ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 24 เชื่อช้า re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 24 เชื่อช้า re

ตะวันสาดแสงลอดผ่านทางหน้าต่างที่ยกระดับกลับร่างกลายมาเป็นหน้าต่างตั้งแต่เมื่อคืนวาน แสงแดดยามสายฉายแสงทอดยาวลงบนสองร่างที่นอนเคียงคู่อยู่บนเตียงหลังใหญ่

เด็กมนุษย์ใบหน้าซีดเซียวไรผมเปียกชื้น หยดเหงื่อบนหน้าผากยังไม่แห้งสนิทดีนัก เพราะกิจกรรมแสนเร่าร้อนที่ถูกกระทำอยู่เพียงฝ่ายเดียว เพิ่งจบลงไปได้ก็เมื่อยามสายนั่นเอง

ผิวขาวถูกจับจองด้วยรอยแดงเป็นจ้ำๆจนปรากฏชัดเป็นสีแดงระเรื่อบริเวณเนินอก หน้าท้องจนลามมาถึงแขนขา

อสูรหนุ่มทอดสายตามองร่างน้อยในอ้อมแขน แววตาฉายชัดสะท้อนถึงความเสน่ห์หา ทุกห้วงอารมณ์เต็มไปด้วยความคิดถึง รอยยิ้มเปิดกว้างยาวจรดมุมแก้มก่อนจมูกโด่งจะเริ่มซุกซนฉกหอมแก้มนวล จมูกคมถูกงับเบาๆเย้าเอ็นดูและปากแดงถูกไล้เลียจากปลายลิ้นอุ่น ไล่เลียสัมผัสเบาๆจากขอบล่างจนถึงกึ่งกลางของริมฝีปากก่อนจะบดลงแนบชิดเคล้าคลึง ตราตรึงเนิ่นนาน

ครั้นสมใจกับริมฝีปากของสาวเจ้าจนพอใจตน ลำคอขาวจึงกลายเป็นเป้าหมายในลำดับถัดไป จมูกโด่งดอมดมเคล้าคลอเคลียซุกหอมเนื้อนวลพร้อมกับสร้างรอยแดงเข้มเป็นจุดๆประทับซ้ำรอยทิ้งไว้ให้เป็นที่ระลึก

"ขี้เซาจริง ชายาของข้า" สรรพนามเรียกขานแสดงตำแหน่งของคู่ชีวิตแต่คนขี้เซากลับไม่ได้รับรู้ ตำแหน่งที่มอบให้มาจากใจที่เลือกแล้วว่า ข้าจะอยู่กับเจ้า เราจะอยู่ด้วยกัน

ครั้งยามเด็กเห็นท่านพ่อผู้เงียบขรึมถือดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ในอุ้งมือ ยังมองดูว่าน่าขัน

“ท่านพ่อ จะเอาดอกไม้ไปทำอะไรหรือครับ”

“เบาๆ ชายาของข้ากำลังหลับ อย่ากวนเนวี” ท่านเจ้าแห่งมรนาการปิดปากเด็กน้อยเพื่อไม่ให้ส่งเสียงรบกวนพระชายา แววตาทอดมองร่างเมียบนเตียง ดูอบอุ่นยิ่ง

“อื้อๆ” เด็กน้อยพยายามดิ้นหนีฝ่ามือหนัก สองมือตีตบออกทำนองว่าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ครับพ่อ

“ชายา คือสิ่งใดครับท่านพ่อ” เด็กน้อยส่งเสียงกระซิบกระซาบถามผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย

“ผู้เป็นที่รัก” น้ำเสียงของพ่อในครั้งนั้นทอดละมุ่นยิ่ง อีกทั้งสายตาที่ทอดมองพระชายาเต็มไปด้วยความรู้สึกเช่นไร เด็กน้อยยังไม่ค่อยเข้าใจ

ด้วยครานั้นยังไม่ค่อยเข้าใจความคิด ความรู้สึกของผู้เป็นพ่อ แต่บัดนี้หญิงสาวตรงหน้าคือคำตอบของทุกๆสิ่งที่เคยสงสัย ความรู้สึกและสายตาของพ่อยามมองหน้าเนวี มันเหมือนกับข้ายามมองเจ้า สามของข้า ผู้เป็นที่รัก

"ท่านนากิมเล่นสามพีกันเถอะเจ้าค่ะ" ปีศาจสาวในชุดรัดรูปปรากฏกายขึ้นตรงแถวๆบริเวณข้างเตียง มือนุ่มลูบไล้แผ่นอกเปลือยเปล่าเร้าอารมณ์ ส่วนริมฝีปากสัมผัสคลอเคลียบนกล้ามแขน สายเดี่ยวสีฟ้าใสตัวสั้นถูกถอดปลดเป็นลำดับแรก เผยผิวขาวเนียนกระจ่างใสและหน้าอกตูมๆสองเต้าอวดเด่นชัดกับตาของคนที่เพิ่งสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเมื่อกี้นี้เอง

“!!!” เขาจะทำอะไรกัน อย่าบอกนะว่าจะกดกันตรงนี้ ไม่นะ

"เขาลือกันว่า ท่านเลิกเจ้าชู้ จริงหรือไม่เจ้าคะ" มือร้อนที่เริ่มสัมผัสเคล้าคลึงแถวสองเต้า นวดเค้นฟอนเฟ้นคงเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าไม่จริง ดวงตาคมเข้มจับจ้องมองสบตาก่อนปากและจมูกจะลงไปลิ้มลองเต้านมข้างหนึ่ง

คนขี้เซาเปิดเปลือกตาตื่นเต็มที่จากห้วงฝันและภาพบทรักแสนวาบหวามที่เห็นเป็นลำดับแรก ทำให้ต้องรีบปิดเปลือกตาลงพร้อมทำทีแกล้งหลับ พลางคิดหาหนทางหลุดพ้นกับการเป็นส่วนเกิน

สาวเจ้าค่อยๆกลิ้งตัวไปทางด้านข้างเตียงทีละนิดๆ คนมักมาก ลำบากชีวิตฉันอีก เจ้าปีศาจตัณหาจัด มั่วไปทั่ว อึบๆๆๆ อีกนิดเดียว เวรกรรมอะไรของฉันที่ต้องมาเจอคนอย่างนาย

แต่ทว่า หมับ แขนข้างว่างของอสูรหนุ่มกลับฉุดลากหญิงสาวรั้งกลับลงมานอนแหมะอยู่ที่เดิม ส่วนสายตาคมเฉี่ยวยังคงสบตาท้าทายคู่นอนในชุดเปลือย อีกทั้งมืออีกข้างกำลังเริ่มลิ้มลองเนินอกนุ่ม บีบเค้นเอา เค้นเอาราวกับมันเป็นซาลาเปาก็ไม่ปาน

แรงรัดบนข้อมือ ทำให้เด็กสาวมองพันธนาการบนข้อแขนอย่างหมดอาลัยตายอยาก เปลือกตารีบปิดลงพยายามหลีกหนีหนังสดของอมนุษย์ทั้งสองตน

“…” ไม่เอาสามพี ไม่เอา!!!

"ข่าวลวงโดยแท้ ท่านยังคงร้อนแรง" ริมฝีปากสาวพยายามประกบลงบนริมฝีปากของคู่นอนแสนสูงศักดิ์

"สกปรก" ปากสาวไม่มีโอกาสได้แตะลงบนริมริมฝีปากสีเข้มแม้สัมผัสเดียว เพราะอสูรหนุ่มผลักร่างงามออกห่างพร้อมรอยยิ้มสุดสะใจ ดวงตาสีมรกตเต็มไปด้วยความรอคอยทั้งยังดูสนุกสนานและยังอำมหิต ซึ่งภาพนั้นตกอยู่ในสายตาของสาวเจ้าเข้าพอดีทำให้เด็กสาวขนลุกซู่ขึ้นทั้งตัว

“ท่านทำอะไรข้า กรี๊ดๆ” ร่างกายเริ่มอ่อนล้า ดวงตาค่อยๆพร่ามัวจนกระทั่งทรุดลงล้มคลุกพื้น เลือดดำเข้มไหลทะลักล้นออกมาจากปากทีละหยดๆ จากหนึ่งหยด สองหยด สามหยดจนกระทั่งกระอักเลือดออกมาคำโต

"ลองยา" ถ้อยคำสื่อความหมายถึงความจงใจอยากลองยา ไม่สะทกสะท้านกับการกระทำของตนเอง

"กรี๊ดๆๆๆๆ" อสูรสาวกรี๊ดร้องลั่นเสียงยาวบาดหูเป็นครั้งสุดท้าย ร่างงามล้มลงแน่นิ่งบนพรมแดงพร้อมดวงตาเหลือกค้างขึ้นฟ้า

"นากิม นายทำอะไรเธอ!!!" แม้จะคร่ำหวอดอยู่ในวงการของชาวเวทย์ แต่กลับไม่ค่อยพบเจอกับการเข่นฆ่า เพราะคนเป็นพี่ชายดูแลปกป้องยิ่งกว่าไข่ในหิน เพิ่งจะได้เห็นการฆ่าแกงกันต่อหน้าต่อตาก็เมื่อมีอสูรตัวร้ายมาวนเวียนอยู่ในชีวิตนั่นแหละ

“ข้าลองยา” อสูรหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ

"ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลา ถึงนางจะเป็นปีศาจแต่ใครๆย่อมรักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น นายจะเอาชีวิตของคนอื่นมาเป็นของเล่นไม่ได้ นากิมให้ยาแก้พิษกับเขาเถอะนะ" กระแสความห่วงใยต่ออสูรแปลกหน้าชักเริ่มสร้างความหงุดหงิดให้กับอสูรหนุ่ม

"ไม่" ตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“คนใจดำ”

"ไม่" เมินหน้าหนีไม่ยอมสบตาด้วยกลัวใจหวั่นไหวกับดวงตากลมโต ท่าทางออดอ้อน ดูน่าสงสาร

สาม เจ้ามันตัวอันตราย ข้าไม่เคยกลัวสิ่งใด ไม่เคยหวั่นไหวกับใคร มนตราหรืออาคมบทใดของเจ้าถึงสร้างความหวั่นไหวให้กับข้า

“…” สาวเจ้ามองหน้าอสูรหนุ่ม สะกดลึกตราตรึงบันทึกเน้นๆในความทรงจำ ความโหดร้ายของเขา คำเล่าคำลือ บัดนี้เห็นชัดอยู่ตรงหน้าทั้งภาพและเสียง ความเมตตากรุณาต่อผู้อื่นไม่มีในความรู้สึกของเขาเลยกระนั้นหรือ

ใช่!!! ครั้งก่อนไงเล่า เขาสามารถสังหารคนธรรมดาทั้งสี่คนได้อย่างเลือดเย็น ฆ่าล้างคนนับร้อยๆชีวิตด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ เรากำลังอยู่กับตัวอันตราย หนี ต้องหนี ความกลัวแล่นเข้าจับใจ วันใดเล่า เขาจะฆ่าเรา

"ข้าไม่ฆ่าเจ้า" มือสองข้างถูกรวบกุมขึ้นประชิดริมฝีปาก ดวงตาสีมรกตดูอ้อนๆไร้สิ้นความอำมหิตเช่นเมื่อครู่ มือข้างขวาถูกลากวางลงบนอก ตรงพิกัดของหัวใจ แววตาสบตาสื่อความในถ่ายทอดทุกประโยคด้วยถ้อยคำหนักแน่น

"เชื่อข้า" อบอุ่นทุกวลีคำพูดและสายตาที่ทอดมองลงมาทำให้สาวเจ้าใจเต้นระทึก ความคิดอยากหนีหายไปไหนก็สุดรู้

สาวเจ้าเกือบจะเคลิ้มไปแล้วแต่มันติดตรงที่ว่า ยังคงมีร่างของอสูรสาวผู้โชคร้ายนอนจมกองเลือดตายอนาถอยู่บนพื้น ยิ่งตอกย้ำความโหดร้ายอำมหิตของชายที่กำลังทำหน้าตาอ้อนๆราวลูกแมวขอนมกิน

เปรียะ!!! เปรียะ!!! เปลวเพลิงแดงเข้มค่อยๆไล่แผดเผาร่างของอสูรสาวผู้โชคร้าย โดยเริ่มจากหัวและจรดไปถึงปลายเท้า ขี้เถ้าดำเข้มกองสุมเป็นสุสานภายในเวลาไม่ถึงห้านาที และภาพนั้นทำให้ความน่าสะพรึงกลัวฉาบทับเข้าภายในจิตใจของเด็กสาวในทันที

“เชื่อข้า” กระซิบถ้อยคำเดิมบนริมหูพร้อมกอดรัดไม่ให้ดิ้นหนี

“ไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้า”ร่างนางในอกสั่นสะท้านหนักจนอสูรหนุ่มรับรู้ ทำให้เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงทอดละมุน

แรงผลักหนีไม่อาจต่อกรกับอ้อมแขนแข็งหนักดุจปลอกเหล็ก ร่างทั้งร่างถูกรวบรัดกอดแน่นเข้าอ้อมอก หยาดน้ำใสไหลซึมเปียกเปื้อนด้วยทั้งสยองและหวาดกลัวกับสุสานหมาดๆของร่างที่เคยเป็นเนื้อหนังมาก่อน

“ชู่ๆ เชื่อข้าครับคนดี” ริมฝีปากร้อนคอยเคล้าเคลียจูบซับน้ำตาให้กับร่างน้อยในอ้อมแขน ประกอบกับน้ำเสียงปลอมประโลมเป็นพักๆ

“ข้าอยากฝังกายลงบนตัวเจ้า" ถ้อยคำอ่อนหวานแต่ความหมายส่อแววอีโรติกชัดๆ แต่บรรยากาศชวนเสียตัวดันถูกขัดจากกองขี้เถาดำสนิทบนพื้นพรมที่เปล่งแสงสีแดงสว่างวาบจ้าจัดขึ้นมา

กองเลือดดูน่าสยดสยองหายลับไปพร้อมกองขี้เถ้าและร่างหนึ่งที่ปรากฎขึ้นมาจากความว่างเปล่า นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงเข้ม ใบหน้าดูธรรมดาไม่งดงามฉูดฉาดบาดตาแต่ก็ไม่ขี้ริ้วแต่อย่างใด

"ข้านำสารจากมรนาการมาส่งท่านเจ้าค่ะ" ผู้ส่งสารมองหญิงสาวในอ้อมแขนของนายตนด้วยแววตามาดร้าย ทั้งยังแลบลิ้นเลียวาดลงบนริมฝีปากบนออกแนวหิวโหย ทำให้สาวเจ้าจับเสื้อเชิ้ตของอสูรหนุ่มแน่นขึ้น ด้วยตอนนี้เวทย์อะไรก็ไม่มีสักอย่าง ฉันจะโดนกินไหม ฮือ

"ฟิกนิกส์เป็นคนของข้า" คำอธิบายบนริมหู พร้อมอ้อมแขนกอดรัดร่างสาวแนบแน่นขึ้นอีกนิดเป็นปราการคุ้มกันชั้นดี อีกทั้งฝ่ามือยังตบปลอบตุบๆเบาๆบนแผ่นหลัง

เปลวไฟถูกจุกบนก้านธูปสีทองมาจากฝีมือของผู้ส่งสาร ควันธูปขุ่นขาวร้อยเรียงเป็นข้อความบนกลางอากาศ ‘สูญเสียทางตะวันออกกับทางใต้ มรนาการพร้อมรบเต็มกำลัง นายเหนือหัวโปรดบัญชา’

"ข้าขออภัยกับบททดสอบเมื่อครู่" ข้ารับใช้ก้มหัวขออภัยกับการล่วงเกินนายเหนือหัวถึงแม้จะเป็นฝ่ายถูกกระทำด้วยการสาดพิษเข้าใส่เป็นการเอาคืน แต่ก็ต้องก้มหัว

"นายท่านเป็นเช่นเดิม สารจะถูกส่งตรงถึงท่านหญิงเจ้าค่ะ" แววตาแดงดังเลือดนกเบือนมาสบ จ้องตากับเด็กมนุษย์ในอ้อมอกของนายอีกครั้ง

"นายท่าน นางเป็นมนุษย์ใช่หรือไม่"

"ใช่"

"คู่นอนของท่าน ข้าขอกินสักคำ" รอยยิ้มน่าขนลุกแสดงชัดขึ้นบนริมฝีปาก ไอสังหารกระจายความเยียบเย็นพุ่งปะทะบนผิวกายของเด็กสาวพาให้ขนกายลุกชัน ไม่ใช่ขนมนะ มาขอกินง่ายๆได้ยังไง ฮือ พี่หนึ่งขา สามกลัว

อ้อมแขนของชายหนุ่มถ่ายทอดกระแสความอบอุ่นปัดเป่าความเยียบเย็นจนมลายหาย หลังบางแนบสนิทบนอกแน่นเนื้อ ความอบอุ่นถูกถ่ายทอดประสานออกมาพร้อมความปกป้อง

“อยู่กับข้า ต่อให้สิบหรือร้อยฟิกนิกส์ ย่อมทำอะไรเจ้าไม่ได้” เสียงกระซิบไร้คำพูดจากริมฝีปากที่วนเวียนอยู่ภายในหัวทอดเสียงแน่นหนัก ทำให้สาวเจ้าใจชื้นขึ้นจึงเริ่มส่งสายตาตอบโต้สู้กลับคืนไป มีแบล๊กแล้ว ฉันไม่กลัวเธอหรอก

“เดี๋ยวข้าฆ่านางเอง อย่ายุ่ง” น้ำเสียงของอสูรหนุ่มขรึมเครียดก่อนเน้นสำทับขึ้นอีกครั้ง

"หากแตะเหยื่อของข้าแม้ปลายก้อย เจ้าจะได้รู้จักทุกบทของค่ายแห่งมรนาการ" ทุกประโยคไม่มีท่าทางล้อเล่น แววตาฉาบเหี้ยมเป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดี

"ข้าขออภัยนายท่าน นางเป็นเหยื่อของท่าน ข้าขอลา” หลังจบคำลา ร่างของผู้ส่งสารจึงหายลับจากไปพร้อมๆกับสายลมบางเบาที่เพิ่งพัดเข้ามาทักทายเมื่อครู่

"ฉันพร้อม" ร่างบางยืดอกรอรับชะตากรรม ผิวขาวเปลือยเปล่าอวดล่อสายตา

ตายเป็นตาย ปู่คะ สามขอโทษ โอกาสของเราคงไม่มีอีกแล้ว สามทำเต็มที่แล้วค่ะ เขาทั้งเลือดเย็นอำมหิตไม่ยอมรับฟังคำพูดใครทั้งนั้น เขาได้สามจนสมใจเดี๋ยวเขาคงจะฆ่าสามทิ้ง สามหมดโอกาสแล้วค่ะปู่ สามขอโทษ

"ไหวเหรอ เจ็บนะ" แววตาเรียบเฉยพร้อมประโยคข่มขู่

"ฉันยอมตาย" ยอมตายตอนนี้ ดีกว่าเห็นพี่น้อง ครอบครัวตายต่อหน้าต่อตาย

งั่ม!!! คมเขี้ยวฝังไม่ลึกนักบนต้นคอขาว "กัดฉันทำไม!!!"

สายตาเด็กสาวตื่นตระหนก สี่นิ้ววางลงบนต้นคอและสัมผัสอุ่นที่ถูกกัดเมื่อครู่ยังรู้สึกได้

"คิดได้ยังไงว่าข้าจะฆ่าเจ้า เด็กโง่" รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเขาทำให้แก้มสาวแดงระเรื่อ

ยามนี้ อสูรหนุ่มดูอบอุ่นอ่อนโยน ใบหน้าสุดแสนจะหล่อเหลา อสูรตรงหน้างดงามราวกับภาพวาด เขาคนนี้ เฝ้าครอบครองเราหลายต่อหลายครั้ง เขาคนนี้หอมตรงนั้น ซุกตรงนี้ เลียตรงโน้น ยิ่งคิดแก้มใสยิ่งแดงสุก

"ชายาของข้า" ยามเรียกขานนามแสนลึกซึ้ง แก้มของชายหนุ่มขาวใสแดงปลั่งน่าเอ็นดู

"ฉันไม่ใช่ของคุณ" สาวเจ้าเถียงทันควันแม้จะแอบดีใจหน่อยๆกับว่าชายาก็เถอะ แต่น้ำหน้าอย่างเจ้าตัวร้าย มันจะต้องมีชายาหลายคนแน่ๆ

“สามครับ สามจ๋า” ริมฝีปากคลอเคลียริมแก้มเว้าวอน กิริยาอ่อนโยน พาใจสาวเต้นระรัว

"ฉัน ฉัน" หญิงสาวทวนคำซ้ำๆ กิริยาท่าทางอ่อยเหยื่อของอสูรหนุ่มทำให้ใจฝ่ายต่อต้านจอดสนิท

"เด็กดื้อของข้า ชายาของข้า" แก้มบางใสถูกสัมผัสเป็นมัดจำ สองมือโอบกอดพร้อมส่งมอบตำแหน่งพระชายาให้กับมือ

“นากิม ฟังฉันสักคำได้ไหม” เหยื่อสาวเริ่มเปิดกระดานวางหมากตัวสำคัญตามคำสั่งของปู่

“ครับ ว่ามาจ้ะ” ท่านชายแห่งมรนาการชักเริ่มหวานทุกคำ

นิทานโบราณแสนเก่าแก่ถูกถ่ายทอดออกมาอีกครั้ง ฟางเส้นสุดท้ายซึ่งเป็นความหวังเดียวเพื่อใช้ต่อชีวิตของพวกพ้องถูกเล่าขานด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่มีตกหล่นแม้สักคำ

“ข้าไม่เชื่อ” ท่าทางของอสูรหนุ่มเป็นไปตามคาดเพราะหลังจากที่สาวเจ้าเล่านิทานจนจบความ แววตาของอสูรหนุ่มเริ่มฉายแววโกรธกรุ่น อีกทั้งยังแสดงท่าทางต่อต้าน

“นายไม่เชื่อฉัน” เสียงทวนถามเต็มไปด้วยกระแสเสียงราบเรียบ

“ใช่ พวกนักเวทย์เชื่อถือไม่ได้ พวกมันชั่วช้า เจ้าเล่ห์ โกหก หลอกลวง” ปมปัญหาของมรนาการและนักเวทย์ถูกถ่ายทอดมาสู่รุ่นต่อรุ่น ฝังลึกติดตรึงแค้นกันระยะยาว

“แต่ฉันว่าฝั่งมรนาการเก่งกว่า เหมือนคุณ” น้ำเสียงของหญิงสาวเย้ยหยันออกแนวเตรียมหาเรื่อง เด็กสาวเริ่มดิ้นหนีด้วยความเคือง ไม่ให้กอดแล้ว ไม่ต้องมาแตะ ไม่ต้องมายุ่ง

“สิบเอ็ดนาฬิกา สามนาทีในเวลาปัจจุบัน ข้าไม่ได้หลอกเจ้าครับสาม อย่าเหมารวม”

แรงรัดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว อสูรหนุ่มยังคงไม่ยอมปล่อยร่างเด็กดื้อที่กำลังพยศด้วยความเคืองอยู่ในอ้อมแขน

“ปล่อยฉันไม่ต้องมากอด ในเมื่อคุณไม่เชื่อฉัน ฉันก็ไม่เชื่อคุณเหมือนกัน” สาวเจ้าเริ่มโวยวาย ทุบตรงไหนได้ทุบ ตีตรงไหนได้ก็ตี

แปะ!!! สองนิ้วดีดเพียงหนึ่งครั้ง ประตูกระจกทางฟากระเบียงจึงค่อยๆเลื่อนออก

“จะพาฉันไปไหน” สาวเจ้าตาโตเริ่มแตกตื่น ร่างน้อยโดนอุ้มพาออกไปยืนข้างนอกระเบียง

“ดื้อนัก ต้องมาจัดที่นอกระเบียง”

“จัดอะไร ไม่เอา อย่านะ คนโรคจิต” มือน้อยทุบไม่นับ อสูรบ้าพาร่างเราในผ้าห่มผืนใหญ่มายืนตากลมอยู่นอกระเบียง อายจะตายอยู่แล้ว พระอาทิตย์ยังยิ้มให้อยู่เลย นายจะมาผิดผีตอนมีแสงแดดไม่ได้ ฉันไม่ยอม

“ด่าไปๆ อย่าหยุดครับ”

”อย่าหันหน้าหนีข้า สาม มองตาข้า สาม มองข้าเดี๋ยวนี้” ผลตอบรับคือแรงต่อต้านของเหยื่อสาว ที่ดื้อแบบใดก็ดื้อแบบนั้นแหละ

เพี๊ย!!! เพี๊ย!!! ไม่ว่าจะจะโดนจูบกี่ที แก้มหนาของอสุรหนุ่มยิ่งถูกตบตามจำนวนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

“ดื้อนักมาออกแรงกันดีกว่า มา” แก้มหนุ่มแดงเป็นรอยโดนตบทั้งสองข้างแก้ม ส่วนริมฝีปากสาวก็บวมเปล่งทัดเทียมกัน ร่างน้อยพยศหนักจนอสูรหนุ่มชักทนไม่ไหว

จึงลากสาวเจ้าลงเตียงพร้อมปรนเปรอรอยรักจนหมดแรง ทั้งที่แสงตะวันยังแยงตาอยู่คากระจก

ครั้นปราบเด็กดื้อจนจอดสนิทหมดสติไปประมาณสองยก อสูรหนุ่มจึงเริ่มเรียกแฟ้มเข้าอุ้งมือ เพื่อเตรียมทำการทำงานที่ค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนวานพร้อมดวงตาฉายแววเคร่งเครียดขึ้นทุกที

ความจริงที่ฝั่งชาวเวทย์อ้างถึง มันทำให้อสูรหนุ่มรู้สึกเจ็บลึก เพราะหากที่สาวเจ้าเล่าเป็นเรื่องจริง สิ่งที่ข้าทำมาทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่แรกเริ่มจนมาถึงตอนนี้ ข้าทำไปทำไม

................

รูป >>ฟิกนิกส์

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว