หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่10 ความแค้นที่ลุกโชน

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่10 ความแค้นที่ลุกโชน

บทที่ 10

มีเรื่องอันใดกัน”

วรองค์สูงสง่าเสด็จมาแต่ไกล นางเข้าใจอาการแปลกๆของหลิงเสียนหรงทันที

“ฝ่าบาท…” เสียงหวานเอ่ยเบาๆหากสั่นเครือดวงตางามแดงระเรื่อน่าสงสาร ราวกับอัดอั้นเหลือแสน

หยางเลี่ยงเฟิ่งเห็นดังนั้นจึงได้แต่อึ้ง ความสามารถของหลิงเสียนหรงช่างน่าทึ่งนัก

“ถวายบังคมฝ่าบาท” เมื่อตั้งสติได้นางรีบหันไปทำความเคารพฮ่องเต้ทันที เรื่องต่อจากนี้แล้วแต่เขาจะตัดสินใจ นางเองก็อยากรู้เช่นกันว่าสนมคนโปรดผู้นี้จะเล่นงิ้วโรงใด

“ลุกขึ้นเถิด เจ้ามาเดินเล่นหรือ” ไม่ว่าเปล่าร่างสูงเดินมาพยุงร่างเล็กให้ลุกพลางคลึงมือนางเล่นอย่างไม่เกรงสายตาหลิงเสียนหรง

“ฝ่าบาท…” นางยังไม่ละความพยายามที่จะเรียกความสงสารจากฮ่องเต้ แต่ไหนแต่ไรฮ่องเต้ล้วนโปรดปรานนาง เข้าข้างนาง

“แล้วมีเรื่องอันใดกันหรือ” หยางจิ้งเหยียนปรายมองหลิงเสียนหรงที่นั่งคุกเข่ากับพื้นดินท่าทางน่าสงสาร แต่ไม่ได้เข้าไปพยุงหรือสั่งให้ลุกขึ้นแต่อย่างใด

หลิงเสียนหรงเม้มปากแน่น ก้มหน้าก้มตาราวกับกล้ำกลืนเหลือคณาอยากเอ่ยแต่ก็ไม่อาจเอ่ย

“ว่ามาสิ” หยางจิ้งเหยียนขมวดคิ้วมอง รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านกับท่าทีกระมิดกระเมียดของสตรีที่เคยโปรด

“หม่อมฉันพลั้งเผลอเอ่ยวาจาไม่เข้าพระกรรณองค์หญิง หม่อมฉันอยากให้องค์หญิงโปรดให้อภัย” ร่างบางเอ่ยพลางตัวสั่นงันงก

ท่าทีเช่นนั้นมิใช่กำลังจะบอกว่าถูกนางรังแกหรอกหรือ

“เป็นเช่นนั้นรึ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันหันมาถามหยางเลี่ยงเฟิ่งด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างไม่อาจคาดเดาอารมณ์

หลิงเสียนหรงลอบยิ้มเยาะ

“เพคะ” หยางเลี่ยงเฟิ่งก้มหน้าหลุบตาลงเล็กน้อย

หยางจิ้งเหยียนตบหลังมือนางเบาๆก่อนจะหันมามองหลิงเสียนหรงที่ยังคงคุกเข่าตัวสั่น “หลิงเสียนหรงพูดจาโอหังต่อองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งให้คุกเข่าสามชั่วยามเป็นการลงโทษ”

“ฝะ ฝ่าบาท” ใบหน้าของหลิงเสียนหรงซีดขาวตั้งแต่ถวายตัวนางไม่เคยถูกลงโทษสักครั้ง

“มีอันใดขัดข้องหรือ”

“มะไม่มีเพคะ” หลิงเสียนหรงก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบพระพักตร์เย็นชาของฮ่องเต้และใบหน้าที่ยิ้มบางๆขององค์หญิงผู้นั้น

“เฟิ่งเอ๋อร์ไปเดินเล่นกับเจิ้น” หยางจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงอ่อนโยนพร้อมกับโอบเอวบางเบาๆ

“เพคะ” นางเอ่ยยิ้มๆก่อนจะเดินออกไปพร้อมฮ่องเต้ไม่แม้จะเหลือบมองสนมคนโปรด

“ไม่คิดเลยว่าสนมคนโปรดจะมีวันนี้”

น้ำเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นหลังต้นอิงฮวาเรียกให้หลิงเสียนหรงที่ก้มหน้าขบฟันอย่างเจ็บแค้นหันไปมอง

“ข่งหรงหวา”

“เป็นข้าเอง”ร่างบางเดินออกมาจากหลังต้นอิงฮวามองหลิงเสียนหรงทั้งสมน้ำหน้าทั้งแค้นใจ

แต่เดิมนางคือข่งกุ้ยผินเจ้าของเรือนหยกหอม มีหลิงเสียนหรงที่แต่ก่อนเป็นเพียงหลิงหรงหวาเป็นผู้อาศัยอยู่ด้วย

หลิงหรงหวาในครานั้นแม้ต่ำต้อยแต่ก็เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้อย่างมากนางจึงใช้ความโปรดปรานเหยียบย่ำผู้อื่น ไม่เคารพผู้อยู่สูงกว่า

แม้แต่ข่งกุ้ยผินเองก็ถูกดูแคลนจนทนไม่ไหวสั่งคนตบปากหลิงหรงหวจนพูดไม่ได้ไปหลายวัน

แต่นั่นทำให้ชีวิตพลิกผัน เมื่อหลิงหรงหวาทูลฟ้องฮ่องเต้ออดอ้อนมารยาใส่ความนางจนถูกลงโทษถูกลดขั้นเป็นเพียงข่งหรงหวา ส่วนหลิงหรงหวาก็กลายเป็นหลิงกุ้ยผินปกครองเรือนหยกหอมแทนนาง

นางทั้งแค้นเคืองชีวิตของนางตกต่ำลงเรื่อยๆ แต่มันผู้นั้นกลับสูงขึ้นๆจนเป็นหลิงเสียนหรงในเวลาไม่ถึงปี เป็นที่โปรดปรานอย่างไม่มีใครเทียบ

จนมาถึงวันนี้วันที่นางรอคอย ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง

“นับจากวันนี้เจ้าคงไม่มีวันผงาดขึ้นไปอีก” ข่งหรงหวาเอ่ยอย่างมั่นใจ ยามที่นางได้เห็นรูปโฉมและได้ยินเสียงขององค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งนางก็รู้ได้ทันทีว่าหลิงเสียนหรงเป็นเพียงตัวแทนเท่านั้น

ยามนี้ตัวจริงที่งดงามกว่ามาอยู่เบื้องหน้า ไหนเลยฮ่องเต้จะมีพระเนตรให้เหลือบแลสนมที่หน้าตาธรรมดาผู้นี้อีก

“ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่” หลิงเสียนหรงเอ่ยอย่างแค้นเคืองนางก็มีความคิดไม่ต่างข่งหรงหวา

หากไม่มีหยางเลี่ยงเฟิ่งนางก็ไม่มีทางเป็นเช่นนี้

หยางเลี่ยงเฟิ่งกับฮ่องเต้เดินชมดอกไม้ใบหญ้าไปเรื่อยๆ หากจะให้เอ่ยตามจริงคงมีเพียงนางที่เดินชมอยู่คนเดียวอีกคนไม่สนใจรอบด้านแต่กำลังขยันกินเต้าหู้นางไม่หยุด

“ไม่พบเสียหลายวันเจิ้นคิดถึงเจ้านัก” ไม่ว่าเปล่ามือหนาลูบไล้เอวขึ้นลงจนนางจักจี้

“ฝ่าบาท…” ใบหน้างามแดงเรื่อเมื่อมือหนาชักจะลามปามขึ้นข้างบน ขณะที่จมูกโด่งสูดดมข้างกกหูนางจนรู้สึกขนลุกเป็นพักๆ

“หืม?”

“หม่อมฉันอายนะเพคะ” หยางเลี่ยงเฟิ่งกระซิบเบาๆพลางเหลือบมองนางกำนัลขันทีที่เดินก้มหน้าก้มตาอยู่ห่างๆ

“พวกนั้นไม่เห็นหรอก” หยางจิ้งเหยียนเชยคางเล็กขึ้นมาแล้วประกบปากจุมพิตเรียวปากฉ่ำเยิ้มเบาๆ “วันก่อนก็ฟังขุนนางบ่นเพราะเจ้า วันนี้ก็ลงโทษหลิงเสียนหรงให้ หงส์น้อยไม่คิดจะเอาใจเจิ้นหน่อยหรือ หืม”

“ฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันเอาพระทัยอย่างไรเพคะ” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยอย่างขวยเขินพยายามหลบหลีบใบหน้าคมที่ซุกไซร้ตามซอกคอ

“คืนนี้เจิ้นจะให้คนไปรับที่ตำหนัก” เขาเอ่ยเสียงแหบพร่าดวงตาคมพร่าพราวไปด้วยแรงปรารถนา

เรือนฟ้าพราวเรือนของหลิงเสียนหรง

เพล้ง! เพล้ง!

หลิงเสียนหรงปาข้าวของอย่างไม่อาจกักกั้นโทสะ วันนี้ตลอดสามชั่วยามที่นางถูกฮ่องเต้ลงโทษให้คุกเข่าในอุทยานหลวงเหล่าสนมชายาก็ผลัดกันมาเยาะเย้ยนางทุกหนึ่งเค่อสร้างความอับอายให้นางนัก

“ถ้าไม่มีมันถ้าไม่มีมัน!ฮ่องเต้คงไม่ทำกับข้าเช่นนี้!”ร่างบางหอบสั่นด้วยโทสะนางเคยได้รับความโปรดปรานมาตลอดแต่เพียงข้ามคืนที่หยางเลี่ยงเฟิ่งถวายตัวในพระเนตรของฮ่องเต้ก็ไม่มีนางอีกเลย

“พระสนมโปรดระงับโทสะ ประเดี๋ยวคนอื่นจะมาได้ยินเข้านะเจ้าคะ”

หลิงเสียนหรงมองเข่าม่วงคล้ำที่มีนางกำนัลทายาให้ โทสะก็ยิ่งลุกโชน

“หากมีข้าก็ต้องไม่มีมัน ข้าจะต้องหาทางกำจัดมันให้ได้” มือบางกำหมัดแน่นปลายเล็บแหลมแทบจิกทะลุเนื้อ

“เอาอย่างนี้ไหมเพคะ…”

หลิงเสียนหรงฟังแผนการจากนางกำนัลอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ว่ามุมอับมุมหนึ่งยังมีใครบางคนลอบฟังอยู่ตั้งแต่ต้น

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย อรอลิน
รอตอนต่อไปอยู่ค่ะ
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว