ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 14 ภาพมายา re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 14 ภาพมายา re

"ข้าคือแหล่งพลัง" ร่างสาวโอนอ่อนยอมให้กอดโดยง่ายทั้งยังมีแอบกระแซะเข้าไปคลอเข้าไปเคลีย

"สาม เจ้า!!!" ดวงตาสีมรกตมองจ้องคาดคั้น เพราะการโดนลูบคมในครั้งนี้มันช่างน่าโมโห เจ้าหลอกข้า ชักจูงข้าจนข้ากลายเป็นตัวโง่

"สาม เจ้ารู้ได้อย่างไร ผู้ใดบอกเจ้า" กระแสเสียงราบเรียบ ทว่าภายในกลับร้อนรุ่มดังไฟสุมอกด้วยสถานการณ์ในยามนี้ กระดิกตัวได้ไม่ง่าย ทั้งถูกจับตาจากฝั่งมรนาการ ทั้งถูกขู่ฆ่าเอาชีวิตจากฝั่งชาวเวทย์ เส้นทางเปื้อนเลือดที่กำลังก้าวเดินคงไปได้อีกไม่ไกล

"ใครบอกเจ้า ตอบข้า" เรียวคิ้วมุ่นเข้าหากันด้วยความสงสัย เหยื่อรู้ตัวได้อย่างไร ผู้ใดปากสว่างกล้าเผยความ

"ปล่อยข้า!!!" พลังขุมหนึ่งซัดกระแทกร่าง ลงอก กระแสพลังรุนแรงซัดร่างของอสูรหนุ่มพุ่งกระเด็นออกมานอกอาคารโดยผ่านออกมาทางช่องหน้าต่างสองบานที่คอยเปิดกว้างรับลมเย็นๆ

หากเป็นคนธรรมดาคงตกตึกตายไปเสียแล้ว แต่นี่คือท่านชายแห่งมรนาการผู้เป็นพันธมิตรกับทั้งสามโลก ความตายจึงไม่อาจฉุดพรากลากชีวิตลงสู่ขุมนรก อสูรหนุ่มท่องเวทย์ลอยตัวในอากาศ ทั้งใช้เวทย์กำบังกายเพื่อไม่ให้ผิดสนธิสัญญาของการดำรงชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์

สนธิสัญญาที่ตราเอาไว้ว่า ห้ามมิให้มนุษย์ผู้ใดรับรู้ถึงการมีตัวตนของพวกท่าน เพราะหากฝ่าฝืนกฎข้อบังคับ ลางทีอาจจะไม่ได้กลับมาเหยียบบนโลกฝั่งนี้อีกก็เป็นได้หรือไม่ก็จำเป็นต้องเดินเรื่องยื่นคำร้อง ชี้แจ้งเหตุผลเพื่อขออุทธรณ์วอนขอเข้าโลกมนุษย์อีกรอบเป็นกรณีๆไป ซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาและยุ่งยากพอดูทำให้ปีศาจแต่ละตนรักษาสิทธิ์ของการเหยียบพื้นที่บนโลกไว้อย่างยิ่งชีพ แต่ก็ย่อมมีบ้างที่อาจจะพลาดพลั้งจนฝ่าฝืนกฎข้อบังเข้าให้ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวิธีแก้ไขสามารถทำได้ง่ายๆ แถมยังเขียนคำอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนไว้ในเพจลับๆบนอินเตอร์เน็ต

ความว่า ‘จงลบความจำของมนุษย์ที่รู้ตัวตนของเราหรือไม่ก็จับมันพวกมาเข้าเป็นครอบครัวรั้วเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นภรรยา สามี ลูกบุตรธรรม พี่ชาย พี่สาว น้องชาย น้องสาว หรือ พี่น้องท้องชนกัน ท่านจะสามารถหลบเร้นช่องโหว่จากกฎข้อบังคับได้อย่างแน่นอน’ ซึ่งข้อเสนอทางช่วงหลังพวกมรนาการไม่ค่อยจะชอบใช้นักเพราะมันทำให้เสื่อมเสียถึงวงศ์ตระกูล

เพียงนิ้วมือสัมผัสบานประตูหน้าต่างแค่สามนิ้ว กระแสพลังในพื้นปูนจึงเริ่มทำปฏิกิริยาต่อต้านผู้บุกรุก ด้วยการซัดมนตราเข้าจู่โจมเป็นลมหมุนเกี่ยวกระหวัดควงสว่านมวลใหญ่ รูปร่างดุจดังพายุทอนาโด กระแสลมอันตรายพุ่งเข้าจู่โจมร่างเนื้อด้วยความฉับไว อีกทั้งยังรุนแรงซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี

รอบๆกายในพื้นที่ประมาณสองห้องพักติดกันถูกครอบคลุมด้วยกระจกบางใส นับเป็นการประกาศสงครามและอาณาเขตของการต่อสู้ อีกทั้งยังใช้หลบเร้นสายตาของพวกสอดรู้

"กำแหงนัก วอนตาย" กัดฟันแน่นเคียดแค้นพร้อมท่องเวทย์ไล่ทำลายสายลมอันตรายจนสลายสิ้น เหลือเพียงลมเบาเย็นๆหมุนวนอยู่รอบกาย ก่อนปลิวหายลอยไปเป็นเพื่อนกับสายลมต่างถิ่นซึ่งพัดมาจากแดนไกล

"เจ้ากล้าหลอกข้า นางจิ้งจอกร้ายตัวร้าย เจ้าต้องเจอดี!!!" ร่างในชุดไปรเวทเลือนลบออกจากกายหยาบก่อนเปล่งแสงสว่างจ้าขาวสกาวอยู่วินาทีหนึ่ง ยามกลุ่มแสงค่อยๆราความสว่างลงจึงปรากฏขึ้นเป็นร่างงามในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์

กระโปรงยาวเป็นชุดแซกเต็มตัวและยาวคลุมจรดถึงปลายเท้า เปิดเปลือยเพียงต้นแขนขาวนวลเนียนทั้งสองข้าง เรือนผมเหลืองอร่ามยาวจรดเอวถูกประดับประดาด้วยใบไม้รูปผลึกน้ำแข็งใสสะอาด ทั้งยังเปล่งประกายระยิบระยับ ทำให้ยิ่งขับเน้นดวงหน้าหวานเฉี่ยวดูสว่างสดใส ถัดมาอีกนิดตรงบริเวณกลางหลัง กำลังมีปีกใสราวกระจกค่อยๆงอกขึ้นปัดเคลียเส้นผมสีทองสุก รูปร่างของปีกมองดูเผินๆคงดูคล้ายกับปีกของผีเสื้อ

เปรี๊ยง!!!เปรี๊ยง!!! ทางด้านนอกอาคาร ห่างออกมาประมาณสามเมตรกว่าๆ ปรากฏเป็นสายฟ้าผ่ากำลังแรง ผ่ากระแทกหน้าต่างสองบานจนสะเทือนเลื่อนลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทุกแรงปากระแสไฟฟ้าในแต่ละครั้งเต็มไปด้วยโทสะพัดโหมรุนแรงด้วยอยากฉะคนในห้องว่าอย่าคิดมาลองดี มือปาใจโหด ปากระแสไฟฟ้าไปแล้วสามครั้งถ้วน กระแสไฟฟ้านับล้านโวลต์ทำให้อาคมสกัดกั้นเริ่มพังทลายลงทุกทีจนกระทั่งหมดฤทธิ์เดชไปในที่สุด

"สาม เจ้าต้องชดใช้ ท่าน!!!" อสูรหนุ่มมองร่างตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึง นางภูต!!! เหตุใดภูตเมื่อสงครามครั้งอดีตถึงมาอยู่ในห้องหอ สัมผัสจากดวงจิตบ่งบอกว่าร่างตรงหน้าเป็นรูมเมทของตนเป็นแน่ แล้วทำไมจึงกลายเป็นนาง หรือว่า สามคือนาง

สามของข้าไม่มีอยู่จริงกระนั้นหรือ รูมเมทของข้าเป็นเพียงภาพมายา เพียงเท่านั้น

"นากิม" รอยยิ้มหวานหยดย้อยยามขานนามสหายเก่า อายุอันนามหากนับรุ่นคงเป็นป้ากับหลาน

"ชานี" เล็ดลอดออกจากริมฝีปากเพียงเสียงกระซิบ ใจอสูรไม่อาจนิ่งสงบยามนึกคิดถึงสามของข้า สามของข้า เจ้าอยู่ไหน

"ข้าคิดถึงท่าน นากิม" มือเรียวลูบไล้ข้างแก้มวนเวียนก่อนหยุดนิ่งลงบนริมฝีปากอุ่น

"ปล่อย" ร่างหนุ่มหายวับก่อนปรากฏขึ้นใหม่ในระยะห่างไกลพอสมควร

"เย็นชายิ่งนากิม ทักทายเพื่อนเก่าสักนิดไม่ได้รึ" ตัดพ้อต่อว่าหากแววตากลับไม่เป็นเช่นนั้น ความสนุกฉายชัดบนเม็ดกลมเหลืองอัมพัน วัดได้จากการทักทายสหายเก่าด้วยการซัดพลังกระแทกร่างเนื้อออกนอกตึกไปเมื่อครู่

"เจ้าคือสาม" คำถามวัดใจ อสูรหนุ่มยอมเสี่ยงเอ่ยถามออกไป พร้อมรอรับคำตอบด้วยใจเต้นระทึก

"นางกับข้าหาใช่สิ่งเดียวกันไม่"

"..." คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มแสยะบนริมฝีปากอสูรหนุ่มขึ้นวูบหนึ่ง

"เด็กโง่หลงเข้าไปในป่าแห่งความมืด กัดกินผลราตรีอย่างไม่อาจรู้ถึงพิษร้ายของมัน"ความมืดทอดยาวเข้าครอบครองทุกอณูของพื้นป่ากว้างสุดไพศาล ดวงจันทร์สีเหลืองสดโผล่พ้นจากหมู่เมฆเพียงเศษเสี้ยวแหว่งเว้า เงาจากดวงจันทร์ทอดยาวหยิบยื่นความทรมานให้กับร่างน้อยบนพื้นดิน พิษจากผลไม้ผสมผสานเข้ากับแสงจันทร์ยิ่งทำให้ผิวของเด็กน้อยแสบร้อนทุรนราย เสียงกรีดร้องดังก้องป่าปลุกทุกสรรพชีวิตตื่นขึ้นรับความสุขสมเพราะการมองเหยื่อดิ้นรนทรมานนับเป็นความสุขชั้นยอดของเหล่าอมนุษย์

"เด็กน้อย ข้าจะช่วยเจ้า" ร่างในชุดขาวสกาวท่องมนต์ขับไล่พิษร้ายรักษาให้ด้วยความเอื้ออารี แววตาอ่อนหวานสีน้ำผึ้งมองสบตามอบไออุ่นแทนถ้อยคำปลอมประโลม

"ขอบคุณค่ะ พี่สาวคนสวย" ถ้อยคำขอบคุณแสนแหบแห้งเปล่งออกมาจากริมฝีปากแตกระแห้งแถมลำคอยังแห้งเหือด ด้วยกรีดร้องทรมานมาเป็นเวลานานทำให้ลำคอค่อนข้างแดงและเสียงยังไม่ค่อยจะมี

"รู้รึไม่ ไม่มีสิ่งใด ได้มาโดยง่าย" ยิ้มเลือดเย็นปรากฏขึ้นทันตา

"พี่หนึ่งจ๋า แม่จ๋า ฮือๆ ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย กรี๊ด!!!" เล็บแหลมยาวราวใบมีดกางกรีดลงบนท้องแขนของเด็กน้อย สร้างรอยแผลลึกราวนิ้วครึ่งเพื่อเรียกเลือดแดงสาดกระเซ็นพร้อมเสียงกรีดร้องของเด็กมนุษย์ขึ้นอีกครา

"กรี๊ด!!! กรี๊ด!!! ฮือๆ สามกลัว อย่าทำหนู ฮือๆ" ความทรมานเพิ่งจางหายไม่นานกลับถูกทำร้ายซ้ำอีกครั้ง เรียกหยาดหยดน้ำตาทะลักไหลอย่างไม่มีหยุด ยิ่งถูกกรีดบริเวณเส้นเลือดใหญ่จนลึก ยิ่งทำให้เลือดในร่างยิ่งไหลทะลัก ทุกหยาดหยดไหลรวมหมุนเวียนเป็นวงกลมล้อมรอบร่างเล็กของเหยื่อตัวน้อย ฉาบย้อมอาบพื้นหญ้าดูน่าสยดสยอง เจ้าตัวน้อยเสียเลือดไปมากเกินกำลังทำให้ล้มลงหมดสติไปที่สุด

"บัดนี้" เล็บยาวจรดกรีดบนท้องแขนของตน เรียกเลือดดำสนิทหยดลงทาบทับบนเลือดแดงสดของเด็กมนุษย์ สายเลือดสองสายไหลเวียนบรรจบกันก่อนแห้งเหือดลับหายลงใต้พื้นดินเป็นเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อเสริมกำลังให้กับอาคม

"ข้ากับเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน" กลุ่มแสงสีขาวสว่างพุ่งจู่โจมสอดแทรกหลอมรวมเป็นร่างเดียวกับร่างของเด็กมนุษย์ บรรยากาศรอบกายสงบเงียบหลงเหลือเพียงเสียงกระซิบของปีศาจร้ายภายใต้จิตใต้สำนักเพื่อกล่อมล้อให้เจ้าของร่างเชื่อฟังและทำตาม

"จงลืมเสีย ลืมให้สิ้น!!!"

"ข้าหลับเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งนั้น" เสียงเรียบเรื่อยเล่าย้อนถึงเรื่องราวครั้งเก่าให้สหายหนุ่มฟังพร้อมรอยยิ้มติดมุมปาก

ภายใต้ผ้าคลุมสีมืด ภายในกำมือขวาของอสูรหนุ่มเปล่งแสงสีดำสนิทกลุ่มเล็กๆขนาดประมาณเท่าลูกปิงปอง ชายหนุ่มใช้ความไวจู่โจมเข้าประชิดสหายเก่าก่อนใช้ความเร็วประกบลำแสงสีดำมืดลงบนหน้าผากของภูตสาว

"กรี๊ดๆๆๆ นากิม ท่าน!!!" แม้จะโกรธแค้นแต่กลับไม่อาจโต้กลับคืนได้ เพราะสติสัมปชัญญะขาดหายตัดฉับในทันที อสูรสาวถูกผลักลงหลุมแห่งห้วงจิตหลับสนิทจมลึกไปอีกครา

ยามเมื่อถูกเปลี่ยนนายเป็นดวงจิตอีกดวงจนครบสมบูรณ์ ร่างเนื้อในอ้อมแขนจึงเริ่มเปลี่ยนสภาพ จากร่างสาวสวยสดกลายเป็นร่างเนื้อของเด็กมนุษย์คนเดิม ซึ่งยามนี้เปลือกตาของสาวเจ้ากำลังปิดสนิทราวกับหลงวนอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุข

อสูรหนุ่มอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก เฝ้าหอมกลุ่มผมหอมด้วยความโล่งใจ ก่อนอุ้มร่างอุ่นพาขึ้นเตียง ทั้งลากผ้าห่มคลุมทับห่มให้ พร้อมกับเปิดพัดลมตัวใหญ่กำลังแรงที่สาวเจ้าชอบเปิดในยามตะวันสาดแสงแทนการใช้แอร์คอนดิชั่น ด้วยยังจำได้ดีกับคำพูดที่สาวเจ้าชอบบ่น "ตอนเช้าเปิดพัดลมเถอะ เปิดแอร์บ่อยๆเปลืองไฟจะตายไป นายต้องรู้จักประหยัดทรัพยากรบ้างนะ"

"เจ้าตัวงก" มองตรวจตราจนพอใจจึงผละกายออกจากร่างน้อยบนเตียงนุ่ม

“ฝันดีครับ เด็กดื้อ” ผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มอมดำลับหายพร้อมๆกับร่างเนื้อของอสูรตัวร้าย ห้องกว้างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครา

แสงสว่างสาดแสงทอดอ่อนเข้ามาทางบานหน้าต่างบานกว้าง บ่งบอกถึงอรุณรุ่ง ทำให้เปลือกตาสีเนื้อค่อยๆขยับเปิดขึ้นรับเช้าวันใหม่ เหลียวมองรอบกายไม่พบแม้เงาใคร เห็นแค่พัดลมตัวใหญ่ที่เปิดหมุนจ่อมาทางตัวเอง

เด็กสาวรีบจัดการขัดถูฉวีวรรณ ทั้งรีบรวบของจำเป็นใส่กระเป๋าเป้ใบย่อม หยิบเพียงของใช้ส่วนตัวกับเสื้อผ้าอีกสองสามชุดและทิ้งข้าวของส่วนหนึ่งเอาไว้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต หวังว่าคงพอทอดเวลากันความสงสัยได้ระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่ผู้คุมจะรู้ตัว

แม้เมื่อวานจะแอบหวั่นไหวหลงเพลินไปกับเขาแต่เพราะการกระทำสุดอำมหิตของเขาทำให้ต้องหันกลับมาคิดอีกครั้ง เขาทำร้ายพี่น้องของเรา ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลา ทั้งโหดเหี้ยม ทั้งอันตราย เขาเป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์ เราสองไม่อาจครองคู่ หนทางเป็นมิตรย่อมเหลือเพียงสูญ

ยามเช้ารถรับจ้างค่อนข้างบางตา ดีสุดได้เพียงมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เด็กสาวเปิดปากบอกทางให้กับพี่วินประจำซอย ซึ่งปลายทางเป็นแถบย่านชุมชนที่แอบส่องหาในคอมพิวเตอร์บ้างในมือถือบ้างมาพักใหญ่ เพราะการหนีออกมาใช่ว่าเพิ่งจะเริ่มคิดแต่คิดมานาน ทั้งแอบเตรียมการอย่างลับๆมาโดยตลอด

อากาศยามเช้าทำให้ใจแสนเหนื่อยล้าค่อยๆผ่อนคลาย สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าเรียกความสดชื่น เรียกรอยยิ้มแต้มดวงหน้าบ่งบอกถึงความสุขอยู่เพียงครู่ก่อนจะเลือนลับหายยามคิดถึงสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่

สองวัน เหลืออีกสองวันตามคำยื่นข้อเสนอของปีศาจร้าย ไม่ว่าเลือกทางไหนมันมีแต่ทางตัน

หอพักขนาดเล็กเป็นสถานที่หลบภัยชั่วคราวแม้ห้องจะไม่ใหญ่มากนักแต่คงพออยู่ได้สักพัก ส่วนเรื่องของโรงเรียน คงต้องทำเรื่องย้ายออก จะไปเรียนที่ไหนนั้นสุดจะรู้ เดี๋ยวค่อยหาทางออกและปรึกษากับทางบ้านดูอีกที ย้ายมาออกจะบ่อย ย้ายอีกรอบจะเป็นอะไรไป ปัญหาข้างตนดูเป็นเรื่องเล็กๆเมื่อเทียบกับอสูรร้ายตนนั้น เขาจะต้องล่าอีกแน่ เมื่อไหร่ ที่ไหน และ จะขัดขวางได้อย่างไร เด็กสาวยังคิดไม่ออก ด้วยมีแรงเดียว หัวเดียว กระเทียมเดียว มันสมองเดียวทำให้ยากเกินกำลัง

"ข้าช่วยเจ้าได้ เด็กน้อย" เสียงดังก้องตรงเข้าสมองเป็นเสียงหวานละมุนของหญิงสาวนางหนึ่ง

"ใคร ซ่อนอยู่ตรงไหน ออกมา" กวาดสายตามองหาผู้บุกรุกรอบๆห้องกลับพบเพียงความว่างเปล่า

กลุ่มแสงสีขาวสว่างพุ่งกระจายออกมาจากบริเวณเนินอก หน้าท้อง แขนและขา รัศมีขาวสว่างสดใสเปล่งประกายเจิดจ้า ค่อยๆหลอมรวมจนกลายเป็นร่างงามของสตรีนางหนึ่งที่มีใบหน้าหวานเฉี่ยวดูน่าค้นหา

"คุณ อยู่ ใน ตัว ฉัน!!!" ค่อยละล่ำละลักออกมาทีละคำด้วยความตื่นตระหนก จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง ก็ตัวอะไรไม่รู้ออกมาจากตัวเรา

“ผลราตรี” ถ้อยคำหลุดเร้นออกมาจากความทรงจำ เรื่องราวจากอดีตที่เคยถูกเก็บซ่อนถูกทลายกุญแจไปเมื่อครู่ จนทำให้ทุกความทรงจำย้อนกลับมาให้เผชิญ ทุกภาพติดตา ทุกความรู้สึกเจ็บจำเพราะมันสุดแสนทรมาน

"เด็กน้อย ข้ามาดี ครานั้นมีผลตอบแทนแต่ครานี้ข้ารับรอง จะไม่เรียกเก็บจากเจ้าแม้เพียงนิด" ยื่นข้อเสนอน่าสนใจหลอกล่อเหมือนครั้งเก่า

"ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ไปให้พ้น" ยังคงไม่ไว้ใจเพราะการถูกทำร้ายจากครั้งเก่าก่อนทำให้เด็กสาวระแวง รวมถึงไม่มีความเชื่อใจและไว้ใจ

เคร้ง!!! แหวนอาคมบนนิ้วชี้ล่วงหล่นลงพื้น เป็นการจ่ายให้ก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

เด็กสาวมองหน้าอมนุษย์สาวอยู่ครู่หนึ่ง การที่อสูรสาวยอมช่วยคลายมนต์ของนรกเยือกแข็งให้ ทำให้สาวเจ้านิ่งเงียบเพื่อไตร่ตรองและคิดให้หนักว่าจะยอมเสี่ยงยืมมืออสูรร้ายอีกครั้งหรือไม่

"ข้าจะทำให้นากิมไม่มากล้ำกรายเจ้าได้เจ็ดวัน" แถมยังยื่นข้อเสนอที่ต้องการอย่างเป็นที่สุดมาในยามนี้เสียด้วย

"ช่วยฉันทำไม เพื่ออะไร"

"ข้าอยากเล่นสนุก" นากิม ท่านเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหากข้าไม่เอาคืน จงอย่าเรียกข้าว่า ชานี!!!

"ค่ะ ฉันจะยอมเสี่ยงกับคุณ" การซื้อเวลานับเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าทำให้เด็กสาวยอมเสี่ยงยอมเดิมพัน จากสองวันบวกเพิ่มเป็นเจ็ดวัน อย่างน้อยคงจะพอซื้อเวลาได้บ้าง

...........................

แก้คำผิดแล้ว ^^

นา : บทนี้ยากพอดูแต่พี่ลายแกพยายามเต็มที่ครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว