ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 25 ขาวผ่องเป็นยองใย re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 25 ขาวผ่องเป็นยองใย re

หลังจากการเปิดฉากทะเลาะกันระหว่างอสูรสาวกับหนุ่มนักเวทย์ สองฝ่ายยืนคุมเชิงกันอยู่พักหนึ่งก่อนอสูรสาวจะใช้ความไวร่ายเวทย์หลบหนีพร้อมกับกางม่านพลังสีชมพูอ่อนๆขังร่างเนื้อของนักเวทย์หนุ่มเอาไว้

“หวาน ปล่อยผม” ครั้นยามอสูรสาวปรากฏกายขึ้นอีกครั้งทำให้คนถูกขังรีบเรียกรั้งประท้วงขึ้นในทันที

“ไป” อสูรสาวยอมปลดอาคมให้ตามคำขอพร้อมยังส่งเสียงไล่ส่ง

“เราต้องคุยกัน” แต่ทว่าผู้ถูกไล่กลับลากร่างน้อยเข้าประชิดอก สองมือรวบรัดกอดแน่นและริมฝีปากกระซิบเสียงเข้มอยู่ข้างหู

“เวร่า” ถ้อยคำของนายเหนือดังสะท้อนชัดตรงเข้าหู เป็นวิธีการส่งสัญญาณเรียกตัวมาเข้าพบ

“หนึ่ง ปล่อยข้า ข้าต้องไปทำงาน” น้ำเสียงออดอ้อนขอวิงวอน สายตามองจ้องพร้อมแววตาร้องขอ

“ได้ รีบทำงานให้เสร็จแล้วค่อยกลับมาคุยกัน ยาว!!!” เสียงยาวข้างท้ายดูท่าจะยาวจริงจังทำให้ใจสาวสะดุ้งขึ้นครั้งหนึ่ง ด้วยยังจำรสก้านมะยมได้ดีว่ามันเจ็บสะท้านทั้งก้น ยามดื้องอแง เถียงคำไม่ตกฟากมักจะโดนฟาดอยู่ประจำด้วยน้ำมือของคนที่กำลังมองตนด้วยสายตาเฉียบดุเช่นนี้นั้นแล

“ค่ะ พี่หนึ่ง” ท่าทางเตรียมดุตักเตือนของหนุ่มนักเวทย์ทำให้อสูรสาวเผลอตัวเรียกชื่อที่เคยเรียกออกไป กว่าจะรู้ตัวว่าพลาดท่าก็เมื่อเห็นอมยิ้มน้อยบนมุมปากของคนใจร้ายใจดำนั่นเอง

แสงของโคมไฟสีส้มอ่อนทอดยาวส่องแสงมาจากทางด้านข้างหัวเตียง สะท้อนเงาสีเข้มทาบทับบนผนัง ปรากฏเป็นเงาสองร่างทอดยาวใกล้เคียงกัน

“เวร่า ไปสืบมา” ก้านธูปถ่ายทอดคำสั่งลับถูกยื่นส่งให้ ดวงตาสีมรกตฉายแววครุ่นคิด ทั้งยังนิ่งเรียบกว่าที่เคย

“ค่ะ นายท่าน” หมากที่ฝ่ายนักเวทย์วางเดิมพันยกแรกกำลังเริ่มเดินแต้ม ค่อยๆปลดเงื่อนปมแต่เก่าก่อนลงทีละตาๆ รอเพียงแค่เวลาเท่านั้น

แสงแดดอ่อนๆทอดยาวลงบนร่างเนื้อของหญิงสาวที่อยู่ใต้ผ้านวมผืนใหญ่ ช่วงเอวถูกกกกอดรัดไว้ด้วยท่อนแขนแน่นเนื้อ ส่วนช่วงหลังบดเบียดแนบชิดแนบสนิทติดแผ่นอกของอสูรหนุ่ม ถ่ายทอดไออุ่นส่งผ่านมาให้แทบทั้งคืน

แม้ยามสาวเจ้าลืมตาตื่น รู้สติ รู้ตนเมื่อครั้งกลางดึก จะทำท่าทีประชดด้วยการพลิกตัวหนีหันหลังให้ก็ตามทีเถอะ แต่อสูรเจ้าเล่ห์ก็ลากร่างคนขี้งอนเข้ามากอดเอาไว้จนได้

“สามครับ ตื่นเร็ว เดี๋ยวสาย” แววตาสีมรกตฉายแววอบอุ่นยามทอดมองร่างนิ่มในอ้อมแขนของตน ก่อนส่งเสียงเรียกปลุกเตือนเพื่อลากสาวเจ้าไปเรียน

“พี่หนึ่ง สามขออีกห้านาที” สาวเจ้ายังคงสะลึมสะลือขอต่อเวลาด้วยความเคยชิน ด้วยโดนจัดหนักอยู่ทั้งคืนจนจรดเที่ยงคืนทำให้รู้สึกล้าๆไม่ค่อยอยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาสักเท่าไหร่

“เจ็ดโมงแล้วครับ ไปอาบน้ำหรือจะเอาอีกรอบ” อสูรหนุ่มเริ่มขู่ซึ่งได้ผลในทันควัน หญิงสาวรีบเปิดตาตื่น ทั้งยังพาสองขารีบวิ่งเข้าไปกลบดานในห้องน้ำด้วยความฉับไว

“ให้ไว เดี๋ยวสายจนได้”

“ฉันลาออกมาแล้ว ไม่ต้องไปเรียน” โผล่หน้าครึ่งซีกออกมาจากขอบประตูของห้องน้ำเพื่อออกมาโต้เถียงโดยเฉพาะ

“เจ็บนิ้วไหม” เสียงถามเรียบๆพลางพยักเพยิดไปยังนิ้วชี้ของสาวเจ้าพร้อมรอยยิ้มแสยะ

“อะไร โอ๊ย” หญิงสาวร้องเสียงหลงเพราะบาดแผลจุดเดิมในบริเวณนิ้วชี้ปรากฏขึ้นเป็นรอยบาดของคัตเตอร์

“ข้าย้อนเวลากลับไปก่อนเจ้าจะซ่า กล้ายื่นใบลาออก”

“ข้ารู้สึกสงสารพ่อแม่ของเจ้ายิ่งนัก มีลูกไม่รู้จักคิด” สายตาเฉียบดูพร้อมน้ำเสียงเข้มๆมาพร้อมกับถ้อยคำถากถาง

"นายย้อนเวลาได้ด้วย สุดยอดเลย" สาวเจ้าตื่นเต้นกับการย้อนเวลาแบบสุดๆ จนเมินเฉยถ้อยคำถากถางไปเสียอย่างนั้น

"ไม่ต้องชม ข้ามันเทพ ข้ารู้ตัวดี" ทำให้คนร่ายเวทย์ยืดอกอวดยิ่งขึ้น ก่อนดวงตาสีมรกตจะค่อยรี่ลงในเวลาต่อมา

"เป็นเด็กเป็นเล็กต้องเรียนหนังสือ" อสูรหนุ่มบ่นพร่ำราวกับครูแก่ เรียวคิ้วขมวดมุ่นพร้อมน้ำเสียงเข้มขรึมดูน่ามองไปอีกแบบ

“โตขึ้นจะได้เป็นกำลังของชาติไทย” หากสาวเจ้าไม่รู้มาก่อนว่า ชายขี้บ่นตรงหน้ามันเป็นอสูรหาใช่มนุษย์ธรรมดาคงจะเชื่อไปเสียแล้วว่าอสูรหนุ่มเป็นชาตินิยมแถมยังรักประเทศชาติยิ่งชีพ

“เหอะ” สายตาที่มองกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มเซ็งๆที่อสูรหนุ่มเล่นใหญ่เกินเหตุ

“ใช่ กุ๊กไก่ นากิม อย่าทำกุ๊กไก่ ฉันขอร้อง” หากย้อนเวลากลับไปจุดเดิม กุ๊กไก่เหยื่ออีกคนของนากิมจะต้องได้รับความเจ็บปวดเหมือนครั้งเก่า จากการสัมผัสคลุกคลีกับเจ้าตัวร้ายตรงหน้า แม้จะไม่ได้เห็นกับตาแต่ก็พอเดาได้ถึงความเด็ดขาดของเขาว่าโหดเหี้ยมเพียงใด ยิ่งกับพวกมนุษย์คนธรรมดา ยิ่งสิ้นไร้ซึ่งความปรานี

“ฉันเห็นนายเดินออกมาจากห้องน้ำหญิงในวันนั้น ฉันขอร้อง อย่าทำร้ายกุ๊กไก่นะ”

ภาพเดิมติดตา ท่าทางติดกระดุมกางเกงออกมาจากห้องน้ำหญิงของตึกเก่าของมอสอง ไม่บอกก็รู้ว่าอสูรหนุ่มไปทำอะไรมา

“เจ้ารู้กฏของการย้อนเวลาหรือไม่สาม ทุกอย่างไม่มีทางหวนกลับ ยิ่งความตายยิ่งไม่ต้องคิดหวัง” นางเห็นพฤติกรรมการกินเหยื่อของข้าแต่นางไม่เคยต่อว่าข้าสักคำ สามครับ ในสายตาของเจ้า ข้าจะมีชิ้นดีหรือไม่

ยามอ้างถึงความตาย สายตาสาวมองหน้าออกแนวเคียดแค้นชิงชังแต่แค่เพียงพักหนึ่งเท่านั้น ด้วยความจริงที่รู้มา อีกทั้งทุกสิ่งที่อสูรหนุ่มทำลงไปล้วนมีเหตุผล

แม้เหตุผลที่ว่าจะมาจากคำหลอกลวงก็ตามทีแต่เขาแค่ไม่รู้ เพราะไม่รู้ถึงทำลงไป

หากถามว่าสาวเจ้ายังแค้นหรือไม่ บอกเลยว่าแค้นแต่กลับลดระดับความแค้นลงมากึ่งหนึ่ง ถอยออกมาก้าวหนึ่งและลองทำตัวเป็นเขาดูบ้างพร้อมกับค่อยๆคิดตามทีละปม ถ้าพ่อแม่ของเราถูกฆ่า มีหรือเราจะไม่อาฆาตเหมือนเขา สิ่งที่เขาทำมันคือการเอาคืนมันเป็นสงคราม สงครามที่เขาคิดว่าพวกเราชาวเวทย์เป็นผู้เริ่มต้น สงครามที่เขาถูกหลอกใช้จนมือเปื้อนเลือด คนที่น่าสงสารมันเขาไม่ใช่หรือ

“ทุกอย่างต้องคงเดิม” อธิบายพร้อมตัดบทก่อนเตรียมตัวหายร่างจากไป แต่ดันติดอยู่กับดวงตาตัดพ้อต่อว่าของสาวเจ้าเข้าพอดี เพราะถึงแม้จะไร้สิ้นเสียงพูดแต่กลับเป็นตัวประหัตประหารได้เป็นอย่างดี

“ได้ ข้าจะไม่ขืนใจมันก็แล้วกัน” จนกระทั่งอสูรร้ายจนมุมในที่สุด อสูรหนุ่มชักเริ่มรู้สึกเคืองตัวเองเล็กน้อยว่าเหตุใดต้องยอมลงให้เด็กมันด้วย ทั้งๆที่ตนก็อาวุโสกว่าอยู่แท้ๆ

“ขอบคุณค่ะ” รอยยิ้มบางเบาพร้อมคำขอบคุณง่ายๆทำให้อสูรหนุ่มหายเคืองใจ พร้อมเปิดรอยยิ้มส่งกลับเต็มปากเต็มตา การยอมลงให้นางก่อน มันก็ไม่เสียหายอันใดและรอยยิ้มของเมีย มันช่างคุ้มค่าเสียเหลือเกิน

ลำแสงสีชมพูอ่อนค่อยๆปรากฏกายขึ้นทางบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเวรกับนายเหนือ อสูรสาวในชุดสีชมพูงามระยับส่งยิ้มหวานเปิดยิ้มทักทายอย่างเป็นทางการในครั้งแรก เพราะถึงแม้จะเห็นหน้าเด็กสาวอยู่หลายคราแต่ยังไม่เคยใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน

“ข้าเวร่า มารับใช้นายหญิงเจ้าค่ะ” หญิงสาวดูหวานละมุนในทุกระเบียดนิ้วเปิดรอยยิ้มเป็นมิตรมาให้

“นางผู้นี้คือน้องสาวสุดหวงของหนึ่ง เป็นสุดที่รักของนายท่าน” อสูรสาวมองหน้าเด็กสาวชาวเวทย์พลางคิดเป็นตามเป็นฉากๆในสมอง

“อสูรตนนี้เป็นคู่นอนของนากิม” เด็กสาวเองก็ไม่น้อยหน้า คิดประเมินอสูรสาวแปลกหน้าเช่นกันเพราะจำได้อย่างแม่นยำถึงครั้งแรกที่ปิดประตูเข้ามายังห้องนอนเพื่อพักผ่อนให้ชุ่มปอด

ความอลังการของห้องพักอันแสนหรูหราทำให้ใจลำพองชมชอบ ถูกอกถูกใจกับโรงเรียนเก่าของคุณพ่อคุณแม่ ทุกอย่างมันดีดี๊แต่ดันติดอยู่ที่สองร่างของอสูรแปลกหน้าที่กำลังประกอบกิจกรรมใต้ร่มผ้าอย่างไม่สนใจสายตาของคนร่วมห้องเลยแม้สัดนิด

ณ ตอนนั้นการแกล้งทำเป็นหลับไม่รับรู้ ดูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแต่กลับพลาดท่ากับคำว่าขอเป็นมิตร เพราะอสูรหนุ่มแจ้งเจตน์จำนงค์บอกออกมาเองเลยว่า อยากขอมาผูกมิตรเป็นเพื่อนด้วย สีหน้า ท่าทางไร้รอยพิรุธ แสดงเก่งจนน่าพาไปเล่นเป็นตัวร้ายในละครสักเรื่องสองเรื่อง

“นายท่านให้ข้าพานายหญิงไปเรียนเจ้าค่ะ รีบอาบน้ำเถิดเจ้าค่ะ นายท่านฝากบอกมาว่า ถ้าวันนี้เจ้าไปเรียนสาย พรุ่งนี้ไม่ต้องเรียน เดี๋ยวจะนั่งสอนบนเตียงแทน” ทุกประโยคอสูรสาวคัดลอกถ้อยคำออกมาครบไม่มีตกหล่น เพราะหลังจบคำพูด แก้มคนส่งสารยังแดงเลยเชียว

คนลามก คิดแค่เรื่องใต้สะดือแถมยังให้คู่นอนของตัวเองมาเป็นคนดูแลเรา คนใจดำ เคยคิดถึงจิตใจของคนอื่นเข้าบ้างหรือเปล่า นายทำร้ายจิตใจของเวร่าและฉันพร้อมๆกันในเวลาเดียวกัน คนใจร้าย ฮึ นากิม นายมันบริหารจัดการผู้หญิงในสต๊อกได้เก่งจริงๆ ฉันนับถือ

ปัง!!! เสียงปิดประตูห้องน้ำเป็นการเปิดฉากชั่วโมงสุดแสนจะเร่งรีบ เด็กสาวตัดสินใจแล้วว่า ขอไปเรียนดีกว่าจะมานั่งอยู่บนเตียงกับคนใจดำ

การเรียนทั้งวันดำเนินไปอย่างน่าเบื่อหน่ายในความรู้สึกของหญิงสาว ทุกฉากทุกตอนที่เกิดขึ้นในวันนั้นคงรูปแบบเดิมไว้ทั้งหมด เหยื่อสาวเช่นกุ๊กไก่ถูกลงโทษอย่างน่าสงสารเป็นทั้งสุด

เฮอ เมื่อไหร่หนอจะวนเวียนมาถึงตาเรา หึ คงต้องรอให้เขาเบื่อเราก่อน แว่วว่า พี่นากิมหนุ่มฮอตเจ้าชู้เป็นที่สุด อ้อมกอดของเขาคงจะอยู่กับเราอีกไม่นานหรอก

“ใครเบื่อใครครับ ข้ากอดเจ้าอีกนานแน่นอนครับไม่ต้องห่วง” ท่านชายแห่งมรนาการปรากฏกายขึ้นยืนเคียงใกล้ตรงบริเวณข้างระเบียงห้องที่สาวเจ้ายืนมองวิวอยู่นานพอดู

“…” หน้าก็ไม่อยากจะมอง เชอะ แอบอ่านความคิดเราอีกแล้วนะ คนนิสัยไม่ดี คนเจ้าชู้

“กลับมาทำไม อ๋อ คิดจะทำร้ายฉันเหมือนคืนนั้นใช่ไหม จะลากฉันไปทะเลแล้วเอาแผลฉันไปแช่น้ำเกลือ จากนั้นก็ทำร้ายฉันเหมือนวันนั้น” เสียงถามเป็นน้ำเสียงแปร่งๆออกแนวรวนๆหน่อยๆ

“ใครบอกเจ้า ฮึ” จมูกสาวถูกนิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบเย้าออกแนวหมั่นเขี้ยว

“ในวันนี้คุณจำได้ไหม คุณทำร้ายฉัน คุณรังแกฉัน คุณทำให้ฉัน เจ็บ!!!”

“สาม มาหาข้า” อสูรหนุ่มรั้งร่างน้อยเข้าสู่อ้อมแขน โยกปลอบเบาๆแทนคำปลอบประโลม

"ข้าขอสัญญา มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ข้าไม่มีวันทำร้ายเจ้า”

“…” เหยื่อสาวไม่ยอมสบตาทำให้อสูรหนุ่มเริ่มเป็นกังวล รู้ดีความผิดที่ก่อในวันเวลาเก่าก่อนค่อนข้างใหญ่หลวง ครั้งแรกของหญิงสาวกลับโดนผล่าผลาญทำลายด้วยความเอาแต่ใจตน

“เจ้าชอบหน้าบึ้งเวลาข้าแอบอ่านความคิดเจ้าใช่ไหม”

“#$%^*&%”

“ข้าได้ร่ายอาคมจำกัดการเข้าถึงความคิดของเจ้าแทนคำขอโทษแล้ว โอเคไหมครับ”

หญิงสาวไม่ตอบคำแต่ยอมสบตาในที่สุดจึงได้รางวัลเป็นการหอมแก้มง้อไปหนึ่งฟอด

ผู้หญิงของคุณมีกี่คนหรือนากิม ฉันเป็นคนที่เท่าไหร่ รักไม่ต้องการลำดับ ไม่ต้องการหญิงอื่น คุณคงไม่เข้าใจเพราะในโลกของคุณมันไม่เคยมีคำว่ารัก ฉันกับคุณมีความคิดที่แต่งต่างกัน เราจะไปกันรอดหรือ ฉันอยู่ไม่ไหวหรอกนะกับคนมากรัก หลายเมียอย่างคุณ

อยู่ๆ ความคิดของสาวเจ้ากลับแล่นไปทางด้านมืดเสียแล้ว และอสูรหนุ่มเลือกแล้วที่จะไม่รับรู้ ทำให้พลาดอย่างมหันต์เลยทีเดียว

“ข้าเลือกย้อนเวลามาช่วงนี้ ก็เพื่อเจ้า เพื่อแก้ไขการกระทำของข้าในวันนั้น” น้ำตาเริ่มปริ่มมาที่ขอบตา ยามนึกถึงการกระทำแสนโหดร้ายของเขาทำให้ร่างน้อยถูกกอดรัดแน่นขึ้น

“โอ๋ๆ เด็กขี้แยมาให้กอดก่อนเร็ว โอ๋ๆ” เด็กสาวถูกพาไปยังเตียงกว้าง แก้มสองข้างเริ่มปรากฏสีฝาดๆของเลือดแดงๆเต็มทั้งสองข้างแก้ม เขาจะทำอีกแล้ว จะเริ่มตอดเล็กตอดน้อยอีกแล้ว

“ข้าย้อนเวลาเฉพาะอาณาเขตรอบๆโรงเรียนของเจ้าไม่ได้กระทบกับสิ่งใดทั้งสิ้น ยกเว้นผู้เกี่ยวข้องกับตัวเจ้าในเรื่องราวของครั้งนั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นตัวเจ้ายังเป็นของข้าอยู่เช่นเคยอย่าหวังเลยว่าจะบริสุทธิ์ขาวผ่องเป็นยองใย ไม่มีทาง” ท่านชายเริ่มยั่วเย้ากระซิบเบาๆข้างหูจึงได้แรงทุบไปสองสามตุบบนอกกว้าง

“พอก่อนครับสาม มันเจ็บ ในโลกของเจ้าชอบดูดาวกันหรือไม่ ตอนข้ายังเด็กพ่อข้าชอบแอบพาเนวีหนีไปดูดาว เนวีคือแม่ของข้า ข้าเรียกตามท่านพ่อ” เป็นครั้งแรกที่ท่านชายยอมเปิดเผยเรื่องครอบครัว

วืด!!! มือโบกสะบัดเพียงครั้งเพดานกว้างกลายสภาพเป็นท้องฟ้าดำมืด ฉายภาพค่ำคืนของฟากฟ้าพร้อมดวงดาวพร่างพราย

“ท่านพ่อท่านแม่ของข้าจากไปก่อนที่ข้าจะโตเต็มไวด้วยซ้ำแต่ยังดีที่ข้ามีไลน์คอยดูแล” หญิงสาวในอ้อมแขนเริ่มดิ้นประท้วงยามได้ยินชื่อของไลน์ นามที่เป็นผู้ปรักปรำเหล่านักเวทย์ผู้บริสุทธิ์จนทำให้ต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ความยุติธรรม

“ข้ารู้สาม เจ้าจะพูดอะไร ข้าจะหยุดชะงักสงครามไว้เสียก่อน” แววตาของอสูรหนุ่มขรึมเครียดด้วยนามที่โดนพาดพิงเปรียบได้กับแม่คนที่สองก็ไม่ปาน ส่วนหญิงสาวในอ้อมแขนยิ้มกว้างไม่มีหุบ พวกเราชาวเวทย์รอดแล้วในระยะเวลาหนึ่ง

“ข้าจะกลับมรนาการ ส่วนเจ้าเป็นเด็กดีไปเรียนหนังสือ ห้ามเกเร ไอ้หนุ่มร้านดอกไม้ก็ห้ามไปยุ่ง พี่ชายคิดไม่ซื่อยิ่งห้ามเกินเลย” คำสั่งมาเป็นชุดพร้อมกับการบีบจมูกเย้าเอ็นดู

“ข้าจะมารับ” คำสัญญาเปรียบได้กับคำสาบาน

“ใครจะไปกับนาย” หญิงสาวยอมโอนอ่อนให้ระยะหนึ่งยอมตามใจให้กอดไม่มีขัดไม่มีขืน

“ไปแน่” รอยยิ้มของท่านชายดูไม่น่าไว้ใจสุดๆ

“ทำไม” ทำไมเจ้าอสูตัวร้ายถึงมั่นใจนัก มันทำให้เด็กสาวชักเริ่มระแวง

“ไม่บอก” ท่านชายลอยหน้าลอยตายั่วเย้าอารมณ์ อมยิ้มปิดเงียบพร้อยักคิ้วแสดงท่าทางเหนือกว่า

“เชอะ ไม่อยากรู้แล้วก็ได้” เหยื่อสาวชักเริ่มงอนหันหน้าหนีไปอีกทาง

“มาดูดาวกันดีกว่าครับสาม นั้นดาวอะไรครับ” ท่านชายเริ่มเปลี่ยนเรื่องพาออกเฉไฉไปบนท้องฟ้ายามดึก

“ไม่รู้” ส่วนเหยื่อสาวเริ่มงอแง

“ทำอีกสักรอบดีไหมเผื่อเจ้าจะได้รู้” ซึ่งคำขู่ของท่านชายมักได้ผลเสมอ

“อย่านะๆ รู้แล้วๆ ดาวประจำเมือง” ทำให้เหยื่อสาวยอมยกธงขาวในที่สุด

“ฮาๆๆ น่ารักจริง สามของข้า เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม” ใบหน้าของท่านชายดูเฟรนลี่เป็นที่สุด หล่อเหลาอารมณ์ดีจนน่ากอดน่าหอมเลยทีเดียว

ตาสบตาประสานสายตา หญิงสาวเป็นคนที่ถอนสายตาออกเป็นคนแรกด้วยแก้มแดงร้อนชู่ อีกไม่นานเดี๋ยวเขาคงคิดเอาแต่ใจเหมือนเช่นเคย และเราคงหมดแรงเหมือนเช่นเคย เช่นกัน

“ข้าต้องกลับมรนาการในวันพรุ่งนี้ กดเจ้าไม่ได้หรอกเดี๋ยวข้าตื่นสาย”

“คืนนี้เจ้านอนนิ่งๆให้ข้ากอดก็พอ” เสียงอ้อนดังแว่วๆอยู่ข้างหู หญิงสาวไม่รับคำแต่ก็ไม่ได้ต่อต้านอ้อมกอดแน่นหนักแต่อย่างใด ส่วนสัมผัสจุบจิบข้างหูข้างแก้มก็ช่างมันเถอะ อยากตอดเล็กตอดน้อยก็ปล่อยเขาไปเพราะใจเรามันอยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเราก็พร้อมจะตามใจ

.......................................

จา : หมดสต๊อกแล้วค่ะ ตอนหน้าเจอกันช่วงเสาร์ หรือ อาทิตย์ นะคะ (สักวันหนึ่ง)

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว