ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 16 ค่ายมรนาการ re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 16 ค่ายมรนาการ re

"ออกมา" กลุ่มแสงสีขาวสว่างโพยพุ่งออกมาจากทางหน้าอกของเด็กสาวที่กำลังหลับตาพริ้มนอนนิ่งบนก้อนหมอนขาวจั๊วะ กลุ่มละอองอณูบางเบาค่อยๆก่อตัวทีละนิดทีละหน่อยจนกลายร่างเป็นรูปลักษณ์ของภูติสาวนางหนึ่งที่มีใบหน้าสวยเฉี่ยวดูน่าค้นหา

"ปลุกข้าขึ้นมาทำไม" สายตาอสูรสาวมีเพียงความเรียบเย็นพุ่งเข้าใส่เพราะยังเคืองไม่หายกับการกระทำที่ไม่ไว้หน้ากันเมื่อหลายวันก่อน

“รู้รึไม่ นางชังเจ้ายิ่งนัก นางทั้งเกลียดเจ้า ขยะแขยงเจ้า” รอยยิ้มหวานหยดยามเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือน

"สมน้ำหน้า" จิตของนางภูติอยู่ในร่างของเหยื่อสาวมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้สามารถรับรู้ทุกอารมณ์ รูปรสกลิ่นเสียงผ่านทางกระแสอารมณ์ นางจึงรับรู้ทุกความรู้สึกของเด็กสาวว่าทั้งรักทั้งเกลียดท่านชายแห่งมรนาการมากเพียงใด

"..." ไม่มีถ้อยคำตีโต้สวนกลับไป ทว่าดวงตาสีมรกตลุกวาบขึ้นวูบหนึ่ง

"เจ้าหลอกใช้นาง ย่ำยีนาง" ท่านชายแห่งมรนาการหลอกใช้เด็กสาวเพื่อแย่งพลังแสนสูงค่ามาเป็นของตน ทั้งยังเรียกเก็บดอกเบี้ยด้วยการหลอกให้รัก หลอกให้หลง อนิจจา เด็กสาวผู้น่าสงสารคงเป็นได้แค่ทาสสนองอารมณ์ดิบ

"นางชิงชังเจ้า" ถึงแม้จะมีความรู้สึกด้านอื่นปะปนอยู่ด้วย แต่ภูติสาวไม่ยอมหลุดปากบอกออกไปหรอก เพราะนี่คือผลตอบแทนของการไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของเจ้าเด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ซึ่งการถูกเรียกว่าเด็กน้อยเป็นเพราะตามศักดิ์อายุของชนมรนาการ นางภูติมีศักดิ์สูงกว่าอสูรหนุ่มอยู่หลายรุ่น

"ร่างเนื้อ ยังจะเอาไว้หรือไม่" คำพูดชวนคุยบอกความหมายให้ภูติรุ่นอาวุโสต้องเลือก

"ไม่" ผายมือเชื้อเชิญอนุญาต ทั้งยังไร้ความสนใจต่อสัมภาระที่ตนแอบสิงสู่หลบหนีคดีอยู่หลายร้อยปี

ฝ่ายคนถูกตัดสินชีวิตดันไม่มีโอกาสส่งเสียงร้องวอนขอสักแอะ เพราะกำลังหมดสตินอนนิ่งอยู่บนก้อนหมอน อีกทั้งยังไร้สติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิงและกำลังหลงวนอยู่ในห้วงฝันอันแสนสุขตามคำเวทย์ที่อสูรหนุ่มร่ายกำกับไว้

"ท่านกับนางหาใช่สิ่งเดียวกัน นับแต่บัดนี้ไป" รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมยิ้มออกมาเต็มปาก ก่อนเวทชั้นสูงจะถูกเรียกใช้ อักขระมนตราสีดำสนิทปรากฏขึ้นร้อยเลื้อยหมุนวนรัดรอบร่างของภูติสาวภายในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที

"นากิม!!! กำแหงนัก คิดรึว่าเวทย์กระจอกของเจ้าจะทำอะไรข้าได้" นางภูติเริ่มแผ่กระแสพลังต่อสู่กับอักขระมนตราทีละตัวอักษร แต่ไม่ว่าจะซัดพลังไปเท่าใดกลับถูกดูดกลืนไปทุกครา

เปรี้ยง!!! ฟ้าผ่าดังเปรี้ยงขึ้นคำรบหนึ่งก่อนปรากฏเป็นกลุ่มแสงดำมืดม้วนตัวพุ่งเข้าจู่โจมล้อมรอบร่างงามของภูติสาว รูปร่างของกลุ่มควันสีมึนทึมแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นกรงเหล็กขนาดใหญ่ครอบสูงมิดหัว

"ค่ายมรนาการ!!! เจ้าเด็กโอหัง" ดวงตาสีอัมพันเบิกตากว้างเพราะไม่คาดคิดว่า อสูรน้อยตรงหน้าจะกล้าทำร้ายกันได้ลง

"ข้าทำผิดอะไร นากิม กรี๊ด!! กรี๊ด!!!"

ค่ายมรนาการเวทย์ใดๆไม่อาจต่อกร ความทรมานจะดำเนินไปถึงสามกัณฑ์ แม้ตายไร้วิญญาณกลับถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีวิต เพื่อรอรับโทษทัณฑ์อีกครา นับเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองอันดับต้นๆของมรนาการเลยทีเดียว กว่าภูติสาวจะรับรู้ว่าตนถูกตลบหลังกลับสายเกินแก้เสียแล้ว ร่างงามอวบอิ่มอกอึ๋มๆถูกแผดเผาด้วยเพลิงกรดจนมอดไหม้ไม่เหลือแม้แต่กระดูก

เศษกระดูกปนเป็นผงถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับกัณฑ์ที่สอง สูบชีวิต สูบเลือด สูบเนื้อ สูบวิญญาณ กรี๊ด!!! เสียงกรีดร้องดังระงมบ่งบอกถึงความเจ็บปวดของภูติผู้น่าสงสาร เพราะกำลังถูกฝูงสัตว์กินเนื้อขนาดตัวปานกลางรุมทึ้งฉีกเนื้อ จัดปาร์ตี้เลือดกันเป็นฝูง น้ำใสล่วงหล่นลงพื้นหลายพันหยดไม่อาจเป็นตัวทุเลาความทรมานให้เบาบางลงและไม่อาจทำให้ดวงตาสีมรกตลดกลิ่นไอความเหี้ยมโหดลงได้

"นากิม ทำไม" ความไม่เข้าใจฉายชัด คราแรกมั่นใจหนักว่าเด็กสาวบนเตียงต้องดับสิ้น แล้วเพราะเหตุใดเล่าจึงกลายเป็นข้า เหตุใดพลังของเจ้าเด็กปีศาจในยามนี้ถึงแกร่งกล้านัก ทั้งที่เมื่อก่อนยังไม่ถึงครึ่งของตนเสียด้วยซ้ำ ทำให้ไม่ว่าจะใช้เวทย์หรืออาคมบทใด กลับไม่อาจต่อกรกับมนตราแสนแกร่งกล้าของอสูรหนุ่มรุ่นหลานได้สักบท

ฟิ๊ว!!! ฟิ๊ว!!! หยาดเข็มสีดำสนิทขนาดราวเข็มเย็บผ้าพุ่งกระจายหลายทิศทาง ปักมอบความทรมานเข้าให้ จนความคิดเริ่มพร่าเลือน ความคิดวูบสุดท้ายหวนคิดไปถึงคนผู้หนึ่งที่ต่างทั้งภาษา ต่างทั้งเผ่าพันธุ์ ‘เหมันต์ ข้าขอโทษ’ ซึ่งนั่นเป็นนามของเจ้าสำนักคุ้มกันคนก่อน ผู้ที่ทรยศพวกพ้องและเผ่าพันธุ์ของตนเอง

"อย่าคิดแส่มือมายุ่งกับเหยื่อของข้า" ร่างเนื้อของภูติสาวราแสงลงจนเหลือเพียงรัศมีขาวสว่าง ดวงจิตของภูติ

อสูรร้ายไม่ผลาญชีวิตเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อน ทั้งนอกเตียงและบนเตียง เพียงแค่ทำให้ภูติสาวกลายสภาพไปเป็นดวงจิต คือต้องเริ่มต้นนับหนึ่งสะสมตบะใหม่อีกครั้ง ซึ่งกว่าจะสร้างร่างเนื้อได้คงต้องใช้เวลานับหลายร้อยปีเลยทีเดียว นั่นถือเป็นบทลงโทษที่ปรานีและประณีตที่สุดแล้วสำหรับเพื่อนอสูรที่บังอาจกล้าล้ำเส้นมายุ่งกับเหยื่อของตน

“คลาย” หลังสะสางปัญหากับตัวหน้ารำคาญจบลง มืออุ่นจึงยกขึ้นโบกสะบัดปลดคลายอาคมให้กับเด็กสาว

“หลับสบายไหมครับ อรุณสวัสดิ์ครับคุณเมีย” รอยยิ้มอบอุ่นเป็นสิ่งแรกที่เห็นเต็มสองตา

“…” เมินหน้าหนีเพราะไม่อยากมองหน้ามัน เด็กสาวจำแม่นว่าต้องคอยรองรับความต้องการแสนมากล้น มาเกินพอ ต้องทนรับยัดเหยียดพาขึ้นสวรรค์จนถึงย่ำรุ่ง กว่าอสูรร้ายจะยอมถอดถอนมังกรร้อนออกไปก็เช้าพอดี

แม้จะคอยดูแลรับผิดชอบตั้งแต่อาบน้ำแต่งตัวอุ้มพาเข้านอนทั้งๆที่ตะวันยังฉายแสงอยู่คาตา รวมถึงร่ายเวทย์รักษารอยบวมช้ำบนกลีบดอกไม้ให้ แต่อาการของร่างในอ้อมแขนยังคงนิ่งเงียบ มีเพียงหยาดน้ำตาใสที่ไหลรินอาบแก้มอย่างไม่ขาดสาย

"เป็นเมียข้า มันจะตายหรือครับ" น้ำเสียงเรียบถามออกไปภายใต้ความเงียบงัน

"ฉันไม่ใช่เมียคุณ ปีศาจมักมากอย่างคุณ ฉันเกลียด" น้ำคำโต้กลับ มาจากการตัดสินใจที่ไตร่ตรองเป็นอย่างดี การกระทำเมื่อคืนไม่ใช่รักแต่มันคือการข่มเหง

“ต้องแสนดีเป็นเทพบุตรเหมือนไอ้ชู้ร้านดอกไม้ใช่ไหม” เพราะด้ายแดงที่เห็นมากับตาเปรียบได้กับเสี้ยนหนามที่ทิ่มแทงอยู่บนอก แถมยิ่งคิดถึงหน้าตัวชู้ ทำให้โทสะยิ่งพุ่งแรง

“ใช่” แค่คำตอบรับเพียงคำเดียวกลับมีผลในทันตา ร่างบางถูกลากลงพื้นก่อนถูกล่ามเข้ากับขาเสาเตียงและหลังจากเสร็จสิ้นการคุมขัง คนใจร้ายทิ้งเพียงรอยยิ้มชิงชังก่อนหายตัววับไปกับตา

ราตรีกาลคลืบคลานครอบคลุมโปรยความมืดลงบนพื้นพิภพ แสงจันทร์ครึ่งเสี้ยวฉายเงาทอดยาวลงบนร่างของเด็กสาว ขาข้างขวาถูกล่ามจากเชือกล่องหน ยิ่งดิ้นยิ่งหนี แรงรัดยิ่งเพิ่มขึ้น แน่นขึ้น จนรู้สึกปวดหนัก หนทางหนีถูกปิดกั้นทำได้เพียงนั่งเงียบๆและรอคอยคนล่ามด้วยโทสะสุดมาคุ แต่ทว่ายามเห็นหน้าประสานสายตาพร้อมๆกับปลายเล็บสีแดงบนต้นแขนขวาทำให้ใจสาวเสียดไหว

"นากิม ใจเย็นค่ะ" การซุกไซร้กันตรงหน้าประตูทำให้เด็กสาวเมินหน้าหนี พยายามห้ามใจไม่ให้มอง แต่เสียงสาวครางกระเส่ากลับยังสะท้อนเข้าหู ปีศาจมักมาก ปีศาจใจดำ นายพาคนอื่นเข้ามาในห้องของเรา จิตใจของนายมันทำด้วยอะไรกันหรือนากิม

"ครับคนดี" จบคำร่างของคู่นอนหุ่นอวบอัดจึงถูกลากขึ้นบนเตียง ปีศาจร้ายถลกกระโปรงสาวขึ้นสูงก่อนก้มลงไปฟอนเฟ้นบนสองเต้า เสื้อชั้นในสีดำลายลูกไม้ถูกปลดทิ้งด้วยความชำนาญราวกับว่าเคยถอดมาแล้วหลายต่อหลายคน และกระโปรงสีแดงเลือดนกถูกถอดปลดตะขอตามมาเป็นลำดับถัดไป

เรียวขาขาวค่อมเกี่ยวเอวร่างสูงเข้าประชิด ริมฝีปากสอดประสานแลกลิ้นพัวพัน สองขาของสาวร้อนรักเปิดอ้าออกกว้างเพื่อเตรียมพร้อมรอรับบทรักแสนร้อนแรง

"นากิม เดี๋ยวค่ะ" ยามครรลองสายตามองเห็นเด็กสาวที่ถูกล่ามอยู่ตรงข้างเสาเตียง ทำให้บทรักแสนเร่าร้อนหยุดชะงักลงชั่วคราว รู้ดีชายหนุ่มคนนี้ขึ้นชื่อยิ่งนัก แต่จะผิดหรือหากคิดอยากลองเล่นกับไฟดูสักคืน แต่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีนางบำเรอซุกเอาไว้อยู่บนห้องเสียด้วย แถมยังถูกล่ามติดเสาเตียงราวกับสัตว์เดรัจฉานก็ไม่ปาน นับว่ากิตติศัพท์ที่ได้ยินมาไม่ผิดสักคำเดียว

“ใครคะนากิม”

"อ๋อ คนใช้ครับ" มืออุ่นลูบแก้มยั่วเย้า ลิ้นร้อนลากวนรอบซอกคอกระตุ้นอารมณ์ร้อนรุ่มของอีกฝ่ายจนร้องครางออกมาไม่ขาดสาย

“อือ มองอะไรย่ะ คนใช้ภาษาอะไร ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” ดูจากท่าทีคร่าวๆของคู่นอนก็ดูไม่ค่อยสนใจเด็กสาวข้างเสาเตียงเท่าไหร่นัก ทำให้คู่นอนสาวเริ่มวางอำนาจ

“ภาษาไทยค่ะ” คนใช้ที่เพิ่งถูกสถาปนาเถียงสู้ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

"แก!!! ไล่มันออกไปนะคะ อา อือ" ก่อนจะเข้าสู่ความมันส์ขอกำจัดก้างขวางทางออกไปก่อน

คนใช้ที่ถูกตั้งสถานะให้หมาดๆ มองภาพตรงหน้าด้วยความช้ำใจ ครั้นจะเบือนหน้าหนีกลับถูกมือล่องหนบีบบังคับให้หันกลับมามองฉากติดเรท ภาพมือฟอนเฟ้น จมูกโด่งซุกหอมพะเน้าพะนอหญิงอื่น มันทำให้น้ำตาเกือบจะหยด แต่เด็กสาวใช้ความอดกลั้น กัดฟันทนไว้

ในเมื่ออยากให้มองก็จะมอง จะมองมันทุกรูขุมขน ให้มันรู้กันไปว่าเขาจะกล้าหยามหน้ากันได้ลง เพราะการถูกบีบบังคับบีบกรามอยู่ก็ทำให้เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาแล้วเหมือนกันจนทำให้แววตาเริ่มวาววับเปล่งประกายกร้าวอย่างไม่ยอมจำนน จึงประชดกลับด้วยการกวาดตามองบทรักทุกฉากทุกตอน และสั่งตนเองให้จำให้แม่นว่าอสูรตรงหน้ามักมากเพียงใด

ฮึ มันคงเป็นเวรกรรมของเราเองที่ทำให้ต้องพบเจอกับอสูรชั่ว เขา ฆ่าคนบริสุทธิ์หลายร้อยชีวิต เขาทั้งหลอกเรา ปล้ำเรา ทำร้ายจิตใจเรา เขากับเราคือศัตรู ถ้าหาทางหนีได้เมื่อไหร่ คอยดูเถอะ อย่าหวังว่าจะได้พบได้เจอกันอีกเลยในชาตินี้

"ออกไป" อสูรหนุ่มพยายามสะกดอารมณ์ น้ำเสียงที่ออกมาจึงเป็นเพียงห้าวหวน

“แก้เชือกให้ฉันก่อน ค่อยมาสั่ง” สาวเจ้าพร้อมทำตามคำสั่งของอสูรหนุ่มด้วยไม่อยากเป็นก้างนักหรอก แต่เชือกล่องหนกลับไม่ยอมคลายออกจากข้อเท้าเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งบีบรัดแน่นขึ้นจนเริ่มรู้สึกปวดระบม

"ออกไป จะนั่งเซ่ออยู่ทำไม ไป!!!" คู่นอนชั่วคืนชี้นิ้วไล่ส่ง ด้วยกริยาท่าทางและน้ำเสียงเป็นต่อ แต่ทว่ายามยังว่าตวาดไม่จบพยางค์ กลับถูกผลักทิ้งลงพื้นเสียอย่างนั้น เพราะที่ลากเธอมา อสูรหนุ่มไม่ได้คิดจะเอามาอุ่นเตียงแต่คิดใช้เย้ยเมียเท่านั้นแหละ ข้อหาเห็นตัวชู้ดีกว่าผัวตัวเอง

อสูรหนุ่มเดินลงจากเตียงเข้ามาคลอเคลียนั่งใกล้ๆคนถูกล่าม สองมือโอบรอบแผ่นหลังพร้อมแรงกดบังคับออกแนวควบคุม ไม่ว่าเด็กสาวจะสะบัดหนีเพียงใดกลับไม่อาจหลุดพ้นจากแรงรัดของปีศาจหน้ามึนไปได้

"ออกไป ศูนย์แปดสามสี่ห้า…เบอร์แฟนเธอ ถ้าผมโทรไป คุณงานเข้าแน่" คำขู่มาพร้อมกับน้ำเสียงนิ่งๆ แววตาสีน้ำตาลเข้มออกแนวข่มขู่ทั้งยังไล่ส่ง

"อะไรกันคะ นากิม" คู่นอนสาวรีบคว้าเสื้อคว้าผ้าขึ้นมาแต่งตัวพร้อมมองหน้าอสูรหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ ก็เมื่อครู่ยังดูติดใจในรสตนแล้วตอนนี้เล่ามันคืออะไร

“ผมจะนับถึงห้า" แววหวานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกดดันอีกทั้งยังคุกคาม

"หนึ่ง"

"นากิม ทำไมคะ มันเป็นใคร" ชี้นิ้วกราดไปยังเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของอสูรหนุ่ม

"สอง"

"นากิม"

"สาม" พอถึงคำคำนี้ เจ้าของชื่อถูกหอมแก้มหนึ่งฟอด เพี๊ย!!! และอสูรหนุ่มโดยตบกลับหนึ่งครั้งถ้วนเช่นกัน

"ห้า" สาวผู้โชคร้ายรีบวิ่งออกนอกประตูราวธนูพุ่งเข้าเป้า ยามเห็นชายหนุ่มเตรียมกดเบอร์ของชายคนรัก

"..." เด็กสาวชาวเวทย์มองหน้าอสูรหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจและไม่พอใจกับการกระทำผีเข้าผีออกของเขา ท่าจะบ้า

"ตบข้า คิดหนีข้า" อสูรร้ายแอบอ่านใจสาวเจ้าเสียหมดเปลือกเพราะเตรียมทบต้นทบดอกในตอนนี้

"ข้าเจ็บ เดี๋ยวข้าตีเจ้าจนน้ำแตกบ้าง อย่ามาร้องโวยวาย" แม้จะโดนหยิกบนสองหน้าขา ทั้งแรงกระทุ้งปึกๆบนแผ่นอก แต่แรงกอดยังไม่มีผ่อนปรน

"..." เพราะเสียงโดนดุเมื่อครู่ทำให้เด็กสาวยอมอยู่นิ่ง ด้วยยังไม่อยากถูกตีจนน้ำแตกแบบนั้น

“หนีไปไหนดีหนอ" น้ำเสียงเหมือนชวนคุยแต่ก็เปล่า เพราะดูแล้ว อสูรหนุ่มกำลังบ่นฝ่ายเดียวเสียมากกว่า

“ลงนรกไปด้วยกันดีไหม ส่วนสวรรค์ข้าจะพาเจ้าขึ้นทุกคืนเอง” แววตายั่วเย้าแปรเปลี่ยนเป็นประกายกล้า ยึดมั่นในอุดมการณ์กามเต็มเปี่ยม จนทำให้คนฟังแก้มแดงร้อน ทั้งยังอึ้งไปพักหนึ่ง

“คนลามก” แรงทุบรัวบนอกหนาไม่เบาแรง แต่อสูรร้ายกลับไม่ปัดป้องยอมให้ร่างบางทุบจนพอใจ

“ข้ายอมรับ ข้าล่าพวกนักเวทย์ แต่พวกนักเวทย์มันล่าพวกข้าเช่นกัน” รวบมือสาววางนิ่งบนแผ่นอก และพยายามอธิบายเหตุผลของสงคราม ไม่ว่าฝ่ายใดล้วนต้องสูญเสียด้วยกันทั้งสิ้น เขาล่าเรา เราล่าเขา สงครามของมรนาการกับเหล่านักเวทย์ไม่มีวันจบสิ้น ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม

“ฉันเป็นนักเวทย์ ฆ่าฉันเถอะนากิม นายคิดจะฆ่าพวกเราทุกคนอยู่แล้ว”

"ฆ่าฉันตอนนี้ เพื่อสนองความสะใจของนาย" เด็กสาวยอมตายก่อนใครดีกว่าต้องรอเห็นจุดจบของครอบครัวรวมถึงพี่น้องร่วมมิตร

"สาม หุบปาก!!!" เพราะถ้อยคำไม่ถูกหูทำให้ถูกลงโทษเป็นจูบหนักๆ แต่ทว่าริมฝีปากอสูรหนุ่มกลับไม่อาจสัมผัสกลีบปากของเด็กสาวได้สักคำ เพราะกำลังถูกกางกั้นด้วยหลังมือ

"ปากสกปรก นายจูบกับเธอ ไปให้พ้น"

"อย่าเอาปากที่จูบคนอื่นมาจูบฉัน" เมินหน้าหนีและสองหน้าขาเริ่มถูกทุบอีกครั้ง ซึ่งถ้าหากขาข้างถนัดเป็นอิสระอยู่ล่ะก็ อสูรหนุ่มอาจะถูกเตะก็เป็นได้

"หึงผม โอเคครับ ผมจะไปล้างปาก เดี๋ยวมาครับ" ครั้นยื่นหน้าไปหอมกลับได้กำปั้นยกขึ้นขู่ประมาณว่า ถ้าเข้ามา แม่จะชกให้หน้าหงาย

"อาบน้ำด้วย" เสียงสั่งเรียบๆตามไล่หลังมาทำให้ชายหนุ่มยิ้มขัน ทั้งยังปลื้มอกปลื้มใจเพราะสาวหวง

อสูรหนุ่มอาบน้ำไม่นานจึงกลับมาหอมฟุ้งสะอาดสะอ้านทำให้ใจสาวลดราความขัดเคืองลงได้ระดับหนึ่ง

"เมียจ๋า อยู่กับข้านะ" แรงกอดรัดบอกถึงความหวงแหน ริมฝีปากเชยชิดอ้อนวอนขอร้องให้อยู่ด้วยกัน แม้จะยังคงไม่เข้าใจตัวเองเท่าไหร่นักว่า ไยตัวข้าถึงติดนางผู้นี้นัก รู้แต่ว่าอยากอยู่ใกล้ อยากอยู่ด้วย อยากอยู่ด้วยกันไปเรื่อยในทุกๆวัน

"ไม่ ฉันอยู่ร่วมโลกกับนายไม่ลง" เสียงประกาศกร้าวก่อนผลักไสร่างหนุ่มออกจากกายตน

"อยากลองดี" น้ำเสียงเข้มดุมาพร้อมกับแววตาสีมรกตเจิดจรัส เมื่อพูดดีๆไม่รู้เรื่องคงต้องพูดกันบนเตียง

อสูรหนุ่มสะบัดมือเพียงวูบเดียว เตียงสองเตียงที่เคยแยกกันอยู่ค่อยๆกลับคืนสภาพจากเศษไม้ผุพังกลายเป็นเตียงใหญ่ขนาดคิงไซด์เหมือนดังเดิมที่เคยเป็นมา ราวกับเป็นการประกาศถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงของอสูรหนุ่มกับเหยื่อสาวชาวเวทย์ แขนขวาถูกลากขึ้นเตียงกว้าง แขนขาทั้งสองข้าง ขาซ้ายและขาวถูกยึดแน่นจากเชือกล่องหนที่เพิ่งเสกขึ้นมาเมื่อครู่

“ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่สัตว์” เสียงตวาดสู้ทะลุเข้าหูซ้ายออกหูขวา อสูรร้ายไม่สนใจสักคำ

"เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าตัวเจ้ามีพลัง" ตะตองกอดร่างสาวขึ้นนั่งพิงอกเพื่อเตรียมซักฟอก

"พลังอะไรของคุณ ปล่อยฉัน"

แววตาเบือนมาสบบอกความห่างเหินไม่ดิ้นไม่หนี รู้ดีหากอสูรชั่วไม่ปล่อย ตนย่อมไม่อาจหลุดรอด เสียแรงไปก็เปล่าประโยชน์ อีกอย่างที่ดิ้นรนอยู่บนพื้นเมื่อครู่มันก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน

"พูด!!! อย่ามาทำตาเล็กตาน้อยใส่ข้า" กระแสเสียงเข้มงวดบีบบังคับเพราะไม่ชอบสายตาของสาวเจ้าที่มันดูเย็นชาจนน่าอึดอัด

"ฉันไม่มีพลัง" กัดฟันตอบเพราะทั้งเจ็บทั้งเมื่อยเอะอะก็จับล่าม รอยช้ำเดิมยังไม่หาย รอยช้ำใหม่มาอีกแล้ว ไอ้อสูรโรคจิต

"อย่ามาโกหก" เพิ่มน้ำเสียงเข้มขึ้นอีกหนึ่งระดับ

"เอ๊ะ จะเอาไงก็บอกว่าไม่มี ไม่เชื่อก็ตามใจปล่อยฉันเดี๋ยวนี้" แววตาวาววับเอาเรื่องแยกเขี้ยวยิงฟันขู่ ประมาณว่าถ้าไม่ปล่อยจะกัดแล้วนะ

"ไม่ปล่อย" ยื่นหน้าเข้าประชิดระยะห่างเพียงนิดคงถูกจูบ

“ปล่อย!!!" หน้าผากสาวถูกสัมผัสแผ่วเบาทำให้หญิงสาวอึ้งเงียบ ใจเต้นตึกๆก่อนจะร้องลั่นเสียงดังลั่นห้อง

“เรียกแทนตัวเองว่าสามก่อน ข้าชอบ” คงต้องยอมไปก่อนในครั้งนี้เพราะยิ่งคุยกันคงยิ่งไม่รู้เรื่องด้วย เด็กดื้อแสนพยศเหลือเกิน

“แต่ฉันไม่ชอบ ปล่อย”

"เงียบๆหน่อยข้าง่วง" จบคำแขนหนุ่มจึงตวัดเอวโอบกอดรัดเอวบาง แผ่นอกแนบแน่นสนิทบนแผ่นหลัง อสูรหนุ่มเคลื่อนตัวขึ้นมานอนเคียงคู่

วูบ!!! ปลายนิ้วสะบัดเพียงวูบเดียวเชือกอาคมล่องหนบนข้อเท้าจึงค่อยๆสลายหายไป ทิ้งเพียงรอยรัดบางๆไว้ให้เป็นที่ระลึกบนผิวเนื้อช้ำๆสีอมม่วง

"ฉันไม่ง่วง"

“เดี๋ยวจับล่าม เดี๋ยวจับมัด มันเจ็บนะ เจ้าอสูรโรคจิต” เด็กสาวในอ้อมแขนงอแงร้องประท้วง ด้วยสัมผัสแนบหลังพาใจเต้นระรัว ไม่นะสาม อย่าหลงกลเขา เขาทั้งใจร้าย เขาอำมหิต เขาคืออสูรชั่ว

"ครับข้าคืออสูรชั่ว เจ้าก็เป็นเมียอสูรชั่ว สมกันดีออก" ปลายหูถูกลิ้นร้อนไล่เลียหยอกเย้า พร้อมค่อยๆแบ่งไอเย็นๆผสานริ้วรอยช้ำบนข้อเท้าของเด็กดื้อเป็นยารักษาให้จนริ้วรอยบวมช้ำค่อยๆจางลงๆ

"ไม่เป็น ไม่ง่วง" เสียงสาวเถียงกลับทันควัน ทั้งยังหดคอหนีลิ้นร้ายและลองขยับขาดูเบาๆด้วยยังกลัวเจ็บ แต่ครั้งนี้มันไม่เจ็บแล้วทำให้เด็กสาวเผลอยิ้มออกมาเบาๆและภาพนั้นทำให้อสูรหนุ่มมองนิ่งด้วยความเอ็นดู

"ไม่ง่วง ทำกันดีไหม" แววตาวาวระยับบ่งบอกความหมายว่าที่ทำ จะทำอะไร

"ฉันง่วง" เด็กสาวรีบดึงผ้าห่มคลุมโปงหลบหนีหน้า จึงพลาดเห็นรอยยิ้มที่หาได้ยากของท่านชายแห่งมรนาการ ‘เราจะอยู่ด้วยกัน’ คำประกาศกร้าวภายในอกเป็นสิ่งที่สาวเจ้าไม่ได้ยิน เปรียบเสมือนคำมั่นสัญญาที่มอบให้กับเด็กมนุษย์ ราตรีกาลแสนสั้นนัก ยามนี้การมีกันและกันคงเพียงพอแล้ว

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว