ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 21 กลางป่า re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 21 กลางป่า re

ยามหยาดน้ำไหลหล่นบนร่องแก้ม ริมฝีปากแดงระเรื่อกลับยิ้มขัน น้ำตาหรือ เราจะมีน้ำตาได้อย่างไร ในเมื่อเป็นตัวอะไรก็ยังไม่รู้ ทั้งยังไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช้สัตว์สองเท้าหรือสี่ขา

"คุณหนู ทานข้าวสักคำนะคะ" ผู้ดูแลมองนายของตนด้วยความเป็นห่วงเพราะตั้งแต่เช้า เด็กสาวยังไม่ยอมแตะอาหารสักคำ แต่แอบหยิบขนมปังบิดกินไปสองแผ่นแล้วและนั่นเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลยังไม่รู้

"ขอบคุณค่ะพี่ สามไม่หิว" ผู้ดูแลไม่เซ้าซี้เพราะแค่เห็นใบหน้าแสนเศร้า รอยยิ้มจืดชืดที่ส่งยิ้มมาให้แทนคำขอบคุณ อีกทั้งท่าทางอ่อนแรงโรยราทำให้ยอมตัดใจเลิกตอแย ยกสำรับไปเก็บในโรงครัว

"สาม ทำไมไม่กินข้าวกินปลา ประท้วงจะเอาอะไร" น้ำเสียงเคยคุ้นดุเข้มทั้งข้อมือขวายังถูกดึงรั้ง

"พี่สอง สามกินขนมปังไปสองแผ่นแล้วค่ะ" ด้วยกินข้าวไม่ลง แต่ก็ยอมกัดฟันบิดขนมปังขึ้นมารองท้อง เพราะไม่อยากเป็นโรคกระเพาะเหมือนเมื่อก่อน ด้วยรู้รสดีว่า มันทรมานแค่ไหน

อีกทั้งเรื่องราวในครั้งนี้ เมื่อค่อยๆลองมานั่งคิดทบทวนลงรายละเอียด มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เสียหน่อย เราหรือจะไม่ใช่คนในเมื่อคุณปู่บอกไว้ว่า เรามีเชื้อสายเป็นมนุษย์แต่ไม่ได้เกิดมาจากมนุษย์เท่านั้นเอง พอลองเอาประโยคมารวมๆกัน สุดท้าย เราย่อมคือมนุษย์คนหนึ่ง แถมยังมีดีกว่าคนอื่นตรงที่เป็นอมตะอีกต่างหาก นี่มันเป็นเรื่องน่ายินดีไม่ใช่รึไง แล้วเราจะมานั่งจิตตกอยู่ทำไม

ครั้นคิดปลอบใจตนเองจนจบความ ใบหน้าเหงาๆจึงเริ่มมีเลือดฝาด สองมือปาดเช็ดน้ำตาพลางหันหน้าไปหาพี่สาวต่างสายเลือด

"ไปให้พ้น ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร อย่าใช้มือสกปรกมาแตะต้องข้า"

“เจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร รู้หรือไม่ ข้า แหล่งพลัง ผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง” น้ำเสียงแข็งกร้าวแถมสายตายิ่งห่างเหิน

“สาม เสียสติไปแล้วหรือ” คำพูดยกตนเสียสูงส่ง ไม่คิดไม่ฝันจะออกจากปากน้อง ทำให้ดวงตาของคนเป็นพี่ลุกวาบขึ้นด้วยแรงอารมณ์

“ก้มหัวของเจ้าลงพื้น กราบไหว้ข้า บูชาข้า ข้าไม่ใช่น้องของเจ้า”

เพียะ!!! ยามว่าจบคำ ใบหน้านวลจึงถูกตบหนึ่งเพียะทันควันจนรอยแดงปรากฏชัดบนแก้มขวา

"สาม!!! พี่ไม่กราบ สามเป็นน้องของพี่" น้ำเสียงเฉียบขาด แววตาแข็งกร้าว หากมองเผินๆอาจดูเหมือนทะเลาะ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น คนเป็นพี่กำลังปลอบโยนน้องน้อยด้วยความรุนแรงเป็นการเรียกสติ

"ไม่ใช่ ข้าคือแหล่งหลัง ไม่ใช่น้องของเจ้า" ฝ่ามือปาดแก้มตนเพียงครั้ง รอยแดงจากรอยตบ เลือนลับหายไปทันตา

"ฝากบอกเลขากับคณิตด้วยว่า ความสัมพันธ์ของเราขอให้สิ้นสุดกันเท่านี้"

สายตาก้าวร้าวทั้งยังแผ่บาเรียรอบๆร่างเป็นปราการขวางกั้น ไม่ให้จับ ไม่ให้แตะ ไม่ให้ต้อง!!!

“สาม อย่าก้าวร้าวพ่อกับแม่” ร่างคนก้าวร้าวหายวับไปแล้ว แถมก่อนจากลา สายตาที่มองสบมา ทั้งเย็นชาห่างเหินราวคนแปลกหน้า หาใช่พี่น้องร่วมนามสกุล

ภายในห้องหอหมายเลขหนึ่งห้าสองเก้ามืดสนิท สวิตซ์ไฟตัวใหญ่ยังไม่ถูกเรียกใช้งาน ยิ่งแอร์คอนดิชั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เงียบฉี่ มีเพียงสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดลอดมาทางช่องว่างขนาดใหญ่ ตรงจุดที่อาจจะเคยเป็นหน้าต่างสองบานมาก่อนกระมัง

ในมุมเดิมข้างเสาเตียง อสูรตนหนึ่งนั่งนิ่งบนเก้าอี้ลายวิจิตรตัวโปรด แสงไฟตามตึกระฟ้าสองสว่างสะท้อนซีกหน้าด้านข้างจนเห็นเป็นเพียงเงาดำลางเลือน มองหน้ามองตาไม่ค่อยชัด

"ทาสไม่ซื่อสัตย์ ต้องทำเช่นไรเวร่า" เรียบเรื่อยราวกับชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ ทว่าประกายตาเขียวมรกตแสนเจิดจรัส อีกทั้งริมฝีปากยังเหยียดยิ้ม ประกอบกับสายแส่ในมือยิ่งทำให้อสูรหนุ่ม ดูน่าสะพรึง

"นายท่าน ข้าผิด ข้า" น้ำเสียงสั่นไหวลนลาน ยามกวาดสายตามองเห็นแส่ม้าในมือของนายเหนือ

"มาใกล้ๆข้า" ควับ!!! เสียงสะบัดแส่ในมือควับเป็นการขู่ ทั้งยังยกมือกวักเรียกเชิญชวนด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“เจ้าค่ะ” อสูรสาวยอมเดินเข้ามาใกล้ สายตาสาวหวาดระแวงมองเพ่งจ้องนิ่งๆ เล็งเป้าบนแส่ม้าเพื่อเตรียมระวังภัย

ฟุบ!!! แส้ม้าหายวับไปกับอากาศ

ฟึบ!!! ผมยาวสลวยถูกกระชากค่อนข้างแรงจนทำให้ร่างบางเสียหลักล้มลงทรุดคุกเข่านั่งเคียงนาย

"ช่วยมันทำไม" เสียงกระซิบคลอเคลียข้างหู ร่างงามถูกโยนลงบนเตียงหลังใหญ่ก่อนอสูรหนุ่มจะเข้าคลุกวงใน

“…” ความเงียบเป็นการตอบกลับ ทำให้เรียวขาถูกเตะให้แยกออกจากกัน ก่อนจะซัดผงสีขาวเข้าจมูกเหมือนทุกครั้ง ผงแสนวิเศษที่จะใช้ยามมีเพศสัมพันธ์ เพื่อทำให้ลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมกระทั่งว่า ถูกกอดในท่าใด

ชุดผ้าเรียบลื่นสีชมพูถูกฉีกกระชากขาดติดมือทำให้เนื้อนวลขาวอมชมพูเผยโฉมออกมาให้เห็น เรียวนิ้วลูบไล้กระตุ้นตรงปริเวณปทุมทันจนอสูรสาวร้องกระเส่า

"อย่าทำเป็นไม่เคย อ้าขาออก"

ครั้นสั่งจบคงทำไม่ทันใจ มือแกร่งจึงจับขาทั้งสองข้างฉีกอกกว้าง เศษผ้าชิ้นสุดท้ายคือแพนตี้ชิ้นน้อยที่เพิ่งไปถอยมาจากห้างสรรพสินค้าของพวกพวกมนุษย์ ถูกฉีกกระชากจนเปลี่ยนสภาพเป็นเศษผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยตกลงบนพื้น แถวๆข้างเตียง

"กลิ่นของมัน" ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกดึงกระชากจนเจ็บ แต่ปีศาจสาวกลับไม่ร้องออกมาสักคำ

เพียะ!!! ยามว่าจบคำ ใบหน้างามจึงหันสะบัดตามแรงตบจากฝ่ามือของนาย กลิ่นเลือดของภูติลอยวนตลบอบอวลมาจากรอยฉีกขาดตรงบริเวณกระพุ้งแก้มด้านใน

"เป็นปีศาจต้องเสพสมกับปีศาจ" เรียวลิ้นเลียเลือดแดงที่ตนเป็นผู้กระทำ ก่อนจมูกโด่งจะก้มลงไปคลุกเคล้าบริเวณซอกคอ

"ท่านพ่อกับท่านแม่ ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน พวกท่านยังรักกันได้ แล้วทำไม…อึก" อารมณ์โดนปลุกเร้าทำให้กระแสเสียงหอบโรยแรงอีกทั้งอกขาวทั้งสองข้างยังถูกขย้ำขยี้อย่างไร้ความปรานี แต่สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดด้วยยังไม่ถูกครอบครองไปทั้งหมดจากฤทธิ์ยา ทำให้อสูรสาวเถียงสู้

"หุบปาก" มือคว้าบีบเค้นบนต้นคอทำให้ถ้อยคำต่อมาหยุดชะงัก ลิ้นร้อนเคล้าเคลียข้างใบหูก่อนกระซิบ

"เลิกละเมอเพ้อพก มันน่ารำคาญ" เสียงกร้าวตวาดห้วนพร้อมกับฉีกกระชาดเศษผ้ารุ่งริ้งให้ขาดแคว่กมากยิ่งขึ้น

"ข้าไม่ได้ละเมอเพ้อพก มันคือความรัก ความรักที่แม้ว่าจะต่างเผ่า ต่างพันธุ์ก็ยัง รัก"

อสูรสาวใต้ร่างเถียงสู้ไม่ยอมแพ้ เพราะมันเป็นความฝันตั้งแต่วัยเยาว์โดยมีเขาคนใจร้ายเป็นผู้เติมเต็ม แม้ในตอนท้ายจะไม่สมหวังก็ตามที แต่ยังคงยินดีที่ยังได้รัก ได้เคยใช้ทุกวินาทีเรียนรู้และอยู่ข้างๆเขา

"ความรัก ฮึ" นิ้วร้อนลูบเร้าบริเวณเนินอก วนสายวนขวาด้วยความชำนาญ จนอสูรสาวร้องครางอีกครา

"นี่หรือความรักของเจ้า ไม่ใช่หรอกเวร่า มันคือความร่าน" ลิ้นร้อนเคล้าคลึงยอดอกอีกข้างทั้งยังดูดดึงลงลิ้นระรัว

"ไม่ มันคือความรัก ดังเช่นท่านรักนาง" ทุกสิ่งหยุดชะงักงัน ร่างหนุ่มผละออกจากร่างเปลือยเปล่าราวกับโดนของร้อนลวกลิ้น แววตานักล่าจางแสงลงจนหลงเหลือเพียงความเจ็บปวดบนมรกตเม็ดงาม ทว่าอสูรสาวกลับเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างเหยียดตรง คงไว้ซึ่งความเข้มแข็ง

"ไปให้พ้น ไป!!!" สะเทือนลั่นดังทุกอณูภายในห้องหนึ่งห้าสองเก้า ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าผู้น่าสงสารที่ยามนี้ราวกับโดนรุมทำร้ายมาก็ไม่ปาน ที่ยังพอจะใช้ได้ เหลือเพียงแค่สิ่งเดียว นั่นคือเตียงขนาดคิงไซด์ที่อสูรหนุ่มกำลังนอนขดอยู่เท่านั้น

"ท่านรักนาง" ถ้อยคำสุดท้ายก่อนจากลา กระตุ้นใจหนุ่มที่ถูกเมียทิ้งได้เจ็บแสบนัก

“เจ้าจะทรมานข้าอีกนานแค่ไหน" ใจอยากจะไปนางแทบขาดแต่งานที่อยู่ในมือกลับยังทิ้งไปไม่ได้ ทั้งปัญหาไร้บ้าน ไร้ที่อยู่ของพวกอสูรที่ได้รับผลระทบมาจากสงคราม ทั้งเสบียง กำลังพล ล้วนรอให้อสูรหนุ่มตัดสินใจทั้งนั้น และทุกแฟ้มกองพะเนินกองอยู่ตรงหน้า ลอยอยู่กลางอากาศนั่นเอง

ผลึกใสถูกปลดออกจากลำคอ นัลไม่จำเป็นอีกต่อไปในเมื่อเดินเข้ามาในทางเลือกแห่งการเดิมพัน เผ่าพันธุ์เป็นสิ่งแรกต้องรักษา ดังนั้นอารมณ์กับความรู้สึกจึงจำเป็นต้องตัดทิ้ง แม้จะเกลียดขี้หน้ามันแค่ไหน แต่เพื่อพวกพ้องต้องยอมหักใจลงให้ได้ เอาไว้เจอหน้าเมื่อไหร่ค่อยด่ามันให้สะใจก็แล้วกัน

มีดสั้นเหน็บข้างเอวถูกหยิบขึ้นมากรีดบนข้อมือตัดตรงบริเวณเส้นเลือดใหญ่เพียงผิวเผินเพราะเด็กสาวไม่ได้ออกแรงมากเท่าไหร่ สายตาเด็ดเดี่ยวยืนมองเลือดไหลซิบๆด้วยใจระทึก นี่คือการเดิมพันหากไม่สำเร็จก็ค่อยหาทางล่อมันมาเจอแล้วค่อยกรีดแขนต่อหน้า ให้มันดูอีกที

"สาม ทำบ้าอะไร" ฉึก!!! คมแหลมของคมมีดถูกสายลมลูกใหญ่หอบพัดพาไปปักบนต้นไม้เคราะห์ร้ายผู้น่าสงสาร ซึ่งอยู่ถัดไปจากทางด้านซ้ายมือของสาวเจ้าประมาณสองถึงสามเมตร

"ปล่อยฉัน ไม่ต้องมาจับ" ข้อมือทั้งสองข้างถูกรวบรัดบังคับลงอ้อมอก ก่อนลิ้นร้อนจะไล้เลียรอยแผลบนผิวขาวจนเรียบสนิทไร้รอยกรีด สัมผัสแสนเคยคุ้นทำให้เด็กสาวเผลอซุกไซร้สูดดมกลิ่นไอของอมนุษย์ไปหนึ่งฟอด แต่ครั้นตั้งสติได้จึงเริ่มผลักไสเป็นพัลวัน

"ปล่อยให้ฉันตาย ทุกอย่างจะได้จบ อยากล้างแค้นนักก็รอแหล่งพลังรุ่นต่อไปแล้วกัน นายถนัดอยู่แล้วนี่ การหลอกใช้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง" สายตาสาวเด็ดเดี่ยวทั้งยังมองจ้องเตรียมหาเรื่องเต็มพิกัด

"เจ้าจบแต่ข้าไม่จบ ลองลงมีดกับผิวเจ้าอีกรอบ" หากมาไม่ทันร่างในอ้อมแขนจะเป็นเช่นไร เพียงแค่คิด ใจแกร่งเริ่มใจหายวาบหวิว

"ข้าจะลากพวกมัญชิมาตายตามเป็นเพื่อนเจ้า" ต้องข่มขู่เอาไว้ก่อน คนอะไรช่างใจเด็ดนัก คิดจะมอบร่างไร้วิญญาณให้ข้างั้นหรือ แถมยังฉลาดเป็นกรด ด้วยคงรู้ตัวแล้วว่า ตัวเองถูกหลอกใช้จนกลายเป็นเครื่องมือของฝั่งมรนาการเพื่อใช้ฝ่าฝืนกฏแห่งพันธมิตร ดังนั้นจึงคิดใช้ชีวิตของตนเข้าแลกเพื่อจบสงคราม เหอะ คิดว่าข้าจะยอมหรือ ฝันไปเถอะ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หรือตายสงครามย่อมต้องเกิด เพราะสิ่งที่ชาวเวทย์ทำกับข้าเอาไว้มันสาหัสเกินทน

"ฉันเป็นแหล่งพลังงาน คุณหลอกใช้ฉัน ข่มขืนฉัน คนใจร้าย ฉันไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงทำร้ายฉัน เหมือนฉันไม่ใช่คน" ถ้อยคำถามมาพร้อมกับน้ำเสียงคับแค้นใจ

"สาม เดี๋ยวครับเดี๋ยว ข้าหรือข่มขืนเจ้า อ๋อรอบแรกเหมือนจะใช่ แต่รอบถัดๆมา เจ้าสมยอมข้าชัดๆ อย่าเถียง ฟังข้าก่อนครับ ข้าต้องการเจ้า" สาวเจ้าเตรียมเงื้อมือเตรียมทุบทำให้อสูรหนุ่มเลี่ยงประเด็นโดนทุบเป็นอ้อนเสียงหวานแทน

"แน่สิ ก็ฉันมันเป็นเครื่องจักรสังหารของนาย นายต้องการเครื่องจักรสังหารไม่ใช่ฉัน" ถ้อยคำเว้าวอนน้ำเสียอ่อนๆของอสูรหนุ่มไม่ซึมซับเข้าสมองเพราะยังขัดเคืองอยู่หลายส่วน

"ไม่ใช่ครับ ข้าต้องการเจ้า" ประโยคปรับความเข้าใจหญิงสาวไม่รับฟัง แม้แผ่นหลังที่แนบติดกับอกแข็งจะทำให้หัวใจเริ่มสั่นไหว

“ฉันไม่เชื่อคุณ เชื่อไม่ลง” หันหน้าหนีไม่รับฟัง ทอดสายตามองออกไปไกลๆ ทั้งพยายามสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไรหรือหนีหลุดเพียงนิดกลับถูกรวบรัดกลับมากอดในอ้อมอกทุกครา

“เจ้าเป็นเมียข้า เป็นนางเดียวของข้า”

“ปล่อย คนโกหก” ประโยคหลังแผ่วเบาถ่ายทอดความรู้สึกหญิงสาวยิ่งไม่รับรู้

“ไอ้หนุ่มร้านดอกไม้อยู่ไหน หนีมากับมันใช่ไหม” ท่าทางเบี่ยงประเด็นไม่รับฟังของสาวเจ้าทำให้อสูรหนุ่มเริ่มเบี่ยงไปหามารหัวใจแทน ด้วยเก็บกดมาหลายวัน ทั้งอยากจะฆ่ามันให้ตายลงกับมือ หากเห็นหน้ามันในมัญชิมาเมื่อใด มันตายเมื่อนั้น

“นนท์ไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงคิดจะฆ่าเขา” สายตาไม่ชอบใจส่งสู้ กางปีกปกป้องผู้มีคุณอย่างหวงแหน ยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นโทสะของอสูรหวงเมีย

“มันเป็นชู้ หนีมากับมันใช่ไหม” คิดได้เพียงประเด็นเดียวเพราะไม่ว่าจะจับสัมผัสสักกี่ครั้งกลับไม่พบแม้แต่เงาของมัน

“นนท์เป็นผู้มีพระคุณ ไม่ใช่ชู้ ถ้าคิดจะถามหาชู้ก็ผู้หญิงในสต๊อกของคุณไง ก่อนจะว่าคนอื่นหัดตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเถอะ พ่อคนชั่ว” หญิงสาวว่ากราดด้วยท่าทางก้าวร้าวทั้งยังสบทลั่นพร้อมสีหน้าประชดประชัน

“เจ้าเด็กไร้มารยาท ห่างอกข้าไม่นาน ปากกล้าเหลือเกิน” อสูรหนุ่มพยายามกัดฟันอดทน เพื่อไม่ให้หลุดโทสะจับเด็กน้อยฟาดก้นสักเพียะสองเพียะ เพราะสำนึกอยู่ว่า การกระทำของตนใช่จะดี ไม่ผิดที่จะถูกชังน้ำหน้า จึงยอมลงให้ไม่เอาเรื่องเอาความในครั้งนี้ แต่ถ้ามีอีกครั้ง เดี๋ยวรู้กัน

“ฟังนะ เราไม่เป็นอะไรกัน นนท์ไม่ใช่ชู้ เรากำลังดูๆกันอยู่ อีกไม่นานคงชอบพอกัน แต่งงาน อยู่กินด้วยกันสองคนจนแก่จนเฒ่า ดูสิชีวิตในอนาคตของฉันแสนสุขสงบ ไม่เหมือนคุณหรอกค่ะ คนมักมาก”

“หากเจ้าไปรักกับมันบนเตียงเมื่อไหร่ มันตายเมื่อนั้น”

“หนอย!!! มีผัวคาอยู่ในอกยังกล้าเรียกหาชู้ หากไม่จัดสักยกคงไม่จำ” แววตาอาฆาตบ่งบอกทุกความหมาย ไม่ชอบขี้หน้ามัน เจอหน้ามันเมื่อไหร่ มีเรื่องเมื่อนั้น

“นอนกันทุกวัน กอดกันทุกคืน ให้ฟรี” อสูรหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูงทั้งยังเปิดรอยยิ้มมาดร้ายตอบโต้ถ้อยคำบาดหูของเหยื่อสาว ที่ช่างขยันยั่วโทสะเสียเหลือเกิน

“ไม่ฟรี ไม่ให้ด้วย” ยามจบคำว่าฟรี อสูรหนุ่มโดยทุบโดนตีไม่นับด้วยความแค้นด้วยความเคือง ทุกแรงตี แรงตบมาจากกำลังเต็มแม๊กที่เด็กสาวพอจะรวบรวมได้ เรียกว่าฟาดแบบไม่นับเลยทีเดียว

“ข้าเจ็บ เดี๋ยวจะเสียบแบบเจ็บๆบ้างแล้วอย่ามางอแง” ร่างน้อยยังไม่ทันได้ตั้งตัว กลับถูกผลักล้มลงบนพื้นดินแห้งแข็งแถมยังไร้ต้นหญ้า ข้อมือทั้งสองข้างถูกรวบแน่นและโดนกดทับอยู่บริเวณเหนือศีรษะ

“ดีแต่ใช้กำลัง” ดวงตาของหญิงสาวแข็งกร้าวอาฆาตแค้น บนใบหน้าไม่มีน้ำตาแม้สักหยด มีเพียงสายตาที่ฟาดฟันด้วยความไม่ยอมสยบเพียงเท่านั้น

“สาม ข้า” อสูรหนุ่มพยายามเริ่มต้นอธิบายและค่อยๆคลายแรงรัดลงบนข้อมือสาวลง ทีละนิด ทีละนิด

“ฉันเกลียดคุณ ขยะแขยงคุณ ไปให้พ้น ฉันกับคุณทางใครทางมัน” คำประกาศกร้าวบ่งบอกถึงการตัดขาดว่าในตอนนี้ ฉันไม่อยากอยู่กับคุณ

“สามฟังข้าก่อน” คำอธิบายยังไม่ทันจบประประโยคแต่คนฟังกลับสวนขึ้นทันควัน

"เก็บคำของคุณไปพูดให้เด็กอนุบาลฟังเถอะ เผื่อจะมีคนโง่หลงเชื่อคุณสักคำ" แววตาแข็งกร้าวกว่าแต่ก่อนมากนัก จนใจอสูรหนุ่มชักเริ่มหวั่นๆ ข้าเสียเจ้าไปแล้วงั้นรึ ไม่มีวัน เจ้าเป็นของข้า!!!

"ครับ ไม่ฟังก็ไม่ฟัง"

“ข้าอยู่นานไม่ได้” ยามฟังจบคำ ใจสาวหายวับแต่ครั้นจะง้องอนตามก็ใช่ที่ ทำยังไงดีถึงจะได้ไปด้วยกัน ทำยังไงดี ซึ่งความคิดนี้ อสูรหนุ่มไม่ได้ยินเพราะเมื่อรู้ตนแล้วว่าตนเองเป็นสิ่งใดทำให้สามารถเรียกใช้อาคมปิดบังความคิดของตนได้อย่างมิดชิด

"กลับหอกันเถอะ ข้าต้องกลับไปทำงาน" น้ำเสียงชวนหนีตามทำให้เด็กสาวใจชื้นขึ้น

"ไม่ไป" ตอบกลับทันควัน เป็นการไว้ตัวสักเล็กน้อย

"ไป อย่าดื้อ” ร่างสาวถูกอุ้ม แม้จะโยเยงอแงแต่อสูรหนุ่มไม่นำพา ลากสาวเจ้ากลับห้องหอได้โดยง่ายทั้งยังไม่ผู้ใดขัดขวางแม้สักคน

ทั้งๆที่ตนมายืนเหยียบในถิ่นๆแท้ แต่กลับไม่มีนักเวทย์ผู้ใดเข้ามาแลกเลือดด้วยสักตน ทว่าอสูรหนุ่มไม่คิดติดใจเอาความ เรียกง่ายๆว่าไม่สนใจเลยจะเหมาะกว่า เพราะกำลังปลื้มปริ่มกับร่างน้อยที่กำลังงอแงอยู่ในอ้อมอกและเพิ่งหยุดโวยวายได้ไม่นานเพราะอสูรหนุ่มขู่เสียงเฉียบไปว่า

“หากไม่เลิกด่าข้า จะจัดกลางป่ามันสักดอก” และนั่นทำให้เด็กสาวเงียบกริบเลยเชียว

............................................................

นนท์ 13/08/2018 : ขอออกตัวก่อน ทุกๆบทที่มีการ re อาจมีการอัพเดตอีกเรื่อยๆ ถ้าพี่ลายเจอคำผิดก็จะเข้ามาแก้ครับผม ไม่ต้องแปลกใจน๊าว่าทำไมแจ้งอัพเดตอีกแล้ว

นา : เจอเมียและ รมณ์ดีพร้อมทำงาน ตอนหน้าข้าไม่อยู่ครับ ขอสะสางงานก่อน เยอะเหลือเกิน ตอนหน้าเป็นตอนของพี่เขยข้าเอง ฝากมันด้วย

หนึ่ง : ใครพี่เขยแก อย่ามามั่ว ไม่รับโว๊ย ครับตอนหน้าตอนของผมเต็มๆเลยครับ แล้วเจอกันครับผม

นา : งั้นข้าไม่รับแกเหมือนกัน (︶︿︶) (ว่าจบหายตัววับไปแล้ว)

หนึ่ง : เดี๋ยว!!! ( ¯ □ ¯ ) มาคุย มาเคลียกันก่อนกันก่อน คุณพี่เขยครับ ผมขออภัย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว