ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่่ 23 ขอเวลานอก re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่่ 23 ขอเวลานอก re

สายลมเย็นแอบมุดลอดเข้ามาจากทางหน้าต่างบานใหญ่ช่วยพัดพาควันไฟของก้านธูปสีดำสนิทลอยขึ้นสูง กลุ่มควันมวลเล็กมวลน้อยค่อยๆร้อยเรียงเป็นข้อความขนาดสั้นกลางอากาศ ใจความว่า 'รับคำท้า ข้าจะลากพวกแกลงนรก'

ข้อความตอบกลับของสานส์ท้ารบที่ฝ่ายชาวเวทย์เป็นผู้ส่งออกไปเปิดศึกก่อนเป็นเพราะต้องการพิทักษ์ศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ ด้วยไม่ยอมถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว แม้จะต้องตายก็ขอโต้กลับไปบ้างเถอะ

"เจ้าทั้งสองจงเตรียมใจ สงครามกำลังจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง" กระแสเสียงออกแนวเคร่งเครียด ทั้งที่อากาศภายในห้องค่อนข้างเย็นสบายแต่มือยับย่นกลับชื้นไปด้วยเหงื่อเพราะจิตใจเริ่มร้อนรนทำให้ร่างกายยิ่งร้อนรุ่มตามไปด้วย

"ครับ ท่านปู่"

“ค่ะ ท่านปู่” ประสานเสียงรับคำออกมาพร้อมกัน คนหนึ่งเป็นหลานชายในสายเลือดส่วนอีกคนเป็นหลานสะใภ้ ผู้เป็นคู่ชีวิตของหลานชายนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นถึงมารดาบุญธรรมของแหล่งพลังในรุ่นปัจจุบันอีกด้วย

แววตาของคู่สามีภรรยาเปล่งประกายพร้อมสู้ศึกซึ่งเป็นศึกที่รู้ดีว่าไม่มีวันชนะเพราะคู่ต่อสู้เหนือชั้นกว่าอยู่หลายก้าว เพราะทุกผู้ต่างรู้กันดี ศึกนี้มันคือหนทางเดินเข้าแดนประหาร ไม่มีทางออก ไม่มีทางรอด ไม่มีสักทางเพราะไม่เคยมีนักเวทย์ผู้ใดล้มอสูรระดับเจ้าลงได้ ไม่มีสักคน

“ถึงเป็นความผิดที่เราไม่ได้ก่อแต่คนก่อคือคนของเรา ดังนั้นพวกเราต้องแสดงความรับผิดชอบ” น้ำเสียงเจ็บปวดยามนึกถึงความผิดครั้งก่อนที่ชาวเวทย์รุ่นหลังไม่ได้ก่อ แต่กลับต้องทนก้มหน้ารับกรรมอย่างไร้ความยุติธรรมเป็นที่สุด

"ครับ มันคงเป็นเวรกรรมของพวกเราชาวเวทย์"

"ท่านปู่อย่างได้กังวลค่ะ จุดยืนของเราไม่เปลี่ยนแปลง" ใช่ จุดยืนที่ยืนยันทุกครั้งว่าพวกเราไม่ได้กระทำ อีกทั้งไม่เคยคิดวางแผนล้มล้างโคตรเหง้าของฝั่งมรนาการ

“ข้าวางหมากเดิมพันลงไปแล้วหนึ่งตา พวกเราทำได้แค่…รอ” ผู้อาวุโสทอดสายตาออกไปไกล ใจคิดคำนึงถึงความหวังเดียวของพวกเราชาวเวทย์ หมากดำชิ้นเอก หลานรักของข้า

มือข้างขวาถูกเกาะกุมเกี่ยวแน่น ไม่ว่าจะบิดหนีกี่รอบก็ไม่หลุด อสูรหนุ่มยังไม่ยอมคลายแรงลงแม้สักเสี้ยว

"คุณคิดนานไหม"

"เรื่องอะไร" อ้อมแขนคลายแรงลง ทั้งร่างสาวถูกจับหันมาเผชิญหน้า

"มารยาสาไถของคุณ" วาจากวนโทโส ทั้งสายตายังดูน่ายั่วโมโห น่าจับฟาดก้นเป็นที่สุด

"มารยาอะไร" อีกฝ่ายยังคิดตามไม่ทัน คิ้วเข้มผูกปมออกแววงุนงงทำให้ใบหน้าของอสูรหนุ่มดูผ่อนคลายลง

"มารยาสาไถของคุณ หลอกใช้คนอื่น หลอกให้หลง หลอกให้เชื่อ ตอแหล"

ผั๊ว!!! ผั๊ว!!! ผั๊ว!!! “โอ๊ย มันเจ็บ โอ๊ย คนใจร้าย คนใจดำ”

อาการแผดเสียงก้องประชดประชันทำให้โดนลงโทษด้วยการจับร่างสาวพาดตักและตีก้นไปแล้วสามผั๊ว เสียงร้องงอแงดังก้องป่า หยาดน้ำตาไหลเริ่มคลอคลองเพราะแรงมือร้ายไม่ผ่อนปรนลงเลย

“ปล่อยฉัน ชอบทำร้าย ขี้รังแ…” ลิ้นร้อนเลียลงหูเก็บเสียงสาวจนเงียบกริบแถมยังพาใจในอกเต้นระทึกรัวแรง สาวเจ้าเริ่มดิ้นหนีทั้งยังฟาดมือสะเปะสะปะลงบนหน้าขาเป็นการเอาคืน

“ปากดีเหลือเกิน เป็นเด็กเป็นเล็ก ใครสั่งใครสอนให้ก้าวร้าวกับผู้ใหญ่ครับ” กระซิบถามข้างหูทั้งยังแอบเลียเบาๆด้วยความคิดถึง กี่คืนไม่ได้กอดร่างนาง กี่วันไม่เห็นหน้าสาว คิดถึงเหลือเกิน สามของข้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหายไปอีก ไม่มีวัน!!!

"อาคารากี" แสงสว่างสีขาวสกาวกระแทกร่างหนุ่มดังตุบ ทำให้สาวเจ้าหล่นจากตักลงพื้นดังตุบเช่นกัน

“อ๋อ เดี๋ยวนี้ใช้เวทย์เป็น ใครสอนครับ” เจ้าเด็กแสบ ข้าน่าจะจับเจ้าดูดพลังให้หมดสิ้นจะได้ไม่พยศกล้าดีเช่นนี้ ใช้เวทย์ใช้อาคมยังไม่คล่องยังคิดกล้ามาลองดี ที่อสูรหนุ่มตราหน้าดูแคลนสาวเจ้าเช่นนั้นเป็นเพราะกระแสของพลังเวทย์ค่อนข้างบางเบาซึ่งแสดงถึงกำลังของผู้ใช้เวทย์ว่ามันอ่อนแค่ไหน

“…” ไม่มีใครสอนแต่อยู่ๆก็ใช้ได้เอง ยังงงอยู่เหมือนกันแต่ยังพอถูไถได้อยู่

กระแสของอาคมปิดบังความคิดชักอ่อนแรงลงทุกที ทำให้อสูรหนุ่มแอบยิ้มเงียบ เพราะที่สาวเจ้าคิดเมื่อครู่มันถึงหูหมดแล้วทุกตัวอักษร

สาวเจ้าเริ่มท่องมนต์เข้าต่อกร พลังเวทย์ที่ไหลเวียนในร่างค่อยๆแผ่กระจายองค์ความรู้ทั่วทุกอณู สายใยความรู้ไหลเวียนอยู่ในสมองจนอัดแน่นเป็นกะตั้ก แต่ด้วยความไม่เคยใช้มาก่อน ทั้งยังไม่สันทัดในด้านการต่อสู้ทำให้นำของดีออกมาใช้ได้ไม่ครบ

ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก ทั้งที่มีของดีอยู่กับตัวแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถเรียกมันออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจจะเปรียบเข้ากับสำนวนที่ว่า ลิงได้แก้วก็ว่าได้

“คิดสู้เหรอครับน้อง มาครับเดี๋ยวพี่สอนให้" ลูกไฟขนาดย่อมพุ่งตรงเข้าหาร่างหนุ่มในระยะเผ่าขน แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หนีหรือหลบสักทาง ดันยืนอยู่เฉยๆเสียอย่างนั้น

เปลวไฟพุ่งกระแทกลงอกตรงเป้า ค่อยๆแผดเผาเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มไล่จากคอจนลามไปทั้งอกก่อนจะมอดดับลงในที่สุด

“ไม่จริง” คนปล่อยของทำตาโตฉายแววตกใจเพราะกำลังตะลึงที่ลูกไฟมันดับไวเกินเหตุ แถมยังไม่ทันทำอันตรายอสูรชั่วได้สักแผล

“โถๆ เด็กหนอเด็ก” หมับ!!! เด็กสาวถูกกระชากเข้าอกแกร่งเสียงดังปึก อสูรแก่วิชาใช้ความไวสกัดจุดปิดกั้นแหล่งกำเนิดพลังเวทย์บนร่างกายของเด็กสาว ทำให้พลังเวทย์ที่เพิ่งลืมตาตื่นสงบลงราบเรียบ ทั้งยังกลับลงไปจำศีลอีกครา

"อาคารากี" บิดมือหนีแล้ว แถมกระทืบเท้าสู้ก็แล้ว แต่แรงกอดยังไม่คลายลงสักคืบ

สาวเจ้าพยายามเรียกเวทย์ขั้นสู้เพื่อหาหนทางหนี เพราะยามเห็นสายตาของเขาที่ทั้งเข้ม ทั้งขู่ อีกทั้งการโดนฟาดก้นเมื่อครู่ยังจำติดฝังใจและยังไม่อยากจะโดนตีอีกรอบ ทำให้แรงขัดขืนเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆพอกับความกลัวในใจที่พุ่งสูงขึ้นทุกที

"อาให้ตายก็ไม่มีผลหรอกครับ เลิกเถอะ" พลัน แววตาเข้มมองสบลงมาทำให้ความใจกล้าเมื่อครู่แหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

สาวเจ้าถูกแบกขึ้นบนบ่าทั้งโดนตบตูดเย้าไปหนึ่งที ทำให้เด็กสาวพยายามดิ้นหนีพร้อมสองมือทุบตีทุกๆที่ ที่พอจะฟาดลงไปได้

“อย่าดิ้น เดี๋ยวเจอดี” แม้ไม่รู้ว่าจะเจอดีอะไร แต่เพื่อรักษาเอาตัวรอดทำให้สาวเจ้าหยุดดิ้นตามคำขู่

"ตรงหน้าระเบียง"

“ไม่เอาระเบียง ไม่เอานะนากิม ไม่เอานะคะ” หญิงสาวพยายามเอาตัวรอดอย่างสุดชีวิตยอมกระทั่งยอมลงให้ก้าวหนึ่งพร้อมทำเสียงอ้อนๆ

“เอาเถอะครับ เดี๋ยวเราไปจัดกันหน้าระเบียงครับน้อง” จากถ้อยคำที่ได้ฟังทำให้สาวเจ้ามองเห็นอย่างชัดเจนว่าวี่แววจะโดนรังแกเริ่มโผล่มาให้เห็นอยู่รำไร

“ไม่เอาระเบียง ไม่เอานะนากิม!!!” แรงประท้วงของหญิงสาวไม่สะเทือนถึงการรับรู้ของอสูรหนุ่มสักนิด รอยยิ้มหวานที่มองสบตาพร้อมสายตาหมายมาดทำให้สาวเจ้าก้มหน้าหนีลงอกด้วยใจระทึก

ระเบียงกว้างก็จริงแต่ด้านล่างเป็นตึกรามบ้านช่อง อีกทั้งห้องที่เราอยู่มันชั้นห้า โอกาสที่คนอื่นจะเห็นฉากเด็ดย่อมมีอยู่เหมือนกัน หากเจ้าอสูรโรคจิตมันเอาจริงแล้วเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทำยังไงดี ไม่เอานะ!!!

หนึ่งห้าสองเก้าห้องหอห้องเดิม สถานที่เดิมแต่ทว่าข้าวของภายในดันไม่เหมือนเดิม แค่ก้าวเท้าไปหนึ่งก้าวก็เจอแต่ฝุ่นผง เศษนุ่น อีกทั้งยังมีเศษเหล็กเศษไม้อีกกองพะเนิน แต่สิ่งที่ดูจะเด่นเป็นสง่าคงจะเป็นเจ้าอี้ตัวใหญ่ลายวิจิตรที่ตั้งนิ่งๆอยู่ตรงจุดที่เคยเป็นหน้าต่างสองบานมาก่อน และหากจะถามว่าทำไมมันเด่น อาจจะเป็นเพราะบริเวณรอบๆตัวเก้าอี้มันสะอาดเกลี้ยงเกลาที่สุดแล้ว

"โห!!! นี่ห้องหรือกองขยะคะ"

"นายอายุเท่าไหร่นากิม" มองจากสภาพข้าวของที่พังไม่เหลือซากทำให้สาวเจ้าบอกได้ชัดเลยว่า เกิดจากฝีมือใคร

"หนึ่งร้อยห้าสิบปี ทำไมครับ" อสูรหนุ่มพาซื่อตอบกลับง่ายๆ

"นายควรจะมีวุฒิภาวะเพียงพอและใช่สมองตรองเองได้ว่าไม่ควรพาลทำลายข้าวของเหมือนกับเด็กอายุสามขวบ" สาวเจ้าฉะในทันทีเพราะพฤติกรรมของมัน ไม่ใช่สิ่งที่คนเป็นผู้ใหญ่เขาทำกัน

นางด่าข้า นางช่างปากกล้า เก่งกล้าจนเกินตัว หากจะนับรุ่นกันแล้วตัวข้าเป็นปู่นางโดยแท้ แล้วดูมันทำ ดูสายตานาง เฮอ ข้ายอมรับ ข้าทำผิดต่อเจ้า เจ้าถึงชิงชังข้าสุดๆ ครับๆ ข้าเข้าใจ ข้าจะไม่ถือสา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่เจ้าก้าวร้าวกับข้า ฮึ หากข้าหมดความอดทนเมื่อใด เดี๋ยวรู้กัน

“ข้าขอโทษ” อสูรหนุ่มยอมรับผิดโดยง่าย ทำให้หญิงสาวเริ่มมองภาพลักษณ์ของอสูรร้ายดีขึ้นมานิดนึง

ข้ายอมรับ ข้าใช้อารมณ์มาเหนือเหตุผลจนเคยชินเสียแล้ว แถมยังไม่เคยมีผู้ใดว่ากล่าวตักเตือนข้ามาก่อน ทำให้ข้าเคยชิน ข้าจะค่อยๆปรับเปลี่ยนแล้วกัน

"ดีขึ้นหรือไม่" อสูรหนุ่มโบกมือเพียงครั้ง ข้าวของจึงกลับสภาพคืนดังเดิม เศษซากที่กองอยู่ใกล้กับเตียงเริ่มกลายร่างคืนเป็นเตียง ก่อนเคลื่อนติดประชิดกับเตียงทางด้านซ้ายและประกอบหลอมรวมกันอีกครั้งจนกลายเป็นเตียงคิงไซต์ในที่สุด รูโหว่ใกล้ๆกับจุดที่เคยเป็นหน้าต่าง ค่อยๆเชื่อมติดแน่นผสานจนกลับคืนเป็นที่อยู่เดิมของหน้าต่างทั้งสองบาน

ลำดับถัดมาเป็นหนังสือภาษาไทย สังคม และ อังกฤษค่อยประติดประต่อกลายเป็นหนังสือหนึ่งเล่มหาใช้เศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยเช่นเมื่อครู่ ซึ่งยามที่มันปะติดปะตอรอยขาดทีละชิ้นๆดันอยู่ในสายตาสุดเคืองของเจ้าของหนังสือเข้าพอดี

“นากิม คนประสาท นายฉีกหนังสือฉันทำไม” เสียงตวาดมาพร้อมกับแรงทุบไหล่ไปแล้วสองตุบ

“เอาน่า เดี๋ยวข้าประกอบให้ใหม่ ข้าทำ ข้าขดใช้ เห็นรึไม่” อสูรหนุ่มยิ้มประจบทั้งยังยอมให้ทุบให้ตีไม่มีปัดป้อง แม้ใบหน้าอสูรจะแย้มยิ้มแต่ทว่าใจนั้นเล่า มันหมดความอดทนลงแล้วตั้งแต่ถูกเด็กเมื่อวานซืนก้าวร้าวใส่อีกครั้งด้วยคำว่าประสาท

"ไม่เห็น นายรู้ไหม ข้าวของทุกชิ้นมันมาจากเงิน จากน้ำพักน้ำแรงกันทั้งนั้น นายควรจะดูแลรักษามันให้ดี ไม่ใช่ทำตามแต่อารมณ์”

“นายมีตำแหน่งเป็นถึงผู้นำนากิม กรุณาอย่าใช้อารมณ์มากกว่าสมอง” การกระทำของอสูรหนุ่มเป็นสิ่งที่สาวเจ้าไม่ชอบใจแบบสุดๆ ทำให้โดยเทศน์ยาวไปเต็มๆ

“ครับ ข้าจะพยายาม ผู้ใหญ่บอกว่าเชื่อเมียแล้วจะเจริญ ข้าเชื่อเมีย"

แสร้งถอนหายใจพร้อมรวบตัวคนขี้บ่นเข้าอ้อมอก พร้อมแถมหอมไปหนึ่งฟอด ปากดีใช่หรือไม่ ฮึฮึ เจ้าเด็กปากกล้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

"ใครเมียนาย อย่ามามั่ว" สาวเจ้าเถียงเสียงแข็งทั้งยังตั้งสติเพื่อตบตีกับมือปลาหมึกที่ล้วงนั่นล้วงนี่ จนกระทั่งไม่เหลือเสื้อกางเกงติดกายแม้สักชิ้น

"สามครับสาม ห่างมือข้าไปนานคงจะลืมหมดแล้ว มาครับ เดี๋ยวข้าสอนใหม่"

"ปากดี ปากกล้า เดี๋ยวหาว่าข้าประสาท ข้าตอแหล แต่ละคำพูดคำจา มันน่าจับฉีกปากนัก!!!"

"หากเป็นแต่ก่อน ข้าจะตบเจ้าให้เลือดกลบปาก"

"ข้าเป็นใคร เจ้าเป็นใคร ด่าเอาๆไม่คำนึงถึงความอาวุโส ชาวเวทย์เช่นพวกเจ้ามันไร้มารยาท" สายตาที่มองสบตาเต็มไปด้วยความกดดัน ทำให้ขนแขนสาวลุกขึ้นชันในทันที

"มรนาการแบบนายก็ช่างตอแหล" สาวเจ้าข่มใจไม่ยอมแพ้ส่งคำพูดเผ็ดร้อนสู้กลับคืนด้วยไม่ชอบใจแบบสุดๆที่อสูรหนุ่มจาบจ้วงถึงพี่น้องเผ่าพันธ์ุ

"มารยาทใช้กับผู้ที่คู่ควร ไม่ใช่นาย" ยิ้มหวานตอบส่ง ทั้งส่งสายตาโต้คืนพร้อมแรงอารมณ์

"ฮึ ปากดี!!!" ร่างสาวโดนลากลงเตียงพร้อมร่างหนุ่มขึ้นค่อมบนพุง ขอบยางยืดถูกปลดรูดออกจากสองขา ส่วนทางด้านบนร่างกำยำตามประชิดปลดตะขอเสื้อในด้วยความคุ้นชิน

จุมพิตวนเวียนคลอเคลียข้างริมฝีปากยั่วแหย่เรียกเร้าอารมณ์ มือซุกชนไล้สัมผัสบนเนื้อผ้า เนินอก หน้าท้องเนินขาถูกลูบไล้สัมผัสในทุกจุด

"อือ" สัมผัสเย็นเยียบของมือเย็นๆแถวปลีน่องเรียกกระตุ้นความรู้สึกจนขนลุกทั้งร่าง

“เดี๋ยวผัวสอนให้ ว่าเมียที่ดีต้องทำตัวยังไง" ลิ้นร้อนเปิดฉากเข้าโรมรันบนเม็ดบัว เลียหยั่งเชิงไปสองสามครั้งก่อนดูดดึงอมเข้าในปาก

"อือๆ เดี๋ยว!!! นายต้องทำงาน"

"เดี๋ยวๆ ฉันขอเวลานอก ขอเวลานอก" ที่คิดออกมีเพียงทางนี้ สาวเจ้าแผดเสียงลั่นเตือนสติเจ้าปีศาจลากมกที่ตอนนี้ยังไม่ยอมปล่อยนมตน

"ขอกำราบเมียสักยก ค่อยกลับไปทำงาน ปากคม ปากดี ต้องเจอเทปพิเศษปิดปาก"

รสจูบที่ห่างหาย แม้คราแรกจะขัดขืนแต่ด้วยชั้นเชิงของชายมากรักทำให้แรงขัดขืนค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นสมยอม พร้อมเสียงคางกระเส่ายามถูกกระตุ้นเป็นพักๆ

"ไม่มีเวลานอกสำหรับคนปากดีครับ ปากดีต้องเจอดี" สัมผัสสุดท้ายที่พอจะรับรู้เป็นแรงแทรกสอดตรงบริเวณกลีบดอกไม้บานและความเอาแต่ใจของอสูรร้ายที่ซัดใส่ลงมาจนสะท้านทั้งสรรพางค์กาย บทรักหนึ่งยกเป็นไปอย่างเนิบช้าแถมอสูรหนุ่มยังจัดสมนาคุณให้อย่างเต็มที่

"หยุดก่อน ช้าๆอือ" เสียงห้ามหาเป็นผลไม่ ความห่างเหินร้างลาทำให้ไฟปรารถนาถูกจุดติดได้ง่าย

"สามจ๋า สามของข้า" ทุกแรงกระแทกเต็มไปด้วยความรั้งรอ ทั้งสายตาสีมรกตยังมองตรวจตราร่างสาวว่าสุขสันต์หรือทรมาน

บทรักด้วยความเต็มใจทั้งสองฝ่ายดำเนินไปเนิบนาบ ประสบการณ์แสนโชกโชนของอสูรหนุ่มทำให้สาวเจ้าคล้อยตามจนยอมตามใจทุกท่าทาง ไม่มีขัด ไม่มีขืน

"นากิม นายบอกยกเดียว" สาวเจ้าเริ่มประท้วงเพราะเมื่อครู่อสูรหนุ่มบอกยกเดียว แล้วมังกรร้อนที่เตรียมจ่อถ้ำเข้ามาอีกรอบมันคืออะไร

“ข้าไม่ได้ใกล้ชิดเจ้ามาตั้งหลายเดือน ขอครับคนดีอย่าห้ามเสียให้ยาก" จบประโยคด้วยรอยยิ้มอ้อนขอ ทั้งสายตายังงอแงจะเอาอีกรอบ

“ไม่ได้ นายต้องกลับไปทำงาน เดี๋ยว อือ” การขัดขืนไม่เป็นผลใดๆทั้งสิ้น ในเมื่อคนบุกตีประตูถ้ำเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆของมรนาการถึงแม้ไม่ยินยอมก็จะทำให้สมยอมได้ในที่สุด

นี่เป็นเพราะความปากดีหาญกล้าดุตักเตือนท่านชายแห่งมรนาการเรื่องพฤติกรรมการดำเนินชีวิตโดยแท้ ทำให้สาวเจ้าได้รับผลตอบแทนเป็นบทรักราคาแพงของผู้หิวโหยจนแทบสำลัก เพราะสาวเจ้าต้องรองรับความปรารถนาอย่างไม่มีพักและไม่มีหยุดจากแรงอารมณ์อ้างวางของชายขี้เหงาที่ไม่ได้นอนกับสาวๆมานานโข

ความคิดถึงถูกระบายลงบนร่างเนื้อในอก งานการไม่สนใจจะทำแล้วในนาทีนี้ ความโดดเดี่ยวถูกลบทิ้งจนหายลับ เนื้อแนบเนื้อและกลิ่นไออุ่นจากกายสู่กายบ่งบอกถึงการมีกันและกัน

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว