ฤาแค้นจะซ้อนรัก ( Ebook)

Ep3 : เจ็บปวด (จบบท)

สามารถโหลดซื้อ นิยายได้แล้ววันนี้

อิศราใช้เท้าถีบประตูให้เปิดกว้างออก ชั้นสองมีห้องอยู่สองห้อง เขาต้องใช้วิธีสุ่มเดาเอาและคิดว่าคงเป็นห้องนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากตรงประตูมีรูปภาพของคนบนบ่าเขาแขวนเอาไว้ รูปมนต์รสากับแม่นมบัวของเขา ตอนนี้ร่างบนบ่าเขานิ่งสงบ ได้ยินเพียงเสียงสะอึกสะอื้นเป็นระยะเท่านั้น

และเพียงแค่อิศราได้เห็นเตียงนอนตรงกลางห้องสีเขียวมะกอก เขาจึงไม่รอช้า จับร่างบนบ่าเหวี่ยงลงไปโดยไม่ออมแรงนัก เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าคนบนบ่านั้นจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน

แน่นอนแรงเหวี่ยงไม่ออมแรงของชายหนุ่ม ส่งผลให้ร่างบอบบางซึ่งหล่นกระแทกลงบนเตียง ได้แต่ส่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความจุกไปถึงลิ้นปี่ก็ว่าได้...

“โอ๊ย!” มนต์รสาร้องเสียงหลงเมื่อถูกเขาจับโยนลงมาบนเตียงนอน แรงของมันเล่นเอาเธอกระเด้งกระดอนขึ้นลงกระแทกกับเตียงนั้นหลายที จนเธอรู้สึกเจ็บสะโพกไปหมด มันเจ็บและจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่นอนขดตัวงอเป็นกุ้งไปโดยปริยาย

“สะดีดสะดิ้ง...”

เสียงกร้าวสบถคำหยาบคาย เตือนสติให้คนนอนหมดสภาพบนเตียงต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เธอทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ไม่รู้ชาติที่แล้วเธอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับเขา ชาตินี้ถึงได้ตกเป็นจำเลยของอิศรา ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยสักนิดกับเรื่องของอรอิน

ใครจะแต่งงาน ใครจะเลิกล้างกัน แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย วันๆเธอก็ทำแต่งาน หลังเลิกงานก็กลับบ้านพักผ่อน อาจมีบ้างบางครั้งเธอจะนัดสังสรรค์กับเพื่อนสนิทไปดูหนังฟังเพลงกันตามประสาสาวโสดสักที ชีวิตเธอดำเนินไปในทำนองเรียบง่าย ไม่หวือหวาฟุ้งเฟ้อ กินอยู่เท่าที่มี ไม่เคยต้องไปเดือดร้อนใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเจ้านายบนตึกใหญ่ ในใจสักนิดเธอไม่เคยคิดทำร้ายใครให้เจ็บซ้ำ เธอระลึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนทุกเม็ดที่ใช้ราดบนหัวเธอมาตั้งแต่เกิดเสมอ อะไรพอจะเข้าไปช่วยเหลืองานคุณหญิงอรอุมาได้เธอไม่เคยรีรอ แล้วเหตุอันใดเล่าถึงทำให้อิศราเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นสาเหตุทำให้คชาบอกยกเลิกงานแต่งงานกับอรอิน...

มนต์รสาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ พยายามทบทวนหาสาเหตุของเรื่องนี้ทั้งหมด สิ่งใดคือตัวจูงใจทำให้อิศราคิดไปว่าเธอคือตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ แต่ยิ่งคิดเธอกลับยิ่งไม่เข้าใจ เธอได้เผลอไปทำอะไรมากับคชาหรือเปล่าก่อนหน้านี้ ถึงได้ทำให้อิศราเข้าใจเธอผิดไปใหญ่โต คำตอบก็คือไม่ เธอกับคชาไม่เคยติดต่อพูดคุยกันมาก่อน ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังใครๆก็ตาม ถ้าไม่ใช่เรื่องที่อิศราเข้าใจเธอผิดไปเองนั้นจะเป็นเพราะอะไรล่ะ? ...

เพราะนับตั้งแต่วันที่เธอต้องสูญเสียคุณย่าไป ทุกวันนี้เธอยังคงใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตัวคนเดียวเสมอมา ถามว่าเหงาไหม...ก็ไม่นะ เพราะสำหรับตัวเธอแล้ว ชีวิตอันสุขสงบโดยไม่ต้องสวมหน้ากากเข้าหาใคร เพื่อใช้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันทางสังคม นั่นก็นับว่าชีวิตของเธอเกิดมาบนความโชคดีว่าคนรวยเพียบพร้อมบางคนเสียอีก เพราะมีหลายครั้งเหมือนกัน ยามเธอได้เข้าไปช่วยเหลืองานของคุณหญิงอรอุมาในสมาคมต่างๆ บ่อยครั้งเธอมักสัมผัสได้ถึงแววตาของคนหลายคู่ฉายประกายบางอย่างออกมายังเจ้านายของเธอด้วยความไม่จริงใจ แววตาหลายคู่นั้นแอบซ้อนความริษยาเอาไว้จนเธอยังนึกกลัว ต่อหน้าปากพายิ้มแย้มเยินยอชื่นชมกัน แต่ภายในจิตใจนั้นกลับหาความจริงใจเอาไม่ได้เสียเลย...

แล้วผู้ชายสังคมจัดอย่างคชาน่ะเหรอ จะยอมยกเลิกงานแต่งงาน เพียงเพราะผู้หญิงบ้านๆที่มีแต่ตัวแบบเธอ อิศราคิดแบบนั้นได้อย่างไรกันนะ ทำไมเขาถึงไม่ลองคิดกลับกันบ้างล่ะว่า บางทีอาจจะหญิงสาวคนอื่น คนที่คชาแอบซุกซ้อนเอาไว้โดยที่ไม่มีใครทราบมาก่อนก็ได้ แล้วไอ้ที่เขาบอกว่าเห็นเธอยืนกอดกับคชาตรงบริเวณหน้าบ้านนั้น เธอเองก็พร้อมจะอธิบายให้เขาเข้าใจ หากเขาจะยอมรับฟังเธอสักคำ แต่นี่อะไร...คำก็ด่าสองคำก็ว่า มิหนําซ้ำเขายังคิดจะทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของเธอให้ย่อยยับอีกด้วย

ยิ่งคิดน้ำตามันพาลจะไหลไม่ยอมหยุด มันไหลจนเปรอะไปทั้งวงหน้านวลลออ หัวใจดวงน้อยเหมือนถูกบีบรัดจนไม่อยากมีลมหายใจอีกต่อไป เขามันคนใจร้าย ผู้ชายหัวใจมืดบอด คอยแต่ยกตัวเองอยู่เหนือคนอื่นเขาเสมอ ไม่คิดยอมฟังคำพูดของใคร แล้วเธอผิดตรงไหนมิทราบ หรือเพียงแค่เธอเกิดมาไม่ได้ร่ำรวยเงินทองมีชื่อเสียงในสังคมจอมปลอมเช่นเขา เขาถึงไม่ยอมรับฟังกันบ้าง แต่นั่นก็ใช่ว่าความเป็นมนุษย์ของเธอจะน้อยด้อยค่าไปกว่าเขาเสียเมื่อไหร่ คำพูดของคนจนมันไม่มีน้ำหนักมากพอให้คนอย่างเขายอมรับฟังบ้างเลยหรือไง...

เธอไม่ผิด มนต์รสากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวของเลือด อารมณ์เศร้าเสียใจจนรู้สึกเจ็บไปหมดทั้งกายใจ ได้แต่แอบภาวนา ขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปเร็วๆด้วยเถิด...

จำได้วันนั้นเธอเดินกลับบ้านเกือบจะถึงประตูรั้วอยู่แล้วเชียว แต่ดันมีรถยนต์แล่นมาจากก็ไม่รู้ เฉี่ยวชนจนเธอล้มก้นกระแทกกับพื้นปูน มิหนำซ้ำชนเธอแล้วดันขับหนีเธอเสียด้วย เธอพยายามพยุงร่างเพื่อลุกขึ้นยืน หากทว่าไอ้ขาเจ้ากรรมมันดันมาพลิกจนล้มลงไปนั่งกองบนพื้นอีกครา ดีที่คชากำลังจะขับรถผ่านแล้วเห็นเธอเข้า เขาคงเห็นตอนเธอล้มลงไปนั่งบนพื้น จึงมีน้ำใจจอดรถเปิดกระจกเพื่อถามไถ่เธอ พอรู้ว่าเธอเจ็บข้อเท้าจนลุกไม่ขึ้น เขาเลยเปิดประตูรถลงมาช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นยืนก็แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือหลังจากนั้นจริงๆ พอเธอค่อยยังชั่วพอจะยืนด้วยตัวเองได้ไหว คชาก็ขับรถเข้าไปในบ้านไวยเวศ เรื่องมันก็มีอยู่เท่านี้นั่นแหละคือเรื่องราวในวันนั้น...

อิศรามองร่างขดเป็นกุ้งบนเตียงด้วยความรู้สึกสองอย่างภายในใจ แน่นอนหนึ่งนั่นคือความโกรธซึ่งมันยังคงไม่จางหายไปไหนง่ายๆ แต่ไอ้ความรู้สึกทับซ้อนเข้ามาแทรกตรงกลางหัวใจของเขาตอนนี้นี่สิ มันหมายความว่าอะไรกันแน่...

อิศราหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าจนลึกสุด ก่อนจะระบายมันออกมายาวเหยียดติดกันสองหน...

ภาพหญิงสาวใบหน้าเรียวรูปไข่ดวงตากลมโตผสมแววขี้เล่นนิดๆคู่นั้น ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นทุกครั้งยามพบเห็นเจ้าหล่อน ดูเหมือนมันกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าหล่อนไปเสียแล้ว ต่อให้เขาหลับตาวาดรูปภาพของเธอ เขาก็จำโครงร่างใบหน้านี้ได้อย่างแม่นยำ มันชัดเจนมาเนิ่นนาน นานพอจะทำให้เขารู้สึกกลัวหัวใจตัวเองมาโดยตลอด

เขารู้ตัวการเกิดเป็นลูกชายคนโตของตระกูลไวยเวศ มีอะไรอีกหลายอย่างในชีวิตที่เขาไม่อาจทำตามหัวใจต้องการได้ ยิ่งในฐานะลูกชายคนโตของครอบครัวแล้ว บนบ่าของเขาย่อมต้องแบกอะไรไว้หนักหนาพอสมควร ดังนั้นหญิงสาวคนที่จะมายืนเคียงข้างกับเขาตรงจุดนี้ จึงต้องเพียบพร้อมเท่าเทียมกับเขาทุกประการ เขาจึงไม่อาจยอมรับกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้านี้ได้ เพราะนี่มันคือชีวิตจริงมิใช่ละครในทีวี เขายังมีหน้าที่ ครอบครัว และสังคมที่ต้องคอยรักษาเอาไว้ไม่ให้เสื่อมเสียไปในทางไม่ดี ให้สมกับคำมั่นสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับบิดาก่อนท่านสิ้นใจ เขาจะดูแลรักษาชื่อสกุลไวยเวศไว้ไม่ให้เสื่อมเสียจนลมหายใจสุดท้ายนั่นเอง...

อิศราหรี่ตามองร่างตรงหน้าเพื่อช่างใจอีกหน เขาจะหยุดทุกอย่างเอาไว้เพียงแค่นี้หรือจะเดินหน้าทำลายผู้หญิงคนนี้ต่อไปดี ตอนนี้พลังงานบางอย่างสะกิดสามัญสำนึกให้เขารู้สึกสงสารร่างขดบนเตียงนี้เหลือเกิน เขามองเห็นความเจ็บปวดของผู้หญิงตรงหน้าเป็นความซะใจจริงหรือ แต่มันจะอะไรก็ช่างหัวเถอะ ตอนนี้เขาต้องยับยั้งหญิงร้ายชายเลวสองคนนี้เอาไว้ให้ได้เสียก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยเอาไว้แก้ไขในอนาคตก็แล้วกัน

พอสลัดความว้าวุ่นใจออกไปให้พ้น ผู้บุกรุกจึงลงมือค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกทีละเม็ดจุดสุดแถว ก่อนจะกำจัดกางเกงผ้าเนื้อดีราคาแพง สะบัดทีเดียวจนมันหลุดไปกองรวมกันอยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มไม่คิดให้ความสนใจกับอาภรณ์ของตัวเองสักเท่าไหร่ มันจะตกไปอยู่ตรงส่วนไหนก็เรื่องของมัน ในเมื่อตอนนี้ดวงตาแสนมืดบอดไม่ต่างจากอสูรกายของเขา กำลังจับจ้องร่างอรชรบนเตียงใหญ่อย่างหื่นกระหาย เขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้มากรักหลายใจ คิดเอาไว้ตลอด หญิงสาวที่เขาคิดมีอะไรด้วยจะต้องเป็นคนรักและเป็นแม่ของลูกเท่านั้น แต่ทว่าในกรณีนี้ เขาจะถือเป็นข้อยกเว้นเอาไว้ ทุกการกระทำต่อจากนี้ เขาถือว่ามันคือการแก้แค้นไม่มีความรู้สึกอย่างอื่นผสมเข้ามา

เขาจะปล่อยทุกอย่างให้เป็นเรื่อง แก้แค้นเท่านั้นพอ...

“คุณจะทำอะไร?...”

พออาการจุกเริ่มจางหาย มนต์รสารีบตั้งสติใหม่อีกครา แต่ภาพผู้ชายร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าเล่นเอาหญิงสาวสติหลุดผึง ส่งเสียงกรี๊ดลั่นออกมาด้วยความหวาดกลัว

“กรี๊ด!!!”

ร่างน้อยรีบกระเถิบตัวหนีแม้จะทำได้ยากรำบากก็ตามที ตอนนี้ความคิดเดียวที่มีอยู่ในหัว นั่นคือเธออยากกระโดดหนีแล้วหายตัวไปจากตรงนี้จับใจ ภาพชายหนุ่มรูปร่างกำยำเปลือยเปล่าตรงหน้าเล่นเอาประสาททุกซีกของเธอสั่นผวาไปหมดแล้ว หญิงสาวเอาแต่หลับหูหลับตา ตะเกียกตะกายร่างลงจากเตียงนอนด้วยความกลัวสุดขีด อิศราแสยะยิ้มร้าย เขายกลำขาแข็งแรงขึ้นไปทาบไว้บนเตียง สายตาร้อนแรงดุจไฟยังคงจับจ้องร่างน้อยที่สั่นเป็นเจ้าเข้าเขม็ง มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้หญิงร้ายชายเลวสองคนนี้หนีไปมีความสุขสมหวังบนความทุกข์ของน้องสาวของเขาเด็ดขาด เขาจะทำให้คนทั้งคู่ได้รับความเจ็บปวดยิ่งกว่าอรอินได้รับ น้องสาวเขาต้องพบกับความทุกข์ระทมใจมากเท่าไหร่สองคนนี้ต้องได้รับความทุกข์มากกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า...

“จะหนีไปไหนแม่ตัวดี กลับมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ คิดหรือว่าจะหนีฉันพ้นมือ...”

“คุณมันไอ้คนเลว...” คนกลัวหันไปตวาดใส่

“เออ...ฉันมันเลว และจะเลวให้สุดขั้วด้วยคอยดู”

อิศราตวาดกลับเสียงกร้าวอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน พร้อมกับรีบโถมร่างใหญ่ลงบนเตียงนอน ตะครุบข้อเท้าเล็กของหญิงสาวเอาไว้ได้ทันก่อนเธอจะหนีพ้น เขาจัดการลากร่างน้อยมาไว้ใต้ร่างของตัวเอง อิศราใช้ร่างเปล่าเปลือยทรงพลัง ทาบทับบนร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ด้วยความแน่นหนา ต่อให้มนต์รสาสะบัดดิ้นรนขัดขืนเท่าไหร่มันก็ไม่อาจทำให้เธอหลุดพ้นไปจากบ่วงกรรมนี้ไปได้ ยิ่งหญิงสาวดิ้นรน เนื้อเปล่าเปลือยก็ยิ่งเสียดสีกันไปมา ยิ่งเพิ่มความต้องการส่วนก้นบึ้งหัวใจหนักหนาขึ้นไปอีก ความยับยั้งของอิศราขาดผึง หากเขาไม่ได้รับการปลดปล่อยเดี๋ยวนี้ เขาต้องเป็นบ้าตายแน่นอน...

“ กรี๊ด!!! อย่านะ...” ใบหน้าหวานซีดเผือดขึ้นเรื่อยๆ มือไม้คอยปัดป่ายปกป้องตัวเองสุดกำลัง ถึงแม้เธอจะรู้ดีแก่ใจ ต่อให้สู้อย่างไรเธอย่อมไม่มีวันสู้พละกำลังของชายหนุ่มไปได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะเธอก็จะขอสู้จนสุดใจ

“ฉันบอกว่าอย่าไง ไอ้คนเลวถอยออกไปเลยนะ...” มือน้อยคอยผลักใบหน้าขาวสะอาดออกห่างจากร่างของตนเอง แต่คนหน้ามือตามัวไม่คิดสนใจ ชายหนุ่มรวบข้อมือน้อยไว้เหนือศีรษะกดทับจนเจ้าของข้อมือรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา

“อย่าอะไร อย่าช้าใช่ไหม ของชอบเธออยู่แล้วนี่เรื่องแบบนี้ ไม่งั้นไอ้คชามันคงไม่ตาบอดจนยกเลิกงานแต่งงานได้หรอก...” เจ้าของร่างใหญ่ยักษ์กัดฟันพูด

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดสักหน่อย...” เจ้าของบ้านสาวสวยส่ายหน้าจนผมกระจายเต็มพื้นเตียง ริมฝีปากคอยแต่พร่ำรำพันอ้อนวอน เพียงต้องการเรียกสติให้เขาหยุดทุกอย่างเอาไว้แค่เพียงเท่านี้

“ฉันอยากอธิบาย...มันไม่...”

“หุบปากของเธอเอาไว้จะดีกว่า ฉันจะไม่ทำรุนแรงกับเธอ ถ้าเธอจะหุบปากเน่าๆของเธอลงซะทีตอนนี้...”

“ไม่...โธ่...ได้โปรดคุณหนึ่ง...ฟังฉัน...”

เสียงหวานร้องห้ามอ้อนวอนเขาทั้งน้ำตา เมื่อชุดทำงานถูกน้ำมือคนใจร้ายกระชากออกอย่างไร้ความปราณี ผิวเนื้อขาวผุดผ่องขึ้นเป็นปื้นสีแดงตามรอยกระชากของเนื้อผ้า จนเกิดเป็นจุดเล็กๆคล้ายเลือดซึมออกมา ทำให้หญิงสาวทั้งเจ็บทั้งแสบผิวไปหมด

อิศราทำการลอกคราบจนแม่เนื้อนวลตาเหลือเพียงแต่ผิวเปลือยเปล่าไม่ต่างจากตนเอง ฝ่ามือหยาบค่อยๆลูบไล้ไปตามสัดส่วนเข้ารูปอย่างเผลอไผล สัมผัสไปตรงจุดไหนก็ทำให้เขานั้นร้อนซู่ไปทั้งกายหนุ่ม ความฝันอันเลือนรางยามค่ำคืน กลับเด่นชัดจนเขาแทบคลั่ง นี่คือเรื่องจริงใช่ไหมมันไม่ใช่ความฝันสุดแสนทรมานของเขาอีกต่อไป เนื้อกายของเจ้าหล่อนช่างหอมหวานไม่ต่างจากที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้สักนิด รูปร่างอวบอิ่มของมนต์รสาทำให้ดวงตามืดบอดกลับยิ่งมืดสนิทจนลมหายใจร้อนนั้นลุกเป็นไฟ...

“รสา!”

เสียงแหบพล่าดังอยู่เหนือริมฝีปากอิ่ม มนต์รสาเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อต้องการจะหลบริมฝีปากเข้ารูป ไม่ให้ถูกเขาจาบจ้วงได้ง่ายๆ ดวงตาหวานพยายามฝืนใจกล้ามองสบตาเขานิ่ง ส่งประสานสายตาตัดพ้อน้อยใจไปให้ชายหนุ่ม อิศราเลือกที่จะมองข้ามมันไป ในเมื่อตอนนี้ความต้องการมันจุกจนล้นอกเขาจนเกินห้ามใจอยู่แล้ว

“ฉันต้องการเธอ...”

มันไม่ใช่คำขอ แต่มันเป็นคำพิพากษาหัวใจดวงน้อยของเธอให้แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีเสียมากกว่า ทุกอย่างมืดสนิทลง เมื่อริมฝีปากหนาเข้ารูปกดแนบลงมาบนริมฝีปากเต็มอิ่ม

มนต์รสาหลับตาลงอย่างคนสิ้นหวัง ยอมรับบทลงโทษจากคนทะนงตนด้วยความปวดร้าว ตอนนี้เธอแทบมองไม่เห็นแม้แต่ปลายทางแห่งแสงสว่างของชีวิต สุดท้ายเธอจึงยอมทน ปล่อยให้คนเหนือร่างได้ร่ายลีลารักไปตามแต่เขาต้องการ แม้มันจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหนก็ตาม...

อิศราหลงระเริงไปกับรสรักอันหอมหวานจนหลงลืมสรรพสิ่งรอบกาย เสียงครวญครางดังขึ้นเป็นระยะ เมื่อทั้งสองร่างไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาซึ่งกันและกันได้ สัมผัสจากปลายลิ้นชื้นให้ความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มันทั้งอ่อนหวาน ซาบซ่านหัวใจ จนยากเกินกว่าจะค้นคว้าหาคำใดมาใช้เปรียบเปรยดี

รสรักที่เขาได้รับจากคนใต้ร่าง มันพาให้เขาได้พานพบกับความสุขใจจนล้นปี่ ความรู้สึกในตอนนี้มันแล่นเร็วจนเขาหายใจตามไม่ทัน สัมผัสเนื้อแท้จริงๆกับในความฝัน มันช่างต่างกันจนเทียบไม่ได้เลย ร่างอรชรใต้ร่างบิดเร้าไปตามแรงปรารถนาที่เขาป้อนให้อย่างไม่รู้เบื่อ ถึงเขาจะรู้ดีแก่ใจ มนต์รสาไม่ได้เต็มใจดำดิ่งลงสู่ห้วงสวรรค์ชั้นเจ็ดนี้กับเขาเลยก็ตาม แต่เขาเชื่อ หญิงสาวเองก็มีความสุขไม่ต่างจากเขาเช่นกันนักหรอก ดูได้จากแรงต้านทานของเจ้าหล่อน มันเลือนหายไปนับตั้งแต่เขาลงลิ้นชิมเธอไปทั้งร่างงามก็ว่าได้

อิศราอดชื่นชมสัดส่วนเต็มไม้เต็มมืออีกทั้งยังมีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างลงตัวพอเหมาะพอเจาะของคนใต้ร่างไม่ได้ เขาคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยๆ ทุกอย่างของมนต์รสา มันถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ไม่ว่าเขาจะลากปลายลิ้นวนไปตรงจุดไหน มันช่างให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจจนแทบจะสำลักออกมา

ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือลูบไล้สำรวจไปทุกตารางเมตรบนร่างอรชรหอมหวาน ตรงจุดไหนที่เขาชื่นชอบมากเป็นพิเศษเขาจะเฝ้าวนเวียนอยู่ตรงนั้นนานหน่อย โดยเฉพาะยอดจะงอยสีชมพูหวานลิ้นใต้ฐานความอวบอิ่มพอดีคำ เขาใช้เวลาหยุดให้ความสนใจตรงนั้นนานพอสมควร

เมื่อขีดความต้องการมาถึงจนสุดปลายทาง อิศราจึงไม่คิดรั้งรออะไรอีกต่อไป เขารีบโหนกายขึ้นเหนือร่างขาวลออ ก่อนจะฝากฝังตัวตนใหญ่โตของตัวเองลงยังจุดเชื่อมระหว่างกันจนสุดปลายทาง มนต์รสาต้องเกร็งตัวสะดุ้งด้วยความเจ็บปวดน้ำตาแห่งความสูญเสียไหลริน ร่างกายเธอเหมือนถูกฉีกออกจากันเป็นชิ้นๆ อิศราจำเป็นต้องหยุดตัวเองเอาไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าจูบซับน้ำตาเพื่อปลอบใจ

“ทนหน่อยนะ...รสา มันจะไม่เจ็บอีกแล้ว ฉันจะค่อยๆทำก็แล้วกัน...” เสียงแหบพร่าเอ่ยปลอบโยน หัวใจหนุ่มพองโต นี่เขาเป็นคนแรกของมนต์รสาหรือนี่

ส่วนคนถูกปลอบใจได้แต่กัดฟันแน่น เธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง น้ำเสียงอ่อนหวานของเขาฟังดูแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรจากน้ำเสียงของซานตาน หากทว่าลำแขนเล็กกับกระชับอ้อมกอด รัดร่างใหญ่เอาไว้จนแน่น ปลายเล็บสีเนื้อจิกลงบนแผ่นหลังเพื่อระบายความเจ็บปวดไปในตัว

อิศราหยุดการเคลื่อนไหวเอาไว้ให้ช้าลง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเหยเก เขาต้องข่มความปวดร้าวไว้ไม่ต่างจากหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆผ่อนจังหวะแรงรัก แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ตอนนี้เขาต้องควบคุมความต้องการของตัวเองให้มันช้าลงสักหน่อย มนต์รสายังใหม่มากกับเรื่องแบบนี้ เขาไม่อาจทำตามใจตัวเองได้เหมือนเมื่อสักครู่ เมื่อรู้ว่าคนใต้ร่างไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ความสุขในใจมันเลยยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ชายหนุ่มรอจนรู้สึกว่าหญิงสาวปรับตัวเองได้ เขาจึงเริ่มต้นบรรเลงขับกล่อมบทเพลงรักใหม่ ให้มันเป็นไปตามท่วงทำนองบทเพลงหวานจนสุดทาง ก่อนทุกอย่างจะแตกกระจายออกเป็นสายธารแห่งรัก...

**************

“แม่จะพาน้องไปพักผ่อนสมองที่ต่างประเทศสักพัก หนึ่งว่าดีไหมลูก”

คุณหญิงอรอุมาเอ่ยถามความเห็นจากลูกชายคนโต เช้านี้ดูท่าทางของอิศราไม่ปกตินัก ดูแปลกๆอย่างไรชอบกล บางทีก็นั่งเหม่อลอย บางทีก็นั่งถอนหายใจทิ้งดูแล้วไม่ต่างจากคนอมทุกข์สักเท่าไหร่ นางจับสังเกตมานาน ดูเหมือนลูกชายคนโตกำลังขบคิดปัญหาอะไรไม่ตกสักเรื่องอยู่ และดูเหมือนเรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องของอรอินก็ว่าได้ แต่ทว่าความจริงแล้วนั้น ไอ้อาการใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของอิศรา มันเป็นเพราะเขากำลังคิดไม่ตกเรื่องของมนต์รสาต่างหาก...

“มีเรื่องอะไรต้องคิดหนักอีกหรือหนึ่ง เล่าให้แม่ฟังได้ไหม...” ผู้เป็นแม่ละสายตาจากร่างบนเตียงแล้วหันไปทางลูกชายแทน

“ไม่มีหรอกครับแม่ ผมกำลังคิดเรื่องของอรอยู่นั่นแหละ...” อิศราส่งยิ้มแห้งไปให้มารดา

“แม่ว่าจะพายายอรไปเที่ยวหลายประเทศสักหน่อย อาจจะไปรอบโลกเลยก็ได้ ยายอรกลับมาเมืองไทยคราวนี้อาจทำใจเรื่องของคชาได้บ้างแล้ว ส่วนงานในหน้าที่ของอรที่รับผิดชอบ แม่จะส่งคุณน้ำผึ้งให้เข้าไปทำแทนก็แล้วกัน คงไม่กระทบอะไรกับบริษัทมากนัก...”

พอพูดถึงลูกสาวคนเล็ก ฝ่ามือผอมบางหากเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากมาย ยกขึ้นลูบใบหน้าขาวซีดซึ่งกำลังนอนหลับตาบนเตียงคนไข้ด้วยความรู้สึกสงสารจับขั้วหัวใจ แววตาซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าครึ่งชีวิตหมองเศร้าลง นางอดรู้สึกสงสารลูกสาวคนเล็กไม่ได้ เรื่องทำนองนี้ไม่น่ามาเกิดขึ้นกับอรอินเลย รักมากเท่าใดย่อมต้องเจ็บปวดมากเท่านั้น ขึ้นชื่อว่าการสูญเสียไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจของเราไม่มากก็น้อยอยู่วันยังค่ำ การรับมือกับมันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกิน ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละคน ลูกสาวของนางมีภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยเกินไป เลยทำให้อรอินเจ็บหนักจนไม่อยากมีลมหายใจต่อไปนั่นเอง...

ในหัวของอิศรายังคงวนเวียนเฝ้าคิดหาเหตุผลนานัปการมาตัดสินใจ เขาจะเลือกการแก้แค้นต่อไปหรือหยุดไว้แล้วยอมรับหัวใจของตัวเองสักที เลยไม่ทันฟังว่ามารดาเอ่ยปากถามอะไร...

“ตาหนึ่ง ลูกว่าดีไหมหึ...” ผู้เป็นแม่หันไปถามซ้ำ แต่ทว่าลูกชายคนโตของนางยังคงนิ่งเงียบ สองมือยกขึ้นมากุมกันไว้เหนือหัวเข่าดวงตายังเหม่อลอยเหมือนเดิม

“ตาหนึ่ง...” คุณหญิงอรอุมาเรียกซ้ำแต่เพิ่มน้ำเสียงให้ดังขึ้น นางย่นหัวคิ้วมองลูกชายคนโตอย่างนึกสงสัย

“ตาหนึ่ง!” คราวนี้นางเพิ่มน้ำหนักของเสียงมากกว่าครั้งก่อน จนอิศราสะดุ้งเล็กน้อย

“เอ่อ...ว่าไงครับคุณแม่” อิศราทำสีหน้าเลิกลักตวัดสายตาขึ้นมองมารดา

“เป็นอะไรหรือเปล่า...แม่ถามเราตั้งนาน ไม่ได้ยินเลยหรือไง...”

“ขอโทษครับ...” อิศราเอ่ยขอโทษเสียงอ่อย มองไปทางมารดาเพื่อรอฟัง

“แม่จะพายายอรไปเที่ยวต่างประเทศสักพัก หนึ่งว่าดีไหมลูก...”

“ก็ดีครับ ผมเห็นด้วย พาอรไปเปิดสมองไกลๆบ้านบ้าง น้องคงจะทำใจได้”

ชายหนุ่มสนับสนุน เขาเองก็คิดเอาไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน ยิ่งถ้าน้องสาวเขาไปกับคุณแม่ เขาก็หมดห่วงไม่ต้องคอยกังวลกับเรื่องอะไรอีก

“งั้นผมจะให้คุณน้ำผึ้งเขาเตรียมจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักเอาไว้ให้ล่วงหน้าเลยแล้วกันนะครับ ถ้ายายอรอาการเป็นปกติดีเมื่อไหร่ค่อยไปก็ได้ ส่วนเรื่องไอ้...”

“ไม่เอาตาหนึ่ง อย่าไปเรียกคชาว่าไอ้...บางทีเขาทั้งสองคน อาจไม่ได้เกิดมาเป็นเนื้อคู่กันก็ได้ สุดท้ายมันถึงได้ลงเอ่ยกันคนละทิศละทางแบบนี้ไง คชาเขามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้นกับยายอร และแม่ก็ยอมให้อภัยเขาได้เช่นกัน...”

คนเป็นแม่ส่ายหน้าปรามลูกชายพร้อมกับพูดเตือนสติ นางไม่คิดโทษคชาเลยสักนิดเมื่อรู้ความจริงของเรื่องทั้งหมด ตรงกันข้ามนางออกจะเห็นใจคชาอยู่ไม่น้อย การถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ต้องฝืนใจตัวเองมาเป็นเวลานาน คนๆนั้นจะหาความสุขอันแท้จริงได้อย่างไร

คชามีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ซึ่งทางบ้านชายหนุ่มนั้นรับไม่ได้ ใจเขาไม่คิดรักชอบผู้หญิงเลยสักนิด หากที่ต้องทำเป็นรักลูกสาวของนางนั้น เป็นเพราะทางบ้านบังคับให้ทำ คชาไม่อาจปฏิเสธได้เมื่อถูกมารดาขู่จะฆ่าตัวตาย หลายปีนี้คชาถึงไม่เคยมีข่าวเรื่องความเจ้าชู้แถมยังเอาอกเอาใจอรอินสม่ำเสมอไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยสักเรื่องเดียว คชารักอรอินเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง จนสุดท้ายความดีในตัวของอรอินที่มีต่อคชา ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาด ยอมเปิดใจบอกความจริงทั้งหมดให้อรอินฟัง ก่อนงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมาถึง เพื่อยุติเรื่องราวทุกอย่างไม่ให้มันเลวร้ายไปจนเกินแก้ไขในอนาคต...

“แต่มันเป็นสาเหตุทำให้อรคิดสั้นฆ่าตัวตายนะครับแม่”

อิศราแย้งขึ้นเสียงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึม เขากำมือเข้าหากัน เมื่อหวนนึกถึงวันที่เขาเห็นคชายืนกอดกับมนต์รสาตรงริมรั้วบ้านของเจ้าหล่อน

ผู้เป็นแม่ลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ เปลี่ยนมานั่งลงเคียงข้างกับบุตรชายแทน...

“แม่จะถือเสียว่ามันเป็นเวรกรรมของยายอรก็แล้วกัน ผ่านนาทีชีวิตมาได้ขนาดนี้ แม่คิดว่าอรคงจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น อีกอย่าง...แม่ก็ไม่อยากให้หนึ่งไปเจ็บแค้นคชาอะไรมาก มันเป็นเรื่องของคนสองคน จะดีหรือร้ายแม่ว่าปล่อยให้เขาสองคนเป็นคนตัดสินใจจะดีกว่า บทเรียนครั้งนี้อาจทำให้สองคนนี้ มองอะไรในชีวิตได้มากขึ้นกว่าอารมณ์ชั่ววูบก็ได้นะ...”

“แต่มันนอกใจยายอรนะครับแม่...”

“ใครบอกหนึ่งว่าคชานอกใจยายอร...” จะเรียกเป็นการนอกใจมันก็ไม่ถูกนักหรอก

“ถ้าคชาไม่มีคนอื่น แล้วมันจะบอกเลิกกับยายอรทำไมล่ะครับคุณแม่ ไอ้ผู้ชายหลายใจ ผมเกลียดมันทั้งคู่...” เขากำหมัดแน่นเริ่มเพิ่มน้ำหนักให้กับความคิดแรก หญิงก็ร้ายชายก็เลว...

คุณหญิงอรอุมาเลิกคิ้วมองใบหน้าลูกชาย นางสัมผัสได้ถึงความโกรธแค้นในแววตาทั้งสองดวง อิศรากำลังเข้าใจผิด สาเหตุมันไม่ใช่เพราะคชามีคนอื่นแต่เป็นเพราะ...

“เพราะคชาไม่ได้มีรสนิยมปกติเหมือนชายหนุ่มทั่วไป คชาไม่ได้ชอบผู้หญิง...

“อะไรนะครับแม่!” อิศราตกใจ หัวใจของเขามันหล่นกระดอนตกไปอยู่บนพื้น แล้วภาพวันนั้นที่เขาเห็นล่ะ...

“หมายความว่า คชามันเป็น...” คุณหญิงพยักหน้า

“ไม่จริงใช่ไหมครับ...”

“แม่ถึงไม่คิดโกรธอะไรคชาไงลูก เพราะอย่างน้อยคชาก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวทำตามครอบครัวเขาสั่งทั้งหมดจนปล่อยให้ทุกอย่างมันสายเกินไป การทำตามใจครอบครัวได้เป็นเรื่องดี แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนแม่ว่าคชาเขาตัดสินใจยุติเรื่องนี้มันถูกต้องที่สุดแล้วนี่” อิศราเงยหน้ามองร่างบอบบางบนเตียงด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ น้องสาวเขาเก่งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของหัวใจ น้องสาวเขาเปราะบางเกินไปจริงๆ

“คชากล้าสารภาพบอกความจริงกับอรก่อนที่อะไรมันจะสายจนเกินแก้ไข แค่นี้แม่จะถือว่าเขาทำสิ่งสมควรทำถูกต้องที่สุดแล้ว ขืนปล่อยให้แต่งงานอยู่กินกันไปตามประสาผัวเมีย แล้วยายอรมารู้ความจริงเข้าที่หลัง คนที่เจ็บหนักคงหนีไม่พ้นยายอรอยู่ดี จบตอนนี้ก็แค่เสียใจ แต่...” ผู้เป็นแม่มองไปที่เตียงคนไข้

“ลูกสาวของแม่ บอบบางเกินไปกับเรื่องของความรัก น้องถึงได้คิดสั้น เวลาเท่านั้นจะช่วยเยียวยาทุกอย่างให้กลับมาเหมือนเดิม...”

อิศราถอนหายใจหนักหน่วง ตอนนี้สมองเขาตื้อไปหมด เขาจะทำอย่างไรกับมนต์รสาดีนะ จะตีมึนทำตามแผนเดิมที่วางไว้ หรือจะยืดอกรับผิดชอบเจ้าหล่อนดี แต่ถ้าเขารับผิดชอบเจ้าหล่อน มนต์รสาจะอยู่ในฐานะอะไร เมียออกหน้าออกตาของเขาอย่างนั้นเหรอ โอ้ย!ไม่ได้เด็ดขาด มันเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อมาตรฐานภรรยาของนายอิศรา ไวยเวศ จะต้องเป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบที่มีฐานะทางสังคมเท่าเทียมกับเขาทุกอย่างทุกประการ มันจะช่วยเอื้ออำนวยด้านธุรกิจได้อย่างสวยหรู และนั่นก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างมนต์รสาอย่างแน่นอน เจ้าหล่อนเป็นเพียงหลานคนรับใช้ ถึงจะเป็นแม่นมที่เขาทั้งรักและผูกพันมากก็ตาม จะให้เขาพาออกหน้าออกตา เขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน...

อิศราว้าวุ่นใจเหลือเกิน...

“ผมรักคุณแม่นะครับ”

“แม่ก็รักหนึ่งลูก...” คุณหญิงระบายยิ้มอบอุ่นให้บุตรชาย

อิศราหันไปกอดร่างอุ่นของมารดาไว้เต็มอ้อมแขน เพื่อต้องการซึมซับความรักจากตัวท่าน คุณแม่ของเขาพูดถูก เรื่องของความรักมันต้องเรียนรู้กันและกันให้มากขึ้น อารมณ์รักมันรุนแรง ถ้ารักแบบขาดสติเหมือนอรอิน ผลสรุปสุดท้ายมันอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้อีกก็ได้

“จงรู้จักให้อภัยให้ชินเป็นนิสัย แล้วใจเราจะเป็นสุขนะลูก”

“ครับแม่...ผมจะพยายาม” อิศรารับคำเสียงอ่อน หากทว่าภายในหัวใจของเขาตอนนี้กับร้อนรุ่มทุรนทุราย เมื่อลมหายใจเข้าออกของเขามันมีแต่

มนต์รสาคนเดียวเท่านั้นตอนนี้...

************************************

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​ก​
เมื่อ 1 สัปดาห์ 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Rattanana.12.23@gmail.com
ะจแปปีแปป,yxdtx
เมื่อ 6 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว