นางโจรซ่อนใจ-ฉันมีค่าแค่เวลาเธอเหงา

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

ฉันมีค่าแค่เวลาเธอเหงา

ฉันทำงานอย่างใจลอยจนมืดค่ำ พอถึงเวลาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ฉันเองก็กลับห้องเพื่ออาบน้ำเตรียมเข้านอนอย่างเคย

พอออกจากห้องน้ำสองเท้ามีอันต้องชะงักกึก มองประตูสลับกับมองคนที่มานอนยึดเตียงเล็กของฉันตรงหน้า นนท์ในเสื้อกล้ามสีขาวนอนเหยียดขายาวๆ บนเตียงเล็กของฉัน เขากำลังกดดูโทรศัพท์ในมือไม่ได้เหลือบตามาทางฉันสักนิด อย่างนั้นก็เถอะโชคดีที่ฉันชอบแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยในห้องน้ำก่อนแล้วค่อยออกมาจึงเบาใจได้ว่าไม่โป๊ หากแต่ปัญหาคือโทรศัพท์ในมือนนท์เป็นของฉัน!

“ห้องนี้ร้อน”

เสียงเขาบ่นทำลายความเงียบอันชวนอึดอัด ฉันจึงเดินไปที่พัดลมเพดานปลายเตียง ดึงสายเพิ่มระดับให้แรงขึ้นกว่าเดิม แต่คิดว่าแค่นั้นคงยังไม่พอ

“เพิ่มสวัสดิการให้คนในบ้านคุณสิคะ ติดแอร์ให้ห้องละเครื่อง หรือไม่คุณก็ไม่ต้องเข้ามาในห้องนี้อีก”

ขณะที่เสียบปลั๊กเปิดพัดลมเล็กให้เขาอีกตัว ฉันก็เสนอประชดหน่อยๆ จิกเล็กน้อย บอกทางเลือกสองทางหวังให้เขาตกหลุมพรางเลือกข้อหลัง แต่นนท์กลับเลือกทางแรกแล้วบอกดื้อๆ

“ติดแอร์ก็ได้ ติดแอร์ให้แต่ค่าไฟเธอจ่าย เดือนหนึ่งเท่าไรก็รวบมาทบดอกเบี้ย”

คำว่าดอกเบี้ยทำให้ฉันต้องถลึงตาใส่เขา ล้มเลิกความคิดอยากได้แอร์ทันที ฉันเดินไปข้างๆ เขาแล้วแบมือ

“ขอคืน” ฉันหมายถึงโทรศัพท์ เขาถือวิสาสะอะไรมาหยิบของของคนอื่น ถึงเขาจะซื้อให้ก็ตาม

ฉันชักโมโหเมื่อนนท์พลิกตัวหันหลัง แล้วไล่อ่านข้อความกับรูปในหน้าโปรไฟล์ของฉันเล่น

“คุณนนท์”

ฉันนึกโมโหตัวเองด้วยที่ชอบทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ รหัสผ่านฉันก็ใช้ตัวเดิม แม้แต่ไอ้ความรู้สึกก็ยังอยู่กับคนเดิม มันน่าฆ่าทิ้งทั้งตัวเองทั้งไอ้คนที่มันนอนยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉันอยู่ในตอนนี้

“ขอโทรศัพท์ฉันคืนด้วยค่ะ”

ฉันเพิ่มน้ำหนักเสียง ในใจกำลังนับหนึ่งถึงสิบ แต่นับได้ถึงห้าคนที่หน้าทนก็บ่น

“ของแค่นี้”

แค่นี้เหรอ

ฉันพูดไม่ออก ถ้าเขาไม่ยื่นโทรศัพท์คืนให้ก่อนคงมีการฟาดหลังกันเกิดขึ้นแน่ ฉันรับมาดูแล้วก็ปรี๊ดขึ้นมา เมื่อเขาสวมรอยฉันคุยกับพี่ธงชัย และยังพิมพ์ข้อความส่งให้ฝ่ายนั้นเสียยาวเหยียดด้วยไลน์ของฉัน!

phrig:พี่ธงเลิกติดต่อพริกได้แล้วนะคะ ไม่ต้องโทร.มาหรืออะไรอีก พริกไม่มีเวลาว่างจะมานั่งรับโทรศัพท์พี่ค่ะ พริกต้องทำงาน ไม่ได้ว่างเหมือนพี่ เจ้านายพริกดุมาก แค่นี้นะคะ ลาก่อน

ลาก่อน!

ฉันไม่ควรให้คนที่เกือบตกภาษาไทยอ่อนความเรียงอย่างนนท์มายุ่มย่ามกับโทรศัพท์แต่แรก ดูคำพูดที่เขาใช้คุยกับพี่ธงสิ...ฉันจะมองหน้าพี่ธงอย่างไร

ต่อไปนี้แค่พี่ธงไม่เกลียด ฉันก็ดีใจแล้ว

“คุณเข้ามาในห้องฉัน อย่าบอกนะว่าแค่มาขโมยเล่นโทรศัพท์”

“ห้องเธอแต่บ้านฉัน”

นนท์ตอบอย่างไร้อารมณ์ ราวกับเขากำลังหงุดหงิด ทั้งๆ ที่คนที่ควรเคืองคือฉันมากกว่า

“แต่ตอนนี้ฉันถือกรรมสิทธิ์ครอบครองในฐานะเจ้าของห้อง แล้วโทรศัพท์ฉัน คุณไม่มีสิทธิ์จะเอาไปทำอะไรตามใจชอบแบบนี้”

นนท์ยกมือรองศีรษะด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนไม่ฟังฉันเลย

“จะโวยวายเพื่อ?”

เมื่อก่อนตอนฉันคบกับนนท์ เขาสุภาพ น่ารัก ไม่ได้รวน ไม่ได้หน้าทนไร้มารยาทแบบนี้

“ก็คุณไม่แค่เอาไปเล่น แต่คุณ...คุณ...” ฉันพูดไม่ออก ข้อความนั้นพี่ธงจะเชื่อไหมว่าฉันไม่ได้พิมพ์

“อย่าบอกนะว่าเธอโกรธ”

“โกรธสิ คุณไม่มีสิทธิ์ใช้คำพูดแบบนั้นกับพี่ธง”

“ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเธอต่างหาก แล้วก็ขอเถอะ...ไอ้คำว่าไม่มีสิทธิ์นี่ พูดบ่อยๆ เพื่อให้ฉันทวงสิทธิ์ว่างั้น”

ฉันมองเขาอย่างอึ้งๆ

เชื่อเขาเลย ความผิดเขาแท้ๆ แต่นนท์กลับโยนมาให้เป็นความผิดฉันเสียอย่างนั้น ซ้ำยังทำเฉย

“ไอ้ที่โมโหนี่คือกลบเกลื่อนเรื่องชู้”

ฉันเริ่มเหลียวหาอะไรมาฟาดปากเขา โชคเป็นของเขาที่บนโต๊ะไม่มีอะไรสักชิ้นพอจะเป็นอาวุธได้เลย

“ชู้ใช้กับคนที่มีพันธะ แต่ฉันไม่มี”

“แน่ใจ?”

“ฉันว่าแทนที่คุณจะสนใจฉัน สนใจเรื่องตัวเองเถอะ คุณต่างหากที่มีพันธะ ถ้าจะมีใครสักคนถูกกล่าวหาว่ามีชู้ก็คงไม่ใช่ฉันแล้ว”

“ออกไปหามันบ่อยเลยปากเก่งขึ้น มันสอนมาดี”

ฉันมองเขาอย่างอึ้งๆ วันนี้นนท์คงเห็นฉันอยู่กับพี่ธงอีกกระมัง ถึงมาฟาดงวงใส่ฉัน

เดี๋ยวก่อน...นนท์เห็นฉัน แต่เขาไม่เห็นนายเดี่ยว หรือเขาเห็นแต่ทำเหมือนไม่รู้

“พริกอย่ายืนค้ำหัว”

ฉันมัวแต่คิด พอนนท์ดึงแขนฉันจึงล้มนั่งบนเตียงกับเขา

“คุณนนท์!”

เตียงมันแคบ ตัวฉันแทบจะเกยตักเขาอยู่แล้ว

“จะให้นั่ง บอกกันดีๆ ก็ได้” ฉันรู้สึกเสียใจที่เคยทำร้ายเขา แต่เวลาอยู่กับนนท์ในตอนนี้เขามักทำให้ฉันโมโห คือมันเสียหลัก นนท์เกร็งกล้ามท้องรับน้ำหนักมือจากฉัน พอจะยันตัวลุก ศอกเจ้ากรรมก็กดลงกับท้องของนนท์

“อ๊ะ!”

เขาร้องและเจ็บจนปัดศอกให้ฉันคะมำพร้อมงอเท้า พอทำอย่างนั้นอะไรต่อมีอะไรใต้กางเกงเขาก็เลื่อนมาในองศาที่จ่อตรงหน้าฉันพอดี หน้าฉันแดงเห่อร้อนไปหมด

กลืนคำว่าคนลามกในลำคอเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกดึงตัวขึ้นและพบว่านนท์ยังเฉย ฉันมองต้นแขนที่ยังทิ้งความอุ่นจากปลายมือที่เพิ่งผละห่าง ตัวเขาอุ่นแต่ใจเขาคงเย็นเยียบ เพราะนนท์เอ่ยถึงเหตุผลที่แท้จริงของการเข้ามาในนี้ในที่สุด

“อาทิตย์หน้าคุณบุษจะจัดงานเซ็นสัญญากับนันทนาพิพัฒน์”

นนท์บอกโดยที่ฉันยังไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉัน

“เขาขอให้เธอไปช่วยงานเขา เริ่มพรุ่งนี้”

ฉันหลุดออกจากเรื่องนายเดี่ยวเข้ามาสู่สิ่งที่นนท์กำลังจะบอก

ทำงานกับบุษราคัมงั้นเหรอ

“ทำไมเป็นฉัน” ฉันไม่เข้าใจ ฉันเคยทำงานกับนนท์ แต่ว่าบุษราคัมไม่รู้...แล้วทำไม

“เลขาฯ ของคุณบุษผ่านิ่วในถุงน้ำดี เขาไม่มีคนช่วยงาน ความจริงถ้ามันไม่มีงานนั่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร คุณบุษจัดการคนเดียวได้สบายอยู่แล้ว”

น้ำเสียงที่นนท์พูดถึงบุษราคัมบอกถึงความชื่นชมอย่างเปิดเผย นนท์ชอบคนทำงานเก่งมาแต่ไหนแต่ไร เขาเป็นคนจริงจังกับการทำงานมาก เคี่ยวกับทุกคน ตอนที่ฉันยังทำงานเป็นเลขาฯ ให้เขา แล้วทำงานพลาดในจุดที่ไม่ควรพลาด นนท์ยังเคยฟาดแฟ้มลงพื้นให้ฉันแก้ใหม่ ตอนนั้นฉันโกรธเขาจริงๆ แต่ก็ไม่เคยโกรธนาน นนท์มักมีวิธีง้อที่ทำให้ฉันลืมเรื่องพวกนั้นได้ทุกครั้ง

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณบุษถึงเลือกเธอแทนที่จะหาใครสักคนในบริษัท อาจจะคิดว่าเธอหน่วยก้านไม่เลว หรือไม่ก็เห็นอย่างอื่นในตัวเธอ แต่จะอะไรก็ไม่ต้องไปสนใจ ทำหน้าที่ของเธอไปก็พอ งานก็เหมือนๆ ที่เคยทำไม่มีอะไรมาก เนื้องานเน้นเกี่ยวกับงานฉลองเซ็นสัญญาที่เราจะจัดร่วมกันในอาทิตย์หน้า เช่นประสานงานออร์แกไนเซอร์ เลือกอาหาร จองโรงแรม ช่วยเขาดูรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ต้องจัดตารางงาน สรุปงาน หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับงานเขา ส่วนนั้นคุณบุษจะจัดการเอง”

อ้อ คุณบุษเป็นแม่งานจัดเลี้ยงเซ็นสัญญาระหว่างบริษัท...ให้ฉันไปช่วยเป็นลูกมือหนึ่งอาทิตย์

ฉันทำความเข้าใจและอดไม่ได้ที่จะถาม

“ที่คุณพูดมานี่เพื่อถามความเห็นฉัน หรือแค่บอกให้รู้เพราะตัดสินใจแทนไปแล้วคะ”

นนท์เงียบ...ฉันเข้าใจ...เขาเป็นเจ้านายมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉันได้ทุกอย่างอยู่แล้วนี่ จะยกฉันให้ใครหรือทำงานกับใครเขาก็คงไม่ว่า

ฉันเม้มปากแน่น นนท์เงียบ ฉันก็เงียบ ความอึดอัดก่อตัวขึ้นระหว่างเรา กำแพงที่กั้นกลางไม่ใช่แค่นิลเนตร แต่เป็นบุษราคัมด้วย ฉันรู้ว่าเธอคือคนที่แม่ของนนท์อยากได้เป็นสะใภ้มานานมากแล้ว

“เอ๊ะ!”

คนที่เงียบก็ควรเงียบให้ตลอดสิ มาคร่อมฉันทำไม

ฉันขึงตาใส่นนท์ที่อยู่ๆ ก็พลิกตัวมากักฉันไว้ใต้ร่างเขาเป็นเชิงห้าม แต่นนท์หรือจะฟัง ดวงตานิ่งๆ ของเขาเปลี่ยนไปตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ฉันแต่งตัวมิดชิดแล้วแท้ๆ

“ทำบ้าอะไรของคุณ มันอึดอัด ออกไป” ฉันดันเหนือท้องของเขาเพื่อไม่ให้ทับท้องน้อยของฉันอย่างน่าหวาดเสียว

ตาบ้า!

“ยังไม่เข้า ออกไม่ได้”

อะไรนะ!

ฉันตาโตเท่าไข่ เอ๊ย!ฉันเบิกตากว้าง มองนนท์ที่พูดติดหน่ายๆ เหมือนฉันไม่รู้อะไรเลย

นนท์เท้าแขนคร่อมฉันกลายๆ แล้วก้มต่ำจนใบหน้าเราห่างกันแค่คืบ

ใจฉันเต้นแรงจนกลัวเขาจะได้ยิน ลืมอารมณ์น้อยใจเขาเสียสนิท นึกตำหนิตัวเองที่ทำตัวเหมือนสาวน้อยแรกรัก แค่นนท์เข้าใกล้ ฉันก็ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ใจสั่นเสียทุกที ยิ่งใบหน้าเขาขยับเข้าใกล้เรื่อยๆ แบบนี้

ตึกๆ ตึกๆ

รู้สึกผิวนุ่มแต่ร้อนผ่าวไล้เบาๆ ที่กลีบปากล่างของฉัน

“อืม”

ฉันเกลียดตัวเองที่ตัวอ่อน ขยับริมฝีปากตอบรับปากร้อนของเขา ตามใจให้สัมผัสที่รุกเร้าเว้าวอนหวานๆ แนบชิดลึกซึ้ง มือฉันซุกเข้าไปในเส้นผมสั้นละเอียด ระบายความหวามไหวที่ก่อตัวขึ้น

กลิ่นมิ้นต์อ่อนๆ กลิ่นแชมพู และเนื้อนุ่มอุ่นที่แนบสัมผัส ในความคุ้นเคย มันละมุน อุ่นๆ เหมือนสายไหมและหวามไหวในคราวเดียวกัน

ฉันเคยมีแฟนแบบปั๊บปี้เลิฟสมัยมัธยมที่อย่างมากสุดก็แค่จุ๊บเอาปากแตะกัน แต่ไม่เคยมีสัมผัสไหนให้ความรู้สึกได้เท่ากับสัมผัสของนนท์ ต่อให้บอกตัวเองว่าโกรธเกลียดเขา อยากหนีไปจากเขามากแค่ไหน แต่ความจริงเดียวที่ฉันหนีไม่ได้...

ไม่ว่าจะกี่ปีนนท์ก็ยังเป็นผู้ชายคนเดียวที่ทำให้ฉันเป็นวุ้นได้ในวินาทีแรกที่สบตา

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว