ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 18 นัล (์NULL) re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 18 นัล (์NULL) re

"คุณสาม" เด็กหนุ่มยิ้มกว้างทั้งปากและตา ยามเห็นใบหน้าของคนที่แอบชอบ ผ่านทางซอกช่องเล็กๆของประตูหน้าห้อง

"นนท์ ใส่สร้อยเส้นนี้เอาไว้หนึ่งสัปดาห์นะคะ" แขกยามวิกาลยื่นสายสร้อยสีเงินส่งมาให้ ตัวจี้เป็นผลึกใสทรงหยดน้ำ ขนาดประมาณเท่าเหรียญห้าสิบสตางค์จำนวนหนึ่งเหรียญ

"ทำไมครับ"

"เชื่อสาม ใส่เอาไว้ อย่าถอดออกก่อนจะครบหนึ่งสัปดาห์" อยู่ดีๆยื่นสร้อยมาให้ เหตุผลอะไรก็ไม่บอก อยู่ดีๆมากำชับให้ใส่เอาไว้ตั้งหนึ่งสัปดาห์ แน่นอน มันดูน่าสงสัย

แต่เพราะสายตาจริงจังและน้ำเสียงขอร้องของสาวในห้วงดวงใจมีหรือคนฟังจะไม่ทำตาม

"ครับ" รับสายสร้อยคว้าเอาไว้ในมือ ทั้งยังปลดตะคอสวมใส่ลงบนต้นตอให้เห็นกันจะๆ ว่าโอเคครับ ผมเชื่อใจคุณ

"หลับตาค่ะนนท์"

"ลาก่อนและขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง" ยามเปลือกของเด็กหนุ่มปิดลง ริมฝีปากไร้เสียงจึงเปล่งถ้อยคำสั่งลาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยเพียงบางเบา

แสงตะวันสาดแสงราลงทำให้เงาสองเงาบนพื้นปูนซีเมนต์เริ่มราเลือน จนค่อยๆกลมกลืมไปกับความมืดมิดของยามค่ำคืน

"สาม เล่นอะไรครับ" เปลือกตาปิดลงตามคำสั่งเพราะคิดแค่ผิวเผินเพียงว่า คุณสามช่างขี้เล่น

"สาม" ลองส่งเสียงเรียกหาดูท่าที ทว่าเสียงที่ส่งคืนมาหา กลับเป็นเสียงของรถราที่วิ่งอยู่บนถนน ครั้นเปิดตาขึ้นมาอีกครั้งกลับไม่พบหน้าใครสักคน บริเวณหน้าประตูห้องและรอบๆทางเดินทอดยาวไร้วี่แววของผู้คน เหลือเพียงความสว่างจากแสงไฟนีออนที่ติดอยู่หน้าห้องเพียงเท่านั้น

"นัลไม่สมควรตกอยู่ในมือคนธรรมดา" ผมดำยาวปลิวสยายตามแรงลม ทำให้เจ้าตัวชักเริ่มรำคาญจึงเริ่มยู่หน้าแสดงท่าทางไม่ค่อยจะพอใจ

"..." หันไปจ้องหน้าคนข้างกายนิ่งๆและเริ่มอมลมทำแก้มป่อง

"ครับๆ" พี่ชายติดน้องล้วงมือหาหนังยางมัดผมในกระเป๋ากางเกงซึ่งมักจะใส่ติดตัวเอาไว้ทุกครั้งเพื่อเอาไว้ทำผมให้น้องสาวโดยเฉพาะ

"นัลไม่คู่ควรกับเขา นัลไม่ควรตกอยู่ในมือของมนุษย์" สองมือเก็บรวบผมของเด็กสาวเป็นทรงหางม้าด้วยความคุ้นมือ พลางย้ำคำเตือนอีกครั้ง

"ไม่เอา จะถักเปียก้างปลา" แต่ดูท่าสาวเจ้าคงไม่ชอบทรงหางม้าเท่าไหร่จึงเริ่มส่งเสียงร้องประท้วง คงไม่แปลกที่เด็กสาวชักจะเริ่มเอาแต่ใจ ด้วยถูกตามมาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ว่าอยากได้อะไร คนเป็นพี่ชายมักสรรหามากองให้ทุกอย่าง

"นนท์จำเป็นต้องใช้นัล" เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะรอดพ้นจากเจ้าตัวอันตราย

สัมผัสจากปลายนิ้วมือแตะลงบนสายสร้อยสีเงินที่สวมอยู่บนต้นคอซึ่งเป็นเครื่องรางมีลิขสิทธิ์ของสำนักมัชฌิมา ผลึกใสเป็นตัวจี้รูปทรงหยดน้ำเนื้อนวลเนียลกระจ่างใสและชื่อเรียกเป็นทางการของมันคือ นัล (NULL) มาจากภาษาละตินของคำว่า nulllus ซึ่งแปลว่าความว่างเปล่า นัลมีอำนาจลึกลับเกิดมาจากการบ่มเพาะของช่วงเวลาจากอดีตสู่ปัจจุบัน เป็นวัตถุที่ถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติ และมีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล หากจะเรียกนัลว่าเป็นธาตุชนิดหนึ่งย่อมไม่ผิด เพียงแค่ว่า มันไม่ได้ถูกจัดหมู่ อยู่ในตารางธาตุของพวกมนุษย์ก็เท่านั้น

อำนาจของมันสามารถนำไปใช้ในการลบสัมผัส ลบความมีชีวิต ลบความมีตัวตน ดังนั้นหากใครใส่นัลติดตัวเอาไว้ย่อมไม่มีทางหาคนผู้นั้นได้เจอ ไม่ว่าจะใช้เวทย์มนต์หรืออาคมบทใด มันไม่มีผลทั้งนั้น

"เด็กนั่นมันจิตแข็ง สามไม่ต้องห่วง"

"มันแกร่งอยู่" ถึงจะไม่ได้เข้าไปสัมผัสชิดใกล้ ทว่าแรงจิตแข็งกล้าใสบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มแปลกหน้ากลับส่งมาถึง จนนักเวทย์หนุ่มสัมผัสได้

"นนท์เป็นคนธรรมดา"

"สาม น้องอย่าลืม ต้นตระกูลของเรามาจากคนธรรมดา" รอยยิ้มเปิดกว้าง ทั้งสายตายังขี้เล่น อีกทั้งยังไม่ยอมอธิบายอะไรเพิ่มเติมมากกว่านั้น

"หรือว่า นนท์เป็นปีศาจ!!!" ยามฟังจบและคิดเองจบเสร็จสรรพ เด็กสาวจึงโพล่งออกไปด้วยความไม่คิด

"ไม่ใช่แน่นอน เด็กบ๊อง" ฝ่ามืออุ่นลูบผมเอ็นดูความคิดง่ายๆของน้องน้อย

"นนท์เป็นตัวอะไรคะ" กระแสไออุ่นบนเรือนผมทำให้เด็กสาวเปิดยิ้มหวานเอาใจ อีกทั้งยังถามหาคำตอบเพื่อไขข้อข้องใจและนั่นทำให้คนมองใจเต้นระรัว

"พี่ไม่รู้ครับ รู้แค่ว่า จิตมันแกร่ง" รอยยิ้มน้องทำให้เผลอตัวยิ้มตาม จากกันนานเหลือเกินคิดถึงจนสุดหัวใจ พี่จะขอปกป้องรอยยิ้มของน้องเอาไว้ไม่ให้ใครมาแกล้งรังแก ส่วนไอ้อมนุษย์ตัวชั่ว มันต้องชดใช้ ประกายตาอาฆาตฉายแสงแรงกล้าขึ้นวูบหนึ่ง

"สาม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดีใจอะไรครับ" รอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าน้องทำให้พี่ชายเย้าออกไป

"ยิ้มรับอิสรภาพค่ะ" ในที่สุดเราก็หนีออกมาได้ ในที่สุดเราก็หลุดพ้นจากวังวนของเขา ใช่ เรากับเขาเปรียบเหมือนกับเส้นขนาน ไม่มีทางต่อติดบรรจบกัน ไม่มีทางเดินร่วมกัน ลาก่อน นากิม ลาก่อน หากเจอหน้ากันอีกครั้ง เราสองคงต้องกลายเป็นศัตรูและต้องฟาดฟันจนกว่าจะตายกันไปข้าง

เตียงหลังใหญ่คงเป็นเตียงถึงสภาพจะเอ่อ...ไม่เหมือนเตียง ผ้าปูขาดเป็นริ้วๆ จากร่องรอยพาดพิงพอสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากแรงฉีกกระชากขั้นรุนแรง ส่วนฟูกหนาหนักหักเป็นสองส่วนกองอยู่ข้างกัน หมอนใบนิ่มขนนุ่นหลุดกระจุยกระจายถูกวางทิ้งอยู่ใกล้ๆกับโต๊ะเขียนหนังสือ แถมบนโต๊ะยังไม่มีหนังสือสักเล่ม ส่วนเก้าอี้ที่ควรอยู่คู่กันกลับหักพังเป็นท่อนๆ พนักพิงไปทาง ขาเก้าอี้ไปอีกทาง ถัดไปอีกหน่อยเป็นซากของหนังสือวิชาสังคมภาษาศาสตร์ฉีกขาดกระจัดกระจายเป็นแผ่นๆตกอยู่แถวๆตรงข้างประตู คณิตศาสตร์อยู่หน้าห้องน้ำ วิทยาศาสตร์อยู่ข้างตู้เย็นและภาษาไทยอยู่บนเครื่องปรับอากาศ

สภาพห้องถูกทารุณหนักแสดงถึงสภาพจิตใจสุดไม่ปกติของอสูรหนุ่มที่นั่งสงบนิ่งอยู่ข้างเสาเตียง การระบายอารมณ์ลงกับสิ่งของยังไม่อาจหยุดยั้งแรงโทสะให้สงบลงได้ กี่วันไม่ได้เห็นร่างนาง กี่วันไม่ได้ยินเสียงต่อล้อต่อเถียง ไม่ได้สัมผัสผิวนุ่ม ไม่ได้ยืนเคียงใกล้ ไม่ได้หอม ไม่ได้คลึง ไม่ได้เคล้า

การใช้สัมผัสในการค้นหายิ่งไร้ผล ว่างเปล่าไร้วี่แวว ราวกับว่าเด็กสาวหายลับสาบสูญ ทำให้ห้องหอผู้น่าสงสารต้องกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ รับกรรมไปเต็มๆ

เลือดสีเข้มเปื้อนติดผิวปูนมาจากแรงหมัดที่ซัดอัดบนแผ่นซีเมนต์ ข้อนิ้วทั้งห้าถลอกช้ำ เลือดแดงแห้งกรังจับตัวเป็นก้อนๆ รอยแผลทั้งเก่าสดใหม่ถูกเจ้าของปล่อยทิ้งอยู่หลายวัน จนบางส่วนกลายเป็นเพียงสะเก็ดแข็งๆให้ดูต่างหน้า แค่เรียกเลือดขึ้นมารักษาบาดแผลของตัวเอง อสูรหนุ่มยังไม่คิดจะทำเลย

"วอนตาย!!!" แววตาสีมรกตเปล่งประกายจ้าจัดกร้าวกระด้างจนดูน่าขนลุก!!!

"นางตัวดี ช่างปีกกล้าขาแข็งนัก" โครม!!ยกที่สองเริ่มบรรเลงขึ้น เพราะไม่ว่าจะใช้เวทย์ชั้นสูง ผลึกอาคมค้นหา หรือมนตรากี่บทกี่ขั้นที่อยู่ของเด็กสาวยังไม่ยอมปรากฎ

เพล้ง!!! เพล้ง!!! หน้าต่างกระจกบานเลื่อนสองบานถูกชัดด้วยแรงหมัดโชกเลือดเป็นรายถัดไป ทำให้ตัวบานกระจกแตกร้าวเป็นช่องว่างขนาดใหญ่จนเกิดเป็นทางผ่านให้กับมวลอากาศเย็นจากทางด้านนอกที่ค่อยๆม้วนตัวเข้ามาทักทาย ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกคิดถึงไปหาร่างนาง ยามสอดประสานกับร่างตนบนเตียงกว้าง ทุกภาพละเอียดชัดระดับเอชดี แต่ครั้นเอื้อมมือหมายคว้ากลับได้เพียงอากาศ

"จงกลับมาหาข้า ข้าบอกให้เจ้ากลับมา กลับมาเดี๋ยวนี้ สามจ๋า สามของข้า" ก่อนจะมาเว้าวอนอยู่จุดนี้ อสูรหนุ่มลองมาหมดแล้ว ไม่มาจะเป็นการกลับไปหาคู่นอนเร้าอารมณ์มากประสบการณ์คนเดิม หรือจีบหาเอาใหม่

"ข้าหาเอาใหม่ก็ได้ คิดว่าข้าจะแคร์เจ้านักหรือไง" แต่ไม่ว่านางใด ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน อสูรมากรักกลับกอดไม่ลงสักคน

"เจ้ามันใจดำทิ้งผัวได้ลงคอ ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร"

"เจ้าไม่มีสิทธิ์ทิ้งข้า เจ้าต้องกลับมาหาข้า" จนมาตายรัง งอแง ครวญครางอยู่ในห้องหอห้องเดิมด้วยประการฉะนี้

"สามจ๋า ข้าคิดถึง" ขานเรียกครวญหา ใจวาบเจ็บแปลบเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเผชิญ ดวงตาสีมรกตหลบเร้นซ่อนความรู้สึกรวดร้าวอยู่ภายใต้เปลือกตาสีเนื้อ คิดถึง ห้วงหาและโกรธา ทั้งยังไม่รู้จะตามหาเมียจากทางไหน ทุกความรู้สึกที่อสูรหนุ่มไม่เคยเผชิญทำให้เจ็บลึกทรมาน สุดแค้นและเจ็บใจ

"ใช่ มัน" แววตาสว่างวาบยามส่งสัมผัสหาศัตรูในห้วงคิด ร่างชายหนุ่มในกรอบแว่นปรากฏขึ้นลางเลือนก่อนถูกบดบังจากสายหมอกขมุกขมัว ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับตอนใช้สัมผัสค้นหาที่อยู่ของเมียตน

"อยู่ด้วยกัน หนีไปกับมัน" และนั่นทำให้อสูรหนุ่มกัดฟันดังกรอด แววตาสีมรกตลุกวาบทั้งใบหน้ายังเย็นชานิ่งสนิท

"เลือกมัน" ประกายตาสีมรกตเข้มข้นจนน่าอึดอัด สองมือกำแน่นระงับความรู้สึกก่อนเปิดรอยยิ้มชั่วร้ายเผยให้เห็น

"ไม่มีวัน เจ้ากับมันไม่มีวันได้ครองคู่" คราก่อนข้ายังแยกเจ้ากับมันได้ รอยยิ้มสมใจพลางหวนคิดถึงฉากสังหารโหด หยดเลือดบนพื้นถนนเป็นเครื่องสังเวยชิ้นดี เพราะหมั่นไส้ตั้งแต่อยู่ในโรงหนัง หนอย!!! บังอาจแตะไหล่จับมือโอบแขน แถมนางตัวดีไม่มีปัดป้องสักแอะ กลับยอมใหมันจับ ยอมให้มันจูง ช่างขัดหูขัดตาข้าเหลือเกิน ดังนั้นความคิดเชือดทิ้งจึงเกิดขึ้นในทันที

"คบกับมันวันไหน มันตายวันนั้น" คำสั่งอาฆาตเอาชีวิตส่งตรงพาดพิงถึงเด็กหนุ่มที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงกว้างในห้องหอที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองซึ่งเป็นที่พักสำหรับพนักงานของเจ้าของร้านขายดอกไม้แสนใจดี

"พี่หนึ่ง เราจะไปไหนกันคะ" ต้นแขนของหนุ่มนักเวทย์ถูกควงกอดออดอ้อน ทั้งยังถูกเขย่าเบาๆเพื่อเรียกร้องความสนใจ

"สามต้องไปอยู่กับคุณปู่สักระยะจ๊ะ" เวลานี้ ต้องส่งน้องน้อยไปกลบดานยังที่ปลอดภัย ส่วนตัวเราขอกลับซัดไอ้ปีศาจชั่วอีกสักยก ขอลากเลือดมันออกมาอีกสักรอบ แล้วค่อยกลับไปรอรับความผิดที่แอบหนีมา

"ไม่เอา พี่หนึ่งไปไหน สามไปด้วย" ไม่ว่าพี่ชายจะไปที่ใด เด็กสาวตัดสินใจขอติดตามไปด้วยและไม่ยอมถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังอีกแล้ว

"ไม่ได้" ข่มด้วยเสียงนิ่งขรึมพร้อมกับจ้องตาเด็กดื้อเป็นการยื่นคำขาด

"สามจะไป" อาการเด็กสามขวบเริ่มปรากฏขึ้นรำไร เบะปากเตรียมกรีดร้อง จุ๊บ!!! สัมผัสแผ่วเบาบนริมฝีปากมันอุ่นร้อน สัมผัสนุ่มๆเหมือนเยลลีทำให้เด็กสาวเม้มปากแน่นหน้าตาตื่น

"พะ...พี่หนึ่ง"

"ครับ" ยิ้มหวานตาปรอยทั้งยังมองหน้าโต้กลับ ด้วยสายตาที่ต่างไปจากที่เคย มันทั้งเว้าวอน อ้อนขอ พร้อมเปิดเปลือยความรู้สึกทุกห้องดวงใจ

หลายวันที่ตัดขาดจากปีศาจใจร้าย ใช้ชีวิตไปวันๆในดินแดนห่างไกลความเจริญ บนยอดเขาสูงซึ่งมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นจัด

"หลานปู่ เจ้าคือแหล่งพลัง ท่านชายแห่งมรนาการถึงตามล่าเจ้าเพื่อฝืนกฏแห่งพันธมิตร" วันแรกที่เดินทางมาถึงสำนักมัชฌิมา คนเป็นปู่เรียกตัวเด็กสาวเข้าพบในทันที น้ำสักคำยังไม่ได้แตะ ไหนต้องผจญกับอารมณ์ประหลาดของพี่ชายและช่องว่างของเวลาแสนสับสนน่าเวียนหัว แต่เพราะคำสั่งปู่และความอยากรู้ทำให้เด็กสาวกัดฟันทน

"แหล่งพลัง!!! อะไรคือแหล่งพลังคะปู่" อะไรคือแหล่งพลัง พลังอะไร ตัวเราใช้เวทย์ใช้อาคมไม่ได้สักบทแล้วจะมีพลังได้ยังไง

"นานนับศตวรรษ นักเวทย์ทุกรุ่นต้องเสาะหาแหล่งพลังเพื่อค้ำจุนสายพันธุ์ของชาวเวทย์ แหล่งพลังจะจุติในคืนจันทร์ทรงกลด นั่นคือเจ้า สามหลานรัก เจ้าเกิดในคืนจันทร์ทรงกลด" สบตาหลานรักพลางเปิดยิ้มเอ็นดู

"สามไม่ใช่ชาวเวทย์ สามไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ สามไม่ใช่หลานปู่" ความจริงที่รับรู้ทำให้เด็กสาวตกตะลึง ทั้งเสียดหัวใจและตื่นตระหนก มันผสมปนเปจนเกินจะรับไหว

"สามเป็นหลานปู่ สงบใจลงเถิด แหล่งพลังเช่นเจ้ามีเชื้อสายเป็นมนุษย์เพียงแต่ไม่ได้กำเนิดจากมนุษย์เท่านั้น" สบตาปลอบใจหลานรักอีกครั้งก่อนร่ายต่อ

"แหล่งพลังหากใช้ค้ำจุนสายพันธุ์เวทย์จะกลายเป็นแหล่งกำเนิดพลังเวทย์ อาคมและมนตรา แต่หากนำไปใช้ในทางที่ผิดจะทำให้เกิดเป็นภัยพิบัติต่อเหล่าสรรพชีวิตจนจบสิ้นวัฏจักร"

"แหล่งพลังจำต้องสะอาดบริสุทธิ์ นั่นคือต้องเป็นสาวบริสุทธิ์ห้ามมีพันธะผูกพันกับชายใดๆถึงจะมีอานุภาพสูงที่สุด หากมีมลทินเมื่อใดจะหลงเหลืออำนาจเพียงแค่ครึ่งเดียว"

นี่สินะคือเหตุผลที่ฉันถูกล่าม ฮึ นายมองฉันเป็นผู้หญิงยังไงกันแน่นากิม ฉันดูร่าน มากรักขนาดนั้นหรือยังไง

“กฏแห่งพันธมิตร คืออะไรคะ”

หลังฟังคำอธิบายของปู่จนครบทุกเนื้อความ เด็กสาวนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ความคิดเริ่มโลดแล่น จิกซอว์ที่ขาดหายค่อยๆประติดประต่อทีละตัวๆ เหตุใดเขาต้องมาอยู่ชิดใกล้ แกล้งแสดงตัวเป็นรูมเมทของเรา คอยหลอกล่อ คอยปกป้อง คอยดูแล พูดคำหวานสร้างกับดักมัดเยื่อใย ทั้งหมดก็เพื่อ แหล่งพลัง เรามีค่าแค่นี้ หากเราไม่มีประโยชน์ต่อเขา แม้แต่หางตา เขาคงไม่แลเราหรอก

ใช่!!! ไฟบรรลัยกัลป์ คนใจดำ เขาหลอกใช้เราฝืนกฎแห่งพันธมิตรเพื่อเป็นตัวจุดฉนวนของไฟบรรลัยกัลป์

ภาพของเปลวเพลิงมัจจุราชคอยตามล่าเผ่าผลาญพี่น้องร่วมมิตรลงทีละคนๆยังจำได้ติดตา ทุกชีวิตล้วนจบลงด้วยฝีมือของอสูรชั่วกับเรา แม้ไม่ใช่ในทางตรงแต่มันก็ใช่ในทางอ้อม ใบหน้าของอสูรร้ายติดตรึงยามหลับยามตื่น หากจะบอกว่าแอบเผลอใจไปคิดถึงย่อมไม่ผิด และนั้นยิ่งทำให้เด็กสาวรู้สึกเกลียดตัวเอง โง่ไม่เลิกรา ยอมยกใจให้เขาไปขยี้ทั้งยังโดนหลอกใช้สนตะพายจนพลั้งทำลายสหายร่วมมิตรด้วยความไม่ตั้งใจ เขาหลอกใช้เราเพื่อฝืนกฏแห่งพันธมิตร เขาทำลายเราเพื่อฝืนกฏแห่งพันธมิตร เขาย่ำยีเราเพื่อฝืนกฏแห่งพันธมิตร คนเลือดเย็น ฉันเกลียดคุณ

"สามขอโทษ สามเอง สามเป็นฆ่าลุง ฆ่าทุกคน ทุกคนตายเพราะสาม"

"สามไม่น่าเกิดมาค่ะปู่ สามมันชั่ว" หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม เมื่อความจริงทุกอย่างกระจ่างชัด ทั้งยังสาดซัดทุกความผิดเข้าใส่ตัวเอง

"ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด หลานปู่ อย่าโทษตัวเอง" สองมืออุ่นรวบร่างหลานเข้ากอดปลอบ พลางทอดถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม ปัญหาของคนรุ่นก่อนดันกลายเป็นปมปัญหาที่สืบทอดมาหาคนรุ่นใหม่และดูท่าจะรัดมัดเงื่อนจนแน่น จนไม่รู้ว่าจะเริ่มแกะปมก้อนไหนก่อนดี

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว