ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 15 เบาๆ re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 15 เบาๆ re

แหล่งกบดานแห่งใหม่กลายเป็นที่พักพิงแสนสงบสุข ไม่มีคำบงการ ไม่ต้องทนกับแรงกดกัน ไม่ต้องทนนอนราบให้เขาคอยเอาแต่ใจอยู่ตรงระหว่างขา ครั้นยิ่งคิดถึงการกระทำของเจ้าอสูรลามก แก้มสาวยิ่งแดงระเรื่อ

"เจ้าตัวลามก" ไม่รู้ไปอดอยากปากแห้งมาจากไหนทำได้ทำดีและทำมันแทบทุกคืน ถึงจะไม่มีการล่วงล้ำแทรกสอดเข้าไป เพราะกระทำแค่เพียงภายนอกแต่มันก็สุขสมไม่เบาอยู่เหมือนกันเพราะยามอสูรหนุ่มถึงฝั่งฝัน สาวเจ้าเองย่อมถึงฝั่งฝันเช่นกัน

เพศรสที่ไม่เคยรู้จักดันถูกบังคับป้อนให้รู้รส ทำให้เด็กสาวเริ่มปรับตัว เริ่มเรียนรู้ ลองผิดลองถูก ค่อยๆปรับจังหวะจะโคนจนชักจะเริ่มชำนาญ

การตัดสินใจแอบหนีออกมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลัวใจของตนที่กำลังจะหลงเพลิดเพลินไปกับเขา คนนอนลงเตียงคลอเคลียอยู่ทุกคืนมีหรือจะไม่หวั่นไหว หากถามเรื่องหน้าตาบอกเลยว่าถูกใจเป็นที่สุด เพราะความหล่อลากของชายหนุ่มย่อมไม่เป็นสองรองใคร แต่หากถามถึงนิสัยคงติดลบจนไม่คิดอยากให้คะแนน

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งเป็นการทำเพื่อพี่น้องเผ่าพันธุ์ ประกอบกับระยะเวลาของเส้นตายเหลืออีกเพียงเจ็ดวัน จึงจำต้องใช้ให้คุ้มที่สุด

"ทำยังไงดี ทางไหนพวกเราถึงจะรอด พี่หนึ่งจ๋า ช่วยน้องด้วย" เพราะติดพี่ชายเป็นทุนเดิม อีกทั้งเวลามีปัญหาใดๆ มักไม่ต้องแก้ไขเอง ใช้พี่ชายนั่นแหละเหมาะ ทำให้ในยามนี้ใจสาวจึงเริ่มนึกถึงที่พึ่งคนเดิม

ติ๊ด!!! เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นตัดความเงียบทำให้ความคิดหยุดชะงักไปพักหนึ่ง ถึงจะเป็นหอพักขนาดเล็กแต่ระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างปลอดภัยพอสมควร ถึงกระนั้นเด็กสาวกลับยังรู้สึกหวาดระแวง ทั้งยังเบาใจไม่ค่อยจะลง เพราะรู้เป็นอย่างดีเชียวว่า ไม่ว่าระบบความปลอดภัยจะรัดกุมเพียงใดย่อมไม่มีผลกับเขา

"มาส่งพิซซ่าครับผม”

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" เด็กสาวจ่ายเงินค่าอาหารให้กับพนักงานพร้อมยิ้มขอบคุณไปหนึ่งที

สองมืออุ้มกล่องพิซซ่าเข้าอกและวางมื้อเย็นลงตรงกลางพื้นห้อง พลางเริ่มฉีกฝากล่องด้วยความหิว พิซซ่าถาดเล็กหน้าฮาวายเอียนเป็นอาหารยามเย็นที่เลือกประทังชีวิต เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องดังนั้นเด็กสาวจึงเลือกหนทางกินให้อิ่มก่อนแล้วค่อยคิดหาทางออกต่อ

เมื่อพิซซ่าชิ้นที่สองหมดปากทำให้เริ่มอิ่มตื้อๆ ความคิดจึงแล่นย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้า เหตุใดเราถึงนอนอยู่บนเตียง ย้อนแค่เมื่อเช้ายังไม่เพียงพอ ความคิดจึงเริ่มย้อนถัดไปอีกหน่อยซึ่งเป็นช่วงกลางดึกของคืนวาน สิ่งที่พอจะจำได้มีอยู่เพียงว่า ตนกำลังเผลอใจให้กับปีศาจร้าย ใจเต้นระรัวจากคำพูดของเขาก่อนค่อยๆสงบลงพร้อมความรู้สึกหน่วงในอก ด้วยรู้ดีว่าเราสองไม่อาจครองคู่ ถึงจะฝืนอยู่ด้วยกัน ก็คงไม่รอด

ภาพสุดท้ายที่ติดแน่นในความทรงจำเป็นดวงตาสีเขียวสว่างทอดมองลงมาและน้ำเสียงนุ่มๆที่ติดอยู่ในหู ‘สาม แลบลิ้นออกมานิดนึง ใช่ แบบนั้น’ ตามมาด้วยสัมผัสบนริมฝีปากที่ถูกบดขยี้อย่างไม่มีผ่อนปรน

“ปีศาจเจ้าชู้ จูบต้องทำกับคนรัก เจ้าตัวมักมาก” พยายามเค้นความจำส่วนที่เหลือขึ้นมาอีกครั้ง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ความทรงจำบางส่วนหายไปที่ใดและตนสลบไปได้ยังไง ยิ่งคิดเท่าไรยิ่งหาไม่เจอ

"เด็กไม่ดีต้องตีให้ตาย" สายลมยามค่ำคืนพัดพาความหนาวเย็นเข้าคลอเคลียบนผิวกายและพัดพากระแสเสียงของใครบางคนเข้าหูมาด้วย

รอยยิ้มของสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยากเจอที่สุด ยิ้มแสยะอยู่ตรงหน้าพร้อมสายตาวาบวับเอาเรื่องเปล่งประกายเจิดจรัส อสูรร้ายปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ พร้อมๆสัมผัสจากไอหมอกเย็นยะเยือกเข้าจู่โจมโอบรัดร่างน้อยทุกทิศทุกทาง เรียกขนทุกเส้นลุกขึ้นยืนสแตนอัพ

"..." นางหลอกเรา ไหนว่าจะหนีได้เจ็ดวัน ไม่ทันไร ทำไมถึงตามมาเร็วนัก

"ไม่เอาหมอก มันหนาว" เด็กสาวเริ่มประท้วงเพราะหนาวหนักจนชักทนไม่ไหว ก็เล่นแผ่ไอหมอกปกคลุมไปทั่วห้อง ใครมันจะทนไหว

"หนีมาทำไม" ยอมปลดหมอกทิ้งให้ตามคำขอ ทั้งที่ใจอยากจะใช้เวทย์แช่แข็ง แช่เจ้าตัวดื้อด้วยหมอกดูสักที แช่นานๆจนกลายสภาพเป็นน้ำแข็งก้อนยักษ์สักก้อน ดูท่าจะเหมาะ เหมาะกับพฤติกรรมปีกกล้าขาแข็งหอบข้าวของหนีหน้า ทั้งที่สัญญาเอาไว้แล้วอย่างดิบดี

อสูรหนุ่มยอมตามใจลดหมอกลงเพราะแค่แช่ด้วยหมอก ตรองดูแล้วยังไม่สาแก่ใจ เด็กสับปรับจะต้องเจอดียิ่งกว่านี้

"ฉันทนอยู่ร่วมห้องกับฆาตกรไม่ลง" คำตอบเชือดเฉือนส่งกลับมาทันควัน

"ทนหรือสาม เจ้าใช้คำว่าทน” สายตาตัดพ้อต่อว่าส่งกลับมาด้วยความน้อยใจวูบหนึ่งก่อนเปลี่ยนเป็นกร้าวกระด้างในพริบตา

"นายฆ่าคนนากิม นายฆ่าพวกพ้องของฉัน นายมันเลือดเย็น"

"ทางเลือกของนายฉันไม่เอา ฉันขอสู้ตาย" พุ่งชนกำแพงเป็นหนทางที่เด็กสาวเลือกตัดสินใจก็เมื่อครู่นี้เอง

"ฮึ อวดดี เก่งนัก ดี!!!" คำหลังเสียงกร้าวดุดันข่มขู่ แววตาสีมรกตลุกวาวทุกย่างก้าวคุกคาม ทุกความรู้สึกกดดัน

ร่างชุดคลุมสีมืดค่อยๆก้าวเท้าเข้าใกล้เหยื่อตัวน้อยทีละก้าว หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว สี่ก้าว ห้าก้าว และ หมับ!!! ยามสบประสานสายตากับมรกตลุกเรืองรองทำให้เด็กสาวสะท้านทั้งอกเพราะมันทั้งรุนแรง ทั้งเยียบเย็นราวกับว่าจะฉีกกระชากร่างตนเป็นชิ้นๆ

“ปล่อย มันเจ็บนะ” แรงบีบเค้นบนต้นแขนยิ่งทับถมสร้างความเจ็บปวดพร้อมรอยช้ำบนผิวขาวๆ ทำให้สาวเจ้าร้องประท้วง

ห้องเดิมนรกขุมเดิมแต่แท่นสังเวยกลายเป็นเตียงทางฝั่งของอสูรหนุ่ม ส่วนเตียงทางด้านของสาวเจ้า ยามนี้ควรเรียกมันว่าซีกไม้ถึงจะถูก เพราะมันแตกกระจายเป็นชิ้นๆ จนหาทางประกอบไม่เจอ

"ปล่อยฉัน ปล่อยๆๆ" ร่างสาวถูกทาบทับจากร่างหนุ่มที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนพุงนุ่มนิ่มซึ่งมีไขมันเหลวเบาๆแบบกรุบกริบ

"กอด จูบ นอนกัน ทำรัก มันต้องทำกับคนรัก"

"ไม่ใช่แจกสาธารณะมั่วดะแบบนาย ปล่อย!!!" แม้จะรู้สึกหวาดกลัวอสูรตรงหน้าสักเพียงใด แต่ความรู้สึกที่โดนบีบบังคับทำให้สุดจะทนแล้ว

"ไปให้พ้น ฉันเกลียดแก อย่ามาแตะ ออกไป" พยายามทั้งดิ้นทั้งสะบัดหนีด้วยแรงกายที่สู้ตายสุดชีวิต

"คนเขาไม่อยากอยู่ด้วย หน้ายังไม่อยากจะเห็น ตามมาทำไม ฉันเกลียดนาย เกลียด!!!" เสียงโวยวายดังเป็นพักๆเพราะการโต้กลับทำได้เพียงเท่านั้น ด้วยสองแขนถูกเชือกไร้รูปร่างลากไปมัดอยู่ทางด้านหัวเตียง

"หุบปาก" เสียงตวาดดังลั่นก่อนเสียงสาวจะถูกกักเก็บด้วยเวทย์อาคม ไม่ว่าจะกรีดร้องเพียงใดกลับได้มาเพียงความเงียบ!!!

“สามวันที่ข้าให้โอกาส เจ้าคิดว่าทุกคำของข้าเป็นเรื่องล้อเล่น” ยิ่งคิดยิ่งโมโหเพราะความนึกคิดของเหยื่อกระแทกให้อสูรหนุ่มรับรู้ว่าทั้งรังเกลียด ทั้งชิงชัง ทั้งอาฆาตอยากเอาคืน สองแก้มจึงถูกกุมบีบเค้นเชิดขึ้นสูงก่อนกระแทกจูบไม่ปรานีลงบนริมฝีปากช่างฉอดๆ

"ไม่ อย่านะ ไม่เอา" แคว่ก!!!เสื้อยืดถูกฉีกกระชากขาดดังแคว่กจนบราลูกไม้สีครีมพร้อมก้อนเนื้ออวบอัดสองก้อนโผล่พ้นออกมา อนิจจาคำห้ามที่ตะโกนออกมาก็ยังอยู่ในอาคมแห่งความเงียบ

"ลองนอนกับข้า ฆาตกรที่เจ้าทั้งรังเกียจทั้งขยะแขยงดูสักน้ำแล้วกัน"

"ไม่!!!" เสียงร้องหวาดกลัวไร้เสียง กรีดร้องลั่น

มือขวากำรอบลำคอพลิกเปิดเชิดหน้าและประกบลิ้นร้อนลงแนบคลุกเคล้า สัมผัสเย็นเฉียบภายในร่างถูกรีดเร้นสร้างความรู้สึกมวนท้องให้กับเด็กสาว กระแสของเหลวเย็นๆที่ไหลขึ้นมาจากกลางท้องขึ้นสู่ลำคอกำลังถูกดูดเข้าปากของอสูรหนุ่ม เขาทำอะไรและอะไรอยู่ในตัวเรา

“ดูเร็กซ์” หลังปากต่อปากสอดประสานกันจนสาแก่ใจของอสูรหนุ่ม ถ้อยคำที่ตามหลังมาทำให้สาวเจ้าตื่นตระหนกและสิ่งที่ปรากฏขึ้นในกำมือของชายหนุ่มคือถุงยางเป็นแผงๆราวโหลครึ่ง ราวกับเป็นสัญญาณเตือนของจำนวนรอบในค่ำคืนนี้ได้เป็นอย่างดี

“นากิม อย่าทำฉันเลย อย่านะ” สองมือประนมกุมเส้นเชือกพร้อมน้ำเสียงไร้เสียงขอร้องอ้อนวอนขอ เป็นเพียงทางออกเดียวที่คิดออก เซ็กส์ต้องทำกับคนรักไม่ใช่กับใครที่ไหนก็ได้

"พลังของเจ้าหวานดีสาม เมื่อเจ้าไม่มีมัน ข้าไม่จำเป็นต้องรอ" กลับได้เพียงรอยยิ้มเย็นเยียบและสายตาของนักล่าส่งกลับคืนมาให้

"พลังอะไร ฉันไม่มีพลัง" คำพูดของเขาทำให้เด็กสาวฉงน พลังอะไร เวทย์สักบทยังเรียกไม่ได้แล้วตนจะมีพลังได้ยังไง

"ข้าจะไม่รอ ไม่มีข้อเสนออีกต่อไป นักเวทย์ทุกสำนักจะต้องดับสิ้นก่อนจันทร์เต็มดวง" ถ้อยคำประกาศกร้าวบ่งบอกถึงหายนะที่กำลังใกล้เข้ามา

แคว่ก!!! เสียงฉีกกระชากอุปกรณ์ป้องกันเรียกหยาดน้ำตาไหลปริ่มด้วยอดสูเพราะต่อต้าน สู้เขาไม่ได้สักทาง สายตาสาววอนขอความเห็นใจส่งให้ไม่เลิกรา แต่ดูท่าคงไร้ผล

“จะเก็บไว้ให้ใคร ชู้ร้านดอกไม้ใช่ไหม ฮะ!!!” ยามคิดถึงร่างนางทอดกายให้ชายอื่นเชยชม ยามนั้นยิ่งเรียกโทสะพุ่งพล่านจนทะลุเพดาน

"กรี๊ด!!!" สวบ!!! สวบ!!! ไม่มีการเตรียมพร้อม ไม่มีการเล้าโลม มังกรร้ายกระแทกลงบนกลีบดอกไม้บาน เรียกเสียงกรีดร้องภายใต้ความเงียบ ใจสาวแสนเจ็บช้ำ ทั้งหวาดกลัว เจ็บช้ำทรมานกับบทรักที่ถือได้ว่าเป็นการข่มขืน ไม่ว่าจะตะโกนฝืนสู้สักเท่าไรกลับได้คืนเป็นการกระทำที่ดูรุนแรงมากขึ้นทุกที แรงกระแทกแต่ละครั้งร่างเบื้องบนคงสุขสมในอารมณ์ส่วนร่างใต้อาณัติสุดเจ็บปวดเจียนตาย แทบขาดใจ

"เจ็บ ฉันเจ็บ โอ๊ย ฮือๆ พอที ฮือๆ" หยาดน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มทั้งเมินหน้าหนีอมนุษย์ที่กำลังกระทำการย่ำยีร่างตน สองข้างพยายามเตะสู้ทำให้โดนโต้กลับเป็นแรงชำแรกแทรกลึกล้ำจนเจ็บสะท้านทั้งอก

“ฮือๆ พี่หนึ่งขา น้องเจ็บ ช่วยด้วย ช่วยน้องด้วย” เสียงเรียกหาที่พึ่งสุดท้ายเต็มไปด้วยความหวัง สรรพนามที่ไม่คุ้นหูทำให้อสูรหนุ่มยิ้มหยัน อย่าหวัง ไม่ว่าผู้ใดย่อมขวางข้าไม่ได้

สองมือกระชากขาเหยื่อออกกว้างทั้งกระแทกสัมผัสร้อนแรงสอดแทรกทำลายความบริสุทธิ์จนแหลกยับ เรียกเลือดแดงสาดกระเซ็นลงบนผ้าปูราวกับเป็นการบูชายันต์

หยาดน้ำตาไหลปริ่มรินรดหมอนทอดมองขึ้นเพดาน หากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงดี ฉันจะไม่ย้ายมาที่โรงเรียนของคุณแม่ จะได้ไม่ต้องเจอกับเขา ไม่ต้องรู้จักเขา ไม่ต้องแอบชอบเขาและในสักวันฉันคงจะได้เจอใครสักคนที่รักฉันและพร้อมเดินไปด้วยกันจนสุดปลายทาง

"หากคนรักที่เจ้าเรียกหา มันโผล่หัวขึ้นมา มันตาย!!!!" คำว่าชอบที่ได้ฟัง ทำให้สัมผัสบนกลีบดอกไม้บางค่อยๆลดแรงลงจนหยุดชะงักไปในที่สุด

"เจ้ายั่วโมโหข้าก่อน" ป๊อก!!! มังกรร้ายเริ่มอ่อนตัว ทั้งค่อยๆถอดถอนออกมาจากกลีบสาวบวมช้ำ

"เจ้าว่าข้า ด่าข้า ไม่ให้ความเคารพข้า หากนับรุ่นข้าย่อมอาวุโสว่าเจ้า" สองเต้าถูกเกาะกุมก่อนริมฝีปากจะลงไปฟอนเฟ้น

"ไม่เคยมีผู้ใดกล้าด่าข้าเช่นเจ้า ข้าไม่เคยถูกด่า ข้าจึงเผลอทำร้ายเจ้า ข้า..."น้ำเสียงแสนงอนรอให้ง้ออสูรหนุ่มเพิ่งรู้จักก็วันนี้และเพิ่งใช้เป็นในวินาทีนี้

"สาม มองข้า" สายตาสาวทอดมองไปไกลริบในทิศทางที่ไม่มีอสูรร้ายกำลังพร่ำบ่นทำให้อสูรหนุ่มเริ่มฉุนอีกรอบ

"สาม!!! เจ้ารู้ตัวมาตลอด เจ้ามีพลังเวทย์ เจ้าหลอกข้า" คำกล่าวหาไม่มีคนเถียงตอบ คนตอบไม่อาจเปิดปากได้สักพยางค์เพราะใจสาวแสนเจ็บช้ำ มันทั้งเจ็บปวด ทั้งทรมานเกินจะทานทน

"ไม่เอา ฮือ เจ็บ ไม่เอาแล้ว" สองข้าถูกแยกอีกรอบเป็นคำขู่แต่สายตาสาวยังคงทอดมองไปทางอื่น แต่ครั้นเพียงสัมผัสถูกสองบ่ากลับได้ยินเสียงกรีดร้องดังลั่น

"ไม่เอา แม่ขา พ่อขา พี่หนึ่งขาน้องเจ็บ ช่วยด้วยช่วยน้องด้วย ไม่เอา ฮือ อย่า อย่าทำฉัน ฉันไหว้ อย่า กรี๊ดๆ" ยามคืนเสียงกลับมาให้ จึงได้ยินเสียงกรีดร้องทรมาน น้ำเสียงแหบแห้งดูร้าวราน ใบหน้าสาวอาบน้ำตา เสียงเรียกหาคนช่วยเหลือดังขึ้นมาเป็นพักๆ สลับกับเสียงกรีดร้องด้วยความความกลัว และภาพนั้นทำให้อสูรหนุ่มชะงักงัน

"อย่า ฉันเจ็บ พอแล้ว กรี๊ดๆ กรี๊ดๆ" ภาพเก่าๆครั้งถูกลากเข้าซอกตึกกับภาพถูกข่มขืนเมื่อหลายนาทีก่อนทับถมจนสาวเจ้ากรีดร้องลั่น

“ไม่เอา อย่าทำหนู เจ็บ ฮือๆ ไม่เอา อย่า” ใบหน้าของเหยื่อสาวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากพร่ำบอกซ้ำๆ

"โธ่ สามครับ ข้าขอโทษ" รวบร่างสาวขึ้นแนบอกพร้อมท่องเวทย์ปลอบประโลมสภาพจิตใจ ทำให้เด็กสาวค่อยๆสงบลง ดวงตากลมโตทอดมองใบหน้าหนุ่มพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ยังคลอคลองอยู่ทั้งสองเบ้าตาเปรียบเหมือนกับถ้อยคำตัดพ้อต่อว่า น้อยอกน้อยใจ คนใจร้าย ขี้รังแก ใจดำอำมหิตทำร้ายกันได้ลงคอ นั่นทำให้อ้อมกอดยิ่งรัดแน่นมากขึ้น และกลุ่มผมหอมถูกดอมดมครั้งแล้วครั้งเล่าประกอบกับถ้อยคำคอยย้ำซ้ำๆอยู่ข้างหู คนดี ข้าขอโทษ

หลังกลับมาจากการประชุมสุดแสนเคร่งเครียดซึ่งเป็นการประชุมพักรบระหว่างมรนาการและชาวเวทย์ ทางฝั่งชาวเวทย์ต้องการให้ฝั่งมรนาการแสดงความรับผิดชอบ แต่ผู้อาวุโสสูงสุดของมรนาการกลับตั้งคำถามกลับไปว่า แล้วทางฝั่งมรนาการเล่า ผู้ใดจะรับผิดชอบ ทำให้เงียบงันไปตามๆกัน

"เราทั้งสองต่างสูญเสียกันทั้งคู่ อย่างนี้ดีไหมเล่า ต่อจากนี้ทางฝั่งมรนาการจะคอยปกป้องชาวเวทย์ คุ้มภัยให้ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดต้องเสียเลือดเสียเนื้อ" การประชุมจึงจบลงเพียงนั้น

การประชุมจบลงแล้วแต่ดูท่าเรื่องของข้ายังไม่จบ เพราะข้าได้คำเตือนจากผู้อาวุโสสูงสุดมาว่า หากข้าทำร้ายชาวเวทย์อีกครั้ง ข้าจะหลุดจากตำแหน่งจ้าวแห่งมรนาการรุ่นต่อไป แล้วไงใครจะแคร์ ขอแค่ข้าทำให้ชาวเวทย์พังพินาศได้ไม่ว่าทางใด ข้ายอมเสี่ยงทั้งนั้น

การประชุมแสนเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นมาทำให้ยิ่งอยากพบหน้าสาวเพื่อขอกำลังใจ นั่งนับเวลา นั่งคอย นั่งรอแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือห้องที่ว่างเปล่า ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิต ทำให้โทสะยิ่งเพิ่มขึ้น

"สาม!!!" ครั้นร่ายอาคมค้นหากลับไม่พบแม้แต่เงาทำให้ดวงตาสีมรกตยิ่งเปล่งประกายกร้าว

"นากิม" เสียงหวานไพเราะคลอเคลียข้างหู เรียกโทสะเดือดในตัวอสูรหนุ่มจนร้อนระอุ หาใช่ร้อนเพราะแรงพิศวาสแต่ร้อนเร้าด้วยโทสะและใกล้จะถึงจุดเดือดเต็มทน

"ออกไป" น้ำเสียงกร้าวกระด้างทำให้ปีศาจสาวรีบผละออกห่าง หายตัววับจากไปในทันที ด้วยสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอแสนอันตราย รู้สึกได้ถึงแรงโทสะร้ายของอสูรหนุ่มที่พุ่งสูงอย่างปิดไม่มิด

โครม!!! กระแสอาฆาตเปี่ยมล้น ดวงตาสีมรกตวาบวับลุกติดไฟและระบายโทสะลงบนเตียงอีกฟากจนขาดกลางตัว ซึ่งเป็นทางฝั่งของสาวเจ้านั่นแลและนั่นทำให้สิ่งหนึ่งที่วางนิ่งอยู่ใต้หมอนล่วงหล่นลงพื้น เคร้ง!!! ยามเห็นแท่งผลึกใสอยู่ในครรลองสายตา อสูรร้ายจึงเริ่มเปิดรอยยิ้มแสยะ

"สาม" รอยยิ้มเปล่งประกายวาวโรจน์ หากปีศาจสาวตนเมื่อครู่ได้มาเห็นอีกรอบคงต้องเผ่นหนีอีกครั้งเป็นแน่

การใช้ผลึกลงอาคมค้นหาเด็กดื้อช่างเป็นเรื่องแสนง่าย เพียงแค่กล่าวนามของสิ่งที่ต้องการตามหา ผลึกใสจึงสะท้อนภาพของเด็กดื้อที่กำลังนั่งซัดพิซซ่าในหอพักกว้าง แถมยังแสดงที่อยู่ขึ้นพร้อมให้อีกเสร็จสรรพ

“สามจ๋า มองตาข้า” น้ำเสียงนุ่มละมุนราวกับไม่ใช่ท่านชายแห่งมรนาการผู้ร้อนรักเมื่อวินาทีก่อนๆ ฝ่ามือร้อนประกบแนบบนเนินเนื้อช่วยเยียวยาอาการบอบช้ำของกลีบดอกไม้บวมช้ำ เรียกกระแสร้อนวาบแดงสดทาบทับสองแก้มสาว ทำให้ใบหน้าของเหยื่อสาวแดงจัด ดูน่าเอ็นดู

“ครั้งนี้จะไม่เจ็บ ข้าจะทำเบาๆ” ท่วงทำนองสวาทอ่อนละมุนถ่ายทอดลงบนร่างน้อยในอ้อมแขน สัมผัสซุกไซร้คลอเคลียแทนคำขอโทษ แรงกอดรัดค่อยๆประคองพาร่างสาวเข้าสู่ห้วงหฤหรรษ์จวบจนย่ำรุ่ง

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว