ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 17 อาคารากี re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 17 อาคารากี re

พื้นน้ำเป็นประกายวาวระยับคลอเคลียกับไอแดดที่ฉายแสงทอดลงมาจากท้องฟ้ายิ่งเพิ่มความร้อนขึ้นบนผิวน้ำแทบทุกมวลโมเลกุล เปรียบได้กับกระแสอารมณ์ของร่างหนึ่งบนโขดหินใหญ่ที่กำลังรู้สึกสับสนและกำลังคิดไม่ตก จะว่าไปช่างดูน่าขัน ท่านชายแห่งมรนาการผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ฉับไว้เฉียบขาด กลับต้องมาตกม้าตายกับเรื่องของเด็กสาวชาวเวทย์

พงศ์พันธุ์ชั้นต่ำที่พวกมรนาการมักดูถูกดูแคลน คำว่าเหยื่อเคยท่องจำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันชักเริ่มสั่นคลอน คราแรกที่คิดว่าหวงหนักเพราะยังไม่ได้เคล้าเคลียฝังร่างตีตรา แต่ครั้นได้ตีตราครอบรองทุกส่วนสัด สาดซัดทุกอารมณ์ดิบเข้าปาใส่ ทั้งกอดรัดเชิดชิดฝังร่างตราตรึงตอกย้ำความเป็นเจ้าของ แต่ไม่ว่าจะกี่รอบต่อกี่รอบกลับยังไม่เพียงพอ เจ้าทำอะไรข้านางเด็กมนุษย์ ใช้อาคมหรือเวทมนตร์บทใดถึงทำให้ข้าหลงเจ้าจนงอหัวไม่ขึ้น ยิ่งได้กอด ยิ่งได้หอมกลับยิ่งหวงแหนขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก

หากจับนางใส่กล่องล็อกกุญแจไว้ได้ จะรีบทำอย่างไม่ลังเลเลยทีเดียว จนลืมแม้กระทั่งเครื่องป้องกันที่เคยใช้ทุกครั้งยามทำกามกิจจะหมดลงแล้วทุกแผง แต่อสูรหนุ่มกลับยังไม่ยอมหยุดยั้งที่จะเข้าครอบครองร่างน้อย ฝังร่างตราตรึงประกาศความเป็นเจ้าของลงทุกซอกทุกมุม จะดีเพียงใดหากมีพยานสวาทระหว่างข้ากับเจ้าถือกำเนิดเกิดขึ้นมา ห่วงผูกคอทารกน่าชังเคยเป็นสิ่งน่ารังเกียจนักหนาแต่ครั้งนี้กลับนึกอยากได้อย่างไม่มีเหตุผล ทุกหยาดหยดจึงจงใจฝากฝังหวังสร้างกำเนิดเชื้อพันธุ์ทายาทรุ่นต่อไปของมรนาการ

"นากิม" วลีลอยเรื่อยตามลมก่อนเจ้าของถ้อยคำจะปรากฏร่างขึ้นยืนเคียงข้าง

"เวร่า มา" คว้าร่างงามเข้าเชยชิด จมูกโด่งสูดดอมดมเคล้าคลึงกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย ส่วนมือขวาวางกล่องข้าวคลุกกะปิลงบนก้อนหินเอาไว้ก่อน

"นากิม" ฝ่ายถูกรุกชักนิ่งตาม ยามทุกอย่างหยุดชะงักเงียบสนิท ร่างงามถูกผลักออกห่าง แววตาสีมรกตดูหวั่นไหวแปรปรวนสับสน

"นากิม" จึงลองเรียกทักนายเหนือไปอีกครั้ง

"ไป!!!" สองคำตวัดไล่ พร้อมสองมือดันผลักไสไล่ส่ง ความน้อยอกน้อยใจเจ็บลึกตราตรึงทั้งดวงใจ แม้รู้แก่ใจดีว่า ตนมีสถานะดุจเดียวกับนางอื่นๆ ต้องทนยอมใช้สามีร่วมกันด้วยความเจ็บช้ำใจ นายเหนือไม่เคยหยุดสนิทอยู่กับใคร แต่ความใกล้ชิด แรงกกกอด ความผูกพันตั้งแต่วัยเยาว์เล่ามันไม่มีค่าเลยหรือ

"ท่านทิ้งข้า" อสูรสาวทิ้งประโยคตัดพ้อพร้อมหยาดน้ำตาก่อนหายตัวจากไปตามคำสั่ง

"เวร่า ข้าไม่มีวันทิ้งเจ้า" ช่างน่าเสียดายเพราะถ้อยคำหลังดันส่งไปไม่ถึง

ความสับสนในแววตายังฉายชัด ความต้องการที่ปกติมีเกินจำกัดกลับสงบลงราบเรียบ เพียงสัมผัสร่างนางกลับนึกถึงอีกร่างที่เพิ่งทิ้งมา กลิ่นหอมของใครคนหนึ่งเย้ายวนอย่างไม่รู้ลืม ริมฝีปากสีแดงสดสว่างวาบอยู่ทุกห้วงคิด รอยยิ้ม หน้าบึ้งๆ ถ้อยคำประชดประชันคอยเกาะกินจิตใจอยู่ทุกวัน จนมันค่อยๆพังพลายหัวใจด้านชาลงอย่างช้าๆ สายตาตัดพ้อสะท้อนฉายชัดเหมือนเห็นเจ้าตัวมายืนอยู่ตรงหน้า ทุกภาพกระจ่างชัดไม่ว่าปีศาจหรือหญิงงามนางใดก็ไม่อาจเทียบเทียม

"สามของข้า" เสียงถอนหายใจดังสะท้อนในอกเมื่อพร้อมยอมรับและเริ่มเรียนรู้หัวใจของตัวเอง รอยยิ้มละมุนค่อยๆแยมออกยามคิดถึงภาพหน้ามุ๋ยของเด็กดื้อ

"สามจ๋า" น้ำเสียงเรียกคุ้นดังเข้าหู เด็กสาวมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง เรือนผมสีดำสนิทและดวงตาสีฟ้าอมเทาหน่อยๆรวมกับใบหน้าคมเข้มแสนเคยคุ้นเป็นใบหน้าของพี่ชาย

ไม่!!! มันคือภาพหลอน พี่ชายจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เด็กสาวพยายามเตือนสติตนเอง แต่ท้ายสุดกลับไม่อาจหักห้ามความรู้สึกเอาไว้ได้ ริมฝีปากจึงเปล่งเสียงเรียกหาพร้อมหยาดน้ำตาไหลบ่าลงสองข้างแก้ม

"พี่หนึ่ง เขาใจร้าย เขารังแกสาม เขาเป็นคนไม่ดี ฮือๆ เขาจะฆ่าพวกเราชาวเวทย์" ความขี้แยเข้าครอบงำยามเห็นหน้าที่พึ่งคนเดิม

"เขาใจร้าย เขาจะฆ่าพวกเราทุกคนก่อนคืนพระจันทร์เต็มดวง พี่หนึ่งเราต้องหนี"

เด็กขี้ฟ้อง ฟ้องไปร้องไห้ไปหาคนโอ๋ มือขวาพยายามบิดหนีวงเงื่อนของเชือกล่องหนที่ถูกล่ามยาวมาตั้งแต่ลืมตาตื่น แต่ไม่ว่าจะแกะจะกัดกลับไม่อาจหลุดพ้นจากปมเงื่อนสักข้อและสิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือโพสต์อิทบนหน้าผากพร้อมข้อความกวนประสาทของเจ้าอสูรโรคจิต ซึ่งกว่าสาวเจ้าจะได้เห็นข้อความในกระดาษต้องออกแรงอยู่ไม่น้อย ด้วยการยกปากขึ้นสูงเพื่อพ่นลมเป่ากระดาษให้หลุดลอกออกจากหน้าผากของตัวเอง

‘เมียครับ เดี๋ยวผัวสุดหล่อไปหาข้าวปลามาให้กิน ห้ามดื้อ ห้ามซน อย่างอแง’

"สามอยู่นิ่งๆก่อนคนดี" ชายหนุ่มท่องเวทย์สองสามคำ เชือกไร้รูปร่างจึงค่อยๆคลายตัวลงและสลายหายซากไปกับอากาศ

"โอ๋ๆ เจ้าตัวขี้แย" วงแขนเปิดกว้างรวบน้องรักเข้าสู่อ้อมแขน หยาดน้ำตาบนสองข้างแก้มถูกมืออุ่นช่วยปาดเช็ด ทุกความกดดันที่เผชิญอยู่เริ่มลดกำลังลงยามอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชาย ใบหน้ามุดซุกอกอุ่นคลอเคลียด้วยความคิดถึง สองแขนโอบกอดเอวหนุ่มบดเบียดพร้อมความไว้ใจ

"หนี พี่หนึ่ง เราต้องรีบหนี" ต้องรีบหนีก่อนที่เขาจะกลับเข้ามา

ครั้นกอดคนเป็นพี่ชายจนอิ่มอกอิ่มใจ ใจสาวจึงเริ่มสั่นไหวอีกครั้งยามนึกถึงสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ แววตาสาวหวาดหวั่น หวั่นใจด้วยกลัวว่าพี่ชายจะเจอกับเขา ชาวเวทย์ทุกคนรู้แก่ใจดีถึงอำนาจมหาศาลของอสูรระดับสูง แม้มีกี่สิบชีวิตย่อมไม่อาจสู้ได้ ไม่เช่นนั้นคนรุ่นเก่าจะออกอุบายใช่กฎแห่งพันธมิตรขึ้นมาป้อมปราการทำไมเล่า

"สามใจเย็นก่อนคนดี พี่รู้เรื่องหมดแล้ว" มืออุ่นลูบกลุ่มผมปลอมประโลมน้องน้อยในอ้อมอก งานรัดตัวและสงครามที่กำลังจะอุบัติขึ้นทำให้กว่าจะรู้เรื่องน้องย่อมช้าเกินไป

"หนี หนี" คำพูดทวนซ้ำและตัวของน้องกำลังสั่นสะท้านพาใจพี่่จะขาดรอนๆ อสูรชั่วมันช่างกล้าวอนหาที่ตาย มันบังอาจทำร้ายแก้วตาดวงใจที่ตนคอยเฝ้าพะเน้าพะนอทะนุถนอม มดไม่ให้ไต ไรยิ่งไม่ให้ตอม แล้วมันเป็นใครกันถึงกล้าทำลายน้องน้อยของพี่

แววตากดลึกอาฆาตแค้นถึงเจ้าอสูรตัวร้าย ดวงตาสีฟ้าอมดำเปล่งประกายวาบวับผสมผสานทุกความรู้สึก ทั้งห่วง ทั้งแค้นและชิงชัง ห่วงร่างน้องในอ้อมแขน แค้นและชิงชังสาปส่งเจ้าอสูรชั่ว อมนุษย์ตัวร้าย

ครั้นได้ยินข่าวคราแรกแค้นแทบกระอัก จิตสังหารอาฆาตแผดเผาครอบคลุมรอบบริเวณ จนร้อนถึงผู้เป็นบิดาต้องเตือนสติรั้งอารมณ์ดิบของลูกชาย ทั้งขู่ทั้งปลอบทั้งอธิบาย ทว่านักเวทย์หนุ่มหาสงบไม่ ยังคงดึงดันดื้อดึงจะกลับไปหาน้องรักให้จนได้ ทั้งยังสาบานกับตัวว่า จะลากเลือดมันมาล้างเท้าเพื่อความสะใจ

"หนึ่งวางแผนก่อนลูก" คนเป็นแม่พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

"พี่หนึ่ง" น้องสาวอีกคนเดือดพอๆกัน

"ถ้าพี่พร้อม สองจะส่งพี่ไป" พลังงานโปร่งใสไหลวนบนมือทั้งสองข้าง ช่องทางแห่งเวลาเปิดขึ้นได้ทุกเมื่อ รอเพียงคำสั่งจากคนเป็นพี่ชายเท่านั้น แม้เจ้าตัวจะมีอำนาจเหนือช่องว่างแห่งกาลเวลาแต่กลับไม่อาจเรียกใช้ได้อย่างอิสระ จำเป็นต้องได้รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจเหนือกว่าสั่งเท่านั้นซึ่งหากฝ่าฝืนนั่นหมายถึง ชีวิต

"หนึ่ง สอง ฟังพ่อ" คนเป็นพ่อร่ายยาวเกือบสองชั่วโมงใจความเรื่องเดิม ต้องใจเย็นและค่อยๆวางแผน ท่านชายแห่งมรนาการไม่ใช่อสูรชั้นปลายแถว ชื่อของตัวอันตรายลำดับต้นๆของมรนาการที่หลุดออกจากปากบิดา ยิ่งสร้างความแค้นเพิ่มขึ้นเท่าทบทวี ไออาฆาตขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ

"สอง" น้องสาวยิ้มรับคำสั่งพร้อมเปิดช่องว่างแห่งกาลเวลาขึ้นให้ตามคำเรียกร้องเพราะตำแหน่งของคนเป็นพี่ชายมีอำนาจเพียงพอร้องขอทำให้สามารถเรียกใช้มันได้โดยไม่มีผิดกฏข้อบังคับแต่อย่างใด

ภาพแสนอบอุ่นตรงหน้าบอกถึงความผูกพันของครอบครัว สะท้อนความรักความสนิทสนมของสองพี่น้องแต่ทว่าเจ้าของห้องกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

"ขอถามสักคำ ทำอะไรกันอยู่ครับ" ถ้อยคำแสนสุภาพแต่น้ำเสียงแผดตวาดก้อง อีกทั้งยังแผ่กลิ่นไออันตรายคุกคามจนขนแขนของสาวเจ้าลุกขึ้นยืนสแตนอัพ

"แย่แล้ว ไม่ทันแล้ว มันกลับมาแล้ว"

"พี่หนึ่ง หนี!!!" เด็กสาวกระตุกชายเสื้อของพี่ชายเร่งเร่า น้ำเสียงเร่งร้อนชวนหนีเพราะหวั่นเกรงกับอารมณ์ของอสูรร้าย

วาบ!!! แสงสว่างขนาดใหญ่ฉาบคลุมรอบห้องเป็นสัญญาณเปิดฉากการต่อสู้ เป็นธรรมเนียมแสนเก่าแก่ที่รู้กันดีระหว่างชาวปีศาจกับชาวเวทย์ หากต้องการประลองกันเมื่อใดพวกมนุษย์ชั้นต่ำจะต้องไม่ได้รับความเดือนร้อนหรือรับรู้ถึงการมีตัวตนของชาติพันธุ์แสนเก่าแก่ แต่ในยุคปัจจุบันหลังจากสงครามครั้งก่อนจบสิ้นลง มรนาการและชาวเวทย์หาใช่พันธมิตรเหมือนเก่าก่อน ดังนั้นธรรมเนียมปฏิบัติจึงถูกปรับเปลี่ยนลงบางจุด จนกลายเป็นว่าสัญญาณเปิดฉากการต่อสู้ไม่ได้ใช้สำหรับการประลองแต่ใช้เป็นสมรภูมิสำหรับการฆ่าล้างเอาชีวิตกันจนกว่าจะตายกันไปข้าง

สถานที่ประลองเป็นป่ากว้างไพศาลเขียวขจี ทางด้านขวามือพบเศษไม้กองทับถมพูนสูงเป็นชั้นๆ จากสภาพที่เห็นพอเดาได้ว่าเป็นชิ้นส่วนของประตูใกล้กันอีกหน่อยเป็นหลังคาสังกระสี แม้จะได้รับแรงบอบช้ำมากเพียงใดแต่สภาพเดิมยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง ถัดไปทางด้านข้างอีกนิด เศษกระจกแตกละเอียดกระจายตัวบนพื้นดินเปล่งประกายสะท้อนแสงวิบวับล้อเล่นกับไอแดดยามเย็น

“ปล่อยมือจากเหยื่อของข้า!!!” ปลายเท้าของเด็กสาวไม่สัมผัสพื้น ร่างน้อยถูกอุ้มอยู่ในวงแขนของพี่ชาย แรงรัดโอบกอดรอบเอวอีกทั้งสองมือกอดคล้องตอบรอบคอ ท่าทางปกป้องหวงแหนยิ่งชีวิต เตะตาอสูรหนุ่มเข้าอย่างจัง

"เหยื่อ" เสียงทวนคำดังเบาๆออกมาจากริมฝีปากของคนที่เพิ่งรู้สถานะของตัวเอง ใช่ เราเป็นได้แค่เหยื่อ น้ำคำหวานสายตาอบอุ่น มันก็แค่สิ่งหลอกล้อที่ใช่เล่นกับเหยื่อโง่ๆแบบเราก็เท่านั้น คำพูดของเขา ท่าทาง สายตาห่วงใย ทุกอย่าง มันโกหก

"สาม อย่าปรักปรำข้า" อสูรหนุ่มต้องการเมียคืนจึงพยายามจบการต่อสู้ให้ไวที่สุดด้วยการส่งลูกไฟสีดำมุ่งร้ายพุ่งตรงเข้าใส่ภาพบาดตา แววตาสีมรกตเปล่งประกาย

กร้าวร้าวดุดัน มันเป็นใครบังอาจอุ้มเมียข้า

นักเวทย์หนุ่มโอบร่างน้องเข้าอ้อมแขนก่อนใช้เวทย์อาคมสลายความร้อนของวัตถุทรงกลมสีดำจนกลายเป็นเศษฝุ่น มือขวาโบกสะบัดท่องเวทย์เรียกโดมกำบังเนื้อใสดังกระจกขึ้นป้องกัน ซึ่งอานุภาพของมันสามารถปกป้องภัยได้เพียงระยะเวลาหนึ่ง

“วายุ ทะลวง” หนุ่มนักเวทย์เริ่มเปิดฉากโต้กลับด้วยการเรียกสายลมคมกริบหมุนควงสว่านเข้าจู่โจม

"อาคารากี" อสูรหนุ่มเรียกมนตราบทเดิมแต่ใช้ขุมพลังใหม่ที่ช่วงชิงมาจากเด็กสาวชาวเวทย์ทำให้อานุภาพการทำลายล้างรุนแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว สายลมกระแสเดิมเปลี่ยนทิศกลายร่างเป็นทอนาโดพุ่งเข้าปะทะโดมคุ้มกันเสียงดังสนั่นมาพร้อมเสียงกรีดร้องของคนในโดมสอดแทรกออกมาด้วย

“โอ๊ย พี่หนึ่ง สามเจ็บ โอ๊ย” ร่างบางร้องลั่น ความเจ็บปวดแล่นวาบบนอกราวกับโดนมีดกรีดลงบนหัวใจก็ไม่ปาน เปรียะ!!! เปรียะ!!! พลังของทอนาโดกระแทกเข้าปะทะทำให้โดมคุ้มกันสั่นสะท้าน อานุภาพรุนแรงพอดูจนโดมเวทย์ไม่อาจต้านกำลังไหวจนพังทลายลงในที่สุดทำให้เกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ผุดขึ้นกินบริเวณกว้าง สภาพประตูที่หลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ครานี้ไม่เหลือสักชิ้น กองไม้ใหญ่สลายหายวับไปกับตา พื้นดินและต้นหญ้าถูกทำร้ายอย่างแสนสาหัส เศษหญ้าบางส่วนลอยวนบนอากาศก่อนร่วงดิ่งจากบนฟ้าเป็นชิ้นๆ นอนตายสงบลงบนพื้นดินแตกระแหง โดมม่านอาคมพังแตกกระจายยิ่งเร่งอารมณ์ของหนุ่มนักเวทย์ให้เตรียมเปิดฉากเริ่มจู่โจมอีกครั้ง ริมฝีปากเตรียมเรียกเวทย์ลมและฟ้า

“พี่หนึ่ง สามเจ็บ โอ๊ย ฮือ แม่จ๋า สามเจ็บ โอ๊ยๆ” ร่างน้อยร้องลั่น มือข้างขวากดแน่นลงบนหัวใจด้านซ้ายบอกถึงความเจ็บปวดว่าเจ็บอยู่ตรงจุดนี้ น้ำใสไหลบ่าอาบแก้มทั้งยังทรุดลงนิ่งนั่งยองๆบนพื้นเพราะเริ่มยืนไม่ไหว และภาพนั้นเรียกสายตาเป็นห่วงจากอสูรหนุ่มได้ภายในเสี้ยววินาที

"..." สามเจ้าเป็นอะไรหรือว่าเป็นเพราะข้า พลังเวทย์ที่ข้าใช้ไปเพียงนิดส่งผลต่อเจ้างั้นหรือ อสูรร้ายปรากฏกายขึ้นข้างกายของเด็กสาว แววตาสีมรกตฉายชัดถึงความเป็นห่วงทำให้หนุ่มนักเวทย์หยุดชะงักการร่ายเวทย์ ยืนนิ่งชะงักมองดูสถานการณ์
“ข้าคืนให้ ยังเจ็บอยู่รึเปล่า” ลากร่างสาวเข้าประชิดพร้อมประกบป้อนแหล่งหลังงานคืนกลับสู่เจ้าของ ทำให้สีหน้าโรยราของเหยื่อสาวเริ่มมีเลือดฝาด แก้มขาวแดงปลั่งจนอดไม่ได้ที่จะฟัดหอมลงไปหนึ่งฟอด และนั่นทำให้ความอดทนของนักเวทย์หนุ่มขาดสะบั้น

ฉั๊ว!!! "วายุ ฉีกกระชาก" สายลมคมกริบเฉือนแขนขวาของอสูรร้ายดังฉับ เลือดแดงไหลอาบย้อมพื้นเป็นทางยาวซึ่งเป็นมือข้างที่กำลังจับแก้มเด็กสาวอยู่พอดี

“อาคารากี” แม้จะถูกเฉือนแขนขวาทิ้งแต่ไร้สิ้นเสียงร้องโอดครวญ

สายตากวาดมองตรวจตราอาการของเด็กสาวจนพอใจจึงเริ่มสาดซัดพลังเข้าใส่ฝ่ายนักเวทย์เอาคืน ครั้นแหล่งพลังถูกคืนสู่แหล่งกำเนิดทำให้อานุภาพของสายลมลูกเดิมอ่อนแรงลงเพราะร่างที่เป็นภาชนะรองรับยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

“วารี ร่ายรำ” กระแสน้ำม้วนตัวเข้าจู่โจมทะลุทะลวงสายลมเข้าปะทะร่างของท่านชายแห่งมรนาการในระยะประชิด ทำให้อสูรหนุ่มต้องพลิ้วกายถอยล่นหนีออกมาระยะหนึ่ง

"พี่หนึ่ง เราต้องหนี" พลังขุมย่อมถูกรั้งชะลอ ภายในใจกำลังต่อต้านอย่างดุเดือด ลากเลือดมันออกมาอีกสักยกกับปล่อยมันไปก่อน

"พี่หนึ่ง" เสียงอ้อนวอนของน้องน้อยในอ้อมอกทำให้ตัดสินใจได้ในทันที อาการของน้องดูน่าเป็นห่วง ทำให้คนเป็นพี่ชายยอมรามือในที่สุด กลับมาล่ามันอีกครั้งยังไม่สาย

ร่างสองร่างค่อยๆจางแสงราลงจนหายลับไปในที่สุด แววตาของหนุ่มนักเวทย์กระจายไออาฆาตไม่ปิดบัง แม้จะรู้ดีว่าฆ่ามันไม่ได้แต่ขอซัดมันอีกสักยกเพื่อลากเลือดมันออกมาดูเล่น สักน้ำสองน้ำก็ยังดี

แขนขวาค่อยๆงอกออกมาจากรอยแผลฉีกขาดโชกเลือด กำปั้นกำแน่นสะกดอารมณ์ ดวงตาสีมรกตวาววับ มันเป็นใครถึงกล้าชิงเหยื่อของข้าไปต่อหน้าต่อหน้า แต่คงต้องปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนเพราะอาการของเด็กสาวดูน่าเป็นห่วง ข้าไม่อาจยื้อแย่งแหล่งพลังมาจากเจ้าได้ เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อร่างกายของเจ้าโดยตรงดังเช่นเมื่อครู่ คงทำได้เพียงยืมใช้พลัง จากเวทย์บทลับอาคารากีก็เท่านั้น ฮึ ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก พวกนักเวทย์พยายามซ่อนเร้นแหล่งพลังไว้อย่างมิดชิดแต่กลับพลาดท่าเพราะความเชื่อใจของคำว่าพันธมิตร

“ท่านอยากแก้แค้นให้นายท่านหรือไม่เล่า ท่านชาย” เจ้าแห่งมรนาการเพิ่งสิ้นไม่นาน ท่านชายแห่งมรนาการจึงต้องอยู่ในความดูแลของปีศาจสาวคนสนิทของเจ้ามรนาการรุ่นก่อน ผู้มีนามว่าไลน์

“ท่านพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม มรนาการไม่มีทางฆ่าล้างพวกนักเวทย์ พวกเราในระดับเจ้าถูกผูกตรึงจากมนตราอันศักดิ์สิทธิ์ ถูกบังคับมาแล้วรุ่นต่อรุ่นทำให้พลังของทั้งสองฝ่ายไม่อาจฆ่าล้างกันได้ตามกฎแห่งพันธมิตร” ความรู้ของอสูรเพิ่งแตกหนุ่มไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

“ผิดแล้วท่านชาย หากท่านได้แหล่งพลังของฝั่งนั้นไว้ในกำมือ ไม่ว่ากี่สิบนักเวทย์ย่อมไม่อาจต้านทานท่านได้ ท่านจะสามารถใช้พลังของท่านได้อย่างสมบูรณ์”

“เงื่อนไขมีเพียงข้อเดียว แหล่งพลังจะต้องสะอาดบริสุทธิ์ถึงจะมีอานุภาพมากที่สุด”

“สะอาดบริสุทธิ์ ทำเช่นไรเล่า ตัวข้าถนัดทำให้แปดเปื้อนเสียด้วยสิท่านน้า” รอยยิ้มมาดร้ายเปิดยิ้มแสยะ

“แหล่งพลังในตอนนี้เป็นมนุษย์ ท่านชาย ท่านต้องทำให้มันคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ ห้ามลากมันขึ้นเตียง” คำอธิบายของปีศาจสาวทำให้ท่านชายมรนาการเริ่มมีความหวัง พวกนักเวทย์ใช้อุบายชั่วหลอกฆ่าท่านพ่อท่านแม่ของข้า ข้าจะทำให้พวกมันตกตายไปตามๆกัน

“มันคือมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากอาคมของพวกนักเวทย์ เป็นบุตรคนสุดท้องของพวกนักเวทย์ฝั่งมัชฌิมา”

“ดี นางมนุษย์ ข้าจะทำให้แกเป็นลูกไก่ตัวอวบในกำมือของข้าเลยทีเดียว” ยามนั้นยังเผยรอยยิ้มเป็นต่อ แววตาเปล่งประกายนักล่าวาบวับแต่ยามนี้เล่า ฮึ ลูกไก่พยศสิไม่ว่าจะบีบก็ดิ้นแถมมีตบมีข่วนเอาคืน จะคลายก็วิ่งหนีได้ตลอด เหยื่อสาวไม่เคยยอมเป็นลูกไก่ตัวอวบให้ข้าเชือดเล่นเลยสักครั้ง แถมครั้งนี้ข้ากลับเสียท่าปล่อยลูกไก่ตัวอวบหลุดมือไปเสียอีก ช่างน่าสมเพชสิ้นดี

"สาม หนีได้หนีไป ลากตัวกลับมาได้เมื่อไหร่ จะจับล่ามโซ่ตีตรา"

"หนังสงหนังสือไม่ต้องเรียน จงโง่งมดักดานอยู่กับข้าไปจนตาย" โทสะของอสูรหนุ่มพุ่งทะลุเพดาน แววตาสีมรกตวาบวับเอาเรื่องลุกติดไฟเพราะไม่ว่าจะใช้สัมผัสค้นหาสักเท่าใดกลับไม่เห็นแม้แต่เงา

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว