ปมรักซาตาน

บทที่ 9

บทที่ 9

“ผมไม่อยู่ คงไม่ได้เที่ยวไปโปรยเสน่ห์ให้ใครหรอกนะ”

วาจาเชือดเฉือนหยุดปลายเท้าของพราวฟ้าให้อยู่เพียงแค่หน้าประตูห้องน้ำ หญิงสาวถอนใจด้วยความเบื่อหน่ายแล้วก้าวไปนั่งข้างๆ คนตัวโตอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเขาพยักหน้าพร้อมกับตบลงบนที่นอนข้างตัว

ลูซิเฟอร์เองก็ยังคงไว้ฟอร์มตามเดิมทั้งที่คิดถึงใจแทบขาด ยังมีหน้ามาทำเป็นหมางเมิน ซึ่งที่เขาต้องทำแบบนั้นเพราะกลัวความผิดหวังต่างหาก กลัวว่าหากเผยใจว่ารู้สึกดีด้วย พราวฟ้าก็จะปฏิเสธอย่างที่เธอปฏิบัติอยู่เป็นประจำ ดังนั้นความเย็นชาจึงยังปรากฏชัดบนใบหน้าของลูซิเฟอร์

“พราวว่า คนที่ต้องถามประโยคนั้นน่าจะเป็นพราวนะคะ”

ลูซิเฟอร์เอียงคอมองภรรยาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ที่สำคัญคิดว่าตัวเองหูแว่วอีกด้วย

“อะไรกัน ห่างไปแค่อาทิตย์เดียวเก่งขึ้นเยอะนี่พราวฟ้า” คนแซวหัวเราะชอบใจแล้วหงายหลังนอนแผ่หลาไปกับที่นอนอย่างคนอารมณ์ดี ขณะที่พราวฟ้าได้แต่มองแล้วคิดอย่างตัดสินใจ

“ในเมื่อคุณชมว่าพราวเก่งแล้ว งั้นพราวขอพูดให้จบเลยแล้วกันนะคะ”

คำพูดของภรรยาส่งผลให้ลูซิเฟอร์ดีดตัวขึ้นจากที่นอนด้วยสีหน้าที่งุนงง ถ้าไม่ติดว่าทำผิดไว้จะไม่รู้สึกเสียวสันหลังเลยสักนิด ทว่าจะกลัวไปทำไมเมื่อคนตรงหน้าไม่มีสิทธิ์กับเรื่องส่วนตัวของเขา หากแต่หัวใจทำไมต้องเต้นแรงขนาดนั้นด้วย ก็แค่กลับฝรั่งเศสไปดูงานแล้วแวะหาคู่ควงคนปัจจุบันเพื่อตัดความสัมพันธ์กันอย่างถาวรเท่านั้น เหตุผลทั้งมวลก็เพราะเธอนั่นแหละที่ทำเขาแทบคลั่งจนไม่หลงเหลือความรู้สึกให้กับใคร

“คุณอย่าให้ความหวังกับตาพอร์ชได้ไหมคะ อย่าพยายามทำให้แกรู้สึกขาดคุณไม่ได้ อย่าให้แกต้องโหยหาคุณทุกเวลา ก่อนหน้านี้แกมีเพียงพราวกับคุณย่าที่ดูแล แกไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนและพราวก็อยากจะให้มันเป็นอย่างนั้น”

ลูซิเฟอร์แอบลอบถอนใจอย่างโล่งอก ซึ่งความจริงแล้วเขาไม่เห็นต้องกลัวเพราะเรื่องที่ฝรั่งเศสภรรยาไม่มีทางรับรู้ หากไม่มีใครคาบข่าวมาบอก ทว่าพอจบจากความผิดของตัวเองก็นั่งครุ่นคิดกับสิ่งที่พราวฟ้าเอ่ยขอ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงขึ้นมาแล้วส่ายหน้าเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับเธอ

“พอร์ชเป็นเด็กผู้ชาย แกก็ต้องการคนใกล้ชิดที่เป็นผู้ชายเหมือนกับแก ที่สำคัญผมว่าแกต้องการพ่อ คุณน่าจะให้ลูกได้พบกับพ่อแท้ๆ บ้าง”

‘แต่ถ้าจะให้ดี ไอ้พ่อเวรนั่นไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เลยจะดีกว่า’

ความรู้สึกหวงแหนเกิดขึ้นมาในหัวใจของลูซิเฟอร์ และเขาไม่คิดจะต่อต้านไอ้คำงี่เง่าที่เรียกว่าหึงนั้นออกไปด้วย ไม่รู้ตัวหรอกว่ารู้สึกอย่างนั้นกับพราวฟ้า ผู้หญิงที่เคยบอกว่าไม่คิดยุ่งมากกว่าแค่การผลิตทายาทได้อย่างไร ทว่าเวลานี้เขาปรารถนาที่จะครอบครองเธอทั้งกายและใจพร้อมกับพัฒนาฐานะของการเป็นสามีภรรยาให้มั่นคงยิ่งขึ้น

อาจตั้งแต่คืนนั้นที่คิดวางยาภรรยานั่นปะไร ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ครอบครองเธอแล้วตลอดเวลาทั้งสัปดาห์ก็เอาแต่คิดถึง ขณะเดียวกันก็รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ได้สัมผัส มันก้ำกึ่งระหว่างคำว่า‘ใช่’ กับ ‘ไม่แน่ใจ’

ทางด้านพราวฟ้าก็เอาแต่นั่งก้มหน้ามองมือตัวเองที่บีบสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากพูดความจริงแต่ใจไม่กล้าพอจะเล่าออกมา

“คุณไม่เข้าใจ เอ่อคือ...พ่อของแกไม่อยู่แล้ว”

“เขาตายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ”

ลูซิเฟอร์ถลามาจับท่อนแขนเรียวของภรรยาไว้แน่น แวบหนึ่งคือความดีใจกับสิ่งที่คิดไว้สมหวัง หากก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นเรียบเฉยโดยอัตโนมัติเมื่อพราวฟ้าเงยหน้าขึ้นมอง

“งั้นผมจะเป็นพ่อให้เขาเอง” คนอยากเป็นพ่อรับอาสาหน้าเฉยเมย หากแต่ในใจกลับลิงโลดจนแทบอยากจะโดดขึ้นเต้น

พราวฟ้ามองใบหน้าของลูซิเฟอร์แล้วทำใจกล้าจ้องสบกับนัยน์ตาคมกริบนั้นเพื่อค้นหาบางอย่าง สิ่งที่เธอต้องการคือความจริงใจ ทว่าเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้หญิงสาวก็เอาแต่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม มือเรียวยกขึ้นมาดึงมือหนาที่ยังจับท่อนแขนเธอไว้แน่นนั้นออก

“คุณเป็นพ่อให้น้องพอร์ชไม่ได้ เพราะต่อไปเราก็ต้องเลิกกัน”

“เลิกกันผมก็เป็นพ่อให้พอร์ชได้ เมื่อผมเป็นพ่อของลูกคุณที่กำลังจะเกิดมา ความจริงเราไม่เห็นต้องเลิกกัน เราสามารถเป็นครอบครัวได้” ลูซิเฟอร์พยายามจะสื่อนัยถึงความจริงใจที่มากล้นในประโยคท้าย แต่เหมือนว่าภรรยาจะไม่คิดติดใจกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขาเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวยังคงส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มจืดๆ ที่มุมปาก

“คุณต้องการลูกมากเลยเหรอคะ”

ลูซิเฟอร์อยากจะยื่นมือไปบีบลำคอระหงนั้นเสียจริง หากแต่ก็ไม่คิดจะขยายความให้มันกระจ่างกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเมื่อเห็นใบหน้าเฉยเมยของคนเป็นภรรยา ชายหนุ่มก็เกิดความหมั่นไส้ขึ้นมา จึงแสร้งตีสีหน้าเฉยชาสวนกลับไปเช่นกัน

“ไหนๆ ก็แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว ผมก็ต้องการทายาทไว้สืบสกุลสิ อายุผมก็ไม่ใช่ยี่สิบต้นๆ แล้วนะครับ จะเข้าเลขสี่อยู่ไม่กี่ปีแล้ว”

บอกไปแล้วรอดูท่าทีของอีกฝ่าย เขาเห็นเธอนั่งก้มหน้าแล้วถอนใจทิ้งอยู่เกือบห้ารอบ ก่อนที่ใบหน้านวลจะเงยขึ้นมาแล้วฝืนยิ้มให้เขาอีกตามเคย

“งั้นก็รีบทำหน้าที่ของคุณเถอะค่ะ ลูกที่เกิดจากความต้องการของคุณฝ่ายเดียวจะได้ลืมตามาดูโลกเสียที” หญิงสาวประชดออกไปด้วยหัวใจที่ร้าวราน หากแต่มันเหมือนเป็นน้ำมันที่เทราดบนกองไฟแห่งความโกรธของลูซิเฟอร์

“คุณจะพูดอะไรก็ช่างเถอะผมไม่สน ไม่ต้องมาประชดประชันให้ผมสำนึก เพราะคนอย่างผมมันด้านเกินไปจะมาสนใจน้ำตาหรือน้ำเสียงสั่นเครือของคุณ”

มือหนากระชากร่างบอบบางเข้าไปกระแทกกับแผงอกแล้วพลิกกายแกร่งขึ้นคร่อมร่างภรรยาไว้อย่างชำนิชำนาญ ใบหน้าหล่อคมซุกไซ้ลงกับซอกคอหอมกรุ่นแล้วจูบเม้มอย่างบ้าคลั่ง

“อื้อ”

พราวฟ้าครางประท้วง เมื่อคนเอาแต่ใจทำเธอเจ็บแปลบที่เนื้ออ่อนตรงลำคอ เขากำลังบ้าคลั่งเหมือนสัตว์ป่า ร้ายกาจเหมือนซาตาน และโหดร้ายจนเธอเกือบจะร้องไห้ออกมา หากแต่ต้องกลั้นใจกลืนก้อนสะอื้นนั้งลงคอ เพื่อที่จะไม่ให้เขารับรู้ว่าเธอกำลังอ่อนแอ

“ผมจะไม่หยุด บอกไว้เลยนะพราวฟ้า”

ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นมามองเจ้าของใบหน้าหม่นหมอง ก่อนใช้มือข้างหนึ่งบีบปลายคางของเธอเบาๆ แล้วกระแทกปากร้อนรุ่มลงไปบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างไม่ปรานี

“อื้อ”

พราวฟ้าไม่มีสิทธิ์ได้ต่อต้านหรือร้องขอความอ่อนโยน เธอเจ็บร้าวไปทั้งปาก ซ้ำยังรู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือดที่ไหลลงคอ เธออยากขัดขืน แต่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร แต่แล้วสมองที่กำลังคิดอะไรไปอย่างร้าวรานก็ถึงกับหมุนเคว้ง เมื่อทรวงอกอิ่มถูกฝ่ามือใหญ่เฟ้นฟอนหนักหน่วง

พราวฟ้ารู้สึกร้อนวูบวาบตามเนื้อตัว ช่องท้องของเธอเริ่มขมวดเกร็ง หัวใจเต้นถี่ขึ้นฉับพลัน ยิ่งถูกฝ่ามือใหญ่นวดคลึงเนื้อนุ่มหยุ่นนั้นนานเท่าไร เธอเหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้ ร่างสาวสั่นสะท้านและหยัดรับสัมผัสของเขาด้วยความลืมตัว

“อืม”

ลูซิเฟอร์ครางลึกอยู่ในลำคอ การจูบที่ดุเดือดจึงค่อยๆ อ่อนกำลังความป่าเถื่อนลง ปลายลิ้นหนาเริ่มเลาะลิ้มชิมความหวานไปอย่างเชื่องช้า สอดแทรกลิ้นร้อนฉ่าผ่านฟันซี่งามเข้ากวาดเอาความหวานในโพรงปากนุ่มอย่างหลงใหล เขากลืนกินความหวานนั้นลงคอและเกี่ยวกระหวัดรัดเรียวลิ้นเล็กอย่างเร่าร้อน

พราวฟ้าหูอื้อตาลายไปหมด เธอแทบสำลักความหวานละมุนจากคนใจร้ายที่ปรนเปรอให้ และด้วยความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นมา ทำให้หญิงสาวกล้าที่จะตอบสนองกลับไปอย่างเร่าร้อนไม่ต่างกัน ปากประกบปาก ขณะที่เรียวลิ้นนั้นสอดประสานเกี่ยวกระหวัดรัดกันนัวเนีย

“อื้อ...” พราวฟ้าครางประท้วงอยู่ในลำคอ เมื่อพอเธอตอบสนองเขากลับไป คนเอาแต่ใจก็ตั้งหน้าตั้งตาจูบอย่างไม่คิดจะปล่อยให้มีลมหายใจเป็นของตัวเอง

เกือบนาทีกว่าที่ลูซิเฟอร์จะยอมถอนริมฝีปากออก แล้วจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของภรรยายิ้มๆ เจ้าหล่อนเหมือนคนที่กำลังจะตาย อ้าปากหอบเอาลมเข้าปอดติดกันหลายครั้ง ยิ่งมองยิ่งหลง ยิ่งสัมผัสยิ่งอยากรัก

“เหนื่อยละสิ” เขาถามยิ้มๆ ขณะกวาดตามองปากอิ่มที่บวมเจ่อ

“คุณมันคนใจร้าย เอาแต่ใจ”

“แต่เชื่อไหมว่าความร้ายกาจของผมก็ทำคุณหลงได้ไม่ยาก”

“ผู้ชายก็เหมือนกันหมด”

หญิงสาวพูดออกไปโดยไม่คิดอะไร แต่คนฟังนั้นควันออกหู เขาไม่ชอบให้เธอเอ่ยถึงชายคนอื่น มันเหมือนตอกย้ำว่าเขาเป็นแค่คนคนหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญอะไรกับเธอ

“เหมือนสามีเก่าของคุณงั้นเหรอ”

“มะ...ไม่...อื้อ...”

พราวฟ้าไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกไปเป็นประโยค ปากหยักร้อนก็กระแทกลงมาบดขยี้เรียวปากของเธอหนักหน่วง เธอไม่เข้าใจว่าเขาโกรธเคืองเรื่องอะไร แต่การกระทำของเขาทำเธอหมดอารมณ์หวามเลยทันที เธอพยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่ประคองไว้แล้วดันให้กลับมารับจูบลงทัณฑ์เหมือนเดิม

เมื่อคนหนึ่งพูดเพราะความน้อยใจในโชคชะตา ขณะที่อีกคนฟังไม่ได้ศัพท์แล้วคิดอ่านไปเอง ผลที่ออกมาจึงกลายเป็นเพลิงพายุของความโกรธปนเปไปกับแรงพิศวาสที่ถาโถม เรือนกายใหญ่สนองความปรารถนาของตัวเองที่มีต่อร่างบอบบางอย่างไม่คิดใส่ใจกับอาการต่อต้านในช่วงแรก เพราะห้านาทีต่อมาเสียงครางผะแผ่วก็หลุดออกมาจากกลีบปากสวยให้คนกระทำฮึกเหิม บุกบั่นไปให้ถึงยังจุดสูงสุดของความรู้สึก

ลูซิเฟอร์ไม่ใส่ใจอะไรอีกแล้ว ร่างกายของเขาร้อนรุ่มราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ยิ่งเมื่อร่างบางหยัดกายขึ้นมาหาอย่างเชิญชวน เขาเลยไม่คิดจะรั้งรอเวลา มือหนาเคลื่อนผ่านไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งพร้อมเฟ้นฟอนหนักหน่วงและเรียกร้อง ก่อนจัดการกระชากชุดนอนตัวสวยของภรรยาออกจากกายด้วยอารมณ์เร่งรีบ ไม่ต่างจากเสื้อผ้าของตนเองที่กระชากดึงทึ้งจนมันจะขาดติดมือ จากนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็เลื่อนต่ำลงพลางใช้ปากจูบซับความหวานของเนื้อสาวไปทั่วทุกตารางนิ้ว

“อ่าส์...คุณลูซ”

พราวฟ้าครางเสียงแผ่วก่อนจะกัดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อเก็บเสียงอันน่าละอายนั้น ปากของเขาพลิ้วไหวไปตามเนื้อนวลเนียนของเธอ จูบด้วยปากและโลมเลียด้วยปลายลิ้นอย่างช่ำชอง มันเป็นการกระทำที่ร้ายกาจจนเธอบิดส่ายเนื้อตัวอย่างทรมาน

“อืมมม...คุณลูซได้โปรด...อ่าส์”

พราวฟ้าหยัดสะโพกลอยสูงจากที่นอนเมื่อปลายลิ้นร้อนฉ่าสอดแทรกเข้าสู่กลางใจของความสาว มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นพร้อมทั้งดึงทึ้งเพื่อใช้มันระบายความทรมานทางกาย ศีรษะสวยส่ายไปมาบนหมอนจนเส้นผมกระจาย เรียวขาเกร็งจนปวด ท้องไส้ปั่นป่วนตีมวลเหมือนเกลียวคลื่น ยิ่งเขารุกรานลงลึกเท่าไร เธอก็แทบขาดใจเท่านั้น

ทางด้านลูซิเฟอร์เมื่อเห็นว่าภรรยากำลังทรมานราวกับจะขาดใจ เขาจึงหยุดชื่นชมดอกไม้สวยสดที่หอมหวานแล้วขยับตัวขึ้นไปหาร่างบาง จับเรียวขาขาวผ่องนั้นแยกออก ก่อนบดเบียดตัวตนของความเป็นชายเข้าสู่โพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำ

“อ่าส์....ที่รัก คุณน่ารักเหลือเกิน” ลูซิเฟอร์เป่าลมออกจากปากเมื่อความคับแน่นของช่องทางรักทำเขาทรมานเจียนขาดใจ ก่อนจะกดย้ำเข้าไปจนสุดทางพร้อมเคลื่อนไหวหนักหน่วงสลับบางเบาหากเร่าร้อน

แต่เมื่ออารมณ์ปรารถนาของลูซิเฟอร์พุ่งทะยานขึ้นมาเรื่อยๆ กายแกร่งจึงขยับโยกรุนแรงและรัวเร็ว สะโพกสอบบดอัดล้ำลึกอย่างไม่มีทีท่าจะเหนื่อยล้า

“อื้อ...คุณลูซขา พราวไม่ไหวแล้ว”

“พร้อมกันนะทูนหัว...อ่าส์”

ลูซิเฟอร์ครางลั่นพลางขับเคลื่อนตัวตนอันใหญ่โตอย่างบ้าคลั่ง แรงบีบรัดของเนื้อนุ่มทำเขาใจสั่น ก่อนบดกระแทกสุดแรงรักจนร่างกายของทั้งสองเกร็งกระตุกไปพร้อมๆ กัน พราวฟ้าโผกอดแผ่นหลังของสามีไว้แน่น เนื้อตัวสั่นเทาจากความหฤหรรษ์ที่ถาโถมใส่ไม่ยั้ง

“น่ารักเหลือเกินทูนหัว” ลูซิเฟอร์ก้มหน้าลงไปจูบหน้าผากที่ชื้นเหงื่อของภรรยาพร้อมกับเอ่ยชมเสียงพร่า

ชายหนุ่มยอมรับเลยว่ากำลังหลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น หลงชนิดที่ไม่คิดอยากจะชายตาแลมองใครอีก ต่อให้หญิงผู้นั้นจะสวยสะคราญปานใดก็ตาม ซึ่งกว่าคนเอาแต่ใจจะยอมให้ภรรยาได้นอนพักและหายใจหายคอโล่งขึ้นก็ทำเอาพราวฟ้าแทบสลบคาเตียง

***************

เสียงกรุ้งกริ้งที่ดังขึ้นตรงหน้าประตูเรียกความสนใจจากเจ้านายสาวกับลูกจ้างหน้าหวานได้เป็นอย่างดี แต่พอเห็นว่าเป็นใคร คนที่แอบหนีออกมาดูร้านดอกไม้ก็ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ซ้ำคนที่มาตามไม่ใช่แค่เพียงบุรุษหนุ่มหน้าฝรั่งรูปร่างสูงใหญ่หากแต่มีหนุ่มน้อยหน้าตาไปโทนเดียวกันติดสอยห้อยตามมาด้วย

“เดี๋ยวลิลลี่ไปเอาน้ำกับของว่างมาให้คุณลูซกับน้องพอร์ชนะคะ”

“จ้ะ”

พราวฟ้าขานรับกับลิลลี่ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำร้านของเธอด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม หากทว่าเมื่อหันกลับมามองสองพ่อลูก เธอก็ทำหน้าหงิกใส่ทันทีแล้วแกล้งเมินเฉยไม่ใส่ใจ มือเรียวยังคงคว้าดอกไม้ที่วางกองอยู่บนโต๊ะมาจัดเข้าช่ออย่างเพลิดเพลินราวกับไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นด้วย

คนโดนเมินยักไหล่กับเจ้าตัวแสบที่เงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะจูงมือเล็กเดินตรงไปหาคนเป็นแม่ที่ก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ไม่เลิก ชายหนุ่มอุ้มร่างป้อมขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ ส่วนตัวเองยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงมองภรรยาคนสวยด้วยความหมั่นไส้ระคนอยากจับตรึงไว้กับเตียงไม่ให้ลุกไปไหน ความจริงเขาสั่งกำชับแล้วว่าให้นอนพักเพราะโดนรังแกไปหลายรอบ แต่แม่คุณกลับชิ่งหนีออกจากบ้านมาหน้าตาเฉย เดือดร้อนให้เขาต้องหอบลูกออกมาตามแบบนี้

“นี่คุณ ผัวกับลูกมาหา ไม่คิดจะใส่ใจเลยหรือไง”

“อุ๊ย”

“เป็นอะไรหรือเปล่า” มือหนารีบคว้ามือนุ่มไปดูด้วยความห่วงใย ซ้ำยังผลักกองดอกไม้ไปพ้นทางอย่างไม่ชอบใจ เพราะมันทำให้ภรรยาของเขาได้รับบาดเจ็บจนได้เลือด

ลูซิเฟอร์หันซ้ายหันขวาก่อนเอื้อมตัวไปดึงกระดาษทิชชูมาซับเลือดที่ปลายนิ้วซึ่งถูกหนามตำอย่างเบามือ

“จะไม่เป็นหรอกถ้าคุณไม่พูดจาแบบนั้น อายคนอื่นบ้างไหม หยุดพูดเลยนะ” พราวฟ้ากดเสียงต่ำเพื่อให้ได้ยินกันเพียงสองคน

“อายทำไม ก็พูดเรื่องจริง ใช่ไหมลิลลี่” นอกจากลูซิเฟอร์จะไม่ทำตามแล้วยังหันไปขอความเห็นจากลิลลี่ที่เดินยกถาดใส่น้ำหวานกับขนมออกมาจากหลังร้าน

เด็กสาวลิลลี่ยิ้มอายๆ เมื่อเธอยังไม่ประสากับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ สักเท่าไร แต่ก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแถมสามีของนายสาวยังหล่อเลิศเสียขนาดนั้น ใครไม่มองเหลียวหลังก็บ้าแล้ว ที่สำคัญยังรู้สึกอิจฉาและดีใจไปกับความรักที่หวานชื่นของคนทั้งคู่

“ทานขนมนะครับน้องพอร์ช ไปนั่งตรงนู้นกับพี่ลิลลี่ดีกว่าเนอะ”

เหมือนว่าเด็กสาวจะรู้งานถึงได้เอ่ยปากชวนบุตรชายของเจ้านายแยกไปนั่งอีกที่เพื่อเปิดโอกาสให้คนเป็นพ่อเป็นแม่แสดงความห่วงใยต่อกัน

พราวฟ้าทำท่าจะเปิดปากห้ามแต่ดันถูกมือหนายื่นมาประคองแก้มแล้วดันให้หันมาสบตากับเขา ปากหนาคลี่ยิ้มกว้างด้วยความชอบใจแล้วชำเลืองมองไปยังหนุ่มสาวต่างวัย เห็นทีลิลลี่กับเจ้าลูกชายตัวแสบคงต้องได้รางวัลใหญ่กันหน่อยแล้ว

“อย่าคิดหาเรื่องนะพราว เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

“เรื่องอะไร พราวไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี

“จูบเมียโชว์เด็กดีไหมนี่”

พราวฟ้าทำตาโตแล้วถลึงตาใส่ด้วยความไม่พอใจ นิ้วเรียวหนีบเนื้อแน่นที่ท่อนแขนไปหนักๆ หนึ่งที ก่อนจะคลายแรงบิดลงเมื่อเห็นสีหน้าของลูซิเฟอร์ แต่ก็น่าแปลกที่เขาไม่โวยวายหรือกระชากมือเธอออก หากกลับปล่อยให้ทำร้ายผิวขาวๆ นั้นอย่างไม่คิดหลบเลี่ยง

“คนนิสัยไม่ดี” พอทำร้ายร่างกายแล้วเขาไม่สะทกสะท้านจึงเปลี่ยนเป็นต่อว่าเหมือนคนพาลหาเรื่อง

“ไม่ดีตรงไหน ผมสั่งคุณว่าไง ให้อยู่บ้านแล้วหนีมาทำงานทำไม แล้วนี่หยิกจนเนื้อเขียวเลยนะ คืนนี้ไม่ได้นอนอีกแน่” มือหนาด้านซ้ายยกขึ้นมาลูบรอยหยิกจากภรรยาแล้วทำหน้าเหยเก

“คนบ้า หื่นไม่รู้จักพอ นิสัยไม่ดีแล้วยังเอาแต่ใจอีก” พราวฟ้าอดไม่ได้ที่จะต่อว่าออกมาอีกชุด

“เมียสวยขนาดนี้ ใครทนนอนมองเฉยๆ ก็บ้าแล้วทูนหัว”

ลูซิเฟอร์ยิ้มรับหน้าชื่นตาบาน แล้วเมื่อเหลือบไปเห็นลิลลี่กับน้องพอร์ชมัวแต่ชี้ชวนกันดูอะไรนอกร้าน เขาจึงฉวยโอกาสก้มหน้าหอมแก้มนวลไปฟอดใหญ่ทั้งซ้ายและขวาไม่ให้น้อยหน้ากัน

“คุณลูซ!”

พราวฟ้าอยากจะแหวใส่คนนิสัยไม่ดีหากแต่กลัวสองคนต่างวัยที่ไม่คิดสนใจเธอกับลูซิเฟอร์จะหันมามอง หญิงสาวจึงเลือกที่จะฟาดฝ่ามือเข้าที่ต้นแขนแข็งแรงไปอย่างอายๆ แก้เก้อ

***************

ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ซึ่งในขณะนี้ผู้บริหารหนุ่มหน้าตาดีอย่างณภัทร กำลังนั่งฟังคนรักพร่ำพูดถึงกิจการห้องเสื้อของเธออย่างออกรส คิ้วเข้มเลิกขึ้นอยู่หลายครั้งกับความคิดความอ่านของหญิงสาว และส่ายหน้าอยู่เกือบสิบรอบเช่นกันเมื่อฟังไปฟังมาชักเริ่มไม่เห็นด้วยกับการที่คุณเธอคิดขยายกิจการ

“ถ้าบอกว่าไม่เห็นด้วยล่ะ” หมอหนุ่มเอ่ยดักทางก่อนที่คนรักจะร่ายยาวไปมากกว่านี้

“ทำไมคะ เหตุผลของพี่ภัทรฟังขึ้นหรือเปล่า” เสียงหวานของคนที่นั่งข้างๆ เอ่ยถามพร้อมกับเอียงคอมองอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

กฤติกา สาวสวยวัยยี่สิบหกปี คนรักของหมอณภัทรที่คบหาดูใจกันมาจนย่างเข้าปีที่สี่ หากแต่ไม่ยักจะยอมก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์กันเสียที จนฝ่ายชายทนรอไม่ไหวเลยมัดมือชกส่งผู้ใหญ่ไปจัดการจนเรียบร้อยโรงเรียนณภัทร กับฤกษ์ยามของงานแต่งที่จะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า

“ขยายออกไปเรื่อยๆ แล้วจะมีเวลาให้พี่ไหมละ แก้มก็คงทำแต่งาน ถ้าต่อไปแต่งงานมีลูกจะทำไง อย่าบอกนะว่าทิ้งให้พี่เลี้ยงคนเดียว” ณภัทรแยกเขี้ยวใส่คนรักอย่างไม่วางใจ

“บ้าเหรอพี่ภัทรนี่ ยังไม่ถึงเวลานั้นสักหน่อย ตกลงไม่เห็นด้วย”

หญิงสาวแหวใส่แล้วถามย้ำอีกครั้ง มุมปากสวยยกยิ้มขึ้นมาอย่างชอบใจกับความคิดของคุณหมอหนุ่ม คิดไปได้ว่ามีลูกจะทิ้งให้เลี้ยง ทว่ามันก็เข้าท่าดีพิลึกเพราะระดับดอกเตอร์เลี้ยงลูกเอง มันต้องออกมายอดเยี่ยมแน่นอน หากแต่เธอก็พยักหน้ายิ้มๆ อย่างไม่มีเงื่อนไข

“งั้นไม่ทำก็ได้ค่ะ”

“น่ารักสุดๆ ไปเลยว่าที่เมียพี่” คนโดนตามใจรั้งร่างบอบบางเอามาสวมกอดไว้หลวมๆ แถมด้วยจูบหนักๆ ที่ข้างแก้มอีกหนึ่งที

“ยังไม่ได้เป็นสักหน่อย” กฤติกาเถียงเสียงอ่อย

“ไปค้างที่บ้านพี่สักคืน หรือไม่ก็ให้พี่ขึ้นห้องนอนของแก้มสักครั้ง รับรองได้เป็นแน่นอน”

กฤติกาถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง เธอคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ฟังถ้อยคำหยอกเย้าจากชายคนรัก เพราะปกติณภัทรจะไม่ค่อยแสดงความกะล่อนออกมาให้เห็น เขาวางตัวดีและเก็บอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม คบกันมาเกือบสี่ปี ครั้งนี้ถือว่าความเป็นสุภาพบุรุษของว่าที่สามีพังทลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ

“หมออะไรไม่สุขุมเลย” มีแกล้งว่าอย่างนึกสนุก

“กับคนอื่นก็สุขุมลุ่มลึกครับ แต่กับน้องแก้มของพี่ภัทรแล้วนั้น ต้องแสดงตัวตนออกมาให้ชัดเจน ยิ่งใกล้แต่งงานยิ่งต้องแสดงให้รู้ให้เห็น”

ณภัทรรู้ดีว่าหญิงสาวคิดอย่างไรกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา จึงยอมรับหน้าตายเสียเลย พอถึงเวลาจริงเจ้าสาวคนงามจะได้ไม่แตกตื่น ก่อนจะย้อนไปนึกถึงใครบางคนที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายไปไหนเป็นเดือนๆ

“ช่วงนี้ไอ้ลูซมันหายหน้าไปเลยนะ ตั้งแต่แต่งงานมีเมียเนี่ยเป็นเดือนกว่าแล้วด้วย คราวก่อนยังหนีเมียมานอนที่บ้านพี่ตั้งนาน”

“สงสัยเขาปรับความเข้าใจกันได้แล้วค่ะ แต่ได้ข่าวว่าภรรยาคุณลูซเป็นแม่ม่ายเรือพ่วงหรือคะ”

“ใช่จ้ะ สวยด้วย” ณภัทรยิ้มจนปากจะฉีกถึงใบหู

“สวยกว่าแก้ม” คนหน้าง้ำเอียงคอถามอีกครั้ง ทว่าคนฟังไม่ทันได้จับกระแสเสียงว่ามันห้วนแค่ไหนจึงยังคงยิ้มหน้าบานตาหวานเยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้

“สวยสุดๆ” ณภัทรหันมายิ้มกับคนรัก ก่อนจะใจหายวาบเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของกฤติกา ถึงขั้นต้องรีบพูดเอาใจกันยกใหญ่

“ไม่ๆ แก้มสวยกว่า สวยขั้นเทพเลยครับ”

“เชื่อได้มากเลยนะ ปากพี่ภัทรเนี่ย”

หญิงสาวแหวใส่อย่างเคืองๆ แต่ก็รู้ว่ามันเป็นธรรมดาของผู้ชายที่เห็นผู้หญิงสวยแล้วจะชื่นชม และเธอก็มั่นใจว่าต่อให้เขาจะชมใคร ทว่าคนที่เป็นหนึ่งคือเธอเท่านั้น

“แหม! พี่ก็ชมเพราะเขาสวย แต่สำหรับพี่ แก้มสวยที่สุดในใจเสมอนะครับ”

กฤติกายิ้มหน้าบานแล้วพยักหน้าอย่างให้อภัย แต่ก็ไม่วายจะยกนิ้วชี้หน้าพร้อมกับคาดโทษว่าหากเผลอทำมากกว่าชม งานนี้คุณหมอโดนฆ่าตัดตอนแน่นอน ทว่าเธอก็ยังติดใจกับเรื่องของลูซิเฟอร์กับภรรยาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วลูกโตยังคะพี่ภัทร”

“โตแล้วครับ แต่พี่ก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ” คุณหมอหนุ่มตอบพลางทำท่าครุ่นคิด

“สงสารภรรยาของคุณลูซนะคะ ลองแต่งงานเพราะไม่ได้รักมีหรือจะอยู่กันยืด แถมคุณลูซยังน่ากลัวจนบางครั้งแก้มยังขยาด คนอะไรตาดุ ซ้ำยังไร้ความรู้สึกอีกต่างหาก”

“แต่พี่ว่าคุณพราวฟ้าเธอเป็นคนดีนะ พี่ว่าสักวันนายลูซต้องรักจนโงหัวไม่ขึ้นแน่นอน”

ณภัทรคิดว่าตัวเองคิดไม่ผิดแน่นอน ผู้หญิงอย่างพราวฟ้าต่อให้ไม่ใช่สาวน้อยอ่อนต่อโลกน่าถนอม แต่เธอมีบางสิ่งบางอย่างที่ผู้ชายหลายๆ คนอยากจะเป็นคนปกป้องดูแลเธอ แววตาอ่อนหวานที่อัดแน่นไปด้วยความจริงใจ รอยยิ้มหวานหยดที่เมื่อเห็นเป็นต้องหลงใหล แล้วอย่างนี้เพื่อนเขาจะไม่หลงรักภรรยาจนหัวปรักหัวปรำก็ให้รู้ไป

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ” กฤติกายิ้มฝืนๆ เมื่อนึกเห็นใจผู้หญิงที่ชื่อพราวฟ้าอย่างบอกไม่ถูก

**************************

แจ้งข่าวนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน

รักตาภาต้องขออนุญาตหยุดอัพนิยายเพียงเท่านี้

ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่าน

ขอบคุณทุกๆ คอมเมนต์ ทุกๆ กำลังใจที่มอบให้ค่ะ

รักกัน ชอบกัน ก็อย่าลืมตามไปอุดหนุนนะคะ

สุดท้ายนี้ต้องบอกว่าขอบคุณที่ติดตามผลงานกันมาค่ะ

ขอบคุณจากใจค่ะ

รักตาภา

*******************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

ราคา 179 บาทค่ะ

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว