ปมรักซาตาน

บทที่ 8.1



“เอาสิผมอยากเจอคุณอยู่เหมือนกัน”

เสียงพูดคุยโทรศัพท์ของผู้ที่นั่งหันหลังอยู่ตรงโต๊ะทำงานใหญ่นั้น ทำให้ปลายเท้าหนาของอเล็กซ์หยุดชะงักแล้วคิดสองจิตสองใจว่าจะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ก่อนตัดสินใจหมุนกายกลับไปทางประตู แต่เสียงเข้มๆ ของผู้เป็นนายก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“จะไปไหนน่ะอเล็กซ์”

คนโดนเรียกหันกลับมามองแล้วยิ้มแห้งๆ

“บางทีคุณลูซอาจต้องการความเป็นส่วนตัว” อเล็กซ์บอกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในใจนั้นกำลังหวั่นวิตกและไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้านายคิดจะหาของหวานมากระแทกปากเพราะอยู่ห่างภรรยา

“ฉันคุยกับซิลเวีย ไม่ได้เจอกันนานแล้ว”

“คิดถึงเหรอครับ แต่ผมไม่เห็นด้วย คิดถึงความรู้สึกของคุณพราวเธอบ้างสิครับ ผมรู้ว่าคุณลูซพอใจคุณซิลเวียอยู่มากแต่ในเมื่อคุณลูซแต่งงานไปแล้วก็น่าจะหยุดเรื่องนั้นไว้ก่อน”

อเล็กซ์เอ่ยเตือน ต่อให้ตอนนี้อารมณ์ของเจ้านายจะขึ้นๆ ลงๆ ทว่าการปล่อยให้ลูซิเฟอร์ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดเพียงแค่ความสะใจนั้นมันก็ไม่ใช่การดี อย่างน้อยก็จะได้ไม่มีใครมานั่งเสียใจภายหลัง

ทางด้านลูซิเฟอร์เมื่อได้ฟังในสิ่งที่คนสนิทพูดเสียยาวเหยียดก็กระตุกยิ้มที่มุมปากพลางส่ายศีรษะไปมา ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนกอดอกแล้วยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพราวฟ้าจะมีอิทธิพลกับฉันมากขนาดไหนเชียว” ลูซิเฟอร์ไหวไหล่เบาๆ ขณะทรุดกายลงนั่งตามเดิม

อเล็กซ์กำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่ก็ต้องหันกลับไปมองทางประตูเมื่อมันถูกเปิดเข้ามาโดยไม่มีสัญญาณอะไรให้รู้ พร้อมกับเรือนร่างเพรียวสมส่วนที่เดินเยื้องกายเข้ามาหาผู้เป็นเจ้าของห้อง

“ลูซขา”

เสียงหวานกระชากใจของสาวสวยร่างงาม ที่หุ่นทรงสะบึมจนไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผู้ชายถึงได้คลั่งไคล้นัก ดังแทรกกลบลมปากที่เกือบจะถูกพ่นออกมาของอเล็กซ์ ชายหนุ่มเหลือบมองเจ้าของความงามที่เฉิดฉายจนดูมากเกินแล้วหันไปทำปากเบ้

“งั้นผมขอตัวนะครับ”

คนที่รู้ตัวว่าเป็นส่วนเกินหันกลับไปบอกกับเจ้านายหนุ่มแล้วสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องด้วยความหงุดหงิด ที่ไม่สามาถทำอะไรได้เลยนอกจากปล่อยให้หนุ่มสาวทำอะไรที่มันไม่ถูกไม่ควร

“คิดถึงจังเลยคะลูซ เมื่อไรคุณจะกลับฝรั่งเศสสักทีคะ”

หญิงสาวที่ชื่อซิลเวียก้าวมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานใหญ่ สองมือเท้าไปกับขอบโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อโชว์อกอวบที่ล้นทะลักจนเกือบหลุดออกมากองตรงหน้าของลูซิเฟอร์

“ผมก็กลับมาแล้วนี่ไง” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ ดวงตาจ้องไปยังความงามของเนินเนื้ออวบอิ่มแล้วพลันให้รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“ซิลเวียหมายถึงกลับมาอย่างถาวรโดยไม่ต้องไปที่ประเทศไทยอีกไงคะ”

“ผมต้องไปๆ มาๆ คุณก็รู้ว่าคุณยายของผมอยู่ที่ประเทศไทย” ลูซิเฟอร์ให้เหตุผล

“ไม่พาท่านมาอยู่ด้วยล่ะคะ” เธอยังเสนอความคิดเห็นพร้อมกับช้อนตามองชายหนุ่มอย่างเชิญชวน

“ท่านไม่มา ท่านไม่ชอบอยู่ต่างบ้านต่างเมือง” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบเรื่อย ไม่คิดอะไรกับท่าทียั่วยวนของอีกฝ่ายบวกกับน้ำเสียงเซ็กซี่ยั่วใจนั้น

“งั้นช่างเถอะค่ะ รู้ไหมว่าซิลเวียคิดถึงคุณมากแค่ไหน”

ซิลเวียกรีดปลายนิ้วไปตามความยาวของขอบโต๊ะขณะนำพาร่างสะโอดสะองของตัวเองอ้อมผ่านไปใกล้เก้าอี้ที่ลูซิเฟอร์นั่งอยู่ ก่อนจะถลาลงไปนั่งบนตักแกร่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับยกแขนคล้องลำคอของชายหนุ่มไว้แน่น

“ซิลเวีย!” ลูซิเฟอร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติราวกับนั่งทับของร้อน มือหนาผลักร่างบางออกห่างทันทีที่ตั้งหลักได้

“คุณเป็นอะไรคะลูซ”

คนที่เคยยั่วยวนจนสำเร็จทุกครั้งถึงกับงุนงงอย่างไม่เข้าใจ หญิงสาวถูกดันให้ห่างจากร่างหนาซึ่งตามปกติเขาต้องโอบกอดเธอแนบแน่นแล้วทำอย่างอื่นต่อ หากวันนี้ลูซิเฟอร์กลับมีสีหน้าแตกตื่นเหมือนเจอเรื่องสยองขวัญสั่นประสาท

“เปล่าๆ เราไปทานข้าวกันเถอะ”

ลูซิเฟอร์รีบตัดบทแล้วคว้าข้อมือเล็กให้เดินตามออกไปจากห้อง ขณะเดียวกันก็เริ่มแปลกใจตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ แค่จะกอดผู้หญิงที่เคยควงยังรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก แล้วนับประสาอะไรที่จะให้ซิลเวียเข้ามาแนบชิดเหมือนอย่างใครบางคนที่ห่างมาเพียงแค่สามสี่วัน สุดท้ายเขาก็เข้าใจดีว่าเหตุผลใดถึงไม่อาจทำอย่างที่คิดจะทำได้ หนำซ้ำใบหน้าหวานๆ ของภรรยายังแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสมอง หัวใจ แม้กระทั่งดวงตาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าเธอ

และคราวนี้ลูซิเฟอร์ไม่ปฏิเสธอีกต่อไปแล้วว่าคิดถึงพราวฟ้า และคิดถึงมากราวกับคนที่กำลังจะลงแดงตายเพราะขาดสิ่งที่หล่อเลี้ยงร่างกายอย่างไรอย่างนั้น แล้วไม่ว่าซิลเวียจะพยายามใช้เสน่ห์ของตัวเองแค่ไหนก็ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากลูซิเฟอร์ได้

ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างนุ่มนวลและตัดสินใจยุติทุกอย่างแต่ไม่บอกเหตุผลที่แท้จริง สร้างความไม่พอใจให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมากหากก็ต้องรับปากไปอย่างไม่มีทางเลือก เพราะพันธะสัญญาระหว่างเธอกับเขามันก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวใช่ถาวร

***************

หลายวันมานี้เด็กชายพีรวิทย์ดูเหงาหงอยไปจนพราวฟ้านึกแปลกใจ ปกติลูกชายจอมแสบแสนพูดเก่งของเธอจะไม่เงียบเป็นเด็กป่วยแบบนี้ แม้ว่าคุณทวดพิมพรจะมาเที่ยวหา หนุ่มน้อยของบ้านก็ยังไม่ร่าเริงหรือแสดงอาการดีใจแต่อย่างใด

“ดูเงียบไปนะ ไม่สบายหรือเปล่าหนูพราว ยายชวนคุยก็ถามคำตอบคำ ชวนไปเล่นของเล่นก็ส่ายหัวไม่เอาอะไรเลย” คุณนวลจันทร์หันไปพยักพเยิดกับคุณพิมพร

“ลองไปถามสิหนูพราวว่าลูกเป็นอะไร ย่าก็ว่าแปลกนะ” คุณพิมพรเสนอแนวทางให้บ้าง เพราะตั้งแต่มาถึงเมื่อวานจนวันนี้ เหลนตัวน้อยที่จะคอยมาถามโน้นซักนี่กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

พราวฟ้าเองก็เห็นด้วยกับผู้อาวุโสทั้งสอง จึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ ลูกรักที่ในมือกำโทรศัพท์มือถือของเธอไว้แน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่นพลางเอียงคอมองสีหน้าท่าทางของเจ้าตัวเล็กอย่างพิจารณา แวบหนึ่งเธอคิดถึงใครบางคนขึ้นมา และนั่นทำให้ใบหน้าของคนเป็นแม่ปรากฏชัดถึงริ้วรอยความเครียด

“พอร์ชหนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ไม่สบายหรือเปล่าครับ”

“พอร์ชคิดถึงแด็ดดี้”

คำตอบของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหันไปสบตากันแล้วถึงกับพูดไม่ออก ยิ่งกับพราวฟ้านั้นเธออยากจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือความผูกพันที่เกี่ยวรัดหัวใจของลูกชายเธอไว้กับลูซิเฟอร์

“คุณลุง...เอ่อ...แด็ดดี้ไปทำงานนะลูก เดี๋ยวถ้าแด็ดดี้ทำงานเสร็จแล้วแด็ดดี้ก็จะรีบกลับมาหาพอร์ชนะครับ ไม่แน่อาจซื้อของเล่นมาฝากมากมายเลยนะลูก แต่ว่าตอนนี้พอร์ชไปทานข้าวก่อนดีไหมครับ” คนเป็นแม่พยายามหลอกล่อพร้อมกับชักจูงให้ลูกเชื่อ

“แล้วนานไหมครับกว่าแด็ดดี้จะกลับมา แด็ดดี้หายไปตั้งหลายวันแล้ว”

เด็กน้อยยังคงถามหาไม่หยุด ร่างเล็กลุกขึ้นมากอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่น มืออวบป้อมที่ไม่มีโทรศัพท์อยู่เกี่ยวลำคอระหงไว้พร้อมกับเอนใบหน้าเล็กๆ ซุกไปกับกลุ่มผมนุ่ม

“อาทิตย์เดียวเองลูก” คนเป็นแม่บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ

“ถ้าคิดถึงแด็ดดี้ งั้นมาให้แด็ดดี้กอดหน่อยดีไหมครับ”

เสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นส่งผลให้บุคคลทั้งสี่หันไปมองด้วยความตื่นตะลึง แต่ใครเล่าจะดีอกดีใจเท่ากับคนที่เฝ้าเพียรถามหา ร่างเล็กป้อมที่ถูกผู้เป็นแม่กอดไว้นั้นดิ้นยุกยิกจนพราวฟ้าต้องปล่อยมือออก แล้วเจ้าของร่างจ้อยก็วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมแขนของแด็ดดี้สุดหล่อด้วยความรวดเร็ว

“แด็ดดี้” ร้องเรียกด้วยความดีใจพร้อมกับยิ้มหวานจนตาหยี ขณะที่ลูซิเฟอร์เอียงหน้าหอมแก้มยุ้ยนั้นไปหนักๆ ทั้งสองข้าง

“มาได้เวลาพอดีเลยนะลูซ ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะผอมโซเพราะตรอมใจ” คุณนวลจันทร์เดินเข้าไปสมทบพร้อมกับคุณพิมพร

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เจอกันไม่กี่วันติดแง็กจนแงะไม่ออก ท่าจะติดพ่อลูซมากนะ”

ลูซิเฟอร์ยิ้มรับพร้อมกับยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยถนัดนักเมื่อสองแขนของเขากำลังโอบอุ้มร่างเล็กอยู่

“วันหลังหนูต้องทานข้าวรู้ไหมลูก ถ้าแด็ดดี้ไปทำงานสักเดือนนึง พอร์ชไม่เหลือแต่กระดูกเหรอกครับ พอร์ชต้องเข้าใจนะว่าแด็ดดี้ต้องทำงาน ส่วนพอร์ชก็มีหน้าที่เป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ ต้องเข้มแข็งเพื่อจะได้ดูแลแม่พราว ดูแลคุณทวดทั้งสอง แล้วก็ดูแลน้องอีกหลายๆ คนไงครับ”

ท้ายประโยค ชายหนุ่มจงใจมองไปทางภรรยาคนสวยที่เป็นต้นเหตุให้งานของเขาไม่ราบรื่นเสียทีจนกินเวลาไปนานนับสัปดาห์ เพราะมัวแต่คิดถึงร่างนุ่มๆ หอมๆ อยู่ตลอดเวลา

“น้อง! พอร์ชอยากมีน้องครับ น้องอยู่ไหนครับ”

คำถามแสนซื่อของเด็กน้อยแต่ส่งผลต่อใบหน้านวลเนียนของพราวฟ้าที่แดงปลั่งขึ้นมาทันตา ส่วนลูซิเฟอร์นั้นหัวเราะหึๆ อยู่ในลำคอด้วยความชอบใจ

“ความจริงก็น่าจะเป็นแบบนั้นแหละ ลองมีอาการขี้เหงาแบบนี้ สงสัยต้องหาน้องให้มาเป็นเพื่อน” คุณนวลจันทร์พยักหน้าส่งยิ้มให้กับหลานชายตัวดี

ลูซิเฟอร์อมยิ้มแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กไปหาคนเป็นแม่ เขาวางร่างบุตรชายของภรรยาลงยืนที่พื้น ขณะที่ตัวเองนั้นทรุดกายนั่งทับส้นเท้า ทำเอาพราวฟ้าถึงกับงุนงงจนทำอะไรไม่ถูก แต่พอมือใหญ่จับมือเล็กของบุตรชายมาวางแนบที่หน้าท้อง หัวใจของเธอก็เต้นรัวอย่างบังคับไม่ได้ หยาดน้ำอุ่นๆ ไหลคลอมาที่หน่วยตาทั้งสองข้างด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“ต่อไปน้องจะอยู่ในนี้ครับลูก”

********************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

ราคา 179 บาทค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดค่ะ


รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว