ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 26 ใจไม้ไส้ระกำ re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 26 ใจไม้ไส้ระกำ re

“หายไปไหนมา หวาน”

"ทิ้งคนป่วยอยู่ในป่า ข้าวปลาก็ไม่ยอมหามาให้ ปีศาจใจดำ" นักเวทย์หนุ่มเริ่มบ่นยามเห็นหน้าภูติสาวอีกครั้ง หากถามถึงข้าวปลา แล้วปลาเผาหนึ่งตัวที่กำลังยางไฟอยู่คาตามันคืออากาศหรือไง

นี่หรือคนป่วย คนป่วยบ้านไหนถึงลุกไปจับปลาได้ไหว ทั้งยังมีแรงก่อกองไฟเช่นเขาบ้าง อสูรสาวรู้สึกฉุนเบาๆแต่ก็พยายามกลั้นใจที่จะไม่งัดข้อกับมัน

“ข้าไปทำงาน”

“เรามาคุยกันได้สักทีครับหวาน ผมไม่ได้ทิ้งหวาน” นักเวทย์หนุ่มเริ่มอธิบายปมเงื่อนตายครั้งเก่า ส่วนสองมือลอกแกะเนื้อปลารสหวานเข้าปากเป็นพักๆ แถมยังพยักเพยิดส่งสายตาถามว่าจะกินด้วยกันไหม เดี๋ยวแกะให้อีกนะนั่น

“…” อสูรสาวส่ายหน้าปฏิเสธพลางทิ้งตัวนั่งพับเพียบลงใกล้ๆคลอเคลียสัมผัสไออุ่นที่ไม่ได้เคียงข้างมานานแสนนาน

“คืนที่หวานโดนขัง ผมไปทำงาน โทษของหวานต้องรอลงอาญาก่อนสามวันถึงจะปิดคดี ทำให้ผมมั่นใจมากว่า หวานจะปลอดภัย”

“ปลอดภัยจนเป็นตอตะโก” อสูรสาวเริ่มประชด

“มา!!!” น้ำเสียงของชายหนุ่มชักเริ่มดุขึ้น

”ไม่ไป” สั่นหน้าหนี พลางเตรียมตั้งหลักจะร่ายเวทย์หนีแล้วนะ

“อย่าให้เดินไปลาก มันจะไม่จบแค่คุยกันแน่” สาวเจ้ายอมเดินเข้ามาหาในที่สุดเพราะเวลานี้ชายหนุ่มดูน่าเกรงกลัวสุดๆ

“มาใกล้ๆมือ อย่าให้ผมเรียกก้านมะยม” นักเวทย์หนุ่มยังคงดุไม่เลิก

ก้านมะยมเปรียบเหมือนถ้อยคำแสนศักดิ์สิทธิ์ทำให้อสูรสาวยอมจำนนโดยง่าย เพราะเคยรู้รสเป็นอย่างดีว่าหากยังดื้อมากๆเข้าก้นน้อยๆต้องระบมเป็นแน่แท้

“ผมไปที่คุก ไปหาหวาน แอบสอดจดหมายบอกไว้ว่าจะมาช่วย แต่ผมกลับมาสายเกินไป หวานรู้ไหมว่าผมรู้สึกยังไง” พลัน!!! ดวงตาสีฟ้าอมเทาเย็นยะเยือกดุจพื้นน้ำแข็ง

“ผมจับนางกำนัลทั้งสองคน เชือดคอทิ้งต่อหน้าต่อตาองค์หญิง ส่วนตัวขององค์หญิง ผมร่ายอาคมหลอนประสาทเข้าใส่ ป่านนี้ไม่รู้จะบ้าไปถึงไหนแล้ว”

“หนึ่ง!!! ถอนอาคมให้องค์หญิงเถอะ สงสารท่าน” อสูรสาวร้องเสียงหลง เพราะคิดไม่ถึงเลยว่า ชายผู้แสนอบอุ่นอ่อนโยนเป็นสุภาพบุรุษทุกละเบียดนิ้วจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้

“ไม่ มันบังอาจมายุ่งกับหวานของผม แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” รอยยิ้มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน วันนี้ก็ได้เห็น มันช่างดูโฉดชั่วพาใจสาวสั่นระทึก

“หนึ่ง องค์หญิงชอบหนึ่ง หนึ่งก็รู้ นางทำผิดเพราะชอบหนึ่ง อย่าทำร้ายนาง”

“หนึ่งเป็นนักเวทย์ไม่ใช่ปีศาจเหมือนหวาน อย่าทำกรรมเลยพี่หนึ่ง ปล่อยนางไปเถอะ” การยอมเรียกแทนตัวเหมือนเก่าจะด้วยความเผลอตัวหรืออะไรก็สุดรู้แต่ทำให้นักเวทย์หนุ่มแอบยิ้มเงียบ อีกทั้งอารมณ์ด้านมืดเริ่มค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆ

“อืม ปลดผนึก!!!” ถึงจะรับคำไม่เต็มเสียงแต่ก็ยอมถอนอาคมตามคำขอในที่สุด

กุญแจดอกเล็กสีใสไร้มวลเนื้อลอยหายไปกับมวลอากาศเพื่อมุ่งหน้าไปทำหน้าที่ ปลดผนึกอาคมตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายมา

“ใครมาช่วยหวาน” จำเลยเริ่มเปลี่ยนข้าง อสูรสาวชักเริ่มตกที่นั่งลำบาก

“คือว่า คือ” ภูติสาวคนงามก้มหน้าก้มตาหลบหน้าหนี อีกทั้งเตรียมร่ายเวทย์หาทางหนี แต่ดันติดที่ข้อแขนขวาตกอยู่ในอุ้งมือของเขาอยู่

“ใคร” น้ำเสียงกดดันเป็นที่สุด

“นายท่าน”

“มันเรียกสิ่งตอบแทนเป็นอะไร” อยู่ในวงการนี้มานานทำให้รู้ดีว่า พวกอสูรไม่ยอมช่วยเหลือกันฟรีๆเป็นแน่

“คือ หนึ่ง” ภูติสาวยังคงก้มหน้าก้มตาหนี

“หวาน!!! หนึ่ง สอง” ขวับ ๆๆๆ เรียกก้านมะยมปรากฏขึ้นในมือแทนคำขู่ ชายหนุ่มยืนลิดใบอย่างใจเย็น หากนับถึงสามเมื่อไหร่คงมีการเจ็บตัวเป็นแน่

“ครั้งแรกของข้า” จบคำทำนบน้ำตาจึงค่อยๆไหลเปื้อนแก้มขาวเป็นทางยาวพร้อมเสียงสารภาพรวดร้าวด้วยความชอกช้ำใจเป็นที่สุด เพราะครั้งแรกของรสรักกลับเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่งในการเอาชีวิตรอด

“…” ชายหนุ่มเงียบชะงักไปพักหนึ่ง ดวงตารวดร้าวยามทอดตามองร่างนางอีกทั้งยังแค้นเคืองตนเองเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกสิ่งที่นางถูกกระทำล้วนเกิดมาจากตนแทบทั้งสิ้น

“หวานครับ ผมขอโทษ” น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินชดเชยความผิดครั้งเก่า หากไม่ชะล่าใจรอท่า ดวงใจตรงหน้าย่อมไม่มีทางถูกข่มเหงรังแก นางเป็นสื่งสำคัญยิ่งในชีวิตแต่ตนกลับเป็นต้นเหตุของเรื่องเลวร้ายในชีวิตของนางในแทบทุกเรื่อง

“ข้าไม่โกรธท่าน” ภูติสาวใช้สองมือช่วยปาดเช็ดคราบน้ำตาบนสองแก้ม พร้อมส่งยิ้มกระจ่างทั้งดวงตาเพื่อแสดงให้เห็นว่า ข้าไม่เป็นไร เห็นหรือไม่

สีหน้าท่าทางไร้เดียงสาดุจเดียวกับครั้งก่อนทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว กว่าจะได้นางมา กว่าจะได้พบกัน เนิ่นนานเหลือเกิน ขอตามใจตัวเองสักครั้งเถิด หวังว่าเจ้าจะให้อภัย

รสสัมผัสไม่เคยคุ้นทาบทับลงบนริมฝีปากก่อนเรียวลิ้นอุ่นร้อนจะค่อยๆจูบซับไล่เลียตามริ้วฟันทั้งหยอกล้อพัวพันกับลิ้นแดง บราคัพซีที่เพิ่งไปถอยมาจากห้างของพวกมนุษย์ถูกปลดตามมา ตามมาด้วยกางเกงในผ้านุ่มๆที่เพิ่งซื้อมาจากห้างเดียวกันถูกรูดออกมาจนเกือบพ้นปลายขา หลังสาวแนบสนิทติดพื้นหญ้าขนนุ่มที่นักเวทย์หนุ่มเพิ่งเสกขึ้นมาเป็นเตียงก็เมื่อครู่นี้เอง

“โอ๊ย!!!” เสียงร้องไม่เบาเลยยามประสานร่างเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน

“หืม” น้ำเสียงขี้สงสัยดังมาจากร่างแกร่ง สายตาคมทอดมองบนกลีบกุหลาบบานช้ำปริ่มน้ำหวาน

“หวานคนดี ผมเป็นคนแรกของคุณ” น้ำเสียงกลั่วหัวเราะเบาๆพร้อมรอยยิ้มปลื้มอกปลื้มใจพาให้หนุ่มนักเวทย์ดูอบอุ่นอารมณ์ดี

“อย่าเกร็ง ผมจะทำเบาๆ” ครั้นว่าจบคำ นักรักหนุ่มจึงค่อยๆนำพาอสูรสาวหลงวนอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักหลายรอบเข้าจนภูติสาวชักเริ่มคุ้นเคย

“ตามถ้อยคำของท่านสาม ตรงตามเรื่องที่สืบมาทั้งหมดค่ะ”

“…” แววตาของอสูรหนุ่มนิ่งเย็นเรียบสนิทดุจปลาตาย

“เวร่า เราจะกลับมรนาการ” ความเงียบกินเวลายาวนานอยู่พักหนึ่งก่อนคำสั่งเดินทางจะตามมาในทันที

“ค่ะ นายท่าน” อสูรสาวรับคำด้วยความสัตย์ซื่อพลางแอบลอบมองหน้านายเป็นพักๆด้วยความขัดเขิน ทั้งทำตัวไม่ค่อยจะถูกสักเท่าไหร่

“มีอะไร” ท่าทางแอบลอบมองหน้าตนอยู่บ่อยครั้งทำให้ท่านชายชักเริ่มผิดสังเกตุ

“เอ่อ ข้ากับท่านไม่เคยมีอะไรกัน” ใบหน้าของภูติสาวสาวเริ่มเก้อเขินยามอ้างอิงถึงเรื่องบนเตียง

“ใช่ เจ้าเพิ่งรู้รึ ตอนนั้นเจ้าดูอยากประชดชีวิต ข้าจึงจัดฉากให้”

"!!!" อสูรสาวอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง แล้วที่เคยแอบหึงแอบหวงนายเหนืออยู่ตลอดมาเพราะเข้าใจไปแล้วว่าตนเป็นหนึ่งในผู้หญิงของนาย สรุปคือข้าคิดไปเอง ความสัมพันธ์ของข้ากับท่านไม่เคยเป็นอื่น น้องจากเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น โธ่ๆแล้วข้าจะรู้สึกเจ็บช้ำไปเพื่ออะไรกัน

“ทุกครั้งข้าก็แค่ป้อนยาให้เจ้ารู้สึกเหมือนมีอะไรกับข้า แตะนิดแตะหน่อย สร้างภาพมายา เจ้าจะได้ไม่สงสัย มีสัมพันธ์กับข้าดีกว่าไปมีกับคนอื่น”

“เวร่า เจ้าเป็นน้องสาวคนเดียวของข้า ถึงข้าจะไม่อยากรับก็เถอะ”

“นากิม นายท่าน” เสียงน้องชักเริ่มสั่นเครือ จนคนเป็นพี่มองด้วยความระอาใจ

“นี่ก็อีกนายท่าน ข้าเคยสั่งให้เจ้าเรียกหรือ เจ้าเรียกของเจ้าเอง เมื่อไหร่เจ้าจะยอมลดบรรดาศักดิ์ของข้าลงเสียทีเวร่า”

“ท่านหญิงไลน์สั่งห้ามข้าตีเสมอท่าน เพราะข้าไม่ใช่สายเลือดเดียวกันกับท่าน” เสียงน้องน้อยนอกไส้เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำเจียมเนื้อเจียมตน

“ทำไมจะไม่ใช่ เนวีกรอกหูเจ้าทุกวัน เจ้าไม่จำบางรึ เวร่าเป็นน้องของนากิม นากิมต้องดูแลน้อง ข้ายังจำมาจนทุกวันนี้” ทุกคำหนักแน่นมั่นคงทุกวลี ทำให้ใจของน้องสาวนอกไส้ฟ่องฟู

“พี่นากิม” น้ำตาของภูติสาวหลั่งไหลเป็นสายเพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า นายเหนือจะนับตนเป็นน้องหาใช่ลูกน้องเหมือนที่เคยรับรู้อยู่ทุกวัน

“ยอมเรียกสักที เวร่า น้องน้อย” อสูรหนุ่มโอบกอดร่างบางเข้าอ้อมแขน สายสัมพันธ์ผูกพันแน่นแฟ้นขึ้นอีกครา

“เวร่า เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าข้าหลอกเจ้า” แรงสะดุ้งของร่างในอกทำให้อสูรหนุ่มยิ้มเหี้ยม

“…” น้องน้อยในอ้อมแขนไม่พูดไม่จาและรีบหายตัววับจากไปโดยไม่เอ่ยคำลาแม้สักคำ

“ไอ้นักเวทย์ แกกับข้าเจอกันอีกแน่” ถึงน้องน้อยไม่บอกแต่ก็พอเดาได้ มันแน่ๆที่ชิงสุกก่อนห่ามตีประตูน้องข้า มันแน่ๆ

ติ๊ด!!! แชะ!!! อสูรหนุ่มจัดท่าทางถ่ายรูปคู่กับเหยื่อสาวมาเป็นเวลาพักหนึ่งแล้วแต่สาวเจ้ากลับไม่ลืมตาตื่นขึ้นทักท้วงสักคำ เพราะไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา สาวชาวเวทย์ถูกรังแกอยู่หลายต่อหลายท่าจนเหนื่อยล้าไร้แรงทำให้ยามนี้กำลังหลงวนอยู่ในนิทรา ฝันหวานไปเรียบร้อย

“หน้าบาน” อสูรหนุ่มยังคงถ่ายแล้วลบ ถ่ายแล้วลบอยู่เรื่อยไป ไม่ยอมพอใจเสียที

แชะ!!! แชะ!!! เปลือกตาสาวเจ้าปิดสนิทเพราะกำลังอยู่ในห้วงนิทรารมณ์ผสมความเหนื่อยอ่อนส่วนดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเจ้าอสูรร้ายเพ่งมองจ้องต่อหน้ากล้องออกแนวเจ้าเข้าเจ้าของ

มือขวาใช้โทรศัพท์ของเหยื่อสาวค่อนข้างคล่องแคล้ว ด้วยแอบหยิบมาใช้หลายต่อหลายครั้งเพื่อคอยตรวจสอบความประพฤติโดยที่เจ้าของเครื่องไม่เคยรับรู้

แชะ!!! "ได้แล้ว” จนในที่สุด จึงได้ภาพสุดท้ายเป็นภาพแก้มแนบแก้มเคียงชิดใกล้

รูปคู่ถูกโพสอยู่บนหน้ากระดานเฟสบุ๊คพร้อมข้อความแสดงความเป็นเจ้าของจัดหนักเต็มที่ ‘ของผม’ สองพยางค์สั้นๆ จึงแปลได้ง่ายๆเลยว่าของข้า ห้ามยุ่ง หากยุ่ง ตาย!!!

ถึงนากิมอาจจะฮอตในหมู่สาวๆแต่สำหรับเพศเดียวกันแล้วนั้น เรื่องกิตติศัพท์การต่อยตีย่อมไม่เป็นรองใคร และมักจะมีชื่อของอสูรตนนี้ติดอันดับของโรงเรียนอยู่เสมอๆเพราะนากิมมันคือตัวอันตรายดีๆนี่เอง

แค่เพียงเวลาไม่นาน ข้อความตอบกลับเพิ่มขึ้นจากสิบเป็นร้อย ซึ่งใจความส่วนใหญ่ออกแนวตัดพ้อต่อว่าพร้อมสาปส่งปะปนกันไป อีกทั้งยังไม่มีข้อความแสดงความยินเลยแม้แต่ประโยคเดียว อนึ่งว่า ‘นากิมทิ้งพีช คนใจร้าย’ ‘เดทของเรา อย่าลืมนะคะ’ ‘โบว์ไม่ยอม แกแย่งผัวฉัน นังสาม แกต้องเจอดี’ เป็นต้น

‘ใครยุ่งกับสาม อย่าหาว่าผมไม่เตือน’ ถัดจากข้อความอาฆาตเป็นข้อความข่มขู่จากเจ้าของเฟสบุ๊คพร้อมแนบสติกเกอร์กระต่ายทำหน้าโหดถือมีดหนึ่งเล่มเตรียมปาดคอแมว

"รอข้า ห้ามเกเร พี่ชายคิดไม่ซื่อห้ามไปยุ่ง เจ้าเด็กร้านดอกไม้ยิ่งห้ามเกินเลย" สัมผัสบนแก้มนิ่มบางเบาก่อนอสูรหนุ่มจะยอมตัดใจปล่อยมือจากเนื้ออุ่นบนเตียง

“เวร่า จะไปไหน" ฟ้ายังไม่ค่อยสว่างแต่อสูรสาวในอ้อมอกกลับลุกขึ้นตระเตรียมตัวทำให้หนุ่มนักเวทย์บนเตียงสีเบจรู้สึกตัวตื่นตาม

สถานที่พักฟื้นเป็นบ้านพักต่างอากาศของสำนักมัญชิมา ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ที่นักเวทย์หนุ่มเลือกที่แห่งนี้เพราะมันอยู่ในป่าในดง ห่างไกลจากผู้คน ทั้งเสียงซุบซิบนินทา

"ทำงาน” อสูรสาวเร่งมือจัดองค์ทรงเครื่องเพราะใกล้เวลานัดกับพี่ชายเข้ามาทุกที

"ผมไปด้วย จะไปไหน” นักเวทย์หนุ่มชักเริ่มอ้อนๆ ขอตามสาวเจ้าไปทำงานด้วยคน

"ข้าต้องกลับมรนาการ"

"อ๋อ ไปยกทัพมาฆ่าพวกผม” ความบางหมางที่สะสมทำให้น้ำเสียงแข็งกร้าวอีกทั้งสายตายังแข็งกระด้าง

"…" แววละอาฉาบบนดวงตาก่อนจะค่อยๆสลายร่างจางหายไป โดยไม่เอ๋ยคำลาสักคำ เพราะรู้ว่าหากเถียงสู้ก็ดูจะมีแต่ทะเลาะ ดังนั้นทางเลือกในการห่างกันสักพักจึงน่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

"หวาน!!! เมียโหดใจไม้ไส้ระกำ คิดฆ่าผัวได้ลงคอก็เอา" เสียงตะโกนไล่หลังเต็มไปด้วยถ้อยคำท้าทายและตัดพ้อประปรายผสมกัน

....................

นนท์ : รูป 1 2 พี่หนึ่งคับ ส่วนรูปที่ 3 คุณนากิมครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว