หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่6 โปรดปราน? 15+

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่6 โปรดปราน? 15+

บทที่ 6

พอถึงช่วงบ่าย นางกับมารดาก็ย้ายมาที่ตำหนักธาราพิสุทธิ์ ตำหนักที่นางอยู่มาตั้งแต่เกิด

ของในตำหนักที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานให้ล้วนเป็นของใหม่ทุกชิ้น ไม่มีสิ่งใดในตำหนักบ่งบอกว่าเป็นของเหลือจากเจ้าของคนเก่าแม้แต่ชิ้นเดียว

“เฟิ่งเอ๋อร์ นี่ก็ยามซวี (19.00 – 20.59) แล้ว ลูกกลับเรือนไปพักผ่อนเถิด วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน” ฝูไป๋เซียนเอ่ยยิ้มๆให้บุตรสาวที่กำลังปรนนิบัติหวีผมให้นางหน้าคันฉ่อง

“เสร็จพอดีเจ้าค่ะ” หยางเลี่ยงเฟิ่งวางหวีไว้หน้าคันฉ่อง ก่อนจะสวมกอดเข้าที่เอวอันอบอุ่นของมารดา “ท่านแม่ ตำหนักเป็นอย่างไร้บ้างเจ้าคะ”

“ก็ดี” นางลูบศีรษะของบุตรสาวเบาๆ “ทุกอย่างดีพร้อมเหมือนแต่ก่อน”

หยางเลี่ยงเฟิ่งเงยหน้ามองมารดา หนางเห็นเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นทุกที “ท่านแม่คิดถึงเสด็จพ่อหรือไม่เจ้าคะ”

“คิดถึงแล้วอย่างไร ไม่คิดถึงแล้วอย่างไร” ฝูไป๋เซียนเลื่อนมือลงมากุมแก้วบุตรสาวก่อนจะใช้นิ้วคลึงแก้มนวลเบาๆ “ขอเพียงมีเฟิ่งเอ๋อร์ บุตรสาวของฝูไท่เฟยผู้นี้ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ”

“ท่านแม่ ลูกมิใช่เด็กแล้วนะเจ้าคะ” หยางเลี่ยงเฟิ่งทำหน้าทู่ หลบนิ้วมารดาที่คลึงแก้มนางเล่นเหมือนเด็กๆ

“สำหรับแม่ เจ้ายังเด็กยิ่งนัก”

“ลูกสิบห้าหนาวแล้วนะเจ้าคะ!”

ฝูไป๋เซียนหัวเราะเบาๆ “เอาเถิด เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

“เจ้าค่ะท่านแม่” หยางเลี่ยงเฟิ่งรับคำอย่างว่าง่าย มารดาของนางก็ควรพักผ่อนแล้วเหมือนกัน “ฝันดีนะเจ้าคะ”

ฝูไป๋เซียนมองบุตรสาวเดินออกจากห้องโถงไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเจียงมามาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไร้รอยยิ้มอบอุ่นดังเช่นก่อนหน้า

“ก่อนหน้านี้ สนมชายาคนใดพำนักอยู่ในตำหนักนี้”

“ทูลไท่เฟย เป็นหลิงเสียนหรงเพคะ”

“สกุลหลิง? หากจำไม่ผิดสกุลหลิงเป็นเพียงตระกูลขุนนางเล็กๆ”

“เป็นดังเช่นที่ไท่เฟยตรัส พระสนมเอกหลินเสียนหรงแต่เดิมเป็นเพียงนางกำนัลไฉเหรินขั้นเล็กๆ รูปโฉมธรรมดา แต่ลือกันว่านางมีดวงตางดงามดังดวงตาเทพธิดา อีกทั้งยังมีเสียงไพเราะจับใจยิ่งจึงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ ทำให้ได้รับการเลื่อนขั้นจากไฉเหรินเล็กมาเป็นเสียนหรงในเวลาไม่ถึงปีเพคะ”

“เลื่อนขั้นเร็วจนน่าแปลกใจ”

ในช่วงปีสองปีแรกของการขึ้นครองราชย์ของฮ่องเต้องค์ใหม่จะมีการเลื่อนขั้นของสนมชายาเพื่อดุลย์อำนาจในราชสำนัก แต่บุตรสาวของขุนนางเล็กๆได้รับการเลื่อนขั้นสูงเพียงมันแทบเป็นไปไม่ได้

“สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา” ฝูไป๋เซียนลูบปากถ้วยชาเบา ก่อนจะยกขึ้นจิบด้วยท่าทางสงบนิ่ง “จับตาดูนาง แล้วไปสืบมาว่านางเป็นคนเช่นไร เคยทำอันใดมาบ้าง”

“เพคะ”

เรือนจำปาหยก ของฝูหวั่นอี๋

“เจ้าว่าอย่างไรนะ องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งได้อวยยศให้เป็นเหอซั่วกงจู่ แล้วให้พำนักที่ตำหนักธาราพิสุทธิ์อย่างนั้นหรือ!” ฝูหวั่รอี๋แทบจะตะคอกถามนางกำนัล

หลังจากที่นางออกจากตำหนักกลิ่นท้อนางก็ได้รับข่าวเรื่องการถวายตัวขององค์หญิงสิบสามจากบิดาทันที แต่ในเวลาไม่นานก็ได้ข่าวการเลื่อนตำแหน่งเป็นเชื้อพระวงศ์หญิงลำดับสอง

“ความโปรดปรานของฮ่องเต้ที่มีต่อนางมีมากเท่าใดกัน” มือบางกำหมัดแน่น นางเอกก็เคยมีช่วงเวลาที่ทรงโปรดปราน แม้ช่วงนี้จะจืดจางไปบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันกลับมาได้อีก

แต่นี้ถึงขนาดที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำหนักธาราพิสุทธิ์ให้ ทั้งๆที่มีหลิงเสียนหรงที่ว่าโปรดปรานนักหนาเป็นเจ้าของ

เช่นนั้นนางจะยังมีตัวตนในสายพระเนตรของฮ่องเต้อีกหรือ

“ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง”

“อะ เอ่อ แต่ใต้เท้าฝูบอกว่าอย่าเพิ่งให้พระสนมลงมือทำอันใด ให้อยู่เฉยๆไว้ก่อนเจ้าค่ะ”

“เจ้าก็หุบปากของเจ้าไว้สิ!”

“เจ้าค่ะๆ”

ตำหนักธาราพิสุทธิ์ เรือนฝั่งตะวันตก

“น้ำอุ่นเตรียมเสร็จแล้ว องค์หญิงจะสรงน้ำเลยหรือไม่เพคะ”

“เอาสิ” หยางเลี่ยงเฟิ่งวางหนังสือลงก่อนจะเดินนำนางกำนัลไปยังห้องอาบน้ำ

ร่างบางปล่อยให้นางกำนัลปรนนิบัติถอดชุดให้ทีละชั้น ยามนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศค่อนข้างเย็น สนมชายาบางคนไม่ค่อยชอบอาบน้ำ แต่ไม่ใช่สำหรับนาง ต่อให้อากาศหนาวเย็นแค่ไหน ในหนึ่งวันนางต้องอาบน้ำสักครั้ง

เมื่อคราอยู่ตำหนักกลิ่นท้อ ทุกอย่างล้วนลำบากยิ่ง ที่ตักน้ำก็ไกลแสนไกล ในตำหนักมีเพียงนางกำนัลสองคน เจียงมามาก็อายุมากแล้ว ส่วนผิงเอ๋อร์ก็เป็นเพียงหญิงสาว ไหนเลยจะปล่อยให้ตักน้ำหลายๆรอบ นางจึงอาบน้ำวันละครั้ง หากวันไหนอากาศเย็นก็สองวันอาบครั้ง

แต่ยามนี้ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีก

นางกำนัลวิ่งวุ่นปรนนิบัติ คนหนึ่งถอดอาภรณ์ คนหนึ่งจัดเตรียมสิ่งของ โดยไม่รู้ว่ามุมมืดหลังฉากกั้น มีร่างสูงใหญ่ของใครบางคนซ่อนอยู่

ร่างบางถูกถอดชุดทีละชิ้นจนเหลือเพียงเสื้อเอี๊ยมกางเกงแพรสีแดงสดที่ตัดกับสีผิวที่ขาวราวกับไข่มุก

ร่างสูงหอบหายใจ ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวจับต้องไปยังเล็กบอบบางเขม็ง

มือหยาบกร้านของนางกำนัลค่อยๆปลดเสื้อเอี๊ยมออกจนเห็นดอกบัวตูมดอกเล็กทั้งสองดอกที่รอยแดงดั่งกลีบเหมยฮวาแตะแต้มไปทั่ว แต่ที่โดดเด่นสุดคือจุกสีหวานที่สวยจนคนแอบมองลอบกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น

ร่างสูงแกร่งเกร็งไปทั้งตัว เมื่อปราการชิ้นสุดท้ายค่อยๆล่วงหล่นลงพื้น

เพียงแค่มองความร้อนรุ่มก็แผดเผาไปทั้งตัว โยนีสองกลีบที่แดงเรื่อแต่ยังคงปิดสนิทชวนให้อยากผลิคลี่อีกสักครา

เอื้อก!

ยามร่างแน่งน้อยยกขาก้าวลงอ่าง ใจกลางอันแดงฉ่ำก็เผยสู่สายตา เพียงชั่วประเดี๋ยวก็ปลุกความแข็งขืนซ่อนเร้นใต้กางเกงเนื้อดีให้แข็งยิ่งขึ้นไปอีก

อืม~

มือหนาค่อยๆลูบเค้นแก่นกายผ่านกางเกง สายตาพลางมององค์หญิงสามคนงามลูบไล้กายตน แม้น้ำจะสูงปริ่มอก แต่เนินทรวงที่โผล่ให้เห็นวิบวับมันช่างได้อารมณ์ไปอีกแบบ”

อ่าา

“หืม?”

“มีอันใดหรือเพคะองค์หญิง” ผิงเอ๋อร์ที่กำลังถูหลังให้ถามขึ้น

“เปิ่นกงจู่เหมือนได้ยินเสียงบางอย่าง แต่คงหูฝาด”

ร่างสูงขมกรามแน่น มือหนาจากที่ลูบไล้เพียงด้านนอกกางเกง ล้วงเข้าไปชักรูดมังกรยักษ์อย่างไม่อาจหักห้ามใจ ‘อ่าา ซี้ดดดด'

“องค์หญิงนี่ก็เกือบสองเค่อ(30นาที)แล้ว ได้เวลาลงจากอ่างได้แล้วเพคะ” ผิงเอ๋อร์เอ่ยเตือน

“เข้าใจแล้ว”

อืมมม!

ร่างสูงมองร่างงามที่กำลังลุกจากอ่างเขม็ง ขณะที่มือก็เร่งสาวรูดเร็วขึ้น ก่อนจะเร่งจนถึงช่วงสุดท้าย ร่าวทั้งก็บิดเกร็งปล่อยลำธารสีขาวออกมาในที่สุด

เขาประตูห้องอาบน้ำที่ปิดลง แต่อารมณ์ร้อนรุ่มของเขาไม่ดับลงเลย

..

ตอนหน้าจะติดหมูนะคะ (ติดเฉพาะNC)

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ชอบไม่ชอบ สามารถเม้นติชมได้นะคะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sk125
p=อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
เมื่อ 2 เดือน 1 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว