นางโจรซ่อนใจ-มันกำลังจะกลับมา

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

มันกำลังจะกลับมา

หลังจากที่พบกับพี่ธงชัยคราวนั้น ผ่านมาเกือบเดือนฉันก็ได้ยินว่าพี่ธงจะหมั้นกับคนรักและจัดงานอย่างเรียบง่าย เชิญเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น ฉันจึงถือโอกาสนี้นัดให้เขามาเอาของขวัญที่ห้างฯ แห่งเดิมที่เราเคยนัดพบกัน

คราวนี้เขาพาแฟนของเขามาด้วย โบว์เป็นรุ่นน้องที่ทำงานที่อื่น ตอนนั้นพี่ธงไม่สนิทกับใครในบริษัทนอกจากฉัน เขาจึงเข้ามาปรึกษาเรื่องทะเลาะกับแฟนที่เพิ่งคบกัน ไปๆ มาๆ ฉันก็เป็นศิราณีแก้ปัญหาให้เขา

“พี่พริก”

คนที่กำลังมีความรักมักสวยขึ้นเสมอ โบว์ทักทายฉันอย่างยินดี และฉันกลับมาผ่อนคลายได้เมื่ออยู่กับสองคนนี้

“พี่คงไปงานไม่ได้ เลยขอให้ของขวัญล่วงหน้า โบว์คงไม่ว่าพี่ทำน่าเกลียดหรอกนะ”

“โอ๊ย! แค่พี่พริกติดต่อมาโบว์ก็ดีใจแล้วละค่ะ”

“ทำไมไปงานไม่ได้ล่ะพริก พี่จัดง่ายๆ ไปแค่แป๊บเดียวก็ยังดี พี่กับโบว์อยากให้พริกไป”

ฉันยิ้มฝืนๆ อย่างคนที่วิ่งหนีอดีต

“พริกขออวยพรตรงนี้นะคะ สัญญาว่างานแต่งพริกต้องไปให้ได้”

พี่ธงกับโบว์ไม่คัดค้านอะไรอีก ทั้งคู่ชวนฉันไปดูหนัง แต่ฉันไม่อยากไปขัดคอคู่รักจึงขอแยกตรงนั้น บังเอิญชั้นล่างจัดเซลล์ชุดชั้นในพอดี ฉันเลยเดินเตร่อยู่แถวนั้น

แต่ว่าแยกกันมาได้สักพักแล้ว พี่ธงก็วิ่งย้อนกลับมาหาฉัน ก่อนจะส่งตลับเครื่องสำอางมาให้

“โบว์ให้เอามาให้พริก ยี่ห้อนี้เจ้าตัวติดหนึบ กะจะกว้านซื้อมาให้หมดแผงแต่กลัวไม่ทันพริก นี่ก็แทบถีบพี่มาด้วยซ้ำ”

ถุงกระดาษถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนที่พี่ธงจะยัดใส่มือของฉัน

“รับไปเถอะ นี่ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำกับของขวัญที่พริกให้ ขอโทษนะที่แกะของขวัญก่อน รายนั้นใจร้อน แต่พอเปิดมานี่สิ กรี๊ดจนพี่อายคน เขาเพิ่งรู้ว่าพริกวาดรูปได้สวยขนาดนี้”

พี่ธงพูดไปหอบไป ฉันหลุดขำก่อนจะรับเครื่องสำอางมาแล้วลากับเขาจริงๆ

ในจังหวะที่ฉันกำลังเดินกลับ มีใครบางคนตรึงขาฉันไว้เสียก่อน

ร่างผอมดำคล้ายคนติดยาในเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีคล้ำ สวมหมวกสีดำ กำลังเดินทอดน่องอยู่เบื้องหน้า แค่เห็นข้างหลังฉันก็จำได้ไม่เคยลืม

นายเดี่ยว อดีตพี่เขยของฉัน!

คนที่ทำให้พี่ภาขายตัว...คนที่ทำให้ฉันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแยกมันออกจากชีวิตพี่สาวฉัน ยอมแม้กระทั่งแลกกับการทนปนปิดหูปิดตา ทรยศต่อความไว้ใจของผู้ชายอีกคนที่เขาดีกับฉัน

มันมาที่นี่ทำไม

ฉันเดินตามมันไปเงียบๆ เพื่อหาคำตอบจนมันหยุดตรงริมฟุตปาธ เลือดในกายคล้ายแข็งตัว ความกลัวก่อเกิดขึ้นอีกครั้งมันควรตายไปจากชีวิตฉันแต่มันกลับมาอีก คราวนี้มันจดจ้องไปยังคนคู่หนึ่ง ความสนใจทั้งหมดพุ่งไปที่นนท์และบุษราคัมฉันไม่ได้สนใจว่าคนทั้งคู่ไปไหนหรือทำอะไร แต่สิ่งที่อยู่ในความคิดคือ...นนท์ทำให้มันขาเป๋ มันพรากคนที่นนท์รักไปและฉันดิ่งลึกลงสู่อดีตอันดำมืด

กระทั่งมันหันมาราวกับนกรู้ ฉันเลยถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ก้าวถอยเร็วๆ จนชนกับคนด้านหลังดังปึก!

“เฮ้ย!”

เสียงอุทานดังขึ้นเพราะน้ำอัดลมในมือของเจ้าตัวคงหกรดที่ใดสักแห่ง

“ขอโทษค่ะ” ฉันเอ่ยโดยไม่เหลือบตามองเพราะเอาแต่จ้องแผ่นหลังที่ขยับตัวหนีเข้ามุมมืด กำลังจะตามไปแต่แขนของฉันโดนดึงไว้ด้วยมือๆ หนึ่งเสียก่อน

“คุณทำเสื้อผมเลอะ”

คำเรียกร้องให้ฉันดูความผิดพลาดของตนเองเป็นของผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งฉันไม่ได้ใส่ใจนอกจากหันไปยกมือไหว้ขอโทษเขา

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

ฉันเหลียวหานายเดี่ยวต่อ ในใจคิดว่าจะบอกนนท์ยังไงให้เขารู้ว่ามันอยู่ที่นี่ แต่นายเดี่ยวก็หายไปแล้ว ฉันจะขยับไปหา แต่ว่า...

“คุณนี่เอง”

แขนฉันโดนดึงไว้อีกแล้ว คราวนี้ฉันจึงหันไปมองเขาเต็มตาผู้ชายตัวสูงผิวขาว สมองฉันประมวลผลอย่างรวดเร็วและบอกว่าไม่เคยรู้จักใบหน้านี้

“ต้องขอโทษอีกครั้งจริงๆ ขอตัวนะคะ” ฉันจะผละมา แต่เขาไม่จบเรื่อง กลับดึงแขนฉันอีกแล้ว

“เดี๋ยวสิ คุณจำผมไม่ได้เหรอ”

“จำได้?”ฉันคงลืมไปจริงๆ เพราะคิดไม่ออกว่ารู้จักเขาที่ไหน จนเจ้าตัวเฉลยออกมา

“ผมเม่นไงครับ เราเคยเจอกันที่โรงพยาบาล”

ฉันคิดจนนึกออก เขาคือคนที่พายายคนนั้นมาส่งโรงพยาบาล ผู้ชายใจดีที่ชวนฉันคุยก่อนกลับบ้านคราวนั้น ดูเหมือนคราวนี้เขาก็พยายามชวนฉันคุยอีก

“คุณมาทำอะไรที่นี่ มาดูหนังกับแฟนหรือเปล่า”

คือแถวนั้นมันใกล้โรงหนัง แล้วฉันตอบง่ายๆ แค่ว่าเปล่า คือฉันไม่ใช่คนเก็บตัวหรือไร้มนุษยสัมพันธ์อะไรหรอกนะ ฉันแค่เห็นว่าเราพบกันแล้วผ่านเลย ก็ไม่ควรจะคุยอะไรมากมาย อีกอย่างคนอย่างเขาไม่ควรจะมารู้จักกับฉัน หากเขายังยิ้มกว้าง บอกหน้าตาเฉย

“ผมมาดูหนังกับเพื่อน นี่ไงเรื่องโปรดผมเลย เข้าวันนี้วันแรกคนเยอะมาก”

เขายื่นตั๋วให้ฉันดู ฉันก็ดูตามมารยาท เห็นชื่อเรื่องก็นึกถึงนนท์ หนังสิบแปดภาคเรื่องนี้นนท์ชอบมาก พอคิดถึงนนท์ฉันก็ชักอยากกลับแล้ว

“คุณตัดผมสั้นนี่ ตอนแรกจำแทบไม่ได้ หน้าเด็กมาก”

นายคนนี้พูดจ้อเป็นน้ำไหลไฟดับ ทั้งๆ ที่ฉันพูดไม่ถึงสามคำ

“คือฉันไม่ได้มาดูหนัง ถ้ายังไงฉันขอตัวนะคะ ขอให้สนุกกับเรื่องโปรด”

ฉันลงเสียงเจือหงุดหงิดจนเขายอมปล่อยแขนแล้วมองฉันงงๆ

“ฉันไปนะคะ”

เขายืนมองตามหลังฉันที่แทบจะวิ่งออกมา สายตานั้นเหมือนพูดไม่จบและทำท่าจะยกมือเรียก ฉันจึงเปลี่ยนเป็นวิ่งแทน

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว