หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่31: สุขสันต์รัชศกหมิงหลงปีที่ 10 (1)(แก้ไข2) 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่31: สุขสันต์รัชศกหมิงหลงปีที่ 10 (1)(แก้ไข2) 100%

(ต๋าน่าหลันซือซือ/ไป๋เฟินเสียนเฟย: ไฉนทรงมีเวลาว่างแล้ว ไม่รู้จักพักผ่อนบ้างเพคะ!)

บทที่31:สุขสันต์รัชศกหมิงหลงปีที่10 (1)(แก้ไข2) 100%

อากาศย่ำรุ่งหนาวเหน็บเข้าขั้นเฉือนขั้วใจทว่าเบื้องบนปรากฏแต่ความแจ่มใสสูงส่ง ปราศจากเค้าแปดเปื้อนให้แลขมุกขมัว วัน8ค่ำ เดือน12คือวันออกล่า นำวัตถุดิบมาปรุงอาหารเซ่นไหว้เทวดากับวิญญาณบรรพชน ชาวบ้านนิยมลงเท้าฝ่าไอเย็นบุกป่าดง บางคนเสี่ยงโชคป่ายปีนภูเขา กิจกรรมแต่เช้ามืดจึงคึกคักสักหน่อย ผู้ไหนที่มีเงินตราหรืออำนาจจัดหาของจำเป็น ก็ทุ่นกำลังไปยืนเจ้ากี้เจ้าการบริเวณประกอบพิธี

เมื่อละแวกตลาดสดเกิดการจับจ่ายใช้สอย เงินตราย่อมไหลสะพัดทั่วท้องที่ ขณะเดียวกันพระราชวังหลวงใจกลางนครฉางอัน ก็ทั้งสะดวกสบายทั้งวุ่นวาย นายทวารบาลกำลังขะมักเขม้นตรวจขบวนเข้าออก สำหรับพวกเขาแล้ว ทันทีที่เปิดประตูชั้นนอกและชั้นกลาง บรรยากาศสงบเงียบกลับกลายเป็นหายากทันใด

ฝ่ายห้องเครื่องทำการแจกจ่ายล่าปาโจวตามตำหนัก ได้จากคัดสรรวัตถุดิบแปดชนิดมาต้มรวมกัน เมื่อตักใส่ถ้วยแล้ว หน้าตาใกล้เคียงข้าวเหนียวเปียกรวมมิตร ไป๋ฮวากงก็รับมาหม้อใหญ่ น่าหลันซือซือตักแบ่งสองเปา ตัวเอง ชีรันและเผิงซู่ ส่วนที่เหลือค่อยส่งต่อให้ข้ารับใช้ เนื่องด้วยเป็นประเพณียิ่งใหญ่ประจำปี ไม่ว่ากงใหญ่หรือน้อย ล้วนได้รับโดยเท่าเทียม ช่วงพวกนางยังต้องทัณฑ์วังเย็น จึงปรากฏกลุ่มคนดั้นด้นมาปีละหน เคร่งครัดทั้งปริมาณ ทั้งถูกต้องตรงเวลา

เพราะเป็นเทศกาลสำคัญของปีที่ตั้งจุดเซ่นไหว้วิญญาณหลายแห่ง เหล่าผีขาประจำย่อมหายหน้าหายตาไปบ้าง ภาพรวมแล้ว สรรพสิ่งที่ถือกายเนื้อหรือสละกายเนื้อ ต่างราศีผ่องแผ้วรับรัชศกหมิงหลงปีที่สิบทั้งสิ้น เมื่อทุกฝ่ายประสานใจเร่งวันคืนจาก8ค่ำ เดือน12กระทั่ง30ค่ำ เดือน12จึงละม้ายสมานฉันท์กัน ยอมปล่อยวางบ่วงติดค้างไปชั่วคราว ชีวิตประจำวันของต๋าน่าหลันซือซือ เปาจื่อและเมี่ยนเปาค่อยสงบสุขดี

หวังหวงโฮ่วกับเจียงกุ้ยเฟยก็มุ่งหน้าเตรียมงานเฉลิมหลวงประจำปี ประกอบด้วยเฉียงหลงหวงตี้ที่ทรงงานทุกเช้าค่ำในเทียนหลงกง กระทั่งเวลากลั่นแกล้งนาง เขายังเสียสละให้ราชการแผ่นดินได้ จึงสมควรสรรเสริญจอมคนมีพระชนมายุยืนยงพันปีอย่างแท้จริง!

ทว่าอย่างไรปากท้องที่เอาแต่ใจ กลับไม่เข้าใครออกใคร น่าหลันซือซือจึงทำงานประจำปริมาณเท่าเดิม ยามอู่(11.00-13.00) เข้าเฝ้าถวายของว่างกลางวันแด่เจียงหวงไท่โฮ่ว ยามซวี(19.00-21.00) หลังพระกระยาหารเย็นของเฉียงหลงหวงตี้ ค่อยส่งขนมหวานที่เทียนหลงกง

หญิงสาวจับสังเกตขณะพบปะมังกรฉกรรจ์ กระแสอารมณ์เบื้องลึกเขาค่อนข้างขุ่นข้อง ก่อนจะทราบสาเหตุผ่านเสียงกระซิบของเจ๋อกงกง เพื่อให้ราชสำนักผ่านพ้นสิ้นปีที่เก้าไปโดยราบรื่น เฉียงหมินหลงจึงหักโหมทรงงาน ทำให้มีเวลาพักผ่อนร่างกายน้อย เส้นประสาทก็เครียดตึงเป็นธรรมดา ทุกคนต่างรู้จักระยะดุร้ายนี้ เลยไม่มีหน้าไหนบริหารเพลิงโทสะจักรพรรดิ

ขณะฝ่ายหน้าฝ่ายหลังติดธุระระดับแว่นแคว้นอยู่ ไป๋เฟินเสียนเฟยอย่างต๋าน่าหลันซือซือ ที่แต่เดิมไม่ต้องรับผิดชอบภาระแผ่นดิน ย่อมเปรียบเทียบแล้วสะดวกสบายกว่าผู้อื่นหลายส่วน

เพราะคำนึงภาพลักษณ์อันเป็นที่เชิดชูในหมู่ราษฎร สาวงามทุกนางประดุจร่วมสวมเนื้อหนังผืนเดียวกับหวงช่าง ท่ามกลางสายตาประชาชน บรรดาข้าราชการ จึงไม่เคยเกิดเหตุผิดพลาดระหว่างประกอบพิธี ทำให้พระชายาชาวนอกด่านที่พื้นนิสัยถูกอบรมอย่างป่าเถื่อน มีข้ออ่อนด้อยด้านขนบจารีต ไม่มีใครคิดให้นางออกแรงสักเฮือก

เวลาว่างจากทำขนมหวาน น่าหลันซือซือมักนำกลุ่มเด็กสาวในไป๋ฮวากง ตัดแต่งศิลปะกระดาษซวงฮวาเป็นรูปดอกไม้แดงมงคล เอาไว้แขวนแต่งกรอบหน้าต่าง เผิงซู่ซึ่งผ่านการกวดขันนานปี ย่อมฝีมือเฉียบขาดเกินผู้อื่น นอกจากนี้ยังเชี่ยวชาญกลวิธีผูกเสิงเจี๋ย ใช้เชือกแค่หนึ่งเส้นสามารถสร้างเงื่อนรูปร่างต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น เสียงอวิ๋นเจี๋ย(เงื่อนสิริเมฆา) หญูอี้เจี๋ย(เงื่อนสมปรารถนา) และผิงอานเจี๋ย(เงื่อนสันติสุข) ก่อนจะนำไปประดับช่องประตูหรือโถงเรือน เสริมสีสันที่รื่นเริงยินดีของผู้อาศัย

พ้นปักษ์ต้าหาน(20 ถึง 21 เดือนมกราคม อากาศหนาวจัด)เป็นปักษ์ลี่ชุน(3 ถึง 5 เดือนกุมภาพันธ์ เริ่มฤดูใบไม้ผลิ)พลังหนาวสะท้านจิตบรรเทาลง ช่วงวัน24ค่ำถึง29ค่ำ หรือเรียกว่า เทศกาลเสี่ยวเหนียนกับต้าเหนียน ผู้คนทั่วแคว้นก็ลงแรงปัดกวาดบ้านเรือน ด้วยความเชื่อว่า สามารถกำจัดสิ่งเลวร้ายในครอบครัวออกไปได้ น่าหลันซือซือจึงศรัทธาตาม ช่วงเวลาพิเศษนี้ ทุกตำหนักย่อมมานะทำความสะอาด ไม่เว้นคราบเหลือสักชุ่นเดียวแน่นอน!

ยามวันค่ำตัดปีหรือกั้วเหนียนมาเยือน นับแต่ชาวเมืองทั่วไปถึงราชนิกุล ต่างร่วมโต๊ะกินเหนียนเย่ฟ่านมื้อหนึ่ง ขณะรับประทานอาหารค่ำประจำปีกับครอบครัว ยังมีเคล็ดลับหลายรายการให้ถือโดยเข้มงวด ที่ผ่านมา น่าหลันซือซือคนเก่าจดจำบ้าง ลืมเลือนบ้าง ทุกคนเลยรุมเหยียดหยาม ว่ากิริยามารยาทนางหยาบเกินขัดเกลา

ตลอดวัน30ค่ำ เดือน12ประตูพระราชวังชั้นนอกจะเปิดกว้าง ทำให้หมู่ชนหลั่งไหลเข้ามาชื่นชมพระบารมีราชวงศ์เฉียง รวมถึงตื่นตาตื่นใจซุ้มงานแสดงกับร้านค้าแผงลอยประเภทต่างๆ ขณะเดียวกันประตูวังชั้นกลางกลับคัดกรองแต่ผู้รับอภิสิทธิ์ถือเทียบเชิญ คนจากหลายที่มาเลยชุมนุมอยู่รอบวังหลวง พอสิ้นสุดเทศกาลหยวนเซียวแล้ว ค่อยแยกย้ายกลับถิ่นฐาน

เมื่อพระโฉมคู่มังกรหงส์เปิดเผยสู่สายตาหลายหมื่นคู่ เสียงถวายพระพรเฉียงหลงหวงตี้กับหวังหวงโฮ่ว มักดังสะเทือนผืนปฐพี ยิ่งได้ยินกระแสนิยมอันสลักลึกกลางอกทวยราษฎร์แล้ว ดวงใจคนในเมืองหลวงยิ่งกระโจนเต้นฮึกเหิมตาม แม้ว่าเฉียงหมินหลงอาจดำเนินแผนการเหี้ยมเกรียมไปบ้าง ทว่าเบื้องนอก เขาก็ทุ่มเทผดุงความผาสุกของหมู่ชนเสมอมา

เสียงระรัวฝีเท้าตึงตัง ตามด้วยซาลาเปาสีน้ำเงินสองลูกโผล่มือเกาะกรอบประตู ใบหน้าพวกเขากำลังเบ่งบานระคนตื่นเต้น ปากยังร้องแกมเร่งเร้า

“เหนียง!เหนียง!”

หญิงสาววางมือให้ชีรันประคองลุก ก่อนหมุนกายหาบุตรชาย เห็นว่าด้านหลังพวกเขายังมีเผิงซู่ บัดนี้นางปักปิ่นไปหมดชุดแล้ว ศีรษะย่อมหน่วงหนัก ต่างหูหยกระย้ายังห้อยประกบลำคอ บังเกิดภาพโฉมสะคราญ ผู้งดงามอลังการสะท้อนเต็มคันฉ่อง คนสวยทุกมุมมองอย่างต๋าน่าหลันซือซือ ต่อให้ประโคมแต่งเครื่องทองเครื่องมณีร้อยชิ้นพันชิ้น ตลอดร่างยิ่งเฉิดฉายรูปลักษณ์สยบใต้หล้า

วิญญาณพระชายาสามตนที่กำกับการแต่งตัวอย่างใกล้ชิด ล้วนแต่ยิ้มแย้มแก้มปริ หลังจากพบสายตาตะลึงลานของเหล่าข้าราชบริพาร ที่เพิ่งเจอไป๋เฟินเสียนเฟยประทินโฉมเสร็จสิ้น เผิงซู่เองก็ยืนเบิกตากว้างโดยเสียกิริยาเหมือนองค์ชายคู่แฝด ทว่ามีวี่แววเหม่อลอยกึ่งเพ้อฝันของเจ้าซาลาเปา ที่พาให้น่าหลันซือซืออารมณ์ดีได้

เมื่อใบหน้าล้ำเลิศของมารดาคลี่ยิ้มอ่อนละมุน พวกเขาล้วนคล้อยตามยิ้มอย่างหวานเยิ้มบ้าง ไม่เพียงพวงแก้มยุ้ยๆ น่ารักน่าขย้ำ ยังจะเผยลูกตาส่องประกายระยับ

อ๊า...นางอยากพุ่งเข้าฟัดเปาน้อยๆ จะแย่แล้ว!

เสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูของไป๋เฟินเสียนเฟย จึงดังขึ้นคืนสติแก่ทุกคน เปาจื่อกับเมี่ยนเปาต่างกระโจนกายมาแหงนหน้าชื่นชมผู้ให้กำเนิด มารดาพวกเขารูปลักษณ์เป็นเอกขั้นนี้แล้ว ยังจะเหลือสายตาแลหญิงอื่นเทียบเท่าไป๋เฟินเหนียงเหนียงอย่างไร เสียดายแต่นี่เป็นรัชสมัยเฟื่องฟูของฟู่หวง!

“เหนียง!เสี่ยวเปากระจ่างแจ้งแล้วว่า อะไรคือเหลียนฮวาเบิกบานเหนือตม อะไรคือใจหลีฮื้อเวียนเฝ้าทุกเช้าค่ำ!”

น่าหลันซือซืออดไม่ไหว จึงยื่นนิ้วจิ้มริมฝีปากเปาจื่อ จ้อมธุรสวาจาคล่องแคล่วแต่วัยเท่านี้เชียว วันหน้าหมายบริหารเส้นสายสตรีเลียนแบบฟู่หวงหรือ เมี่ยนเปาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยอมน้อยหน้า ควักเอาของสิ่งหนึ่งยื่นให้มารดา พลางทำกิริยากระตือรือร้นยิ่ง

หญิงสาวรับปิ่นไม้แกะลายมาพินิจ ก่อนซาบซึ้งกับลวดลายอันอ่อนช้อย ความสามารถซาลาเปาน้อยลูกนี้ ถือว่าก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว ระหว่างที่นางกำลังชมชอบงานฝีมือบุตรชายอยู่ ผิวแก้มอวบอิ่มของเมี่ยนเปาก็แดงระเรื่อ เป็นที่รักใคร่ของฝูงผีอย่างมาก

‘ซือเอ๋อ ปิ่นแกะลายฝีมือเสี่ยวเปาชิ้นนี้ เจี่ยเจียว่าพอจะเสริมความโดดเด่นได้’

นางฟังดังนั้น เลยรีบส่งให้ชีรันอย่างยินดี

“อารันแต่งลงตรงนี้เลย...”

พอสาวน้อยคนสนิทปักปิ่นตามที่ผีลู่กุ้ยเฟยแนะนำ สายตาทุกฝ่ายจึงเปิดเผยคำชมออกมาชัดเจน โดยเฉพาะเมี่ยนเปาที่เสมือนยืดเท้าสูงล้ำใคร เมื่อแวดล้อมด้วยเปลวทองคำกับอัญมณี ลายไม้ประหนึ่งถือกำเนิดชีวิตชีวาขึ้นมา

น่าหลันซือซือหันมามองสำรวจสองเปาบ้าง เพราะต้องร่วมเทศกาลมงคลใหญ่ของปี พวกเขาจึงแต่งตัวสง่างาม ขับเน้นผิวพรรณขาวสะอ้านกับใบหน้าหล่อเหลา นับว่าคุ้มค่าที่ฝากฝังเผิงซู่แสดงความสามารถนัก เนื้อไหมทอย้อมสีน้ำเงินที่ปักลายมังกรของเชื้อพระวงศ์ จึงเหมาะเจาะกับชุดสีฟ้าขาวของนาง

ขณะที่สามแม่ลูกก้าวจากเรือนหลัก ข้ารับใช้ประจำไป๋ฮวากง วันนี้มีใครไม่เหลียวคอจนกระดูกเคล็ดบ้าง พอเจ้านายก้าวขึ้นเกี้ยวเรียบร้อย ชีรันจึงพาขบวนคนมุ่งสู่ประตูชั้นกลาง ส่วนเผิงซู่ติดขัดที่ไม่อาจโดดเด่น เลยมองส่งจากตำหนัก เพราะคดีความของมู่เซียง อดีตกุ้ยเฟยยังเป็นที่ระลึกถึงอยู่ สถานะนางที่ได้มาก็ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ย่อมเห็นควรถนอมให้มั่นคงก่อน

หลังจากเจียนอวี๋ประจำไป๋ฮวากงหยุดเคลื่อนไหว ชีรันค่อยเปิดหน้าม่าน พวกนางสามแม่ลูกจึงเดินทางเท้าต่อ เวิ้งฟ้าสลัวลงมากแล้ว ทว่าสองฝั่งกลับสว่างไสวด้วยแนวโคมไฟสลับแถวทหารวัง บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเคร่งขรึม ทว่าได้อารมณ์ครื้นเครงของดนตรีบรรเลงอยู่แต่ไกล

แม้ไอหนาวเย็นคลายตัวไปบ้าง แต่ยามค่ำคืนไร้พลังงานตะวันย่อมยะเยือก ไม่ช้าทุกสายตา ณ สถานที่ที่พวกนางมาถึง จึงคลับคล้ายโดนสะกดตรึงพร้อมกัน เมื่อไป๋เฟินเสียนเฟยผู้เลื่องลือปรากฏโฉมพิลาสล้ำขึ้น ลำพังนางก็ครองกระแสใคร่ชมมากแล้ว ยังจะมากับองค์ชายฝาแฝดที่แต่งกายสอดรับยิ่ง

จิ่นติ้งหวัง หมินจือและจิ่นลี่หวัง หมินเหมิงทรงอาภรณ์น้ำเงินคราม ขณะที่ไป๋เฟินเหนียงเหนียงสวมอาภรณ์สีฟ้าขาว สองมังกรตัวน้อยพอคู่เคียงด้วยบุปผามงคล ย่อมเผยท่วงท่าเปี่ยมศักดิ์เกินสามัญออกมา ถึงพระชายากับนางในคนอื่นจะผนึกกำลังกันปรุงแต่งโฉมขึ้นมา ก็เทียบราศีล่มบ้านจมเมืองของเสี่ยวหวังจื่อกับเสียนเฟยไม่ได้

เด็กชายแก้มใส คิ้วคางคมคาย ทั้งคัดลอกสีนัยน์ตาจากไป๋เฟินเหนียงเหนียง เมื่อเปล่งประกายประกบมารดาสองข้าง กลับกลายเป็นภาพที่ชวนผู้คนตะลึงลานแล้ว!

ที่นั่งในงานพิธีแยกออกด้วยจำนวนสามส่วนไม่เท่ากัน จากกึ่งกลางคือวงกลมยกพื้นที่ประดับโคมไฟสดสวย ฝั่งด้านซ้ายจึงเป็นตำแหน่งขุนนางข้างอู่ ฝั่งด้านขวาค่อยเป็นตำแหน่งขุนนางข้างเหวิน ส่วนเชื้อพระวงศ์ได้พื้นที่เต็มครึ่งวงกลมที่เหลือ ทั้งอยู่บนระเบียงขั้นที่สูงขึ้นไป แล้วข้างหลังบัลลังก์คู่มังกรหงส์ถึงไล่ลำดับฝ่ายในอีกทอด

ธรรมดาตำหนักที่ตั้งอยู่ประจำลานวงกลมจะปิดตัวมิดชิด เฉพาะเนื่องในวโรกาสสำคัญประจำปี ประตูและหน้าต่างทุกบานจึงเปิดกว้าง แต่จากตำแหน่งที่ตั้งสูงกว่าระดับพื้น ขุนนางเลยสอดส่องสตรีในจักรพรรดิ กับเหล่าองค์หญิงที่ยังไม่ได้อภิเษกสมรสลำบาก

เมี่ยนเปากับเปาจื่ออายุห้าขวบนับว่าวัยเยาว์ สามารถร่วมโต๊ะไป๋เฟินเสียนเฟยได้ แตกต่างจากจิ่นคงหวงไทจื่อและกงจู่อื่น ผู้มีพระชนมายุใกล้หรือเกินสิบพรรษาที่แยกนั่งตามตำแหน่ง ดังนั้นเบื้องหน้าสามคนแม่ลูก นอกจากบัลลังก์หวงหลงกับเฟิ่งหวง ยังปรากฏจิ่นคงหวงไท่จื่อ เฉียงมี่อวี่กงจู่ เฉียงอิงชู่กงจู่ และเฉียงหลินเซียนกงจู่ ส่วนด้านข้าง คือเจียงกุ้ยเฟยกับหลี่เต๋อเฟย เบื้องหลังค่อยเป็นพระสนมลำดับชั้นล่างลงไป

การจัดที่นั่งทำนองนี้ คล้ายจะแฝงเจตนากั้นฝ่ายในจากสายสกุลพวกนาง แต่แท้จริงแล้วกลับเปิดโอกาสอันหาได้ยากยิ่ง ตราบที่เฉียงหลงหวงตี้ หวังหวงโฮ่วกับเจียงหวงไท่โฮ่วยังไม่เสด็จมา บรรดาญาติมิตรก็สามารถอาศัยข้าราชสำนักฝ่ายใน นำทางมาพบปะลูกหลานที่โต๊ะ อีกทั้งพื้นที่โดยรอบตำหนัก ทุกคนก็เป็นอิสระในวงล้อมอารักขาของทหาร ย่อมปรากฏชายหนุ่มหญิงสาวใช้เชื่อมสัมพันธไมตรีกัน บรรยากาศมงคลสมรสระหว่างสายสกุล เลยทำให้อารมณ์ผู้ใหญ่ผู้น้อยคึกคัก

ระหว่างพระชายา พระสนมและนางในทยอยเดินทางมา กลุ่มข้าราชการกับครอบครัวก็ปรากฏตัวต่อเนื่อง เสียงขานตำแหน่งสองด้านจึงยากเว้นช่องว่าง จนสรรพเสียงเริ่มซาเบา รอบสถานที่ก็มีปริมาณคนหนาตา น่าหลันซือซือกับสองเปาคุยจุกจิกประสาแม่ลูก ขณะที่คนอื่นเอาญาติพี่น้องเข้าข่มขวัญพวกนาง สามปากยังผลัดชิมของว่างหน้าตาสวยงาม วันนี้แม้แต่หลี่หลานจิงก็ยินดีออกหน้า ทั้งที่ปกติเต๋อเฟยคนนี้ไม่นิยมสุงสิงกับใคร

ท่ามกลางอากาศชื่นมื่น กลับมีสายตาหลายคู่รุมเยาะเย้ยไป๋เฟินเสียนเฟย เพราะมีลำพังนางที่นั่งห่อเหี่ยว ขาดคนมายกจอกคารวะ หรือทักสารทุกข์สุกดิบ กระทั่งได้ฤกษ์ยามที่สามผู้ยิ่งใหญ่เสด็จมา สิ้นเสียงขานประกาศก้อง ทุกคนค่อยเงียบเชียบ ก่อนจะประสานเสียงถวายพระพร

บนร่างสูงใหญ่ของจักรพรรดิ เป็นผ้าไหมทอสีดำขลิบขอบทอง มือข้างหนึ่งคอยประคองสตรีวัยกลางคนอยู่ นางสวมอาภรณ์สีทองเปล่งปลั่ง ท่วงท่าสูงส่ง พระนางก็คือเจียงหวงไท่โฮ่ว อีกฝั่งมือหนึ่งค่อยเป็นหญิงสาวที่งามเด่นด้วยเครื่องทรงวิหคสวรรค์

หวังสีเจี่ย!

ยกเว้นสตรีสูงศักดิ์ที่ขนาบข้างพระวรกาย น้อยนักจะมีคนเล็งพบ ว่าฝีพระบาทเฉียงหลงหวงตี้ชะงักเล็กน้อย

แม้รายล้อมด้วยมวลผกาสีสันโดดเด่น น่าหลันซือซือก็เด่นสะดุดสายตาขึ้นมา เพื่อมิให้นางถูกฉีกทึ้ง เขาย่อมมุ่งหน้าสู่บัลลังก์อย่างผ่าเผย แต่ในจำนวนน้อยคนที่ทันรับรู้ อย่างไรต้องเจ็บแค้นที่ถูกสามแม่ลูกดึงความสนใจ ทั้งที่พวกนางประดับสิ่งเลอค่าขั้นเรียกว่าไม่เท่าเทียม ยังออกจะมากกว่า กลับข่มใบหน้าเสียนเฟยไม่ลงอยู่อีก!

ครั้นหวงช่างอนุญาตให้ปฏิบัติตนตามสบาย บรรดาสายสกุลสตรีฝ่ายในค่อยแยกย้ายกลับที่ทาง ขบวนกงปี้และกงกงเริ่มยกอาหารชุดเข้ามา ทว่าสำรับที่จัดให้ครอบครัวขุนนางกับพวกนาง ยังมีความแตกต่างกัน เพราะวังหลังเป็นครอบครัวจักรพรรดิ ต้องกินเหนียนเย่ฟ่านส่งท้ายปีพร้อมเฉียงหลงหวงตี้

ถ้าใครแสดงข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ออกมา หลังจบงานแล้ว จะเป็นที่ดูแคลนไปตลอดปี มักคือนางฝ่ายเดียวถูกขุดคุ้ยให้เจ็บใจ แต่พึ่งพาพรสวรรค์วิเศษกับคำผีบอก บัดนี้หญิงสาวเลยถือเคล็ดแต่เริ่มกระทั่งปิดท้ายครบถ้วน สร้างบทบาทที่คนเฝ้าจับผิดฉงนฉงายนัก

ขณะร่วมรับประทานอาหารกันอยู่ คนบนลานวงกลมก็ออกมาแสดงกายกรรม ขับร้อง รวมถึงฟ้อนรำหลากรูปแบบ มีเสียงพูดคุยแทรกเบาๆ ระหว่างโต๊ะข้าราชการ ยิ่งร่ำสุราหลายกา กิริยาพวกขุนศึกก็เอะอะกว่าขุนนาง ถึงขั้นยื่นมือชนจอกกันอยู่เนืองๆ

พิจารณาบรรยากาศที่ดำเนินด้วยดีแล้ว หวังสีเจี่ยกับเจียงเลี่ยงซูประสานมือได้พอดี ระหว่างเจียงกุ้ยเฟยยิ้มเบิกบาน เพราะโอบล้อมด้วยถ้อยคำประจบยกย่อง ฝั่งน่าหลันซือซือคล้ายโดนหมางเมิน แต่พวกเขาก็แค่ไม่รู้เห็นฝูงผีที่หมุนเวียนมาหานางเท่านั้น

เมื่อเมี่ยนเปาขยับชุดคลุมนอก เจ้าไป๋ไป๋ก็ชูคอขึ้นเมียงมอง พอขุนเลี้ยงอย่างดี ขนสีขาวของมันเลยพองฟู หน้าท้องชักจะห้อยย้อย กระพุ้งแก้มกำลังโป่งกลม หลังยัดองุ่นจากมือนายน้อยเข้าไปสองลูก กระรอกที่เมี่ยนเปาเลือกจับมา มีมันสมองเฉลียวฉลาด เขาจึงฝึกหัดให้รู้จักที่ทาง ค่อยแอบเอามาเที่ยวเล่น

เฉียงหมินหลงชูจอกดื่มกับเหล่าขุนนางเบื้องล่าง จากนั้นเสียงสรรเสริญจึงก้องกระหึ่ม ยามจบพิธีประกาศรางวัลผู้ทำผลงานดี ค่อยถึงช่วงแสดงพรสวรรค์ของคุณหนูตระกูลต่างๆ พวกนางก็ตั้งใจมาสร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล ทั้งยังเกี่ยวพันระดับคู่ครองในอนาคตด้วย

ทุกปีที่ผ่านมาส่งเสริมเนื้อหาพระโฉมเฉียงหลงหวงตี้เล่าลือทั่วไป ว่าทรงรูปงามอย่างฉกาจฉกรรจ์ เป้าหมายพวกนางย่อมใฝ่สูงมาทางจักรพรรดิ ฉะนั้นบรรยากาศประชันขันแข่งก็ขับเคี่ยวเข้มข้น

ผู้พอสะดุดตาคือคุณหนูสกุลเซี่ยจากจวนแม่ทัพเซี่ยหง และคุณหนูจี๋จากจวนผู้ตรวจการแผ่นดินจี๋เจี้ยอิง คนหนึ่งสำแดงบทร่ายกระบี่ที่ห้าวหาญ อีกคนบรรเลงกู่ฉินถวายพระพร ในหมู่บุปผชาติยุคใหม่ เด็กสาวสองคนนับว่าเจิดจ้าที่สุด เซี่ยอวี๋สดใสใจกล้าหาญ จี๋เหมยแบบบางหน้าตาอ่อนหวาน ทำให้คุณหนูสกุลอื่นที่ขึ้นแสดงก่อนหรือหลังพวกนางดูจืดชืด

หวังสี่เจี่ยหาได้ใส่ใจเหล่าสตรีวัยกำดัดเท่าไหร่ ยิ่งสวามีทอดพระเนตรโดยสงบด้วยแล้ว ทว่าทั้งคู่ยังรักษาน้ำใจครอบครัวของพวกนาง มอบรางวัลหลายหีบแก่เด็กสาวที่คู่ควร ทุกวันนี้วังหลังอัดแน่นด้วยสตรีจิ้งจอกจำนวนมาก ก็มีที่มาจากนอกด่านหนึ่งตัวอิทธิฤทธิ์แข็งกล้า จนคุณหนูจวนไหนๆ ที่กำลังเบ่งบานอยู่ ล้วนแต่แลอ่อนวิชา!

หลังจากกลุ่มสาวน้อยจึงเป็นงานแข่งขันระหว่างเด็กหนุ่ม ทว่าด้านบุรุษใช้เวลากระชับกว่าสตรี ไม่นานก็สิ้นสุดการพระราชทานรางวัล เฉียงหมินหลงแม้จำเจเพียงไหน กลับคงใบหน้าสุขุมลุ่มลึก ขณะภายในใจหมุนเวียนเพียงภาพโฉมงามหลังบัลลังก์

อธิบายได้ว่ายามพระพักตร์ดุดันบางคราวเผยยิ้มหลอกลวง สุรเสียงก็แฝงความสุขขั้นผิวเผินด้วยแล้ว มีเพียงสายพระเนตรที่เกินข่มประกายหวั่นไหวลึกๆ เท่านั้น ทำให้เฉียงหมินหลงสวมหน้ากากจักรพรรดิได้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ทั้งที่ออกสงครามกับเสน่ห์ลี้ลับจากไป๋ฮวาเฟยอยู่ ปลายพระนาสิกย่อมเสมือนสัมผัสกลิ่นหอมที่ชื่นชอบรวยระรินมา อิทธิพลของนางนับวันยิ่งหยั่งรากมั่นคง

ระยะนี้เขาห่างเหินไปด้วยหน้าที่ปกครองจงกั๋ว ทว่าได้พบหน้านางแค่ชั่วขณะ ดุจดั่งเส้นความอดกลั้นเลือนจางฉับพลัน เมื่อมีธรรมเนียมแบ่งฝ่ายหน้าฝ่ายในขัดขวาง รูปโฉมไป๋เฟินเสียนเฟยจึงไม่เป็นที่เปิดเผยเท่าเสียงเล่าอ้าง แต่ในหมู่ญาติมิตรพระชายานางสนมเหล่านั้น ต้องมีผู้หวังดูนางเต็มตาสักหน ไม่แน่ว่าจากวันนี้แล้ว ยอดพธูอันดับหนึ่งในใต้หล้าอาจปรากฏชื่อต๋าน่าหลันซือซือร่วมด้วย

ด้วยวิสัยทั่วไป มีชายหน้าไหนไม่อวดโอ่เวลาได้หญิงงามสักคนหนึ่ง เฉียงหลงหวงตี้ก็มิอาจขจัดสันดานทำนองนี้ ทว่าก่อนหน้าแล้ว ใครจะชื่นชมพระชายานางสนมในวังกี่คนต่อกี่คน เขาเพียงยิ้มสนองพึงพอใจ แต่กาลที่ล่วงเลยกลับพาคนขมปาก ทั้งชิงหงุดหงิดเมื่อจินตนาการบุรุษอื่นพานพบน่าหลันซือซือ จากนั้นหันมาคลั่งไคล้มนต์ขลังบาดจิตของนางด้วย

เฉียงหมินหลงกำลังพาล ย่อมไม่เห็นเด็กอ่อนเยาว์อยู่ในสายตา ใครๆ กลับล้วนทึกทักเอาเองว่า เพราะหวังหวงโฮ่วเฉิดโฉมเทียบเคียงหวงช่าง ประกอบกับเฉียงหลงหวงตี้เป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม ไม่ได้ฝักใฝ่กามราคะเกินควร จึงยากจะเข้าถึงพระทัย ทำให้ดำรงสถานะท้าทายความทะเยอทะยานเหล่าคุณหนูทั้งหลายต่อไป

หลังจากจบพระราชพิธีเฉลิมฉลองร่วมกับขุนนาง ทุกฝ่ายค่อยแยกย้ายกันกลับ เฉียงหลงหวงตี้ หวังหวงโฮ่ว และจิ่นคงหวงไท่จื่อมีกำหนดการเสด็จประทับที่เทียนเฟิ่งหวงกง แล้วเฝ้าชมพลุไฟในคืนข้ามปีอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนน่าหลันซือซือกับสองเปา ย่อมรอชมดวงไฟใหญ่บนผืนฟ้าที่ไป๋ฮวากง

หญิงสาวให้เผิงซู่กับชีรันปลดเครื่องประดับทันทีที่กลับมา เหลือเพียงปิ่นไม้แกะฝีมือเมี่ยนเปาชิ้นเดียว พอเรือนผมสลวยทิ้งปลายกลางหลัง อาการปวดระบมที่กดทับหัวค่อยสลายหาย ในที่สุดก่อนปีใหม่จะมาเยือน นางยังปลดทุกข์ไปอีกหนึ่งประการแล้ว

ขณะสองเปาจุดก้านไฟเย็นเล่น นางยังตั้งโต๊ะเซ่นไหว้วิญญาณประจำถิ่นกับชีรันและเผิงซู่ เมื่อถึงเวลาจุดธูปบอกกล่าวประดาผี น่าหลันซือซือจึงเรียกพวกเขาเข้ามา หวังจื่อน้อยพนมมือกล่าวคำพูดในใจออกมา เช่นว่าขอให้ทุกตนคุ้มครองเสี่ยวเปากับเหนียงนานๆ ขอให้ทุกตนมีความสุขกับอาหารทั้งโต๊ะ บรรดาวิญญาณตกค้างต่างปรีดารับปากเนืองแน่น ช่างเอ็นดูแฝดซาลาเปามั่นคงอย่างยิ่ง

แต่ผีจ้าวฮองเฮากับพระชายาทั้งสามตน หลังจากเลิกพระราชพิธีกั้วเหนียนแล้ว น่าหลันซือซือทราบว่า พวกนางมุ่งหน้าไปบำเพ็ญบุญกับผีด้วยกันที่โรงทาน ด้วยความสามารถของอู่เหวินเหลาป่าน ที่นั่นสามารถเปิดทำการตลอดกลางวันกลางคืนให้คนและผีพึ่งพิง ต่อให้ช่วงเทศกาลสำคัญเวลามืดค่ำขนาดไหน เส้นทางละแวกที่ว่าจึงครื้นเครงอยู่ตลอด

ยามที่พวกนางยังอยู่ในตำหนักเย็น ทุกปีก็ดำเนินไปดังนี้ ขณะนั่งชมพลุไฟดวงโต หูฟังเสียงจุดแพประทัดสนั่นวังหลวง น่าหลันซือซือ เปาจื่อ เมี่ยนเปาและชีรัน ยังห้อมล้อมไปด้วยโขยงผี

เมื่อลูกไฟแรกของรัชศกหมิงหลงปีที่สิบพุ่งลิ่วกลางแผ่นฟ้า น่าหลันซือซือค่อยหลับตาอธิษฐาน ขอให้ฝ่าฟันไปได้โดยปลอดภัยอีกหนึ่งปี กระทั่งแสงไฟกระจายตัวดุจหยดสีบนความมืดจางหายไปหมดแล้ว หญิงสาวถึงแจกถุงเงินแก่ข้ารับใช้ในตำหนัก ก่อนอนุญาตให้พวกเขาหยุดพักพรุ่งนี้หนึ่งวัน กับเจ้านายใจกว้าง บ่าวย่อมมีใจภักดีหนักแน่นขึ้น

คุยกับแพนด้า:(9/10/18)

แพนด้าช่วงนี้ขอยังไม่คุยตอบใครเลยนะคะ ประเด็นใหญ่คือยังเขียนไปไปถึงไหน 5555 ต้องรบกวนคนอ่านใจเย็นก่อนนะคะ ที่โผล่มาเรื่องก็เดินไม่ไปถึงไหน ฮือออ ขอแวบไปปั่นต่อก่อนน้า ฝนตกก็ผวาน้ำจะท่วมอีก เฮ้อ...ดูขวางกันสุดฤทธิ์ซินะ ฮาาา

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก:ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย เดือน
รับแต้มคะ จอบคุณ
เมื่อ 5 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Thofa Srivoralakhna
Thanks you
เมื่อ 6 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว