ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 20 ปัดเป่า re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 20 ปัดเป่า re

"แม่ขา ท่านนากิมแกล้งข้า" เด็กสาวผมแกละวิ่งมาเกาะชายกระโปรงของสาวงามวัยแรกผลิ ดูเผินๆคงดูคล้ายเด็กสาววัยแรกแย้ม แต่แท้จริงนั้น พระชายาอายุอันนามราวสามสิบต้นๆแล้ว

"นากิม อย่าแกล้งน้อง" อาการนิ่งเงียบ สบตาสู้ดื้อดึงทำให้คนเป็นแม่ได้แต่ถอนใจกลุ้ม เพราะไม่รู้ว่าจะต้องดุเจ้าตัวดื้อเช่นไร มันถึงจะฟัง

"เนวีจ๋า ข้าแค่ยื่นหลุมมรณาให้เวร่าดูเอง ไม่ได้คิดแกล้งอะไรเลยครับ" กระบวนการแก้ตัวน้ำขุ่นๆไม่มีใครสอน เพราะท่านชายเรียนรู้จากพระบิดามาครบทุกกระบวนความ พ่อเป็นเช่นไร ลูกเป็นเช่นนั้น นิสัยคล้ายคลึงดุจเดียวกัน ราวกับฝาแฝดต่างวัยก็ไม่ปาน

"นากิม ไยเล่นอะไรแผลงๆครับลูก"

“หลุมมรณาไม่ใช่ของเล่น อย่าแกล้งน้อง” ครั้งนี้เด็กแสบทำเกินไป ทำให้คนเป็นแม่ต้องออกโรง ดุตักเตือน มีอย่างที่ไหน เรียกหลุมอันตรายขึ้นมาเป็นของเล่น ใช้เล่นกับน้อง

"เนวี เข้าข้างเวร่า เข้าข้างพวกภูติชั้นต่ำ ข้าเกลียดเนวี” เด็กชายกัดปากหันหน้าหนี ดื้อจริงๆไม่รู้ลูกใคร แถมยังตะโกนลั่นวัง เอาแต่ใจตัวเองฉบับเต็มพิกัด

“ข้าไม่ใช้ชนชั้นต่ำ ข้าเป็น…” ถ้อยคำที่ขาดหาย ท่านหญิงน้อยพยายามจะพูดว่า ข้าเป็นน้องสาวของพี่ แต่ด้วยบรรดาศักดิ์ อีกทั้งยังถูกกีดกันกดหัวเอาไว้ ทำให้คำหลังไม่กล้าหลุดออกไป

“เวร่า มองแม่” เสียงเรียกหาทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มปริ่มหยาดน้ำตาคลองคลอหันมาหา

“เวร่าเป็นลูกของแม่ เป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ อย่าร้องลูก เดี๋ยวไม่งามนะคะ” ยามเห็นหยาดน้ำตาไหลอาบลงแก้ม ทำให้สองมืออุ่นรีบรวบร่างน้อยเข้ากอดปลอบ

“ฮือๆ แม่ขา เวร่ารักแม่” ความอบอุ่นจากผิวอุ่นๆทำให้เด็กน้อยยิ่งร้องไห้หนักขึ้น จนในที่สุดจึงปล่อยโฮออกมาคำโต บ่อยครั้งต้องคอยเป็นที่รองรับอารมณ์ของพี่ชายใจดำ บ่อยครั้งถูกไล่ ถูกว่าและทุกความรู้สึกถูกระบายออกมาหมดสิ้นแล้วในตอนนี้

"นากิม ไยเรียกแม่เจ้าเช่นนั้น"

“เวร่าเป็นน้องของเจ้า ต้องให้ข้าย้ำอีกสักกี่ครั้ง” เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังมาก่อนตัว และไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเสียงของท่านเจ้าแห่งมรนาการนั่นเอง

"พ่อเรียกได้ ข้าเรียกได้" ยังคงดื้อรั้นต่อไป แถมหายตัววับหลบหนีความผิดไปเป็นที่เรียบร้อย

"นากิม ออกมาขอโทษแม่เจ้าเดี๋ยวนี้ อย่าให้พ่อต้องเรียกค่ายมรนาการ"

“เจ้ารู้ดีไม่ใช่รึ พ่อร่ายเวทย์ทำให้เจ้าตายแล้วฟื้นอีกสักกี่รอบย่อมได้ อยากลองดีก็เอา!!!” ดังก้องสะเทือนไปถ้วนทั่ว สะเทือนเลื่อนลั่นไปไกลอยู่หลายไมล์

“สเคล ลูกเราค่ะ ไม่ใช่ศัตรู” ชักรู้สึกว่ามากเกินไปทำให้พระชายาขัดเตือนด้วยเสียงเข้มๆ

“มันดื้อเหลือเกิน ไม่รู้เหมือนใคร”

“ท่านจะให้ข้าบอกหรือไม่เจ้าคะ เหมือนใคร อย่ารังแกลูก” ใบหูเรียวยาว ยามนี้กำลังถูกดึงลงเป็นการเตือนในระยะแรก

“โอ๊ย เมียจ๋า เจ็บครับเจ็บ ไม่เอาน้ำขึ้นน้ำลงครับ ผัวเจ็บ” ปากเอ่ยคำอ้อน อ้อนเมีย ส่วนจิตส่งกระแสความคิดพุ่งตรงไปหาลูกชาย ความว่า จะเอาใช่รึไม่นากิม ออกมาบัดเดี๋ยวนี้!!!

"ท่านแม่ ข้าขอโทษครับ" อสูรน้อยปรากฏตัวยืนใกล้คนเป็นแม่ ทั้งยังเกาะชายกระโปรงออดอ้อนพร้อมตีสีหน้าเริ่มสำนึกผิด ซึ่งทำเลที่เลือกปรากฏตัวขึ้น ผ่านการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี ว่าอยู่ตรงนี้ พ่อย่อมเอื้อมมือมาไม่ถึง

"ขอโทษน้องก่อนครับนากิม น้องขวัญเสียหมด" แววตาของเจ้าแห่งมรนาการเฉียบคมคล้ายคลึงกับแววตาของเด็กชายตัวน้อย

"ข้าขอโทษ" คนทำผิดหันมาหาคนขี้ฟ้องก่อนสะบัดคำขอโทษเสียงห้วน ด้วยเกรงพ่อตนอยู่หลายส่วน ทำให้ยอมกัดฟันพูดคำขอโทษออกไป ดูท่าคงจะมีอยู่เพียงผู้เดียวที่จะเอาเจ้าเด็กตัวแสบได้อยู่มือ

"อ่อน แค่หลุมดำลูกเล็กๆ จะกลัวอะไรนักหนา ขี้ขลาด แบร่" ปาถ้อยคำร้ายใส่น้องจบ จึงรีบวิ่งหนีหน้า ด้วยปรายสายตาเห็นลูกไฟลูกเล็กในกำมือของพ่อและเคยรู้รสดีว่ามันแสบสันต์เพียงไร

เรื่องที่ควรจบกลับยังไม่จบ เหตุการณ์เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเจ้าแห่งมรนาการเริ่มระอาใจ แถมระยะหลังๆ ภูตสาวยิ่งตะเบ็งเสียงร้องเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเพราะกรรมวิธีการแกล้งน้องของคนเป็นพี่รุนแรงมากขึ้นทุกที เช่น โยนน้องลงหลุมมรณาพร้อมบ่วงเชือกผูกเอว เพื่อทดสอบว่ามันลึกสักแค่ไหนเป็นต้น

"นากิมว่าตามพ่อ 3#+$" ภาษาแปลกหูเป็นเวทย์ชั้นสูงซึ่งไม่นานนักอสูรหนุ่มจึงได้เรียนรู้ทีหลังว่าเป็นเวทย์กำราบหลุมมรณา และนับจากนั้นเป็นต้นมา อสูรหนุ่มจึงไม่อาจแกล้งน้องน้อยด้วยหลุมมรณาได้อีกเลย เพราะแกล้งทีไรน้องน้อยจะยิ้มสู้ พร้อมท่องมนต์ปัดเป่าที่ท่านเจ้าเคยสอนเอาไว้ให้

"ปัดเป่า คิ๊กๆ" นับเป็นเรื่องน่าโมโหสำหรับอสูรหนุ่มเลยทีเดียว

"ท่านพ่อ สอนมนต์ปัดเป่าให้มันทำไมครับ ข้าแกล้งมันไม่ได้ น่าเบื่อสิ้นดี" ฟ้องบิดาหวังหาแนวร่วม อีกทั้งยังส่งสายตาออดอ้อนหาพวก

"อย่าเรียกเวร่าว่ามัน เวร่าเป็นน้องเจ้า เจ้าต้องรักน้อง ดูแลน้อง" ไม่สนใจในคำฟ้องกลับสอนสั่งไปอีกเรื่อง

"น่าเบื่อ" ครั้นหาแนวร่วมไม่ได้ทำให้อสูรหนุ่มหน้าบูด รีบลุกออกจากเก้าอี้และวิ่งหายลับไปจากสายตา

"ท่านพี่ อย่าเข้มงวดกับลูกนัก นากิมเป็นชาย มีซุกมีซนบ้างตามวัยของลูก" พระชายาเริ่มเดือดร้อนแทนลูกชาย จึงส่งเสียงทักท้วงออกมาเบาๆ

“มานี่มา ขอหอมสักฟอด" เจ้าแห่งมรนาการกลับกลายเป็นชายในห้วงรัก ลูกเลิกไม่สนใจลากเมียเข้ามาซุกแทน

"ท่านพี่เมื่อคืนท่านก็..." ใบหน้าแดงปลั่ง แม้ผ่านมาหลายเพลาแต่ความตื่นเต้นกลับยังไม่จางหายไปเสียที ไม่ว่าจะถูกกอดสักกี่ครั้ง แต่แก้มยังคงแดงปลั่งทุกที เสน่ห์ที่ไร้การปรุงแต่งของพระชายา ทำให้เจ้าแห่งมรนาการหลงเมียจนงอหัวไม่ขึ้น

"ชายาที่ดี ต้องตามใจสวามี คนดีมานี่มา" ร่างบางเริ่มกระเถิบถอยห่าง อีกทั้งยังก้าวเท้ายาวๆพยายามเดินหนี แต่ทว่ายังช้ากว่ามือกาวของอีกฝ่ายที่ตามจับรวบเอวเอาไว้ทัน

"ข้าไม่อยากเป็นชายาที่ดี" คนกอดส่ายหน้าไม่ยอมเห็นด้วย ทั้งยามเมียเผลอยังแอบฉกหอมแก้มนิ่ม

"ต้องอบรมการเป็นชายาที่ดี สักบทสองบท" พระชายาถูกลากเข้าห้องนอน ความหอมกรุ่นลอยวนตบลอบอวลอยู่เบื้องหลังบานประตูลายวิจิตร

"ท่านพ่อกับท่านแม่ ช่างน่าอิจฉา นางเดียวชายเดียวครองคู่อยู่ด้วยกันจนสิ้นลม" สายตาของภูติสาววัยแรกรุ่น มองตามหลังประตูลายวิจิตรด้วยรอยยิ้ม ความคิดเพ้อฝันไปไกลเกินกู่กลับ โป๊ก!!! มะเหงกจากอสูรใจโหดประเคนลงบนหัวค่อนข้างแรงทีเดียว

"โอ๊ย ฮือ เหตุใด ท่านชอบรังแกข้า"

“ข้าอยู่ในที่ของข้า ข้ารู้ดี ตัวข้าเป็นภูติ สายเลือดของข้าเทียบท่านไม่ได้ ข้ารู้”

“ข้ายอมท่านทุกอย่าง ยังไม่พออีกหรือท่านชายนากิม” กุมหัวป่อยๆก่อนจะเถียงสู้ออกมาด้วยความน้อยใจ

“หุบปาก!!!” เพราะถ้อยคำไม่ถูกหู ทำให้อสูรหนุ่มชักเริ่มองก์ลง ส่วนฝ่ายถูกตวาด ยามนี้กอดตัวเองแน่น ด้วยไม่เคยเจอโทสะระยะประชิดของอสูรหนุ่มมาก่อน

แม้ครั้งก่อนๆจะถูกแกล้ง แต่ก็แค่แกล้ง อสูรร้ายไม่เคยตวาดใส่เช่นวันนี้ ทำให้ภูติสาวเริ่มสั่นกลัว ทั้งยังเริ่มจะเป่าปี่แล้ว

"ท่านชาย" คนสนิทเข้าประชิดกระซิบใกล้ใบหูขวา

"ฮึ เดี๋ยวไป" รอยยิ้มเปล่งประกายวาบวับ ยังดีที่เรื่องราวจากคนสนิทเบี่ยงเบนความสนใจ ภูติสาวจึงได้รับเพียงสายตาคาดโทษเอาไว้แทน

“หากท่านหญิงเวร่าร้องไห้ออกมาเมื่อใด จงนำมาแจ้งข้าในวันพรุ่งนี้” นามที่เรียกเป็นนามเต็มยศ ทั้งยังออกแนวให้เกียรติ ประมาณว่าข้าแกล้งนางได้ผู้เดียว รังแกนางได้ผู้เดียว ผู้อื่นห้ามยุ่ง อีกทั้งบรรดาศักดิ์ของนางต้องทัดเทียมกับข้า ห้ามละเลยมองข้าม

“ครับ” ผู้เฝ้าดูรับคำอย่างแข็งขันจนทำให้สาวขี้แยชักเริ่มร้องไม่ออก

“อย่าให้ข้าเห็นน้ำตาเจ้าสักหยด ไม่เช่นนั้น เจอดี!!!” หลังขู่เสร็จคำ คนขู่จึงหายตัววับไปกับตา

“…” ภูติสาวจึงพยายามฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้ทำให้ไหลปริ่มอยู่แค่ในเบ้าตา ด้วยยังไม่อยากเจอดีตามคำขู่ของอสูรใจร้าย

ภายในห้องมืดสลัว ร่องรอยยับย่นบนผ้าปูมีเสียงสวบสาบดังเป็นระยะๆ เตียงใหญ่ถูกกระแทกกระทั้นรุนแรงดุจแรงของช้างสาร ร่างสองร่างเนื้อแนบเนื้อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน บนเตียงกว้างยกพื้นขึ้นสูง ร่างเนื้อชโลมเหงื่อของเด็กชายวัยกำดัดกำลังดำเนินกิจกรรมหรรษาของเพศรสด้วยความสุขสันต์

"ท่านชาย ข้าน้อยเจ็บ โอ๊ยๆ ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ" ในโลกของมรนาการ ความสัมพันธ์สวาทไร้สิ้นการผูกมัด ความหวงแหนยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง อิสระเสรีเปิดกว้างทุกเพศทุกวัยเพราะทุกสิ่งนับเป็นความหฤหรรย์

"โอ๊ย ท่านชาย ข้าไม่ไหว" ความสุขสมชักเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความทรมาน

"หุบปาก อยู่นิ่งๆ ข้ายังไม่พอ" แรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีหยุดพัก ไม่มีผ่อนปรน เอาแต่ใจตนจนอสูรสาวแทบกระอัก รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแสนงดงามในยามนี้ ดุจเดียวกับสัตว์ป่าติดสัดก็ไม่ปาน ร่างสาวต้องทนรองรับบทรักเอาแต่ใจข้างเดียวจวบจนกระทั่งวันใหม่

“ฮึ เวร่าเจ้าฝันอะไรกัน” ทุกแรงกระแทกไม่ได้คิดส่งคู่นอนไปยังฝั่งฝัน คิดเพียงส่งแค่ตัวเองเท่านั้นไปยังสวรรค์

"ร้องดังๆให้ข้าได้ยิน" เนื้อแนบเนื้อยังไม่เพียงพอกับความต้องการของอสูรหนุ่ม อีกและอีก อีก!!!

“นากิม” ร่างงามสราญในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปรากฏกายขึ้นข้างเตียง ทำให้จังหวะกระแทกสุดแสนทรมานหยุดชะงักลง

“มาทำไม ชานี พ่อไม่ว่าง” นางภูติแก่ไร้มารยาท เห็นรึไม่ว่าข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่ ช่าง ขัดจังหวะข้าเสียจริงๆ

เรื่องราวมันมีอยู่ว่า ภูติสาวคนงามตามตื้อท่านเจ้าแห่งมรนาการอยู่เนืองๆจนทำให้เจ้าแห่งมรนาการถูกพระชายาทำโทษอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น ท่านเจ้าจึงแก้ปัญหาด้วยการส่งท่านชายแห่งมรนาการมาเป็นไม้กันหมา เพราะไม่สามารถสังหารนางภูติตัวน่ารำคาญทิ้งลงได้ ด้วยนางเป็นถึงลูกหลานของผู้อาวุโสในสภา หากพลั้งมือฆ่าทิ้งเมื่อใดย่อมเจอสภาถล่มเมื่อนั้น

“นากิมปล่อยนางเถิด มาหาข้าดีกว่า”

"ท่านชายแห่งความมืด หากต้องการหญิงคนใด ไม่ว่ามนุษย์หรือปีศาจย่อมไม่อาจหลีกพ้น" แววตาเชิญชวนทำให้เด็กหนุ่มยอมถอดถอนแก่นกายออกจากดอกไม้ช้ำๆของปีศาจสาวผู้น่าสงสาร

“ไป!!!”

“เจ้าค่ะ” ปีศาจสาววัยกำดัดรับคำไล่จากปากของภูติสาวด้วยรอยยิ้ม พร้อมเตรียมหายตัวจากไปด้วยใจสุดยินดี ทั้งยังมองหน้าภูติสาวราวพระมาโปรดก็ไม่ปาน

“พ่อไม่อยู่ สอยลูกแทน” คำพูดถากถากส่วนมือปลดนั่นถอดนี่ จนในไม่ช้า บนร่างกายงามจึงไม่เหลือเสื้อผ้าแม้สักชิ้น และในเวลาไม่นาน บทรักร้อนแรงจึงปะทุขึ้นอีกครา ซึ่งในครั้งนี้ดูท่าจะกินกันไม่ลง

วืด!!! ทะเลทรายร้อนระอุพาสายลมร้อนพัดกระจายโอบคลุมทั่วบริเวณ สภาพอากาศเริ่มแปรปรวนจนน่าอึดอัด เพราะพายุทรายลูกใหญ่กำลังจะเข้ามายึดครองจองพื้นที่

"เจ้าทรยศข้า เวร่า" กำปั้นกำแน่นระงับอารมณ์ ประกายตาฉายแสงแรงกล้า แข่งกับดวงตะวัน

"ท่านชายแห่งความมืด หากต้องการหญิงคนใด ไม่ว่ามนุษย์หรือปีศาจย่อมไม่อาจหลีกพ้น" ถ้อยคำของปีศาจสาวย้อนเข้ามาในห้วงความคิด

ไม่ว่านางใด หากท่านชายแห่งมรนาการต้องการเสพสม ทุกนางไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือ จะเอาและต้องได้ ไม่มีการผ่อนปรนหรือข้อแม้ใดๆ ถึงแม้ว่าจะมีผู้จับจองอยู่แล้วย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้น

ทุกๆนางไม่อาจต้านทานอำนาจมืด ยิ่งได้เป็นเจ้าของ ความสนุกยิ่งเพิ่มพูนและในท้ายสุดเมื่อหมดสิ้นความหวาน เบื่อหน้าเมื่อไหร่ กากเหลือจะถูกคายทิ้งสลัดให้หลุดเพื่อออกล่าหาขนมหวานชิ้นใหม่ตอบสนองอารมณ์ดิบ

"สามจ๋า ข้าคิดถึง" ถ้อยคำหลุดเร้นออกจากห้วงความคิด ยิ่งครอบครองนางความต้องการกลับยิ่งเพิ่มพูน ต้องการอย่างไม่รู้อิ่มแล้วฉายาของท่านชายแห่งมรนาการเล่า

ยามนี้คงไม่ใช่เสียแล้วเพราะใจหนุ่มเฝ้าปองอยู่เพียงนางเดียว นางเดียวที่ทิ้งกันได้ลงคอ

ทั้งๆที่ใจข้าชักเริ่มเอนเอียงไปหาเจ้าทีละน้อย ข้าลืมสิ้นแล้ว ทั้งความแค้น ทั้งแผนการ ทั้งความขัดแย้งของสองเผ่าพันธุ์ ที่ออกไปฆ่าไปล่าก็แค่ระบายอารมณ์

ข้าต้องการเพียงเจ้า สามจ๋า สามของข้า จะอยู่มัญชิมาอีกกี่วันอีกกี่คืน ไม่คิดถึงข้าบ้างหรือ คนดีครับ เจ้าจะทรมานข้าไปอีกนานแค่ไหน

“นางเดียว” เวร่า ข้าเข้าใจแล้ว ใช่ แค่นางเดียวก็พอ เมียข้า นางเดียวของข้า เคลียร์งานเสร็จเมื่อใด เดี๋ยวเจอกัน!!!

ในชีวิตที่ผ่านมาเรามีชีวิตอยู่เพื่อใคร พ่อแม่ที่ไม่ใช่ของเรา พี่น้องที่ไม่ใช่ของเรา ตระกูลที่ไม่ใช่ของเรา ชาติพันธุ์ที่แปลกแยกต่างจากผู้อื่นถึงแม้จะเป็นเชื้อสายของมนุษย์ก็ตามที

"บัว วาดอะไร" เอี่ยวคอมามอง งานของตนยังไม่มีแม้แต่ลงเส้น

"ใบหูกวาง"

"ทำไมวาดใบหูกวาง" ยามนั้นคนชวนคุยยังคงไม่ยอมทำงานของตน

"เราอยากเก็บรูปลักษณ์ของมันไว้ให้นานที่สุดก่อนจะแห้งเหี่ยวจนเหลือเพียงเถ้าธุลี"

ครานั้นเหตุผลของเพื่อนช่างเข้าใจได้ยาก แต่ครานี้กลับเข้าใจทุกความหมายที่สื่อได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง อิจฉาเหลือเกินใบหูกวางของเพื่อน เป็นใบหูกวางก็ยังดีเพราะยังมีรูปลักษณ์ของมันเอง รายละเอียดทุกส่วนประกอบขึ้นเป็นความมีชีวิต มันใช้ชีวิตอยู่เพื่อเพิ่มสีสันบนโลกจวบจนตายลงตามวัฏจักร นี่คือชีวิต มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย และ ดับสูญแล้วตัวเราเล่า จะจบสิ้นตามวัฏจักรหรือเปล่า ต้องคอยคำจุ้นตระกูลเวทย์อีกกี่รุ่นต่อกี่รุ่น กี่ปีหรือกี่ชาติกี่ภพ ตัวเรามีอะไรบ้างนอกจากเป็นแหล่งกักเก็บพลังงาน ทำไมต้องสร้างเราขึ้นมา ทำไมต้องเป็นเรา ทำไม!!!

..............................................................

แก้คำผิดแล้ว ^^

นา : ไม่มีอารมณ์ทำงาน เมียทิ้ง เซง

นนท์ : โอเคครับ ขออธิบายส่วนนี้เพิ่มหน่อยเผื่อคนอ่านไม่เข้าใจ >> ในโลกของมรนาการ ความสัมพันธ์สวาทไร้สิ้นการผูกมัด ให้นึกถึงหมา แมว แถวบ้านหรือไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อก็ได้ครับ นั่นแหละครับความคิดเรื่องเพศของชาวมรนาการ

นา : ข้าไม่ใช้หมานะเฟ้ย!!! ไอ้!!!

นนท์ : ผมไม่รู้ ผมพูดตามบท ฟิ้ว ขอหนีก่อนครับ ผมกลัว T^T

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว