ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 27 มรนาการ re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 27 มรนาการ re

Hey-o here comes the danger up in this club

ความอันตรายได้มาเยือนคลับแห่งนี้แล้ว

When we get started and we ain't gonna stop

เมื่อใดที่เราเริ่ม จะไม่มีคำว่าหยุด

We gonna turn it out till it gets too hot

เราจะมารวมกันจนกว่าที่นี่จะร้อนระอุ

Everybody sing, Hey-O

ทุกคนร้อง เฮ่ โอ!

Tell'em turn it up till they can't no more

บอกให้พวกเขาให้เพิ่มเพิ่มเสียง ก่อนที่จะไม่พูดอีก

Lets get this thing shakin like a disco ball

มาทำให้ที่นี่มันส์สุดเหวี่ยง

This is your last warning, in a courtesy call

นี่คือคำเตือนสุดท้าย ในนามแห่งพระเจ้า

.............................................................

ตอนที่ 27 มรนาการ

อากาศยามสายแท้ๆแต่กลับมืดสนิทไร้แสงตะวัน ยิ่งอยู่ในดินแดนแห่งความมืดทำให้ความมืดยิ่งดูลึกลับน่าค้นหา นับตั้งแต่เจ้าแห่งมรนาการคนก่อนสิ้นลง เดือน ดาว ดวงจันทร์ ดวงตะวันหายลับตายตาม ราวกับเป็นคำสาปที่สืบทอดมาจากห้วงอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน

“ฟีนิกซ์ แกไปมุดหัวอยู่ไหนฟีนิกซ์” ผู้เป็นนายซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงผู้รักษาการรุ่นปัจจุบันพยายามเป่านกหวัดไร้เสียงเรียกหาทาสรับใช้ในอาณัติหลายต่อหลายครั้งแต่กลับยังไม่พบแม้แต่เงา

แอ๊ด!!! ปัง !!! ประตูบานหนักลวดลายวิจิตรถูกดึงกระชากด้วยความรุนแรงก่อนกระแทกปิดด้วยความรุนแรงทัดเทียมกัน

“ฟีนิกซ์ แกหายไปไหนมา ข้า ท่านชาย นากิม” ถ้อยคำแรกน้ำเสียงตวาดห้วนก่อนลดระดับเสียงลงยามเห็นใบหน้าของผู้บุกรุกจนชัดแจ้งทั้งสองตา

“ท่านน้า สุขสบายดีหรือไม่” คำทักทายประโยคแรกเรียบเรื่อย อีกทั้งยังเปิดรอยยิ้มเรียบๆส่งให้

“น้าสบายดี เจ้าได้แหล่งพลังมาไว้ในกำมือแล้วใช่หรือไม่” ดวงตาของท่านหญิงสว่างวาบขึ้นราวกับสาสมใจในบางสิ่ง สิ่งที่พวกมันต้องชดใช้ หากไม่มีพวกมัน มีหรือจะผ่านเข้าแดนมนุษย์ได้โดยง่าย หากไม่มีพวกชาวเวทย์เสนอหน้าเปิดประตูต้อนรับเข้าแดนมนุษย์ สเคลของข้า…

“เปล่า ข้าได้เมีย”

“ท่านชาย อย่าล้อน้าเล่น เจ้าไม่ชอบการผูกมัด จะมีเมียได้อย่างไร” เล็บดำยาวคมกริบลูบไล้บนไหล่กว้างเย้าเอ็นดู พลางเปิดรอยยิ้มรู้ทันแย้มออกกว้าง

“ชายาแห่งข้า นางคือแหล่งพลังของฝั่งชาวเวทย์ เหยื่อของท่านกับข้าอย่างไรเล่า”

น้ำคำของท่านชายหนักแน่นไม่มีวี่แววล้อเล่นสักคำ ทำให้รอยยิ้มแย้มกว้างของท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ค่อยๆหุบลงอย่างช้าๆ

“ข้าส่งเจ้าไปฆ่ามัน หาใช่การยกย่องเชิดชู”

“ไอ้พวกชั้นต่ำ สายเลือดชั้นต่ำเช่นพวกมันทำกับเจ้าไว้เช่นไร เจ้าจำไม่ได้หรือนากิม พ่อของเจ้า แม่ของเจ้า เป็นเพราะพวกมัน พวกมันทำลายชีวิตเจ้า เหตุใดเจ้าไม่จำหรือหลงทางโง่งมกับมารยาสาไถของพวกมันจนงอหัวไม่ขึ้น”

น้ำเสียงคลั่งแค้นพร้อมความโกรธาดังก้องสะท้อนลั่นทั่วห้องกว้าง

“สายเลือดของพวกชั้นต่ำกลับทำให้ข้าตาสว่าง” น้ำเสียงผิดหวังผสมสายตาสมเพชตนเองและผู้อาวุโสตรงหน้า

“นากิม”

“จนถึงขนาดนี้ ท่านยังไม่หยุด คิดจะโป้ปดข้าจนถึงเมื่อใด” เสียงกร้าวตวาดก้องและสายตาที่เหยียดมองลงมาเต็มไปด้วยความเจ็ดปวด คลั่งแค้น ผิดหวังและตัดสิ้นแล้วทุกความสัมพันธ์

“เวร่า ลากมันออกมา” ร่างเนื้อซีดเชียวโชกเลือดแห้งกรังติดเต็มทั่วเสื้อผ้าของคนสนิททำให้ท่านผู้รักษาการนิ่งเงียบ แววตาของนางไหวขึ้นวูบหนึ่ง แค่เพียงวูบเดียว

“ฟีนิกซ์ มันช่างซื่อสัตย์ต่อท่าน ไม่ว่าข้าจะรีดเค้นมันสักเพียงใด มันกลับไม่ยอมพูดสักคำ” ถ้อยคำรื่นหูพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูราวชื่นชมนักหนา แต่ภาพลักษณ์กลับต้องพังทลายลงกับตา เพียงเพราะนิ้วมือทั้งห้าที่กำลังจิกศีรษะของปีศาจสาวให้เงยหน้าขึ้นมาเพื่อสบสายตาเยียบเย็นของนายตน

“…” ใบหน้าของคนสนิทดูเลื่อนลอยเคลิ้มฝัน เพียงแค่นี้ก็ทำให้รู้แล้วว่า มันโดนยา

“ไลน์ ท่านเองรู้ดีว่าฟีนิกซ์เป็นอมตะ มันอยู่ข้างกายท่านมาตลอด รับรู้ทุกการกระทำของท่าน” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเน้นหนักในประโยคสุดท้าย เพราะทุกการกระทำของท่านมันทำให้ข้าอยากจะฉีกร่างท่านนัก

“ข้าเพียงแค่ปรุงยา ด้วยตัวยาที่ท่านเคยสอนข้า"

"จับยากรอกใส่ปาก รีดความลับจากทุกอณูร่างเนื้อของมัน ฮึ ไม่กี่นาที ความลับชั่วๆจากสันดานของท่านก็หลุดออกมาทุกการกระทำ"

“น้าถูกใส่ร้าย นากิม โปรดให้ความเป็นธรรมกับน้า” ปลายนิ้วดึงรั้งชายเสื้อของนายเหนือทั้งปัดหนีความผิดและเรียกร้องหาความเป็นธรรม

“ครับ ได้ครับท่านน้า ข้าจะให้ความเป็นธรรมกับท่าน” ไอร้อนกระจายออกจากปลายแขนเสื้อลวกมือขาวนวลอมชมพูของท่านหญิงเสียจนแทบสุก

“ตามศักดิ์ผู้สืบเชื้อสายของเจ้าแห่งมรนาการ ข้าขอเรียกประชุมสภาสูง” จบคำห้องกว้างเปลี่ยนสภาพกลายเป็นห้องโถงขนาดใหญ่พร้อมอสูรหลากหลายสายพันธุ์ นั่งลดหลั่นเป็นชั้นๆตามตำแหน่งสูงต่ำ เรียงล้อมเป็นแถวๆซ้อนๆกันขึ้นไปเป็นรูปวงกลมทรงสูง

“ข้าไคนาส ขอเปิดประชุมสภา” เสียงเปิดการประชุมดังมาจากริมฝีปากของผู้อาวุโสสูงสุด ผู้อาวุโสสูงสุดเป็นชายหนุ่มรูปลักษณ์ออกแนวสุขุม ดวงตาสีเทาอ่อนๆ ใบหน้าอ่อนเยาว์ราวแรกรุ่นทั้งยังหล่อลากคมจัด

“ท่านหญิงไลน์วางแผนฆ่าเจ้าแห่งมรนาการรุ่นก่อน” หลังจบคำฟ้องจากปากของท่านชายแห่งมรนาการ เสียงฮือฮาดั่งลั่นทั่วสภากันเลยทีเดียว ทั้งสนับสนุนและขัดแย้งปะปนกันไป

“ข้าถูกใส่ร้าย ตระกูลข้ารับใช้มรนาการมานับรุ่นต่อรุ่น จงรักภักดีมาตลอด เหตุใดข้าต้องทรยศนายเหนือหัว ท่านทั้งหลายโปรดให้ความเป็นธรรมกับข้า”

"พวกนักเวทย์ชั้นต่ำ มันต้องร่ายอาคมใส่ท่านชายมาเป็นแน่ นากิมของน้าถึงให้ร้ายน้าเยี่ยงนี้” ท่านหญิงร่ำไห้ร้องขอความเป็นธรรมเป็นภาพที่ทำให้ทั้งห้องประชุมรู้สึกเห็นอกเห็นใจ

เพราะภาพพจน์ของท่านหญิงดีงามมาตลอด งานใดกิจใดไม่มีผิดมีพลาด การันตรีด้วยตำแหน่งลูกศิษย์คนโปรดของผู้อาวุโสสูงสุดเป็นประกัน ทำให้ตอนนี้กระแสความคิดของที่ประชุมเอนเอียงไปหาท่านหญิงจนเกือบหมด

ทุกผู้ต่างรู้ดีว่าท่านหญิงอุทิศตนให้กับมรนาการมากเพียงใด ยิ่งเสียจ้าวมรนาการรุ่นก่อนไปทำให้จิตใจของทุกผู้ยิ่งดิ่งลงเหว และท่านหญิงนั่นเองที่เป็นผู้นำในการเลือกทางเดินของดินแดนแห่งนี้ว่าต้องดำเนินไปในทิศทางใด ด้วยการไม่หลงลาภยศบรรดาศักดิ์ รับท่านชายแห่งมรนาการมาเลี้ยงดูฟูกฟักให้ความรู้ อีกทั้งยังปล่อยตำแหน่งจ้าวมรนาการทิ้งว่างไว้นับร้อยปีๆ เพื่อรอเวลาให้ท่านชายแห่งมรนาการขึ้นครอง ส่วนตนเองยอมเสียสละเป็นข้ารองเท้าแค่ตำแหน่งผู้รักษาการเพียงเท่านั้น

“ท่านแม่” ท่านชายแห่งมรนาการอีกคนที่ทุกผู้ต่างยกย่องเชิดชูด้วยด้วยภาษีของผู้เป็นมารดาที่ทำดีเพื่อบ้านเมืองเอาไว้ ทำให้ท่านชายฟรอสถูกยกย่องเชิดชูจนทัดเทียมกับท่านชายแห่งมรนาการซึ่งเป็นผู้สืบสายเลือดโดยตรงจากเจ้ามรนาการรุ่นเก่า

“ถอย!!!” น้ำเสียงเร่งร้อนตวาดใส่หน้าอสูรรับใช้ที่ยืนขัดขวางทาง

“ฟรอส แม่แกฆ่าพ่อและแม่ของข้า” เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง ภาพที่ท่านชายทั้งสองพูดคุยกันเพราะตามปกติแล้ว ท่านทั้งสองแทบจะไม่ยอมมองหน้ากันเสียด้วยซ้ำ ที่ใดมีท่านชายนากิมอยู่จะต้องไม่มีท่านชายฟรอส และที่ใดมีท่านชายฟรอสอยู่จะไม่มีท่านชายนากิม

“ไม่ ข้าไม่เชื่อ”

“แม่ข้าทำเพื่อมรนาการเท่าใด ทุกผู้รับรู้ ทุกผู้ย่อมเห็น แม่ข้าไม่มีวันทรยศ”อสูรหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตรงกับบรรดาศักดิ์ของตนก่อนทัดทานออกมาชุดใหญ่

“ข้าขอเบิกพยานครับ ท่านไคนาส” โจทย์ไม่ต่อปากต่อคำแต่ใช้การกระทำเข้าสู้แทน

“เชิญ” ร่างโชกเลือดถูกลากเข้าห้องพิพากษายามได้รับคำอนุญาตจากผู้อาวุโสสูงสุด แววตาเลื่อนลอยไร้สติพร้อมเปิดรอยยิ้มหวานหยดดูน่าสยดสยอง ทั้งยังกระอักเลือดแดงข้นออกมาเป็นพักๆ

“นากิม ถอนพิษให้นางก่อน นางเป็นเพียงทาสรับใช้ เมตตานาง”

“ครับ” คำทัดท้านมาจากปากของผู้อาวุโสสูงสุด ทำให้อสูรหนุ่มยอมถอนยาพิษที่จงใจใส่เอาไว้ให้ไปสองชนิดพร้อมๆกับยาคายความลับ ด้วยความขัดเคืองใจ

“ฟีนิกซ์ ไลน์สั่งให้เจ้าไปฆ่าเนวีใช่หรือไม่” ท่านชายไม่รอช้ายิ่งคำถามพุ่งเป้าในทันที

“เจ้าค่ะ ท่านหญิงไลน์สั่งให้ข้า สังหารพระชายาที่แดนมนุษย์เจ้าค่ะ” แม้จะถอนยาพิษออกไปแล้วแต่ยาคายความลับยังอยู่ทำให้ทุกความลับที่เคยหลบซ่อนอยู่ค่อยๆคายออกมาช้าๆ

“ไม่ ข้าไม่ได้ทำ พวกนักเวทย์ชั่วแน่ๆ พวกมันเป่าหูเจ้า ใส่ร้ายข้า” จำเลยผู้เดียวในที่ประชุมยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง

วาบ!!! อสูรหนุ่มโบกสะบัดมือวูบหนึ่งเพื่อกระชากทุกความทรงจำในสมองของพยานออกมาเป็นภาพฉายบนกำแพง สะท้อนถึงเรื่องราวของความหลังครั้งเก่าๆ

“ข้าเกลียดมัน นางเนวี เพราะมันสเคลถึงไม่ยอมมาหาข้า” กำแพงกว้างของห้องสภากลายเป็นสถานที่ฉายหนังกลางแปลง

“นากิม เจ้าเด็กเนรคุณ ปิดมัน ปิดเดี๋ยวนี้ ปิด” เสียงแทรกร้อนรนดังมาจากจำเลยผู้สูงศักดิ์ นางปล่อยพลังซัดลูกไฟดวงโตกรุ่นไอร้อนเข้าใส่ภาพความจริงเบื้องหน้าอย่างไม่นับว่ากี่ลูกต่อกี่ลูก และในระลอกต่อมา หัวกระโหลกบนบ่าซ้ายเตรียมมุ่งเป้าเข้าทำลายทุกภาพ ทุกฉากให้แหลกสิ้น

หากแต่ทว่า กระโหลกลูกหนึ่งกลับถูกสยบจากอาคมของผู้อาวุโสและผู้กระทำนั่นคืออาจารย์ของนางเอง

“ไลน์ ข้าผิดหวังในตัวเจ้า” สายตาเวทนาและริมฝีปากไร้เสียงของอาจารย์ทำให้ร่างกายชาสะท้าน หมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง คงปิดไม่มิดเอาไว้ไม่อยู่ ดี!!! ไหนๆจะแหลกแล้วก็เอาให้มันพังพินาศ!!!

“จะปิดทำไมครับ ยังไม่ถึงฉากไคลแม็กซ์เลยครับท่านนา ฮึฮึ” สายตาของท่านชายยามทอดมองผู้คอยอุ้มชูจนตนเติบใหญ่ขึ้นมา เต็มไปด้วยความสาแก่ใจยิ่ง

“ฟีนิกซ์ วันพรุ่งนี้ ท่านเจ้าจะเข้าแดนมนุษย์ สเคลจะลดพลังลงเป็นมนุษย์เอาใจนางแพศยา เจ้าจงตามไปฆ่านางเนวีให้สิ้น”

“เจ้าค่ะ นายหญิง”

“ไลน์ เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่” เสียงของผู้อาวุโสสูงสุดนิ่งเรียบแสดงถึงความยุติธรรมด้วยกำลังอยู่ในหน้าที่ แม้ไม่อยากทำกลับต้องทำเพราะคำว่าหน้าที่มันค้ำคออยู่

“ใช่!!! ข้าฆ่ามันเอง ข้าเกลียดมัน ข้าจะฆ่ามันคนเดียวแต่สเคลกลับหลอมรวมดวงใจเข้ากับมัน ฮาๆๆ ดี รักกันมาก ตายไปด้วยกัน ล่มจมไปด้วยกัน จงอย่าได้ผุดได้เกิด ฮาๆๆ สมน้ำหน้าพวกมัน จงลงนรกไปด้วยกัน ฮาๆๆๆ” สายตาของทุกผู้ล้วนสมเพชเวทนาท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ หากแต่มีแววตาคู่หนึ่งกลับร่ำไห้จากในอก อำนาจที่มีอยู่ในมือไม่อาจช่วยเหลือมารดาได้สักทางเพราะความผิดของท่านแม่ช่างใหญ่หลวงนัก

ปัง!!! เสียงค้อนกระทบกับพื้นแข็งดังหนึ่งครั้งทำให้ทุกเสียงเซ่งแซ่ในห้องโถงเงียบสงัด

“ทางสภาขอถอดถอนท่านหญิงไลน์ออกจากตำแหน่งรักษาการ ส่วนโทษทัณฑ์ขอมอบให้กับผู้สืบสายเลือดแห่งมรนาการเป็นผู้ตัดสิน”

“บัดนี้ ทางสภาขอถอดถอนตำแหน่งผู้สืบสายเลือดของจ้าวแห่งมรนาการด้วยความผิดที่ฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยสิ้นไร้ความผิด กระทำตนนอกเหนือบทบัญญัติและขอบเขตของมรนาการ และมีมติขอยื่นเรื่องเปิดพรมแดนระหว่างชาวเวทย์กับมรนาการขึ้นอีกครั้ง”

“นากิม จงฟัง เจ้าต้องชดใช้ความผิดที่เจ้าก่อด้วยการเข้าสังกัดสำนักของฝั่งชาวเวทย์ จงช่วยงานพวกเขาตามหน้าที่ได้รับมอบหมาย ทุกเนื้องานของเจ้าจะถูกพิจารณาอีกครั้งว่าเหมาะสมที่จะคืนตำแหน่งเดิมให้หรือไม่” ยามฟังจบคำ สีหน้าของท่านชายนิ่งสนิท รู้ดีว่าคงไม่รอดพ้นไปได้ง่ายจากความผิดที่ก่อแต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่า ผู้อาวุโสจะเล่นกันถึงขนาดถอนตำแหน่งทั้งยังเตะไปอยู่อีกชนชั้นเพื่อเป็นแรงงานของพวกมัน ปาอุจจาระใส่หน้ายังดูมีเกียรติกว่าการถูกกระทำเช่นนี้

”ปิดสภา” เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงเพียงนี้และความจริงทุกอย่างกระจ่างชัดทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดเช็คบิลทุกผู้จนครบ

พลัน!!! บรรยากาศรอบกายหวนกลับคืนสู่ห้องกว้างของผู้ทรยศ ผู้เป็นจำเลยโดยชอบธรรมจากคำพิพากษา

“ค่ายมรนาการ” ยามเรียกขานชื่อค่ายแห่งมรนาการ อสูรหนุ่มกัดฟันแน่น กำมือแน่นเพื่อสกัดกั้นอารมณ์ส่วนหนึ่งเหยียบติดใต้ฝ่าเท้า

ผู้อาวุโสตรงหน้าเปรียบดังมารดาก็ไม่ปานมีหรือจะไม่มีเยื่อใย แต่นั่นมันคนละเรื่องกับการกระทำที่ตนได้ถูกกระทำ ถูกหลอกใช้ด้วยคำว่าไม่รู้จนกระทั่งหลงผิดล่าล้างผู้บริสุทธิ์ด้วยความไม่รู้

“น้าเป็นคนสอนเจ้าใช้ค่ายมรนาการ กรงขังเล็กๆเช่นนี้ไม่ครณามือน้าหรอกนากิม”

หัวกะโหลกบนบ่าซ้ายพุ่งเข้าประทะตรงจุดศูนย์กลางซึ่งเป็นจุดบอดของค่ายกล

ตุบ!!! เพียงหัวกะโหลกสัมผัสกับเขตแดนกลับถูกแรงไร้ที่มาพัดกระแทกจนกระเด็นมากองอยู่ข้างแทบเท้าของผู้ทรยศ ไม่ว่าจะใช้อาคมบทใดกลับไม่อาจเข้าประชิดจุดบอดได้สักทาง

“ท่านว่าใครสอนข้าเรื่องค่ายมรนาการครับ ตัวท่านหรือ”

“เจ้า!!!” สายตาอสูรสาวเต็มไปด้วยความตกตะลึง

“ท่านพ่อเป็นผู้สอนข้าถึงเคล็ดลับสุดท้ายของค่ายมรนาการ เคล็ดลับซึ่งมีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่รู้” อสูรหนุ่มเน้นเสียงหนักตรงคำว่าครอบครัว เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมผู้ทรยศ ยิ่งมารู้ว่าใจนางหลงไหลในพระบิดาจึงยิ่งขยี้ตรงจุดนี้แบบเน้นๆเพื่อให้นางดิ้นพล่าน

“เจ้าเด็กเนรคุณ เจ้ามันเหมือนเช่นพ่อของเจ้า หลงทางหน้ามืดตามัว ฝักใฝ่แต่พวกชั้นต่ำ”

“อย่ามาทวงถามบุญคุณกับข้า เพราะข้าลบมันด้วยฝ่าเท้าตั้งแต่คืนวานแล้ว” น้ำคำไร้ซึ่งความเคารพเหลือเพียงกลิ่นไอของการฆ่าฟันเพื่อตายกันไปข้างเท่านั้น

“น่าขำ พวกชั้นต่ำที่ท่านอ้างถึง หนึ่งเป็นชายาแห่งจ้าวมรนาการคนก่อนและสองคือชายาของข้าคนปัจจุบัน” น้ำเสียงของท่านชายสาใจยิ่งนักก่อนตอกย้ำซ้ำเติมในประโยคสุดท้าย

“กรี๊ดๆๆ เจ้ามันโง่” เข็มพิษห่าใหญ่ซัดปักบนผิวเนื้อทำให้ความคิดชักเริ่มพร่าเลือน

“ใช่ ข้าโง่ ข้าหลงเชื่อท่าน ไว้ใจท่าน จนถูกท่านหลอกใช้ โทษทัณฑ์ของท่านตายกี่รอบต่อกี่รอบ ย่อมไม่พอ” น้ำเสียงตวาดกร้าว แววตาสีมรกตลุกติดไฟและภาพนั้นทำให้น้องนอกสายเลือดมองตามด้วยความรันทดใจ ท่านพี่กำลังเฉือนหัวใจของตนทีละชิ้นทั้งที่เจ็บช้ำจนเกินจะทน

“กรี๊ดๆๆๆ” กัณฑ์สุดท้ายร่างของผู้ทรยศถูกฉีกกระชาก เลือดสาดกระเซ็นกระจัดกระจาย เศษเนื้อถูกบีบอัดแหลกเหลวจนหลงเหลือเพียงแค่เศษฝุ่น ดวงแสงอัญมณีซึ่งเป็นตบะแกร่งกล้าค่อยๆลอยลงบนฝ่ามือของอสูรหนุ่ม ผู้ซึ่งมีอำนาจชี้ขาดเหนือฟ้าดินและทั้งสามโลก

“ด้วยอำนาจของเจ้ามรนาการ ข้าขอเบิกโทษทัณฑ์” ฟ้าร้องคำรามลั่นราวกับสามโลกตอบรับคำขอ แม้ยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการหรือถูกถอดถอนไปแล้วก็ตามที แต่ตำแหน่งจ้าวแห่งมรนาการรุ่นต่อไป สามโลกรับรู้อย่างชัดแจ้ง มันถูกกำหนดเอาไว้แล้วนับตั้งแต่อสูรหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมา

“ด้วยอำนาจของเจ้าแห่งมรนาการ ข้าขอขับไล่เจ้าออกจากดินแดนแห่งมรนาการไปจนชั่วกัปชั่วกัลป์ จงไปเกิดเป็นมนุษย์ชั้นต่ำที่ท่านเกลียดนักหนาเถิดไลน์” ดวงแสงอัญมณีลอยหายลับไปกับสายลมพร้อมคำสาปแสนศักดิ์สิทธิ์

“เวร่า ใจข้าจะขาดแล้ว” สายตาแห้งผากไร้น้ำตาแต่รวดร้าวสุดประมาณทำให้อสูรสาวร่ำไห้แทนพี่

“มันจบแล้วนากิม มันจบแล้ว” มือน้อยในอุ้งมือของชายหนุ่มบีบแน่นแทนถ้อยคำปลอบประโลม สองพี่น้องต่างสายเลือดกอดประคองกันและกันเพื่อถ่ายทอดไออุ่น และค่อยๆประคองความรู้สึกบอบช้ำและแตกสลายขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นอันอย่างช้าๆ

อีกด้านหนึ่งทางด้านนอกเขตพื้นที่ของอสูรระดับจ้าว ยังมีร่างหนึ่งถูกอาคมสะกดยืนนิ่ง ไม่ให้เคลื่อน ไม่ให้ไหว

“ฟรอสลูกรัก ฟังแม่ แม่ขอโทษครับฟรอส ความผิดที่แม่ก่อ มันหนักหนาเกินกำลังเจ้า แม่ต้องยอมรับผลการกระทำของแม่ อยู่ผู้เดียวอย่าหยิ่งนักลูก อะไรที่ยอมได้ได้จงยอมเถิด เห็นแม่หรือไม่ เพราะทิฐิของแม่ ตัณหาของแม่ทำให้แม่มีจุดจบเช่นนี้ ฟรอสลูกรัก อย่าเป็นเช่นแม่และเรื่องราวครานี้อย่าได้แค้นเคืองผู้ใด แม่เพียงต้องรับผลการกระทำของแม่เท่านั้น” เสียงดังในหัวเปรียบดังคำสั่งลาสุดท้าย

“ไม่ ท่านแม่ อย่าทิ้งข้า อย่าทิ้งฟรอส ท่านแม่ แม่จ๋า ข้าจะอยู่ยังไง” เพราะถูกสะกัดกั้นด้วยมนตราของมารดาทำให้อสูรหนุ่มเสียสูญ อีกทั้งสัมผัสของมารดายังหายไปราวสาบสูญ ทำได้เพียงยืนร่ำไห้กัดฟันเคืองแค้นด้วยความอาดูรเพียงเท่านั้น

ยามมืดท้องฟ้าที่เคยไร้แสงเดือนแสงดาวมาโดยตลอดราวกลับสว่างไสว

ดวงเดือนลอยเด่นเคียงข้างดวงดาว ท้องฟ้าที่เคยมืดสนิทอันตธารหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

“ไลน์ของข้า เจ้าคงทุกข์ทรมานมานาน ถึงสาปมรนาการให้มืดมิดมาโดยตลอด”

อาจารย์วัยชราหรืออีกตำแหน่งคือพระสวามีของผู้รักษาการคนเก่ารำพึงรำพันถึงเมียรัก

“ไลน์ ข้าจะตามหาเจ้า สักวันเราต้องได้เจอกัน สักวัน” ด้วยอำนาจหน้าที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ลำบาก แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงเพียงนี้ การทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อใครสักคน อาจเป็นทางออกที่ดีก็เป็นได้

..........................

สาม : ขอบคุณที่มาอ่านค๊าคุณ เฟิง เฟิง
สาม : มาตามคำเรียกร้องค๊าคุณ เฟิง เฟิง บทที่ 27 เอาไปเลย

แก้คำผิด ^^

นา : นี่มันตอนของข้า ไอ้พ่อลูกข้างบนคืออะไร ผมสั้น ท่านไคนาส ผมยาว ฟรอส แล้วข้าล่ะ !!! นี่มันตอนของข้านะเฟ้ย ฮึ้ย

นนท์ : พี่ลายบอกว่ารูปคุณนากิมจะได้ออกได้บทถัดไปครับ

นา : เออ แล้วไป ข้าจะรอ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว