ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 19 หวาน re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 19 หวาน re

"แหล่งพลังเกิดขึ้นใหม่ได้ ใช่ไหมคะปู่" ประโยคเด็ดเดี่ยวบ่งบอกถึงการตัดสินใจ หากไม่มีเราสักคน หากไร้สิ้นแหล่งพลัง เขาย่อมทำร้ายพวกเราไม่ได้ เพราะเขาจะถูกผูกมัดด้วยกฏแห่งพันธมิตร

"ใช่ แหล่งพลังจะเกิดขึ้นมาใหม่ทุกๆหนึ่งร้อยปี หลังจากแหล่งพลังรุ่นก่อนสูญสิ้น" ผู้อาวุโสกว่ามองออกว่าคนเป็นหลานคิดจะทำอะไร หลานข้า หากเจ้าเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ คงไม่ต้องแบกรับภาระหนักหนาเกินกำลังเช่นนี้ จะโทษใครได้เล่า นอกจากชะตากรรม

"ท่านครับ สำนักทักษิณกับสำนักปัจฉิมถูกโจมตีครับ" คนส่งข่าวรีบรายงานข่าวการศึก มาไวไปไวแถมยังลากคุณปู่ติดมือออกมาด้วย

"รวบรวมคนรอดชีวิต!!!" แววตาเคร่งเครียดก่อนออกคำสั่ง พลางก้าวเท้ายาวๆตามไล่หลังคนส่งข่าวออกไป

"สาม อย่าวู่วาม สิ่งที่เจ้าคิดอย่าได้คิดทำ เจ้ายังมีคนข้างหลัง มีปู่ รอแปปเดียว เดี๋ยวปู่จะกลับมาเล่านิทานให้เจ้าฟัง" แต่ยังไม่วายหันมาทักท้วงหลานสาวเอาไว้ก่อน เพื่อขวางความคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว เอาตัวเองรอดเพื่อความสบายใจอยู่เพียงฝ่ายเดียว ด้วยการเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่ารอดตายแต่หมายถึงการรอดพ้นจากภาระหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบ

ปัง!!! เสียงปิดประตูดังปังราวกับเป็นการเริ่มบทโหมโรงของนิทานโบราณแสนเก่าแก่

“เมื่อนานมาแล้ว เราชาวเวทย์และมรนาการอยู่กันฉันท์พันธมิตร"

"จนกระทั่ง ชนเผ่าภูติให้กำเนิดนางภูตตนหนึ่งนามว่าชานี”

“…” คุ้นๆ ชานี ชานี เหมือนเคยได้ยินแฮะ เป็นชื่อที่คุ้นหูชอบกลแต่สาวเจ้ายังคิดไม่ออกว่าเคยได้ยินมาจากไหน

“เจ้าสำนักคุ้มกันหลงไหลนางภูติพร่ำเพ้อหาแต่นางภูติ แต่นางภูติกลับมีชายที่ชอบพออยู่แล้ว นามว่าสเคลซึ่งเป็นเจ้ามรนาการรุ่นก่อน เหมันต์แค้นที่นางภูติไม่รับรักตนประกอบกับแรงยุยงของไลน์จึงยอมร่วมมือกับนาง นางล่อลวงให้เจ้าแห่งมรนาการเข้าไปยังแดนมนุษย์เพื่อลอบสังหารพระชายา”

“ยามเข้าแดนมนุษย์ เจ้าแห่งมรนาการจะยอมลดสภาพชาติพันธุ์เป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นความลับที่รับรู้กันเพียงแค่คนสนิทเท่านั้น”

“ความไว้ใจ ความเชื่อใจ ทำให้เจ้าแห่งมรนาการสิ้นชีพพร้อมกับพระชายา เพราะเจ้าแห่งมรนาการฝากหัวใจเอาไว้กับพระชายา หากพระชายาสิ้น เจ้าแห่งมรนาการย่อมสิ้นใจตาม” โอ้โฮ โรแมนติกสุดๆ ท่านเจ้ามรนาการรุ่นก่อนห่วงใยแฟนเป็นที่สุด แถมยังไม่ยอมให้แฟนตายก่อน ถ้าจะตายต้องตายด้วยกัน ว้าวๆ เจ้าแห่งมรนาการรุ่นก่อนสุดแสนจะโรแมนติก

“หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ไลน์ขึ้นครองเป็นท่านหญิงแห่งมรนาการและโยนความผิดทุกอย่างให้พวกเราชาวเวทย์ ทั้งยังล่อลวงท่านชายแห่งมรนาการเป็นพวกเพื่อตามฆ่าล้างพวกเรา”

“ไลน์ชิงชังพวกมนุษย์จึงเหมารวมพวกเราเข้าไปเกี่ยวด้วย ไลน์มันเสียสติไปแล้วหลาน มันบ้า” น้ำเสียงของปู่เต็มไปด้วยความโกรธกรุ่น เพราะการกระทำของปีศาจหลงผิดตนหนึ่งเป็นฉนวนทำให้เราชาวเวรต้องเดือดร้อน ยิ่งได้ฟัง ยิ่งทำให้รู้สึกเกลียดขี้หน้าผู้บงการในมุมมืดทั้งๆที่ยังไม่เคยเห็นหน้า เด็กสาวฟังไปกัดฟันไปด้วยความแค้น ความสูญเสียของพวกเรามาจากความเข้าใจผิดและมันจะต้องมีคนออกมาแสดงความรับผิดชอบ

“ชาวเวทย์พยายามติดต่อขอเจรจาอยู่หลายครั้ง แต่ท่านชายแห่งมรนาการไม่เคยฟัง สงครามจึงเริ่มประทุขึ้นตั้งแต่ครั้งนั้น แม้จะเอาชีวิตกันไม่ได้ตามกฏแห่งพันธมิตรแต่ความเสียหายย่อยยับจนไม่อาจจะนับ" ร่างชราหยุดไปครู่หนึ่งก่อนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"สิ่งที่น่าอัปยศที่สุดคือการทรยศของเจ้าสำนักคุ้มกัน”

“!!!” ยิ่งได้ฟัง ยิ่งรู้สีกใจหาย แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะตายสิ้นไปก่อนแล้ว แต่ความผิดบาปที่ทำเอาไว้กลับยังตราตรึงไม่รู้ลืมและส่งผลมาถึงคนรุ่นหลังให้รับกรรมไปเต็มๆ

“ใช่” คนเป็นปู่พยักหน้ารับพร้อมสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“เจ้าสำนักคุ้มกันขายความลับเรื่องแหล่งพลังให้กับไลน์ทำให้เราต้องสูญเสียพี่น้องผองเพื่อนอย่างไร้ความยุติธรรม แต่ในท้ายที่สุดเจ้าสำนักคุ้มกันกลับได้รับโทษคืนอย่างสาสม นั่นคือการหายสาบสูญของชานี นางภูติที่ท่านเจ้าสำนักหลงรัก ไม่เคยมีใครได้พบเจอหน้านางอีกเลย นับจากสงครามครั้งสุดท้ายจบสิ้นลง ทำให้เจ้าสำนักคุ้มกันตรอมใจตายในที่สุด” โห ชะตากรรมของคนรุ่นก่อนทำไมมันน่าอนาถขนาดนี้ จากที่ฟังมา มันมีแค่ทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้พวกเรารอด

“สามจะทำให้เขาฟังเองค่ะปู่” สิ่งที่ปู่พยายามจะบอกใบ้ หลานสาวเข้าใจได้ดี

เจ้าปีศาจโรคจิตชอบเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่แถมยังไม่ยอมฝั่งคำอธิบายของฝั่งเราสักคำ คิดเองมั่วเอง นี่มัน ศาลเตี้ยชัดๆ

เดี๋ยวฉันจะเคาะกระโหลกนายเองนากิม มา!!! มาเจอกันสักตั้ง โดนจูงจมูกหลอกใช้ให้ไปทางขวาทีซ้ายทีอยู่ยังไม่รู้ตัวอีก เฮอ จะว่าไปตัวนายเองก็น่าเห็นใจเหมือนกัน

ห้องเงียบสนิท ไร้วี่แววของกลิ่นไอมนุษย์ บนพื้นข้างเตียง มุมเดิม พื้นที่เดิม ข้างซากของกองระเกะระกะเป็นบริเวณจับจองของร่างหนึ่งในผ้าคลุมสีมืด หยดเลือด กลิ่นคาวเลือด เสียงร้องระงมวอนขอชีวิต การออกทำลายล้างเหล่านักเวทย์กลับยังไม่อาจดับความร้อนรุ่มลงได้

ยามอยู่เพียงลำพังในพื้นที่แห่งความทรงจำ ความคิดมักย้อนวนเวียนทุกขณะจิต คอยฉายชัดให้เห็นภาพของคู่แท้ ฉายซ้ำฉายซากตอกย้ำถึงความสูญเสีย การใช้สัมผัส อาคม เวทย์มนต์หรือการเดินเท้าตามหา ไม่ว่าที่ใดมันว่างเปล่า ไร้วี่แวว ไปด้วยกัน อยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ร่างมันบนร่างเมีย ยิ่งคิด กลิ่นไออาฆาตยิ่งฉายชัดขึ้นทุกที

ไม่ว่าจะใช้สัมผัสค้นหาหรือเวทย์อาคมซับซ้อนสักแค่ไหนกลับไม่พบแม้แต่เงาใคร ไม่ว่าจะเป็น เมียไม่รักดี ชู้แว่น หรือไอ้นักเวทย์ตัวสอใส่เกือก ส่วนผลึกอาคมที่เคยใช้ค้นหาตัวหญิงสาวได้เสมอกลับไม่ปรากฏภาพใดๆนอกสายหมอกขมุกขมัว

“โว๊ย!!! อย่าให้เจอ อย่าให้เจอ” ถ้อยคำอาฆาตแววตาวาววับ แค้นจนแทบจะกระอักอยู่แล้ว

"นากิม" หวานละมุนเคล้าเคลียข้างกายเนื้อนุ่มสองเต้าเคล้าคลึงลำแขนอ้อนออดราวกับลูกแมวขนนุ่มๆ

“ไป" ไล่อย่างไม่ไว้หน้า ดูท่าปีศาจสาวแสนสวยจะเลือกมาผิดเวลา

"นากิม ท่านเปลี่ยนไปดังเช่นคำล่ำลือ" ร่างงามยังไม่ยอมลาจาก ทั้งพยายามบดเบียดเนื้อนิ่มบนอ้อมอกหวังกระตุ้นอารมณ์ดิบของท่านชายผู้เร่าร้อน

"ท่านชายแห่งมรนาการ หากต้องการหญิงใด ไม่ว่านางใด ย่อมไม่อาจหนีพ้น” เป็นกิตติศัพท์ที่รู้กันดีระหว่างปีศาจด้วยกันทำให้มีทั้งเสียงสาปแช่งคละเคล้ามากับความชื่นชม

"ท่านไม่ต้องการข้าจริงหรือ" มือไล้ข้างแก้มเบียดรุกประชิดก่อนริมฝีปากหนุ่มเกือบจะถูกประกบปิด พลัน!!!

โครม!!! แรงเหวี่ยงผลักร่างงามอกโตกระแทกลงบนพื้น แววตาสีมรกตเจิดจรัสเปล่งรังสีสุดอำมหิต ดีเหมือนกัน ข้ากำลังเครียดอยู่พอดี ได้เหยื่อสักตัวมาระบายอารมณ์ฆ่าเวลาก็ดีเหมือนกัน

มือร้ายสร้างสายใยสีขาวผูกเงื่อนเกี่ยวกระหวัดรัดรึงบนคอเรียวสลวย จากนั้นจึงกระตุกดึงรั้ง กึก!!! จนฝ่ายถูกกระทำกรีดร้องดังลั่น

กรี๊ด!!! กรี๊ด!!! เลือดแดงไหลโชกดูน่าสยดสยองแต่ที่คอยังไม่ขาดเพราะปีศาจสาวฝืนต้านด้วยเวทย์ยื้อชีวิตเอาไว้ แต่ดูท่าคงจะกันเอาไว้ได้อีกไม่นานหรอก

“ท่านชายเจ้าขาได้โปรดไว้ชีวิตข้า” แววตาเฉยชาเรียบเย็นพร้อมรอยยิ้มแสนสนุกเป็นคำตอบของการอ้อนวอนได้เป็นอย่างดี

เปรียะๆ สายใยขาดสะบั่น ปีศาจสาวผู้โชคร้ายรีบร่ายเวทย์หลบหนีและไม่คิดจะกลับมาลองของอีกเป็นครั้งที่สอง

"ใครให้เจ้ายุ่ง เวร่า" มรกตเขียวเข้มจัด ฉายแววคุกคามต่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

"ศัตรูท้ารบคืนจันทร์เพ็ญ"

เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหล่านักเวทย์ไม่ยอมตกเป็นเป้าอยู่ฝ่ายเดียว แม้ท่านผู้อาวุโสสูงสุดจะออกหน้า แต่การบุกโจมตีสำนักทั้งสองเมื่อหลายๆวันก่อน มันทำให้สงครามยิ่งร้อนระอุ

"ดี" ประกายตาฉาบโรจน์ เผยรอยยิ้มสุดสะใจ

“เวร่า เหยื่อของข้า นางเป็นใครและมาจากถิ่นใด”

“นางเป็นบุตรคนสุดท้องของบุตรชายคนรอง ของสำนักสำนักมัชฌิมาค่ะ” เพราะคะเนแล้วว่าเหยื่ออารมณ์ของนายตน ดูท่าจะไม่ใช่เหยื่อธรรมดาทำให้อสูรสาวกลับไปทำการบ้านในเรื่องของเหยื่อของนายมาเป็นอย่างดี

“มัชฌิมา” ฮึ แสดงว่าตอนนี้เด็กไม่รักดี หนีไปอยู่มัชฌิมา

“อาจใช่และไม่ใช่ ท่านจับสัมผัสนางได้หรือไม่” ยิ่งโดยจี้ใจเรื่องสัมผัส แววตาสีมรกตยิ่งลุกวาบเพราะภาพของด้ายแดงที่เห็นมากับตา มันตอกย้ำให้สำนักว่าคนที่หนีตามกันไป พวกมันคือเนื้อคู่ส่วนตัวกูก็แค่ผัวข้ามคืน

“ไม่ได้” ตอบกลับด้วยความเคืองใจทั้งยังไม่สบอารมณ์เป็นที่สุด

“อีกสามวัน มรนาการจะเตรียมจัดทัพใหญ่ ท่านจะไปด้วยหรือไม่”

“ไป” ออกไปเชือดเหยื่อ ระบายอารมณ์ก็ดีเหมือนกัน คิดว่าจะรอดหรือสาม คิดว่าลบสัมผัสทิ้งทุกอย่างแล้วเจ้าจะรอดหรือ ไม่มีวัน!!! ข้าจัดการงานในมือเสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวเราได้รู้กัน จะเอาให้จำว่าการทอดทิ้งผัวตาเขียวๆอย่างข้า เจ้าจะเจอกับอะไร

"หวาน!!!" คำเรียกเคยคุ้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับอสูรสาว ยามมองเห็นใบหน้าเขา ยิ่งทำให้ใจสาวสั่นไหว

"หนึ่ง!!!" หลุดเร้นเพียงกระซิบ แววตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างขึ้นนิดๆ แค่เพียงนิดเดียว

"หวาน มากับผม" แขนสาวถูกคว้าแน่น ทั้งยังถูกดึงลากบังคับพาย้ายฝั่ง ให้มายืนอยู่ทางฟากของตัวเอง

พลั๊ก!!! อสูรสาวซัดเวทย์ปาเข้าใส่เพื่อหนีให้หลุดจากมืออุ่น ซึ่งแรงกระแทกรุนแรงพอดูจนทำให้ร่างเนื้อถูกซัดกระเด็นไปกองอยู่ตรงหน้าประตูห้องพอดิบพอดี

“สวัสดี คุณชายผู้สูงศักดิ์” หายตัววับมายืนข้างนายตนพลางกล่าวคำทักทายอย่างเป็นทางการให้กับคนหน้าคุ้น

“สามอยู่ไหน” หน้ามันจำติดตา มันเป็นตัวสอใส่เกือกพาเมียเราหนี มาให้ฆ่าถึงที่เชียว เดี๋ยวจะสนองให้

"หวาน คุณเป็นพวกเดียวกับมัน" แววตาผิดหวังฉายชัดทั้งยังออกแนวตัดพ้อต่อว่า ทั้งยังไม่ใส่ใจจะตอบคำถามที่ถูกถามขึ้นมาเมื่อครู่

เวลานี้เจ้าของห้องกำลังโดนทิ้งกองเป็นอากาศ เพราะเมื่อนักเวทย์หนุ่มเห็นใบหน้าของอสูรสาวจนชัดตา ใบหน้าของคนที่เคยคิดว่าตายสิ้นแล้ว แต่ตอนนี้กลับยังมีชีวิตและยืนตัวเป็นๆอยู่ตรงหน้า มันทำให้ลืมสิ้นว่า มาห้องนี้ทำไมและมาเพื่อใคร

"คุณชาย ในที่แห่งนี้ไม่มีใครชื่อหวาน หวานตายไปแล้ว ท่านก็เห็น" สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นสายตาแสนเย็นชาของคนเคยสนิท

“ตะวันปัดเป่า” ลูกไฟร้อนเฉี่ยวเข้าปาดหน้าแต่ยังไม่ทันจะได้เฉี่ยวผิวเนื้อ เพราะอสูรหนุ่มเอนหัวหนีนิดนึงและนั่นถือเป็นการส่งคำท้าเปิดศึก

"นายข้า ห้ามใครล่วงเกินแม้ปลายก้อย" เปลวเพลิงร้อนแรงค่อยๆถูกแช่แข็งจากหมอกเย็นๆจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ตกลงบนพื้นดังตุบ

“หวาน อย่ายุ่ง ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

"ข้าเวร่า ไม่ใช่หวาน" ถ้อยคำสื่อชัด ข้าขอตัดสิ้นเยื่อใยต่อท่านรวมถึงความทรงจำที่เคยมีให้กัน ขอให้มันขาดสะบั้นในวันนี้

เพียะ!!! แรงกระทบบนใบหน้าน้องไม่เบาเลย และคนเป็นพี่ชายจงใจฟาดอย่างไม่ออมแรงเพราะชักเริ่มเดาอะไรลางๆได้บ้างแล้ว ทำให้กระแสอารมณ์ยิ่งโหมแรงตามไปด้วย ไปแบให้มันมาใช่ไหมถึงได้ซมซานกลับมาเหมือนนกปีกหักให้ข้าขย้ำ!!! เพศผู้เหมือนกันทำไมจะดูกันไม่ออก สายตาของมัน ท่าทีของมัน อาการราวผีตายซากของเจ้าเมื่อครั้งก่อนมาจากมันเป็นแน่ เวร่า เจ้ากับมันเป็นอะไรกัน!!!

"ไปจัดการงานของเจ้าให้เรียบร้อยก่อนมืด" ออกคำสั่งเสร็จจึงหันกลับเข้าหาวงต่อสู้

"ค่ะ นายท่าน" เมื่อนายท่านคิดสู้เพียงลำพัง จึงไม่ควรอยู่ขวางทางให้คนเป็นนายขัดเคืองใจ หากถามว่าห่วงคนเป็นพี่ชายหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ห่วงเพราะไม่ว่าทางใด ทั้งอสูรสาว คุณชายผู้สูงศักดิ์หรือแม้กระทั่งตัวนายท่านเองก็ตาม ทุกผู้ต่างรู้ดีว่า ใครเหนือกว่าใคร

อสูรสาวหายตัววับไปกับความว่างเปล่าตามคำสั่ง หลงเหลือเพียงกระแสการห้ำหั่นแผ่กระจายกดดันชนิดไม่มีใครยอมลงให้ใคร

ฝ่ายหนึ่งแค้นหนักเพราะน้องที่ตนคอยถนอม มดไม่ให้ไตไรไม่ให้ตอมกลับถูกปีศาจชั่วมาแอบเยี่ยวรดเอาไว้ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งแค้นแทบกระอักเพราะถูกฉกเมียหนีและยังมีอีกกระทงที่เพิ่งรู้เมื่อครู่ ว่าชายชั่วที่ทำน้องข้าเจ็บช้ำคือมันนั่นเอง

แปะ!!! ดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง สภาพแวดล้อมจึงแปรเปลี่ยนเป็นพื้นทรายสุดร้อนระอุที่มีอาณาเขตกว้างไกลจนสุดลูกหูลูกตา

หากเงยหน้าขึ้นฟ้าย่อมเจอกับดวงตะวันกับพื้นฟ้าไร้เขตแดนแต่หากมองซ้ายมองขวาย่อมเจอกับทรายและทรายเพียงแค่นั้น สมรภูมิใกล้เส้นศูนย์สูตรเป็นสถานที่ ที่อสูรหนุ่มจงใจเลือกโดยเฉพาะ เพราะอะไรนะหรือ ฮึ ดูท่าพายุทรายก้อนย่อมๆทีนักเวทย์หนุ่มกำลังรับมืออยู่คงเป็นคำตอบได้ดี

โครม!!! หมัดใหญ่ยักษ์ทุบลงบนทอนาโดเนื้อทรายหนึ่งตุบ ทำให้เศษทรายกระจายปลิ้ววอนและลมพายุแสนอันตรายถูกกำราบลงในทันที

“เก่ง” การแก้เกมส์ของเด็กหนุ่มรุ่นหลานทำให้อสูรหนุ่มเอ่ยชมก่อนจะซัดกระแสน้ำเข้าใส่อีกระรอก

“โบกปูน” กระแสน้ำขนาดยักษ์ถูกแช่เป็นซีเมนต์ก่อนสลายกลายร่างเป็นเศษผงปะปนไปกับพื้นทราย

“ชอบที่นี่หรือไม่ สุสานของเจ้า” คำขู่พร้อมรอยยิ้มแสยะ ทั้งสายตาฟาดฟันเอาตาย

"สามเคยล่วงเกินคุณหรือ คุณถึงทำกับสามเหมือนสามไม่ใช่คน" น้ำเสียงรวดร้าวยามออกปากถาม

"ไม่มี" ตอบออกไปเช่นนั้น ไม่มี มันไม่ใช่เพียงคำตอบกลับแต่มันดันเป็นเหตุผลที่ทำให้อสูรหนุ่มสะอึก

“ไม่มี แล้วคุณข่มขืนสามของผมทำไม” สายตาราวสัตว์บาดเจ็บของเจ้าตัวสอใส่เกือกทำให้อสูรหนุ่มนิ่งชะงัก ทั้งยังเผลอหยุดร่ายเวทย์

ข้ารังแกนางทั้งที่นางไม่เคยทำอะไรผิด ข้า...แล้วไงเล่า หากข้าไม่ใช้นางแล้วข้าจะ

ฝืนกฎแห่งพันธมิตรได้เหรอ ข้าจำเป็นต้องใช้นาง ไม่ว่าจะต้องทำร้ายนางสักเพียงข้าย่อมต้องทำ !!! ข้าทำร้ายนางหรือ ทั้งที่ข้าเอ็นดูนางแล้วเหตุใดข้าถึงทำร้ายนางได้ลงข้า ข้าไม่คิดทำร้ายเจ้า ข้าอยากดูแล อยู่ใกล้ๆ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน สามจ๋า

ใช่ เป็นเพราะมัน เพราะมันพรากเจ้าไปจากข้า มันต้องชดใช้!!! ยามคิดจบโบ๊ยความผิดให้เสร็จสรรพ อสูรหนุ่มจึงเริ่มเรียกเศษทรายขึ้นมาเป็นอาวุธเตรียมใช้ฆ่า เศษทรายค่อยๆรวมตัวจนกลายร่างเป็นหอกแหลมหนึ่งเล่ม เพียงสะบัดมือหนึ่งครั้ง หอกแหลมจึงพุ่งเป้าเข้าหาหนุ่มนักเวทย์ในทันที

“ตะวันปัดเป่า” นักเวทย์หนุ่มม้วนตัวกลิ้งตัวหลบคมหอกอันตรายได้อย่างหวุดหวิดและซัดดวงไฟลูกโตตอบโต้เอาคืน

“กระจอก วอนหาที่ตาย” คำสบประมาทไม่ไว้หน้า มาจากฝีปากของอสูรหนุ่ม แค่สะบัดมือเพียงครั้ง ลูกไฟลูกใหญ่จึงหายลับไปเป็นเศษฝุ่นและทิ้งเขม่าล่วงกราวลงสู่พื้นทราย

"เจ้ามันปีศาจชั้นต่ำ" ลูกเห็บกองใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้าพุ่งเป่าลงหัวกบาลของอสูรร้าย

"อาคารากี" ลูกเห็บทุกก้อนสลายหายไปในพริบตาและปรากฎขึ้นใหม่ตรงหน้าของเจ้าของอาคมจนทำให้ตั้งรับไม่ทัน แถมยังมีอานุภาพมากกว่าเวทย์อาคมของตนถึงสองเท่า

การถูกย้อนอาคมด้วยอาคมของตนเองทำให้หนุ่มนักเวทย์สุดแสนเจ็บใจ ขาขวาทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นทราย เพราะเมื่อครู่ถูกกลุ่มลูกเห็บถล่มซัดค่อนข้างรุนแรงพอดู

"เจ้ายืมพลังของชาวเวทย์ หน้าด้าน" กระอักเลือกออกมาคำโตก่อนด่ากลับถากถางเอาคืน

“เจ้าฉกเมียข้าไปกับมือ ไม่หน้าด้านกว่ารึไง" ตำแหน่งที่ยกย่องให้แค่เผลอตัวพูดออกไป แม้แต่เจ้าตัวยังไม่ทันได้คิด เพียงแค่ต้องการเย้ยเอาชนะเท่านั้น

"สามไม่ใช้เมียคุณ สามเป็นของผม ทะลวง" เศษทรายฟุ้งกระจายม้วนตัวพุ่งเข้าโจมตีอสูรชั่วกลับเอาคืน

"ทุกส่วนของนาง ข้า เลีย ขย้ำ ขยี้ ดึง บีบ กระแทก อ๋อ สามชอบให้กัดเพื่อเจ้าอยากจะรู้" รอยยิ้มเยาะฉาบทั่วดวงหน้า พร้อมคำพูดเป็นต่อทั้งยังเหยียบย้ำหัวจิตหัวใจของพี่ชายหวงน้องจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

"สะท้อน" ทรายกลุ่มเดิมเปลี่ยนทิศพุ่งเป้าเข้าหาหนุ่มนักเวทย์แทนเสียแล้ว ส่วนอสูรร้ายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

"แก!!! อัสนีบาต" เปรียะ!!! เปรี้ยง!!! ปัง!!! สายฟ้าเข้าฟาดฟันร่างของอสูรร้ายอย่างไม่อาจนับได้ว่ากี่รอบต่อกี่รอบ

“ไม่เจ็บ ไม่คัน จั๊กจี้ดี อ่อนว่ะ ไปเรียนมาใหม่ไป”

“อ๊าก!!!” อสูรหนุ่มเข้าประชิด ยืนติดกาย ฉกมือมัจจุราชพุ่งทะลวงสร้างรอยทะลุบนอกแน่นเนื้อเป็นรูกลวงโบ๋

เลือดแดงไหลย้อมพื้นทรายเป็นทางยาวและเหยื่อในมือร้องลั่นเพราะมันเจ็บแทบขาดใจตาย

วูบหนึ่งในห่วงความซึ่งอยู่ระหว่างความเป็นความตายหวนคิดถึงใบหน้าน้อง สาม พี่ลาก่อน รู้ตัวดีว่าไม่อาจสู้มันได้ แต่ให้นั่งอยู่เฉยก็ทำไม่ได้เช่นกัน มันกล้ามาหยามกันถึงถิ่น รังแกทำร้ายแก้วตาดวงใจ

แม้ต้องตายก็ขอเอามันคืนสักตั้ง ทั้งๆที่พยายามรีดเร้นกำลังจนสุดชีวิตแต่กลับไม่อาจทำอะไรมันได้สักแผล เหตุใดจึงมีการตรากฏแห่งพันธมิตรขึ้นบังคับใช้กับอสูรระดับเจ้า ณ วันนี้ หนุ่มนักเวทย์เข้าใจได้อย่างถ่องแท้

หลุมดำมหึมาปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทำลายร้างดูดกลืนทุกสรรพสิ่งและอีกไม่ช้าคงจะถึงร่างเนื้อแสนโรยราของหนุ่มนักเวทย์ที่ถูกซัดกระเด็นห่างออกไปประมาณสองถึงสามเมตร อาคมของอสูรใจโหดแรงกล้าเกินต่อกร ณ เวลานี้ แค่ขยับตัวหรือร่ายอาคมหนี ยังทำไม่ได้สักทาง

"ข้าจะบอกให้เอาบุญ ใต้น่องซ้ายของสามไฝแดงน่าหลงใหลยิ่งนัก ข้าเลียแล้วเลียอีก ไม่มีเบื่อ" สาม พี่ขอโทษ พี่มาได้ไกลแค่นี้ มันหยาบกับน้องนัก ที่ผ่านมาน้องต้องผ่านอะไรมาบ้าง พี่ขอโทษ พี่ขอโทษครับ พี่รักเจ้าเหลือเกิน สุดที่รักของพี่

"เวลาสามร้องขออีกรอบ หึหึ เสียงช่างไพเราะจับจิต" ตอกย้ำหยามเหยียดฝังให้จมดิน แววตาผู้ชายด้วยกันมองออก ไอ้หนุ่มนี่มันคิดไม่ซื่อกับเมียข้า

วาบ!!! สำแสงสว่างจ้าดับก่อนลับหายรวมทั้งหลุมดำขนาดใหญ่หายลับตามไปด้วย

"มนต์ปัดเป่า" คนสังหารขัดเคืองสุดขีด มันรอด คนฉกเมียข้าหนี มันรอด!!!

"เวร่า!!!"

“โว๊ย!!! ไม่มีอะไรได้ดังใจข้าสักอย่าง” น้ำเสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังลั่นสะท้านสะเทือนก้องกังวาลอยู่บนทะเลทรายแสนร้อนระอุ เหลือเพียงแค่กองเลือดกลุ่มใหญ่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้าซึ่งเป็นการประกาศชัดว่า ไอ้ตัวสอใส่เกือกฉกเมียคนอื่นหนี มันรอด

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว