ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 12 ตัดทิ้ง re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 12 ตัดทิ้ง re

"มีความสุขจริง แจกยิ้มไปทั่ว กลัวมันไม่ลากลงเตียงรึไง" น้ำเสียงนี้จำได้แม่นและจากคำพูดคำจายังมีความหมายส่อเสียดไปในเรื่องบนเตียงแทบทั้งสิ้น อาการปวดหัวชักเริ่มกำเริบอีกครั้งทั้งยังเริ่มรู้สึกหนาวจับสั่น

ร่างในชุดนักเรียนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกปรากฏขึ้นบริเวณข้างเตียงราวภูตผี ดวงตาเขียวมรกตจ้าจัดเปล่งประกายวาบวับยามมองสบประสานสายตา

"ทำไมไม่รอ อยากหนาวตาย" กระแสหาเรื่องเปี่ยมล้น มือบีบค้างเน้นบังคับให้คนพยศเปิดปากพูด

"..." ฝ่ายสาวเจ้าริมฝีปากปิดเงียบ มือซ้ายหยิบยาแก้ปวดหัวสองเม็ดใหญ่ใส่เข้าปากส่วนมือข้างถนัดพยายามเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำเปล่าที่ตั้งอยู่เคียงกับขวดยาพารา แต่ทว่าแก้วน้ำใบย่อมกลับลอยสูงขึ้นจากพื้นก่อนร่วงหล่นลงสู่อุ้งมือของอสูรหนุ่ม

เด็กสาวมองหน้าอสูรร้ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนล้มตัวนอนคลุมโปงหนีหน้า ความขมจากผงยาแผ่กระจายซึมซาบทั่วลิ้นแต่ก็ยังไม่ยอมยื้อแย่งหรือขอความกรุณา

"เด็กดื้อด้าน" อสูรหนุ่มกรอกน้ำเปล่าเข้าปาก ดวงตาแวววาวมองกราดไปยังร่างเด็กดื้อบนเตียง มือขวากระชากคนป่วยให้ลุกพิงอกพร้อมกับประกบปากป้อนของเหลวแนบสนิทบนริมฝีปากแตกระแหง แค่ก!!! แค่ก!!! ทำให้อีกฝ่ายถึงกลับสำลักกันเลยทีเดียว

คนป่วยไม่ต่อคำไม่ขัดขืนแค่พลิกตัวลงนอนและหนีหน้าด้วยการดึงผ้าห่มปิดมิดถึงคอพร้อมกับหลับตาลงเพื่อตัดบทสนทนา

"สำออย มารยา จะสำออยให้ใครดูแล ฮะ!!!" เสียงตวาดก้องสะเทือนจนถึงพื้นเพดานมาจากแรงอารมณ์แปลกประหลาดที่ไม่เคยรู้จัก ความไม่ชอบใจพุ่งสูงยามเห็นร่างเหยื่ออยู่บนเตียงของชายอื่น แม้จะรู้ดีว่ายังไม่มีการสานสัมพันธ์เลยเถิดแต่ทว่าใจที่แสนร้อนเร่ามันยากจะเข้าใจตามไปด้วย

"แน่นอน มันต้องไม่ใช่นาย" เสียงตอบกลับพร้อมรอยยิ้มข้างมุมปากเรียกโทสะให้พุ่งโหมแรงขึ้น

"ฮึ ปากดี" รอยกัดจากคมเคี้ยวที่บรรจงกดพร้อมรสเลือดคาวเฝื่อนเปรอะเปรื้อนบนริมฝีปากเป็นสิ่งตอบแทนของความปากดี สองข้างแก้มถูกบีบเน้นก่อนลากเหยื่อขึ้นเผชิญหน้า

ครั้นมองหน้าประกาศศักดาจนสาแก่ใจจึงปล่อยคนป่วยทิ้งลงตุบกองกับหมอนดังเดิม เด็กสาวมองพฤติกรรมชั้นเลวของเจ้าอสูรกายพร้อมสั่งให้ตนจำ จำให้แม่นว่าถูกกระทำเช่นไหนและจำพฤติกรรมของเขาว่ามันเป็นเช่นไร

พรึบ!!! ผ้าห่มพื้นนุ่มเป็นสิ่งแรกในการเลือกระบายอารมณ์ ตามมาด้วยหมอนข้างที่ถูกปาลงพื้นตามมาติดๆ ยังดีที่ยังไม่ไปยุ่งกับหมอนรองศีรษะที่สาวเจ้าใช้หนุนหัวอยู่

"ห้ามใช้ของมัน" โยนผ้าห่มสีดำสนิทที่ได้มาจากการร่ายเวทย์ฉบับด่วนให้แทน

"..." แต่ความหวังดีของปีศาจหนุ่มกลับถูกปัดทิ้งด้วยแรงมือของสาวเจ้าภายในชั่ววินาที ผ้าห่มเนื้อหนาดูน่าอุ่นถูกปัดทิ้งอย่างไม่ไยดีจนหล่นกองดูไร้ค่าตรงบริเวณข้างเตียง นอนเคียงกับหมอนข้างใบน้อยๆ เด็กสาวขดตัวราวลูกนกต้องลมหนาวเพราะตัดสินใจไว้ว่า ขอยอมตายดีกว่าที่จะใช้ของ ของมัน

"ร้านดอกไม้ข้างมุมถนนจะเป็นยังไง ถ้าถูกโจรปล้น ไม่ดีกว่า ส่งคนเข้ายำให้เละ เอ๊ หรือว่าวางระเบิดดี เลือก!!!"

“จะห่มผ้าเงียบๆหรือจะเอาเลือดหัวมันมาสังเวยก่อน”คำขู่จากปากเจ้าตัวร้ายพร้อมสายตามองสบตาฉายแววเป็นต่อทำให้สาวเจ้าพยายามระงับโทสะ จนยอมหยิบผ้าห่มพื้นสีดำห่มคลุมบนร่างด้วยใจจำยอม แม้ตาจะปิดแต่สุดแสนคับแค้น หากมีเวทย์ มีอาคมเหมือนผู้อื่นคงไม่ถูกกระทำอยู่เพียงฝ่ายเดียว อาจจะพอตอบโต้เอาคืนได้บ้างแต่นี่ดันไม่มีอะไรสักอย่างแล้วจะเอาอะไรไปสู้กับเขา

"เมื่อไม่มี จงไม่มี อย่าคิดให้มากความ" ไม่มีเวทย์อาคม ไม่เป็นไรหรอกเด็กน้อย ข้าจะดูแลเจ้าเอง ความคิดเบื้องลึกพุ่งปะทะจนอสูรหนุ่มชะงักงัน

"เจ้ารู้ดีสาม ถึงเจ้ามีมัน เจ้าย่อมสู้ข้าไม่ได้" ใช่ ปีศาจหนุ่มพูดถูกทุกประการ

"อย่ายุ่งกับเขา เขาไม่เกี่ยว" การที่ยอมลงให้ก่อนเพราะสาวเจ้าทำเพื่อผู้มีคุณ ด้วยไม่คิดทำให้ผู้มีคุณเดือนร้อนจากการกระทำไร้สามัญสำนึกของเจ้าตัวอันตราย

"เจอกันไม่กี่วินาที ห่วงมัน ชอบมัน ใจง่าย" คำพูดที่ได้ฟังเรียกโทสะมอดดับประทุอีกรอบ

"..." พูดไปมีแต่เจ็บเข้าตัวซึ่งเด็กสาวรู้ดี จึงใช้วิธีนิ่งเงียบทั้งคลุมโปงหนีหน้ามันอีกรอบ

"ชอบมันหรือ หน้าจืดๆแบบนั้น" ด้ายสีแดงที่เห็นเพียงแวบเดียวบนข้อมือของเหยื่อกับชายชู้ทำให้เริ่มหงุดหงิด ด้ายแดงของคู่แท้ พาให้ย้อนคิดถึงเรื่องราวครั้งวัยเยาว์

"ท่านพ่อ ข้าเห็นเส้นดายสีแดงบนข้อนิ้วของพวกมนุษย์ชั้นต่ำลากโยงเชื่อมเข้าหากันมันคือสิ่งใดครับ” ยามนั้นปีศาจตัวน้อยประมาณเก้าขวบกำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น

“เจ้าได้เลือดข้าไปเต็มๆนากิม ลูกข้า เจ้ามองเห็นด้ายแดง”

"มันคือด้ายแดงของคู่แท้ ด้ายแดงที่ทำให้พ่อได้เจอกับเนวีไงเล่าเจ้าลูกชาย" เจ้าแห่งมรนาการยิ้มเหี้ยม เมื่อคิดหวนถึงเรื่องราวความหลังครั้งเก่าก่อนเพราะด้ายแดงสีสดผูกเชื่อมกับโครงกระดูกของคนตัดฟืนทำให้ตนได้พบเจอกับพระชายา

“พวกมนุษย์ชั้นต่ำ โสโครก ล้าหลัง ข้าไม่ชอบ” การล่ามนุษย์มาเป็นทาสเป็นกิจกรรมแสนหรรษาของชาวมรนาการแต่กิจกรรมแสนต่ำทรามเช่นนี้มักจะอยู่ในมุมมืดห้ามทำออกสื่อเด็ดขาดเพราะมันผิดกฎ อีกทั้งโทษทัณฑ์มีเพียงสถานเดียว นั่นคือ จงกลายเป็นมนุษย์

หากปีศาจตระกูลใดต้องโทษให้กลายเป็นมนุษย์นับเป็นความเสื่อมเสียงต่อวงศ์ตระกูลโดยแท้และจะกลายเป็นที่รังเกียจของสังคมรอบๆข้างไปโดยปริยาย จากภาพลักษณ์ทางข้างต้นทำให้เด็กน้อยมองเผ่าพันธุ์มนุษย์ค่อนข้างติดลบ

"เจ้าอย่าเรียกมนุษย์ว่าชั้นต่ำให้เนวีได้ยินเชียว" เตือนลูกชายตัวน้อยเพราะรู้รสมือของการถูกบิดหูว่ามันเจ็บเพียงใด

"ครับ ข้าจะระวัง" สองสายตามองสบกันแบบรู้กัน เพราะไม่ใช่มีเพียงแค่เรื่องเดียวที่คนเป็นแม่จะต้องไม่รู้ สองพ่อลูกตัวอันตรายปิดบังไว้อยู่หลายเรื่องเกินจะนับ

"ท่านพ่อมีด้ายแดงเชื่อมกับเนวีเหมือนกันหรือครับ" เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย

"พ่อไม่มี พ่อจึงตัดมันทิ้ง"

"จำไว้นากิม หากเห็นสิ่งใดเป็นประโยชน์กับเจ้าแต่ของสิ่งนั้นหาได้อยู่ในมือเจ้า จงทำลายมันให้สิ้น"

"เมื่อเจ้าไม่มี ผู้อื่นย่อมต้องไม่มี" คำสอนสั่งของพระบิดา เด็กน้อยจดจำมาจนถึงปัจจุบัน

"ครับท่านพ่อ ข้าไม่มี มันต้องไม่มี!!!" แววตาสีมรกตเต็มไม่ด้วยกลิ่นไออันตรายส่วนรอยยิ้มแสยะที่แย้มออกมานั่น ช่างดูน่าสะพรึง

ยามเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้งและเห็นร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ลายวิจิตรลวดลายมังกรคาบแก้วทำให้สาวเจ้ารู้สึกเหนื่อยใจ ทำไมไม่ไปให้พ้นหน้า คนเขาเกลียดขี้หน้าไม่อยากจะเห็น จะมาอยู่ใกล้ๆทำไม จากพฤติกรรมแสนอำมหิตฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาทำให้สาวเจ้ารู้สึกเกลียดขี้หน้าทั้งหวาดกลัวมันเหลือเกิน

"อยากหนาวตาย" อสูรร้ายนั่งข่มขู่อยู่ข้างเตียงพร้อมอ้างถึงอาคมร้ายบนเรือนแหวนในนิ้วชี้

หญิงสาวรีบปิดเปลือกตาลงอีกครั้งและไม่คิดจะเปิดมันขึ้นอีกรอบเพราะทั้งรังเกียจ ไม่สิขยะแขยงชายตรงหน้าจนเกินจะทนไหว มังกรร้อนที่พ้นพิษตอนอยู่นอกร่มผ้า เรียวลิ้นร้อนยามขบเม้นลงสองปทุมทันและปลายผมพลิ้วสีน้ำตาลอ่อนๆยามละเลียดบนเนินอกพร้อมๆกับสองขาหนีบที่ถูกจับบังคับให้รองรับแรงกระแทกเป็นจังหวะๆเป็นภาพติดตาจนจำไม่ลืม สองแก้มสาวชักเริ่มร้อนแดงจากความคิดแสนสัปดนที่พลาดไปนึกเรื่องบนเตียง

"คิดถึงบทรักของข้า ติดใจหรือครับ"

"เกลียด" น้ำเสียงอ่อนล้าแผ่วเบาแต่กัดได้เจ็บนัก ยิ่งฟังน้ำคำยิ่งกระตุ้นโทสะจนยากระงับจึงส่งอุ้งมือร้ายตะครุบลงบนกระพุ้งแก้มสองข้าง ทั้งบีบแรงๆเป็นบทลงโทษ

"มาลองดูสักตั้งว่าเจ้าจะเลิกเกลียดข้าที่น้ำไหน" ริมฝีปากถูกบดแนบสนิทอยู่เนิ่นนานจนเริ่มหายใจติดขัด พิษไข้กำลังรุมเร้าทำให้สาวเจ้าไร้แรงสู้ อสูรหนุ่มพักช่วงให้หายใจเพียงครู่ ทำให้หญิงสาวรีบสูดอากาศจนเต็มปอดและรีบหนีถอยล่นไปจนสุดปลายเตียง

กระดิกนิ้วเพียงสองสามครั้ง ร่างเหยื่อจึงลอยสูงขึ้นประมาณหนึ่งเซนติเมตรก่อนตกลงพื้นเตียงดังตุบ สองขาเรียวค่อมอยู่บนเอวของอสูรหนุ่มที่กำลังนอนราบหลังติดเตียง ชายหนุ่มยิ้มร้ายก่อนลากร่างคนป่วยเข้าซุก ไม่ว่าจะเป็นซอกคอใบหูล้วนถูกเล็มชิมแทบทุกจุด สัมผัสสุดท้ายก่อนพลิกตนขึ้นอยู่ด้านบนเป็นการบรรจงป้อนจูบให้กับคนอ่อนประสบการณ์จนสาวเจ้าหัวหมุน

"เอาบนเตียงของเจ้าตัวเสือกสักยก ท่าจะมันส์" อสูรหนุ่มว่ากราดถึงพลเมืองดีจนกลายเป็นเจ้าตัวเสือกไปเสียงอย่างนั้น สาวเจ้าถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนุ่ม ขาสองข้างถูกทาบทับจากร่างอุ่นและข้อมือทั้งสองข้างตอกติดแน่นกับหมอนหนุนด้วยแรงมือเพียงข้างเดียวของอสูรร้าย

"อย่า ไม่ ไม่เอา" แววตาหวาดหวั่นพร้อมเสียงร้องขอของสาวเจ้าไม่มีผลทำให้อสูรหนุ่มใจอ่อน ผู้ล่าค่อยๆลิ้มรสเหยื่ออย่างใจเย็น ไร้เลียขบเม้มเนิบช้า

"ไอ้ตัวเสือก มันจะได้รู้ว่าเจ้ามีผัว!!!" รอยยิ้มสมใจทาบทับบนริมฝีปากก่อนบนรักร้อนๆข้างสองขาหนีบจะเริ่มอีกครั้งที่บนเตียงของผู้มีคุณนั่นแล

“ลุก ข้าจะต่อห้องน้ำ จะเอามันทุกที่” แรงขัดขืนของสาวเจ้าสู้แรงบีบบังคับของอสูรร้ายไม่ได้สักทาง พอขัดขืนกลับถูกตอบโต้ด้วยความร้อนแรง ใช่ ร้อนแรง อสูรหนุ่มใช้ประสบการณ์ที่มากกว่าค่อยๆชักจูงเหยื่อทีละนิด จนในไม่ช้าสาวน้อยจึงกลายร่างเป็นสาวร่านรัก ร้องลั่นลืมอาย

“อย่า ได้โปรด พอๆ พอที” บทรักร้อนแรงปะทุเพลิงพิศวาสภายในห้องหอของผู้หวังดีแทบทุกตารางนิ้ว กำแพง ข้างประตู หรือแม้แต่บนพื้นปูน อสูรหนุ่มจัดเต็มไม่มีพักจนเด็กสาวสติหลุด หลุดร้องอ้อนวอนขอ

แอ๊ด!!! เสียงการกลับมาของเจ้าของบ้าน หาทำให้อสูรหนุ่มในห้องสะทกสะท้านไม่

"อือๆ อาๆ อือๆ" แรงกระแทกของมังกรร้อนบนขาหนีบยังอยู่จังหวะสโลก่อนค่อยๆเร่งเครื่องถูไถบริเวณแพนตี้ชุ่มน้ำแรงขึ้นๆจนสาวร้องลั่นลืมอาย กี่รอบแล้วที่ถูกกระทำ กี่ชั่วโมงสาวเจ้าไม่มีสติจะนับ

"คุณครับ ผมซื้อข้าวต้มมาฝาก กินอิ่มๆจะได้มีแรงครับผม" เพียงเปิดประตูห้องเข้าห้องนอนของตัวเองกลับพบแขกที่ไม่ได้รับกำลังร่วมรักแบบสดๆจดจ่อต่อหน้าต่อหน้ากับหญิงสาวที่ใจแอบหมายปอง ซึ่งภาพนั้นทำให้ใจหนุ่มขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี

ร่างเปลือยของผู้ชายมองจ้อง ไม่มีหลบ ดวงตาสีน้ำตาลเปร่งประกายบางอย่าง ทั้งข่มขู่กดดัน อีกทั้งยังประกาศกั้นอาณาเขต ฝ่ายคนไข้กอดผ้าห่มแนบร่างด้วยความตกใจ ปาก แก้ม ผมเผ้าแสดงถึงกิจกรรมเมื่อไม่กี่นาทีได้ชัดเจน ประกอบกับสิ่งที่กองอยู่บนพื้น เสื้อ กระโปรง กางเกงกองทิ้งบนพื้นไร้การเอาใจใส่ยิ่งตอกย้ำถึงกิจกรรมที่ผ่านมาว่าดุเดือดถึงเพียงไร ปัง!!! ครั้นได้สติว่ากำลังทำตัวไร้มารยาท ทำให้เจ้าของห้องรีบงับประตูปิดกลับดังปัง

"คะ...คุณครับ ข้าวต้มอยู่บนโต๊ะนะครับ" เสียงตะกุกตะกักจากด้านนอกดังเข้าหู เรียกความอับอายร้อนวาบบนสองข้างแก้ม อีกทั้งสุดจะทนกับรอยยิ้มสาสมใจของอสูรร้ายที่นั่งอยู่เคียงใกล้

"คนเลว" ทุบรัวไม่นับ แรงมือไม่เบาลงสักนิดเพราะคิดเอาให้ตาย ไอ้ตัวหน้าด้านหน้าทน ทำมาได้แบบจัดเต็มทั้งที่อยู่ห้องคนอื่น ยางอายของแก แกเอาไปหลบอยู่ซอกหลืบไหน เวรกรรมอันใดทำให้ฉันต้องมาเจอตัวลามกอย่างแก

“ผิดแล้วครับ ต้องเรียกข้าว่า ผัวเลวถึงจะถูก” เสียงกระซิบข้างหูหยุดทุกการทำร้ายได้อย่างชะงักงัน

"ไหนลองออกเสียงดู ผั วเ ล ว" อสูรหนุ่มยิ้มกริ่มๆค่อยๆออกเสียงทีละพยางค์อย่างช้าด้วยความตั้งใจเพื่อยั่วโทสะสาวเจ้าโดยเฉพาะ

"ไปให้พ้น นายไม่ใช่ผัวฉัน" สาวเจ้าไม่ต่อปากต่อคำเพิ่มความอีกพลางเก็บเสื้อเก็บผ้าสวมใส่ดังเดิม อีกทั้งพยายามไม่ใส่ใจเสียงหัวเราะเบาๆที่ดังไม่หยุดอยู่ข้างหู

"แน่หรือ ข้าทั้งปรนเปรอ ขย้ำ ถูไถ ขย่ม กระแทก" ยามอสูรหนุ่มพูดเรื่องสัปดน หน้าตาแสนนิ่งสนิท ไร้ยางอายโดยแท้

"คนผีทะเล หยุดนะ" จนสาวเจ้าชักทนฟังไม่ไหวจึงขัดออกมาด้วยเสียงเฉียบ

"ขาดเพียงสอดใส่ แต่ข้าว่าข้าทำครบความเป็นผัวอยู่ หรือเจ้าว่าไม่ครบครับเมีย”อนิจจาอสูรหนุ่มผู้ไม่ชอบการผูกมัดกลับเรียกเผ่าพันธุ์ที่ตนเองเกลียดว่าเมียอย่างเต็มปากเต็มคำและดูท่าเจ้าตัวคงจะยังไม่รู้ตัว

หญิงสาวในห้วงคำนึงเดินออกมาในชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ลายหมีเนื้อผ้านุ่มสบายตัวสีชมพูที่เพิ่งถูกบังคับจับใส่ก่อนออกมาเจอหน้าเจ้าของห้องก็เมื่อครู่นี่เอง แก้มสาวแดงระเรื่อยามมองสบตาเจ้าของห้องเพราะทุกฉากทุกตอนใต้ร่มผ้าไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนใจดีเห็นไปถึงไหนต่อไหน

"ข้าวต้มอยู่บนโต๊ะครับ" มันเจ็บหน่วงทั้งหัวใจยามเห็นร่างหนุ่มตามประกบเดินเคียงไหล่ตามหลังออกมาด้วยกัน

"ขอบคุณค่ะ" ส่งยิ้มเป็นมิตรให้เพราะซึ้งใจกับผู้มีคุณสุดประมาณ ในสังคมปัจจุบันค่อนข้างหาได้ยาก ใครสักคนที่จะมีน้ำใจต่อผู้อื่นเช่นชายหนุ่มคนนี้ อีกทั้งความรู้สึกอุ่นวาบยามมองสบตาทำให้เด็กสาวรู้สึกอยากอยู่ใกล้ๆ

"กลับ!!!" น้ำเสียงแข็งกร้าวกลบทุกคำพูดและความรู้สึกเร้นลับจนมลายหายสิ้น ด้ายแดงจากข้อนิ้วก้อยของเหยื่อในอาณัติกับเด็กหนุ่มมันช่างขัดตา

เด็กสาวถูกลากออกนอกประตูพร้อมเสียงปิดกระแทกดังปัง เหมือนดังคำขู่ที่ประกาศใส่หน้าเด็กมนุษย์โดยเฉพาะว่าหากล้ำเส้นเกินกว่าลิมิต ย่อมเจอดี!!!

ทางเดินค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ แสงไฟตามรายทางสาดฉายสะท้อนใบหน้าโรยแรงของเหยื่อสาวว่าชักเริ่มจะรองรับความมีสติไม่ไหว

"เดิน" ตวาดห้วนไม่นำพากับอาการคนตรงหน้าทั้งบีบข้อมือลากบังคับให้เดินตามความเร็วที่ก้าวตามไม่ทันเกือบทำให้สาวเจ้าล้มคะมำอยู่หลายครั้งแต่ที่ยังรอดอยู่ได้เพราะปีศาจหนุ่มคอยรองรับร่างสาวเอาไว้ทุกที

แม้จะโมโหกรุ่นโกรธเต็มกำลังแต่ยังคอยเฝ้าดูแลไม่มีห่าง หญิงสาวพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อสะบัดมือออกจากมือมารแต่ด้วยพิษไข้กำลังรุมเร้าทำให้สลบล้มพับลงอก หมดฤทธิ์หมดเดชอยู่บนแผ่นอกของศัตรูคู่อาฆาตของเผ่าพันธุ์

"เด็กดื้อ" เสียงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนสองร่างจะสลายหายไปกับหมอกควัน

กุญแจดูไม่มีความหมายสำหรับชายหนุ่ม มองระบุเป้าบนลูกบิดเพียงครู่ ล็อคกุญแจจึงปลดสลักล็อกโดยอัตโนมัติ ครั้นก้าวเข้ามาในห้องพัก สิ่งแรกที่เริ่มทำเป็นการใช้มือขวาโบกสะบัดจัดการปิดหน้าต่างทุกบานและกระดิกนิ้วอีกครั้งเพื่อเรียกความเย็นจากแอร์คอนดิชั่นตัวใหญ่ให้ทำงาน ร่างเหยื่อถูกวางลงบนเตียงนุ่ม ณ จุดจุดนี่คงไม่อาจรับรู้อะไรอีกแล้วเพราะหมดสติลงแล้วตั้งแต่ใช้แรงเฮือกสุดท้าย ก็จะไม่ให้เหนื่อยได้อย่างไร ไหนจะโดนพิษไข้รุมเร้า ไหนจะถูกกระทำชำเรา ปีศาจหนุ่มมันเอาจนคุ้ม

ตึง!!! เก้าอี้ตัวเดิมลายวิจิตรถูกเรียกใช้อีกครั้ง อสูรร้ายนั่งเฝ้าไม่ห่าง ประกบมือลงกลางกระหม่อมเพื่อร่ายอาคมรักษาพิษไข้ ซึ่งครั้งนี้ใส่เปอร์เซ็นการรักษาให้เพียงห้าสิบเปอร์เซ็นเพราะรู้สึกหมั่นไส้ที่สาวเจ้าบังอาจลากกิ๊กเข้าบ้าน

ริมฝีปากร้อนประกบสอดดูดลิ้นคนป่วยเพื่อให้มีสติตื่นขึ้นมารับรู้ เล็บแหลมจากนิ้วโป้งกรีดนิ้วชี้ตนเองประมาณคืบ เรียกเลือดแดงสีสดออกมาเป็นยาก่อนสอดนิ้วชี้เข้าปากของคนป่วย ลิ้นอุ่นร้อนดูดดึงไปเรื่อยๆส่วนเจ้าของตัวยากำลังนั่งนิ่งๆ พลางคิดย้อนถึงเรื่องราวเมื่อครั้งตอนกลางวัน อยู่ดีๆ ของเล่นแสนหวงกลับหายลับ ไม่ยอมยืนอยู่ในที่ ที่มันควรจะอยู่ ทำให้ใจร้อนราวไฟลน ครั้นเดินหาทุกซอกทุกมุมด้วยการใช้พฤติกรรมแบบมนุษย์กลับไม่พบแม้แต่เงา

"หนีข้าหรือสาม วอนตาย" กระวนกระวายทั้งโมโหโกรธาจนลืมกระทั่งการใช้สัมผัสในการติดตาม จนนั่งสงบสติประมาณช่วงระยะเวลาหนึ่งถึงทำให้นึกขึ้นได้

ครั้นพบหน้าสาวกลับยิ่งเรียกโทสะเพิ่มขึ้นอีก เพราะเห็นคาตาว่าอยู่กับชายแปลกหน้าแถมยังส่งยิ้มให้มันด้วย ยิ้มที่ข้าไม่เคยได้ ยิ้มที่เจ้าไม่คิดจะให้มันกับข้าแล้วมันเป็นใคร ก็แค่คู่แท้จากอดีตชาติที่จะไม่มีวันได้ก่อร้างสร้างรักใหม่ในชาตินี้ ไม่มีวัน

แสงสว่างสาดกระทบบนร่างสาวในผ้าห่มผืนนุ่ม เปลือกตาบางค่อยขยับเปิดขึ้นรอรับสภาพความเป็นจริงของชีวิตเหมือนเช่นในทุกวัน กลับหอมายังไง ยิ่งคิดยิ่งหาคำตอบไม่ได้ สายตากวาดไล่มองบนอกตนทำให้พบกับผ้าห่มผืนดำสนิทผืนเดิม ยิ่งทำให้นึกถึงรสสัมผัสโรมรันพัวตูจนแก้มสาวแดงระเรื่อ ฉากเมื่อวานฉายชัดทุกฉากทุกตอน มันทำให้ทั้งเกลียดและรู้สึกแปลกๆในเวลาเดียวกัน

"ฉันเกลียดนาย" ปาผ้าห่มผืนนุ่มไปอีกฟากของเตียงซึ่งเป็นฝั่งเตียงของพ่อรูมเมทร่วมห้อง ร่างหนึ่งบนนั้นกำลังอยู่ในห้วงนินทราทำให้เหยื่อสาวย่ามใจ ฝีเท้าย่องเบาๆไปทางด้านหน้าประตูห้องนอน

"จะไปไหน" ยามจบคำถาม สาวเจ้าจึงถูกแรงไร้ที่มา ลากแขนพามาล้มจุมปุ๊กบนเตียงดังเดิมแถมกลุ่มผมดำดกยังถูกกำแน่นติดมือเจ้าตัวร้ายที่กำลังสะลึมสะลือ

"ปล่อยผมฉัน มันเจ็บ" สองมือพยามหยิกมือมารทั้งยังตีและแกะเพื่อดึงผมตัวเองออกจากมือมัน

"ข้ามีข้อเสนอ" อสูรหนุ่มรั้งเด็กสาวเข้าประชิดก่อนกระซิบข้างริมหู

"อย่าปากสว่าง จงอยู่กับข้า แล้วข้าจะละเว้นครอบครัวของเจ้า" ข้อเสนอล่อหน้าล่อตาเป็นการหักหลังเผ่าพันธุ์ของตนเพื่อปกปิดตัวตนของปีศาจชั่วทำให้หญิงสาวยิ้มขันจนอมนุษย์มองด้วยความไม่เข้าใจ ข้ายื่นทางรอดทางเดียวของชนชาวเวทย์ให้กับนางเหตุใดนางไม่ตอบรับข้า

"ฉันไม่คิดจะลงนรกไปกับนาย เชิญล่มจมไปคนเดียวเถอะ”

“ไม่ต้องมาขู่ ไม่ต้องมาชวน ฉันรังเกียจ” ริมฝีปากยิ้มหวานยามสาดคำร้ายเข้าใส่ ทั้งสายตาสาวเด็ดเดี่ยวและยังไม่ยอมหนีเอาตัวรอดจากภัยร้าย

"เจ้าจะยอมพินาศไปกับพวกมัน" อสูรหนุ่มพยายามสงบอารมณ์และทิ้งคำถามลองเชิงโยนมาถามทางอีกรอบ

“เปล่า" รอยยิ้มเปิดกว้างพลางขยายความเพิ่มไปอีกครั้ง

"พวกเราจะไม่พินาศเพราะตัวชั่วช้าอย่างคุณหรอกนากิม พวกเราต้องรอดและจะคอยยืนมองความพินาศของพวกคุณ" ถ้อยคำท้าทายประกาศก้อง น่าแปลกไม่ใช่เสียงตวาดแต่อานุภาคของมันกลับทำให้ใจของอสูรหนุ่มสั่นสะท้าน

"ดี วันรุ่งขึ้นข้าจะล่าตั้งแต่มอหนึ่งถึงมอสี่ แล้วมาดูกันว่าระหว่างเจ้ากับข้า ใครจะพินาศก่อนกัน" ยิ้มหวานส่งใส่และแววตาสุดแสนอำมหิตทำให้สาวเจ้าขนลุกพรึบทั่วร่าง รังสีอำมหิตผิดมนุษย์ส่งมาขู่ทำให้ในสาวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวด้วยไม่รู้แล้วว่าจะเอาอะไรไปสู้กับเขา

"นายมันชั่ว อย่าทำร้ายคนอื่น พวกเขาไม่เกี่ยวกับศึกเรา" ถ้อยคำที่ได้ยินทำให้สาวเจ้าตกตะลึง พลางแอบคิดสงสัย ตัวเราไม่มีพลัง ทั้งยังไม่มีประโยชน์ใดๆแล้วเหตุใดอสูรตรงหน้าถึงต้องการตัวเรา

"เจ้าจะรับข้อเสนอของข้าหรือไม่" ข้อเสนอข้อเดิมถูกยื่นส่งให้อีกครั้งและครั้งนี้แลกกับชีวิตของรุ่นน้องและผองเพื่อนร่วมอายุ

การที่เล่นไม้นี้เพราะปีศาจหนุ่มรู้ดีว่ามันต้องได้ผล เพราะแน่นอน เด็กสาวเองย่อมต้องเห็นใจมนุษย์ หากจะกล่าวว่าชาวเวทย์และพวกมนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันย่อมไม่มีอะไรผิด เพราะชาวเวทย์เองดังเดิมก็เคยเป็นมนุษย์ พวกเขาคือเชื้อพันธุ์ของมนุษย์ผู้มีอาคมแกร่งกล้าจนกลายพันธุ์มาเป็นชาวเวทย์

"..." ทางเลือกทุกทางถูกบีบอัด ใจสาวแสนช่ำเพราะไม่กล้าเลือก เลือกพวกพ้องหรือเลือกช่วยพี่น้องเพื่อนร่วมรุ่น ไม่ว่าทางไหนมันตันทุกทาง

"เลือก" ฝ่ามือช้อนเข้าอุ้งแก้มพลางเชยหน้าขึ้นมองสบตา ทั้งริมฝีปากรุ่มร้อนสัมผัสจูบลงมาทำให้หญิงสาวเริ่มทรงตัวไม่ไหว แม้อยากจะขัดขืนแต่การขัดใจอมนุษย์ผู้ไร้ศีลธรรมในยามนี้ย่อมไม่ใช่ผลดี อีกทั้งความชิดใกล้ยามถูกช้อนอุ้มวางลงบนหมอนทั้งใบหน้าอุ่นคลอเคลียไล่เลียข้างแก้มยิ่งทำให้เด็กสาวยิ่งคิดอะไรไม่ออก

"ปล่อยฉันไป" สาวเจ้าตอบไม่ตรงคำถามทำให้ได้รางวัลเป็นรสจูบป้อนเข้าปาก

"อยู่ด้วยกัน จนกว่าข้าจะเบื่อเจ้า"

"นายเบื่อง่ายไหม" ถ้อยคำเห็นแก่ตัวไม่ทำให้สาวเจ้าขัดเคืองใจกลับทวงถามย้ำซ้ำๆขอความชัดเจน

"หึ เห็นแก่ที่เจ้ายังป่วย" ชายหนุ่มไม่ตอบคำแต่ตัดบทไปอีกเรื่องแทน

“ข้าจะให้เวลาเจ้า สามวัน” เลือกทางไหนดีเล่าเพราะไม่ว่าทางไหนมันตันทุกทาง พี่หนึ่งขา ช่วยน้องด้วย

เสียงออดดังบอกถึงเวลาสิ้นสุดของเรียนซึ่งเป็นคาบสุดท้าย ในที่สุดประตูรั้วบานหนักจึงได้ทำหน้าที่ปลดปล่อยความเป็นไทให้กับนักเรียนในทุกชั้นปี

"จำผมได้หรือเปล่าครับ" ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงข้างประตูรั้วรีบก้าวเท้าเข้าดักหน้าพร้อมเปิดรอยยิ้มแสนอบอุ่น ภายใต้แว่นกรอบใส ดวงตาดำสนิทซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด ถึงแม้เมื่อวันก่อนๆจะอยู่ในสถานการณ์ไม่ค่อยดีนักก็ตามที

หลังจากอสูรร้ายลากสาวในดวงใจลับหายออกไปจากห้อง เจ้าของห้องต้องทนนั่งทำความสะอาดคราบคาวและหลายๆสิ่งที่อสูรร้ายจงใจทิ้งให้ดูต่างหน้า แค่มองจากสายตาดูก็รู้แล้วว่าหญิงสาวไม่มีความสุขเพราะฉะนั้น มันย่อมไม่ผิด หากคิดจะแย่ง!!!

"จำได้ค่ะ" รอยยิ้มหวานเป็นมิตรทำให้กำลังใจเด็กหนุ่มพุ่งสูงยอมลงสังเวียนอันตรายอย่างไม่รู้ชะตากรรมว่ายามนี้ตนกำลังเล่นกับไฟ แถมไม่ใช่ไฟธรรมเสียด้วยเพราะมันคือไฟอันตรายจากนรกอเวจี

"ไปดูหนังกันไหมครับ" แก้มสองข้างเป็นสีชมพูจัดด้วยความเขินเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ชวนสาวเที่ยว รู้ดีอยู่ สาวมีเจ้าของแต่ใจหนุ่มห้ามยากเกินกู่กลับ เพียงเห็นหน้าครั้งแรกผมก็ชอบคุณแล้วครับ รู้สึกถึงด้ายแดงที่ผูกเราสองคนเอาไว้

"ค่ะ" เพราะรู้สึกอุ่นใจยามอยู่ใกล้เขา มันอบอุ่นแบบแปลกๆทำให้สาวเจ้าไม่เกี่ยงงอนที่จะเริ่มเดทกับผู้มีพระคุณ

"ผม นนท์ครับ คุณ…" เด็กหนุ่มจงใจเว้นช่องว่างให้เติมเต็ม

"สามค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ นนท์"

หากหญิงสาวมองทางด้านซ้ายอีกสักนิดคงได้เห็นรังสีอำมหิตของร่างหนึ่งบนรถสปอร์ต ฝ่ามือกำแน่นกดแนบพวงมาลัย ดวงตาเขียวมรกตวาววับ ยามจับจ้องร่างหนึ่งชายหนึ่งหญิงอย่างไม่ยอมคลาดสายตา!!!

เพียงแค่ไม่กี่นาทีหลังจากส่งสาวกลับที่พัก...โครม!!! รถกะบะสีแดงเลือดหมูซึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วหนึ่งร้อยยี่สิบกิโมเมตรต่อชั่วโมงพุ่งเข้าชนร่างเนื้ออย่างแรงจนกระแทกร่างหนุ่มในชุดนักเรียนกระเด็นลงข้างทาง เลนส์แว่นบางเฉียบแตกกระจายภายใต้พื้นรองเท้าในผ้าคลุมสีมืด เศษเนื้อเปื้อนเลือดถูกทอดทิ้งเดียวดายบนพื้นถนนส่วนคนชนโกยแนบอย่างไม่เห็นฝุ่น ชนอะไร ชนได้อย่างไร ยังไม่รู้เลย เพราะจากที่เห็นพื้นถนนว่างเปล่าไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต แล้วจะชนได้ยังไง!!!

แสงไฟยามค่ำคืนสาดทอดยาวบนร่างเนื้อไม่มีสติ เลือดแดงไหลย้อมฉาบพื้นถนนเป็นทางยาว ดวงตาสีมรกตทอดสายตามองเศษซากมนุษย์พร้อมรอยยิ้มสุดสะใจ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว