าบ้างวะ ไอ้อเล็กซ์ก็เห็นพูดถึงบ่อยๆ”

“ไอ้นั่นมันทำตัวเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปแล้ว ขนาดเจ้านายมันสั่งยังไม่ทำตามเลยเดี๋ยวนี้” ลูซิเฟอร์ส่ายหน้าระอากับพฤติกรรมของคนสนิท และไม่รู้ว่าตอนนี้หมอนั่นหายไปไหน หรือไปทำตัวเป็นคนขับรถรับส่งนักเรียนที่ชื่อพีรวิทย์

“ฉันชักอยากเห็นหน้าเจ้าตัวแสบของแกแล้วสิลูซ”

คุณหมอหนุ่มแสดงท่าทีกระตือรือร้น เนื่องจากอยากรู้ว่าเด็กชายคนนั้นมีดีอะไรที่ทำให้ลูซิเฟอร์พึงพอใจและหลงจนถึงขั้นอนุญาตให้เรียกว่าแด็ดดี้

“ไว้ว่างๆ จะมาพามาหา ว่าแต่ช่วงนี้ขอพักที่นี่หน่อยแล้วกัน”

“ตามสบายเลย คิดเสียว่าที่นี่คือที่หลบเมีย” เจ้าของบ้านหัวเราะชอบอกชอบใจโดยไม่นำพาต่อสายตาคาดโทษของแขกที่มาขอพักอาศัย

“ไอ้นี่วอนโดนบาทา” ลูซิเฟอร์เกือบจะยกฝ่าเท้าขึ้นมาอยู่แล้วหากไม่มีมือหนาของเจ้าบ้านห้ามปรามไว้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะด้วยความขบขัน

“แกคิดจะหนีเมียไปนานแค่ไหน คุณพราวเขาไม่ใช่ผู้หญิงที่ตามจับแกนะ”

“ไม่ได้หนี แค่อยู่ห่างๆ เพราะกลัวอดใจไม่ไหวกระโจนเข้าขย้ำเมีย” ลูซิเฟอร์ยอมรับออกมาหน้าตาเฉยว่าสมองของเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ก็จับปล้ำเลยสิวะ”

“ฉันไม่ชอบปล้ำใคร แต่ถ้ามีตัวช่วยก็ไม่แน่”

คนเจ้าเล่ห์ยิ้มพรายอย่างมีแผน ก่อนยื่นมือไปคว้าแก้วที่มีไวน์บรรจุอยู่เกือบเต็มขึ้นมาสาดลงคอรวดเดียวหมด ดวงตาคมกริบเพ่งมองไปเบื้องหน้าด้วยความหมายมาดและมันต้องสำเร็จอย่างสวยงามแน่นอน

หลังจากคืนนั้นที่ไล่พราวฟ้าออกไปจากห้องนอน ลูซิเฟอร์เองก็ไม่เคยจะอยู่บ้าน ที่สำคัญไม่กลับมานอนที่ห้องนั้นอีกเลยตลอดระยะเวลาเกือบสองสัปดาห์ ชายหนุ่มอาศัยบ้านของณภัทรเป็นที่หลบเลี่ยงการพบหน้ากับภรรยา สร้างความกังวลใจให้กับคุณนวลจันทร์เป็นอย่างมาก แม้จะพยายามเหนี่ยวรั้งด้วยคำพูดและการร้องขอ ทว่า ลูซิเฟอร์กลับอ้างเหตุผลเรื่องการร่วมลงทุนทำโรงพยาบาล ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษาและตัดสินใจในทุกเรื่องกับเพื่อนสนิท

กระทั่งที่ร่างป้อมๆ ของใครบางคนวิ่งเข้าในห้องนั่งเล่นพร้อมกับคนเป็นแม่ที่ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเห็นเจ้าของเรือนกายใหญ่นั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ ข้างกันนั้นคือคุณนวลจันทร์ที่ยิ้มกริ่มเพราะเหลนตัวน้อยกระโดดขึ้นมานั่งกึ่งกลางระหว่างท่านกับลูซิเฟอร์ มืออวบอูมของเด็กชายพีรวิทย์ยกขึ้นไหว้คุณทวดแล้วหันไปไหว้แด็ดดี้ ที่ยิ้มจนแก้มปริแล้วยกร่างเจ้าตัวแสบขึ้นไปนั่งบนตัก

“คืนนี้นอนที่บ้านหน่อยเถอะนะลูซ”

“พอร์ชอยากนอนกับแด็ดดี้” เด็กชายพีรวิทย์ดูจะติดลูซิเฟอร์แจ แม้แต่พราวฟ้ากับคุณนวลจันทร์เองยังแปลกใจ ที่สำคัญคนเป็นแด็ดดี้ก็หลงรักเจ้าตัวแสบราวกับลูกแท้ๆ เสียด้วย

พราวฟ้าขยับตัวลงนั่งที่โซฟาเดี่ยวฝั่งคุณนวลจันทร์ หญิงสาวมองลูกน้อยในอ้อมแขนของสามีด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งแปลกใจและดีใจไปพร้อมกัน เพราะปกติแล้วบุตรชายของเธอไม่เคยจะยอมให้ใครเข้าใกล้ถึงขั้นอุ้มนั่งตักหรือก้มหน้าหอมแก้มยุ้ยๆ เลยแม้แต่น้อย นอกจากคนที่คุ้นเคยกันดีเท่านั้น แต่กับลูซิเฟอร์แม้ไม่ใช่คนแปลกหน้าหากก็ไม่เข้าข่ายคนที่ควรผูกพัน

“พอร์ชครับ มาหาแม่มาลูก” พราวฟ้าตัดสินใจแยกสองคนออกจากกันเสียเลยเพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่ผูกพันมากกว่านี้ สักวันเธอกับลูซิเฟอร์ก็ต้องหย่าขาดจากกัน

“ลูกนั่งตักผมมันผิดเหรอครับคุณภรรยา”

น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของลูซิเฟอร์ส่งผลให้พราวฟ้าถึงกับประหม่า เธอไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน ยิ่งกับรอยยิ้มประหลาดๆ นั่นอีก ไม่ใช่ความน่ากลัวแต่แฝงความกระล่อนไว้อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นใบหน้าของซาตานใจร้ายในคืนนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นพร้อมกับถอนใจเฮือกใหญ่แล้วจำต้องนั่งเฉย

“พรุ่งนี้วันเสาร์นี่ลูซ ไม่คิดพาครอบครัวไปเที่ยวไหนหรือจ๊ะ” คุณนวลจันทร์เอ่ยขึ้นมายิ้มๆ เมื่อเห็นสองพ่อลูกนั่งคุยกันหัวเราะคิกคัก

“พอร์ชอยากไปหาคุณทวดครับ” จู่ๆ หนุ่มน้อยก็เอ่ยเสนอขึ้นมา

ทุกคนหันไปสบตากันแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่ลูซิเฟอร์จะตอบตกลง

“ได้ครับคนเก่ง”

ทว่ายังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่ออเล็กซ์ก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ลูซิเฟอรจึงลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กติดมือมาด้วย ขายาวๆ ก้าวมาหยุดตรงหน้าภรรยาแล้วจับน้องพอร์ชนั่งบนตักของคนเป็นแม่ ก่อนจะอาศัยความไวที่เป็นต่อฉกเอาความหอมจากแก้มนุ่มของพราวฟ้าไปหน้าตาเฉย แล้วจึงเดินลอยชายออกไปจากห้องนั่งเล่นอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้คนโดนขโมยหอมหน้าแดงจัดเป็นลูกตำลึงสุกโดยมีเสียงใสแจ๋วของคนเป็นลูกล้อเลียนอยู่ใกล้ๆ หนำซ้ำยังกลัวน้อยหน้าจึงยื่นจมูกเล็กๆ ไปกดแนบกับแก้มนุ่มของคุณแม่พลางหัวเราะชอบอกชอบใจ

“สงสัยคงมีงานด่วนน่ะลูก” คุณนวลจันทร์พยักหน้ายิ้มๆ

“ค่ะ”

“ไงน้องพอร์ชคิดถึงคุณทวดพิมพรเหรอครับ งั้นพรุ่งนี้ทวดไปด้วยดีกว่าเพราะทวดก็คิดถึงทวดพิมพรเหมือนกัน”

เด็กชายพีรวิทย์พยักหน้าแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจตามประสาเด็ก มืออวบป้อมยังคงขย้ำเนื้อนุ่มที่ต้นแขนของผู้เป็นแม่เล่นอย่างมันเขี้ยว ใบหน้าเล็กแนบซุกเข้ากับอกอุ่นแล้วเกลือกกลิ้งไปมา จนพราวฟ้าต้องเอ่ยปากขอตัวกับคุณนวลจันทร์เพื่อพาเจ้าตัวยุ่งไปอาบน้ำอาบท่าเสียที

*********************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดคร่า

***เร่เข้ามาคร่าาา

อีก 1 วันกับโปร 89 บาทคร่าา


รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว