หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่32: สุขสันต์รัชศกหมิงหลงปีที่ 10 (2)(แก้ไข2) 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่32: สุขสันต์รัชศกหมิงหลงปีที่ 10 (2)(แก้ไข2) 100%

(ต๋าน่าหลันซือซือ/ไป๋เฟินเสียนเฟย: ไม่ทราบละอายใจ สะกดอย่างไรเพคะ???)

บทที่32:สุขสันต์รัชศกหมิงหลงปีที่10 (1)(แก้ไข2) 100%

ภายในโถงตำหนักดอกไม้ขาวยามนี้ปรากฏน่าหลันซือซือ ซาลาเปาฝาแฝด และกงปี้คนใกล้ชิดอย่างเผิงซู่กับชีรัน พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพักที่ลูกชายไม่ต้องร่ำเรียน น่าหลันซือซือไม่ต้องเข้าเฝ้าใคร เลยเตรียมกระดาษแดงทำสลากเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงนำใส่โถกระเบื้องเคลือบสองใบ ใบละหนึ่งชื่อชุดหรือจำนวนห้าม้วน

โถแรกคือสลากกล่าวคำอวยพร โถสองคือสลากมอบของขวัญ เหมือนๆ ทุกปีที่ชีรัน สองเปากับนางเล่นสนุกหลังจากชมพลุปีใหม่ด้วยกัน กระทั่งปัจจุบันรัชศกหมิงหลงปีที่สิบค่อยปรากฏเผิงซู่ร่วมเล่น ในฐานะเจ้าตำหนัก น่าหลันซือซือจึงจับสลากโถอวยพรคนแรก สี่คนที่เหลือล้วนลุ้นระทึกว่าชื่อใครจะถูกขานก่อน เพราะเตรียมทั้งกระดาษแดงเขียนคำอวยพร ทั้งกล่องของขวัญพรั่งพร้อมแล้ว

ทว่าวิญญาณกงกงตนหนึ่งกลับทำให้หญิงสาวชะงักมือที่คลี่ม้วนกระดาษอยู่ เมื่อเขาเร่งร้อนทะลุกายผ่านประตูมาแจ้งข่าว

‘ทูลไป๋เฟินเหนียงเหนียง เฉียงหลงหวงตี้เพิ่งตัดสินพระทัย จะเสด็จไป๋ฮวากงอย่างไม่เป็นทางการพ่ะย่ะค่ะ’

น่าหลันซือซือจึงอดสะดุ้งเฮือกไม่อยู่ มือเกือบปล่อยกระดาษน้ำหนักเบาหวิวทิ้ง ยามที่ในใจดั่งโดนสายฟ้าลงทัณฑ์กะทันหัน เขาจะมาไป๋ฮวากงทำไม พอดูขบวนพลุหลวงจบแล้ว ยังไม่รู้จักหลับนอนที่เทียนเฟิ่งหวงกง ไฉนต้องร่อนเร่มาหลอกหลอนพวกนาง!

นี่ไม่เท่ากับโชคร้ายเคาะประตูทัก นับแต่นางหายใจเฮือกแรกของปีหรือ!

“เหนียง...”

เปาจื่อร้องเรียก หลังจากโบกมือคั่นสายตามารดากับสลากหลายหนแล้ว น่าหลันซือซือจึงหลุดห้วงกังวลออกมาได้ นางยิ้มเจื่อนให้ซาลาเปานิดหน่อย ก่อนเผชิญหน้าแววตาถามไถ่จากทุกคน ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่

“เอ่อ...มาๆ เหนียงจับชื่อใครได้เป็นคนแรกน้า...”

สองเปานัยน์ตาวาววับ ประดุจมีป้ายไฟแย่งกันชี้ตัวพวกเขา บรรยากาศแก่งแย่งพลอยให้เผิงซู่ตื่นเต้นตามแล้ว

“ใคร...ใครกันหนอ...”

น่าหลันซือซือคลี่ม้วนกระดาษจนสุด แล้วลอบผงกศีรษะให้ผีกงกงหนึ่งที เขาค่อยค้อมกายล่องลอยออกไป ขณะที่นางเฉลยชื่อ

“เป็น...เป็นเมี่ยนเปา!”

จิ่นลี่หวัง หมินเหมิงถูกเรียกตัว ย่อมหยิบกระดาษแดงฝีมือตนเองขึ้นมา แล้วอ่านออกเสียงเข้มแข็งอวยพรให้มารดา ปีที่แล้วเป็นเปาจื่อ ปีนี้ขอเขาโชคเข้าข้างบ้าง

“กินปลาเหลือ(鱼อ่านว่า อี๋ว์ แปลว่าปลา ออกเสียงคล้าย‘อี๋ว์’余ที่แปลว่าเหลือ ทำให้ในเหนียนเย่ฟ่าน มีเคล็ดกินเมนูปลาห้ามหมดตัว)กินเต้าหู้ร่ำรวย(豆腐อ่านว่า โต้วฝู่ แปลว่าเต้าหู้ ซึ่งคำว่า‘ฝู่’ออกเสียงคล้าย‘ฟู่’富ที่แปลว่าร่ำรวย จึงมีเมนูเต้าหู้อยู่ในเหนียนเย่ฟ่าน)”

อา...หญิงสาวพยักหน้าปรบมือ สมกับเป็นเมี่ยนเปาของนาง ปีไหนๆ เจ้าซาลาเปาลูกนี้ คิดแต่ของกินเชื่อมโยงคำอวยพรปีใหม่ มีอัตลักษณ์ นับว่าเปี่ยมเอกลักษณ์!

ทุกคนตบมือยินดีพร้อมน่าหลันซือซือ ทว่าเผิงซู่เพิ่งลองเล่นครั้งแรกจึงไม่ค่อยคุ้นเคย ในใจอดตะขิดตะขวงเล็กๆ อยู่บ้าง แต่ยามสีหน้ารอบกายธรรมดาอย่างมาก นางย่อมออกวาจาคล้อยตาม

“กระชับและสอดคล้องที่สุดเพคะ จิ่นลี่หวังทรงมีความสามารถสูงส่ง!”

เหตุใดสี่คนที่เหลือจะหยั่งไม่ถึงเจตนาเผิงกงปี้ เลยลอบมองตากันเอง แล้วแอบขบขันอยู่

น่าหลันซือซือรับกระดาษแดงที่เมี่ยนเปาเขียนคำอวยพรมาเก็บ ลายมือเขาไม่มีเส้นวิจิตรเท่าเปาจื่อ แต่เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวบรรจงคัดแล้ว นางจึงโน้มหน้าลงหอมแก้มลูกชายหนึ่งฟอด

“เหนียงว่า ปีนี้พวกเราจะร่ำรวย เหลือกินเหลือใช้ทุกคนแน่นอนจ้ะ”

ดวงหน้าขาวผ่องของเด็กชายเปี่ยมประกาย ทั้งยังมีเค้าเก้อเขินที่ถูกมารดาคนงามหอมแก้ม ทว่าเจอสายตาฝาแฝดละม้ายอิจฉาหนัก เมี่ยนเปากลับหายอาย แล้วยืดจมูกภาคภูมิใจขึ้นมา ด้วยเหตุนี้นี่เล่า พวกเขาเลยแก่งแย่งแข่งโชคอยู่ทุกปี!

หญิงสาวยื่นส่งโถสลากของขวัญให้เมี่ยนเปา หวังจื่อน้อยเตรียมล้วงมือหยิบม้วนกระดาษด้านใน กลับปรากฏขันทีที่อยู่เวรยามค่ำส่งเสียงเคาะประตูขวางจังหวะ น่าหลันซือซือสบตาชีรัน เด็กสาวเลยลุกไปเปิดรับ ก่อนกระซิบความกันชั่วครู่

ไม่รู้กิจธุระอะไรมาถึงไป๋ฮวากงยามล่วงเข้าปีใหม่แล้ว เมี่ยนเปาคร้านจะสนใจนัก จึงล้วงมือหยิบหนึ่งใบ พอดีกับชีรันโน้มตัวรายงานน่าหลันซือซืออีกทอด สีหน้าโฉมสะคราญก็ยังรักษาบรรยากาศสนุกสนาน ส่งเสียงถามบุตรชาย

“เมี่ยนเปาจับได้ใครเอ่ย”

ซาลาเปาน้อยย่อมอ่านเสียงฉะฉาน

“ชีรันขอรับ!”

ต่อให้เพิ่งแจ้งข่าวชวนแตกตื่นแก่นายหญิง ชีรันก็อดยิ้มแก้มปริออกมาไม่ได้ ก่อนรีบนำของขวัญในหีบห่อถวายหวังจื่อน้อย จากนั้นค่อยหวนมากลัดกลุ้ม ทำให้รีรอที่จะเล่นจับสลากต่อ ซาลาเปาฝาแฝดย่อมสงสัยแกมเร่งเร้า กลายเป็นน่าหลันซือซือที่ถอนใจอธิบาย

“พวกเรา...จำเป็นต้องคอยคนมาสมทบสักหน่อยแล้ว”

แม้อยากรู้อยากเห็นเพียงใด เผิงซู่กลับพอคาดเดาบางอย่างออก ขณะที่ซาลาเปาชุดสีน้ำเงินกะพริบตาปริบๆ ใจพวกเขาชักก้ำกึ่งยินดีก้ำกึ่งคับข้อง แล้วหนึ่งเค่อถัดมา กงกงคนเดิมที่เข้ามารายงาน จึงเปิดประตูตำหนักของพวกนาง ก่อนถอยหลบด้วยท่าทีแทบจะทรุดหมอบกับพื้น เมื่อร่างสูงผึ่งผายตวัดก้าวข้ามธรณี

เบื้องหลังเฉียงหลงหวงตี้มีเจ๋อกงกงประหนึ่งรูปเงา ต่อให้ปราศจากเสียงประกาศหรือแขวนโคมค้างแรม เจ๋อจิ่วซิ่วก็มีน้ำใจส่งคนมาบอกล่วงหน้า เจตนาให้โอกาสพวกนางตั้งตัวรับก่อน ย่อมยากจำแนกว่า เพราะเขามักทำการรอบคอบไว้ก่อน หรือนี่เป็นความลับที่ไม่ยากแก่การสืบค้น!

คนในโถงตำหนักดอกไม้ขาวผุดลุก ประสานเสียงกันแผ่วเบา

“ถวายพระพรหวงช่าง/ฟู่หวง ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่น ปี เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”

หวงหลงในฉลองพระองค์จากพิธีกั้วเหนียน กวาดพระเนตรสำรวจกิจกรรมที่ค้างคาอยู่ แล้วจึงสอบถาม

“อ้ายเฟย หมินจือ หมินเหมิง ป่านนี้แล้วยังไม่หลับไม่นอนกันอีก ตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรอยู่หรือ กระดาษแดงในมือกับหีบห่อพวกนั้นคือสิ่งใด...”

ย่อมเป็นน่าหลันซือซือที่ฉวยโอกาสยืดกายตรง ก่อนได้รับคำอนุญาตจากโอรสสวรรค์ ทั้งนำพาพรรคพวกปฏิบัติตาม ระหว่างนางถวายคำอธิบาย

“ทูลหวงช่าง ตั้งแต่หมินจือ หมินเหมิงพอรู้ความ หม่อมฉันก็ให้พวกเขาและชีกงปี้เล่นจับสลาก แลกคำอวยพรกับของขวัญสนุกๆ ระหว่างกันทุกปี ในโถกระเบื้องสองใบนี้ ใบหนึ่งบรรจุสลากชื่อแลกคำอวยพร ใบหนึ่งบรรจุสลากชื่อแลกของขวัญ สิ่งที่หวงช่างทรงสงสัยอยู่ คือกระดาษแดงเขียนคำอวยพร กับกล่องของขวัญประจำตัวทุกคนเพคะ เมื่อจับสลากได้ชื่อใครแล้ว คนนั้นต้องมอบคำอวยพรหรือของขวัญผู้จับชื่อ สักครู่ หม่อมฉันเริ่มต้นด้วยการจับสลากโถคำอวยพรได้ชื่อหมินเหมิง เขาเลยมอบคำอวยพรแก่หม่อมฉัน จากนั้นถึงคราวหมินเหมิงจับสลากโถของขวัญ ก็ออกมาเป็นชื่อชีรัน ชีกงปี้จึงส่งมอบของขวัญให้เขาแล้วเพคะ”

เฉียงหมินหลงฟังรายละเอียด ก็อยากร่วมเล่นทันควัน

“เจ๋อจิวซิ่ง เช่นนั้นเขียนชื่อใส่ลงไปในโถสองใบพร้อมเจิ้น”

เจ๋อกงกงยังคงอ้ำอึ้ง น่าหลันซือซือย่อมช่วยบีบคั้น

“เจ๋อกงกง อย่ามัวแต่กริ่งเกรงพระราชอาญาไป หวงช่างตรัสอนุญาตแล้ว และโถสองใบนี้ ยังมีชื่อชีกงปี้กับเผิงกงปี้อยู่ก่อน รีบใช้กระดาษแดงสองใบเขียนชื่อเถิด จะได้สานต่อที่ค้างคาโดยไว”

พอไป๋เฟินเสียนเฟยผลักดันชัดถ้อยชัดคำ หวงช่างก็เตรียมลงพระหัตถ์เขียนพระนามอยู่ ข้าราชบริพารผู้ชราอย่างเขา จึงสิ้นทางเลี่ยง

ยามที่เผิงซู่ถวายกระดาษแดงสามแผ่นให้จักรพรรดิ ชีรันก็มอบจำนวนเท่ากันกับเจ๋อจิวซิ่ง สองใบให้พวกเขาลงชื่อตนเอง ใบที่สามค่อยเขียนคำอวยพร เมื่อผู้มาใหม่ปฏิบัติตามกฎเรียบร้อยดี การละเล่นย่อมดำเนินต่อ ไม่คาดว่านอกจากนางแล้ว ยังจะมีสาวน้อยคนสนิทโชคย่ำแย่แต่ต้นปี

พอคลี่กระดาษออกพบชื่อคน ชีรันเลยคล้ายเป็นใบ้เฉียบพลัน

“ว่าอย่างไร!เป็นใคร เหตุใดไม่อ่านให้ทุกคนได้ยิน!”

เฉียงหมินหลงจดจำพฤติกรรม ที่กงปี้นางนี้เลือกยืดหยัดข้างนายหญิง มากกว่ามหาบุรุษปกครองแคว้นเช่นเขาได้ ย่อมสบโอกาสระบายอารมณ์ขุ่นเคือง

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ!โปรดเมตตาด้วยเพคะ...”

พอเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าหวั่นเกรงระดับนั้น อารันช่างโชคร้ายเป็นสหายนางจริงแท้!

น่าหลันซือซือย่อมดึงกระดาษในมือเด็กสาว แล้วรับมาเป็นธุระเสียเอง

“ทูลหวงช่าง เป็นลายพระหัตถ์หวงช่างเพคะ”

สายตาเด็ดขาดประดุจคมมีดจ้องกรีดทึ้งเด็กสาวชั่วครู่ จึงเปลี่ยนไปหาเสียนเฟยที่ยังคงภาพเลิศล้ำ แม้นางจะปลดเครื่องประดับเกือบทั้งหมดแล้ว แววตาลึกล้ำค่อยส่องแสงระยับให้น่าหลันซือซือ อยู่ๆ ก็กลับพาคนหนาวยะเยือกขึ้นมา

“มั่งมีมงคลใหญ่ ก้าวหน้าสุขสวัสดิ์”

สิ้นเสียงทรงอำนาจ ทุกคนล้วนกล่าวขอบพระทัยพร้อมเพรียง ทว่ามีชีรันที่ได้รับกระดาษแดงฝีพระหัตถ์ เป็นหลักฐานอับโชคของนางแต่ผู้เดียว

น่าหลันซือซือไม่อาจทนทานสายตาแฝงนัยนาน นางเลยหาทางรอด

“ทูลหวงช่าง นี่คือโถสลากของขวัญเพคะ”

หญิงสาววางมันลงเบื้องหน้า ให้เฉียงหมินหลงล้วงมือจับหนึ่งม้วน เขารีบคลี่ชื่อออกดูเอง ไม่ให้เจ๋อกงกงได้รับใช้อย่างปกติ ก่อนใบหน้าเคร่งขรึมจะปกปิดความผิดหวังเอาไว้มิดชิด อ่านอักษรที่ปรากฏอยู่เสียงเรียบ

“เมี่ยนเปา...”

เด็กน้อยอย่างไรสีหน้าบริสุทธิ์กว่าผู้ใหญ่ ดวงหน้าอิ่มกลมเลยมีรอยมุ่ยเล็กๆ ก่อนเขาจะคุกเข่าลงประสานมือ ถวายกล่องของขวัญของตนแก่บิดา เฉียงหมินหลงรับมาชั่งน้ำหนักในมือ สงสัยอยู่ว่าจะเป็นข้าวของประเภทไหน แต่เห็นชีรันไม่ลงมือแกะหีบห่อ ชายหนุ่มจึงตั้งข้างตัวไว้เฉยๆ ด้วย

จากนั้นเมี่ยนเปาค่อยได้ลาภทดแทนที่เสียของขวัญให้ฟู่หวง เลยจับคำอวยพรชื่อมารดาได้อีกหน เปาจื่อย่อมยิ้มแย้มดีใจกับแฝดน้อง ประดุจไร้ปมสะกิดผิวหน้า ทว่าสายตาเขาก็แสบเคืองพอดู ทำให้อดยกมือขยี้สักทีไม่ไหว

น่าหลันซือซือส่งยิ้มหวานให้ซาลาเปาน้อย

“ร่างกายแกร่งมั่น จิตใจเกษมศานต์”

เฉียงหมินหลงแรกเจอเจ้าเปาเห็นแก่กระเพาะลุกเข้าหาโฉมสะคราญ พื้นอารมณ์เขายังเฉื่อยชา แต่หลังจากนั้น คิ้วเข้มกลับขมวดปมแน่น สายพระเนตรราวกับระเบิดพลังสังหารเข้มข้นออกมา ขณะที่ไป๋ฮวาเฟยขยี้เรียวปากบนผิวแก้มลูกชายยกใหญ่ ก่อนจะกอดรัดแนบแน่นย้ำ!

บัดซบนัก!

ปีหน้าต้องเป็นของเขา!

เปาจื่อย่อมสัมผัสสัญญาณรุนแรงจากฟู่หวง ทำให้ตระหนักว่า ปีหน้าคู่แข่งพวกเขา ก็เพิ่มจำนวนอีกแล้ว!

เมื่อถึงคราวจับโถของขวัญด้วยตัวเอง น่าหลันซือซือจึงใจเต้นระทึกเกินปกติ ทำให้หย่อนปลายนิ้วลงกวนม้วนกระดาษ พร้อมภาวนาวนไป ขอให้หลุดพ้น ขอให้หลุดพ้น เพี้ยง!

ท่ามกลางสายตาคู่ที่ดุดันและเพ่งเล็งชอบกล น่าหลันซือซือก็เลือกขึ้นมาจนได้หนึ่งม้วน ทว่าอย่างไร ลางสังหรณ์ยังพาเส้นประสาทชักกระตุก ก่อนลุกลามไปเล่นงานสองมือจนเริ่มสั่นสนอง นางเลยกำฝ่ามืออำพราง ทว่าด้วยเหตุผลที่ทุกคนต่างรอคอยอยู่ คงจะมีที่เห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง จักรพรรดิหนุ่มจึงจู่ๆ อารมณ์สดใสทันตา ช่างข่มขวัญให้โฉมงามอยากสลัดสลากทิ้ง

น่าหลันซือซือสูดลมหายใจเรียกพลังกล้าหาญ แล้วค่อยตะลึงตาแข็งใส่อักษรแกร่งกล้าสามตัว

เฉียง...หมิน...และหลง!

หญิงสาวละม้ายเข้าถึงความเป็นปลาปิ้งแดด ที่นอนพะงาบปากอยู่ขึ้นมา

“เฉียงหมินหลง...เฉียงหมินหลง...เฉียงหมินหลง...”

พอคืนสติ นางจึงกระชากกายลุกขึ้นย่อเข่า

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยโทษด้วยเพคะ!”

ไม่เพียงลืมบันดาลโทสะ เขายังหัวร่อออกมา

ไม่ต้องคอยปีหน้า!

ย่อมไม่บัดซบแล้ว!

ฮ่าๆ!

มือใหญ่สอดเข้าฉุดร่างหอมกรุ่น ก่อนประคองยืนเคียงคู่กัน

“ขอให้ยกโทษอะไรหรือ ชื่อแซ่ของเจิ้น ก็เขียนลงไปให้มีคนอ่าน หาใช่คำต้องห้าม สงสัยปีใหม่ทำอ้ายเฟยขวัญอ่อนเกินไปแล้ว...”

กึก...ไม่ใช่คำต้องห้ามอะไรเล่า!

อย่างนั้นจะออกราชโองการแปลงชื่อสัตว์ สิ่งของ และประชาชนอยู่ทุกรัชศกใหม่หรือ!

มุสาหน้าตายเลียนแบบศรีภรรยาของท่านแล้ว ยังจะป้ายโทษปีใหม่นี้ที่พานางขวัญอ่อน เขากำลังสรรหาเหตุให้หัวคนอื่นหลุดแต่วันที่หนึ่งหรือไม่ ไม่ทราบจะเลือดเย็นชิงชัยกับน้ำค้างแข็งพันปีไปไหน!

ว่าแล้ว...

ว่าแล้วนางจะต้องดวงตก ทันทีที่สูดอากาศเฮือกแรกของปี!

ละม้ายระวังสองขาไป๋เฟินเสียนเฟยกระทั่งมั่นคงก่อน ร่างสูงใหญ่จึงเฝ้าโอบประคองอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้มุมซับซ้อนจอมบุรุษเท่าตัวเขา เฉียงหมินหลงเลยก้มหน้าคมสันมากระซิบชิดติ่งหูจิ้มลิ้ม ระบายลมหายใจร้อนเข้าลวกผิวอ่อนโดยทารุณ

“ซือเอ๋อ สมัยก่อน เจ้าก็เรียกหาเจิ้นว่าหมินหลงบ่อยไป บางทีเรียกจนเสียงแหบเครือเทียว...”

ต่ำช้า!

แหย่เรื่องใต้สะดืออย่างนี้ ทำนางจุกท้องไปหมด!

ผิวขาวผ่องย่อมฉีดสีชมพูก่ำ ฮืออ สมองต๋าน่าหลันซือซือมีคุณภาพมาก เวลารื้อฟื้น นางย่อมจำรายละเอียดได้แจ่มชัด ทำไมมังกรหน้าด้านท่านนี้ ชอบยั่วโมโหคนที่สุดนะ!

ลำพังไม่ทราบว่าเฉียงหลงหวงตี้ตรัสอะไร เสียนเฟยเลยหน้าแดงก่ำประหนึ่งเปื้อนชาด ย่อมพาพวกเขาชะงักงันกันแล้ว ยิ่งได้ยินเสียงคนถูกหอมแก้มสองหนถี่ๆ อีก ยังจะเหลือเสี้ยวเวลาให้ไปสงบจิตอยู่หรือ!

ยามที่สายตาหลายคู่เบิกค้าง เฉียงหมินหลงกลับกระตุกเส้นคิ้ว

“นี่มิใช่กฎของพวกเจ้าหรอกหรือ เหตุไรต้องจ้องมองเจิ้น สีหน้าแตกตื่นกันเพียงนั้น”

หลายคนหลายกระแสคิด ชีรันกับเผิงซู่ล้วนตะลึงลาน เจ๋อจิวซิ่งกลับนึกยินดีฟ้าว่าเมตตาตน ให้ไป๋เฟินเสียนเฟยกับชีรันจับสลากต้องห้ามครบสองใบแล้ว แต่เขายังปรีดาไปได้ไม่ถึงที่ทางดี เสมือนแผ่นดินพลิกหลัง พาร่วงสู่ฝั่งมรณะเอากะทันหัน

ช่างเป็นกฎหาเรื่องสังเวยลมหายใจคนแท้ๆ เพียงปากถือดีเปล่งพระนามจริง วิญญาณข้าราชบริพารก็หวาดผวาหมดสิ้น ยังจะเหลือหน้าไหนกล้าล่วงเกินพระวรกายล้ำค่าบ้าง พวกเขาคงต้องคอขาดเสมอบ่า ก่อนจมูกทันสูดกลิ่นหวงช่างแล้ว!

นับว่าเส้นสายอารมณ์ขันของเฉียงหลงหวงตี้ เหี้ยมเกรียมยิ่ง!

คู่ซาลาเปาเห็นมารดาโดนปล้นผิวเต้าหู้ตำใจ แน่นอนล้วนบังเกิดไฟริษยาท่วมท้น ถึงขั้นเหวี่ยงลูกตาแรงร้อนใส่จักรพรรดิ

ฟู่...ฟู่หวงช่างไร้ยางอาย!

น่าหลันซือซืออยากชิงสลบ แต่พักหลังสติของนางแข็งแกร่งขึ้นมาก พอความร้อนที่ใบหน้าพุ่งทะลุขีดสุด ก็ค่อยหวนมาเยือกเย็น บางทีโรคหน้าหนาอาจแพร่เชื้อผ่านอากาศได้ หญิงสาวจึงปลีกตัวจากอ้อมพระกร แล้วยืนสงบเสงี่ยมให้บรรยากาศแตกตื่นตกตะกอนก่อน ขณะที่เฉียงหลงหวงตี้นั่งลงอย่างเปี่ยมราศีอิ่มเอม

“เจิ้นมาโดยไม่ทราบว่ามีเล่นจับสลากกัน ของขวัญที่ต้องให้อ้ายเฟยจึงสะดวกวันพรุ่ง เจ๋อกงกงจะเป็นผู้นำมาให้ที่ไป๋ฮวากง แล้วพวกเจ้ายังยืนค้ำศีรษะเจิ้นอยู่กันทำไม นั่งลง!เจิ้นจะได้จับโถคำอวยพร”

ต่างคนต่างสะดุ้งโหยง ปฏิบัติตามพระบัญชาทันควัน

“ขอบพระทัยเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”

ข้ารับใช้สามคนบีบกายลีบบนเก้าอี้ ข้างเชื้อพระวงศ์ก็นั่งไม่เต็มก้น ไม่รู้ต่อไปหวงช่างจะสำแดงอะไรให้พวกเขาพรึงเพริดอีก เฉียงหมินหลงจับได้ชื่อเปาจื่อ เด็กชายจึงคุกเข่าอ่านกระดาษแดงในมือ

“พลังสุขภาพหนักแน่นดั่งขุนเขา เฉลิมฉลองพูนสุขดั่งท้องสมุทร”

จักรพรรดิหนุ่มพยักหน้าพอใจ ก่อนมองเจ๋อกงกง ขันทีคนสนิทจึงรับคำอวยพรจากจิ่นติ้งหวังมาวางข้างของขวัญจากจิ่นลี่หวัง สลากในโถกระเบื้องก็ทยอยลดจำนวนลง เสียงกลอนอวยพรสลับดังกับการส่งสิ่งของ ทว่าท้ายที่สุดแล้ว เฉียงหมินหลงกลับหงุดหงิดขึ้นมา คิดเล่นงานภรรยา ทำให้ก่อกรรมสนองดั่งพายุหมุน

เขาได้ของขวัญเมี่ยนเปา ได้คำอวยพรเปาจื่อ และติดค้างของขวัญไป๋เฟินเสียนเฟย แต่ขันทีเฒ่าอย่างเจ๋อจิงซิ่งกลับนอนกินโชคลาภแต่ต้นรัชศก ฉกรางวัลใหญ่โดยเกียจคร้านไปได้!

เห็นทีนอกจากไป๋เฟินเสียนเฟยกับชีกงปี้ ค่อยปรากฏเจ๋อกงกงประสบคราวเคราะห์รังแก ด้วยม้วนกระดาษแดงก้นโถของขวัญอันสุดท้าย คือสลากชื่อต๋าน่าหลันซือซือ!

หญิงสาวใช่ปรีดาที่เจ๋อจิวซิ่วทุกข์หนัก ตรงกันข้ามนางสงสารเขาเหลือล้น แต่จนใจที่ไม่สามารถหักกฎการเล่น จึงยื่นกล่องของขวัญออกไป แม้มหาขันทีจะรู้ระแวงสีพระพักตร์เฉียงหลงหวงตี้แล้ว เขาก็ยังขวัญสั่นระริกขึ้นมา เพราะคุ้นเคยพญามังกรเกินกว่าครึ่งชีวิต เจ๋อจิวซิ่งย่อมพอตั้งสติหันมาล่วงเกินไป๋เฟินเสียนเฟย ยอมรับพลังล้างผลาญที่เบากว่าล้ำแดนหวงช่างมากนัก

“ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย กระหม่อมเป็นกงกง สถานะครึ่งบุรุษ อย่างไรก็ต้อยต่ำ ไม่คู่ควรรับของขวัญสู่งค่านี้ได้ ขอไป๋เฟินเสียนเฟยโปรดเมตตากระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

น่าหลันซือซือส่ายหน้าระบายความจนใจ แต่เรียวปากประดับยิ้มยุติธรรม

“เจ๋อกงกงไม่ควรดูแคลนคุณค่าในตัวเอง วันนี้ทุกคนก็ได้รับคำอวยพรกับของขวัญคนละชิ้นแล้ว จะยกเว้นเจ๋อกงกงคนเดียวได้อย่างไร หวงช่างทรงเห็นด้วยหรือไม่เพคะ”

นางสารภาพว่าหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ได้อยู่เช่นกัน เมื่อของขวัญที่ตั้งใจเตรียม กลับเป็นเผือกร้อนลวกมือผู้อื่น แต่ไม่ว่าอย่างไรสายตาเจ๋อจิวซิ่งต้องสอดส่องหวงช่างก่อน เฉียงหมินหลงจึงแย้มพระโอษฐ์ให้ไป๋เฟินเสียนเฟย แล้ววกนัยน์ตาดุร้ายมาหาเขา กงกงคนสนิทเลยเดือดร้อนราวกับเกลือกกลิ้งบนกระทะ

หลังจากเค้นหัวคิดจนหน้าใกล้มืดเต็มที เขาค่อยพบแสงสวรรค์ ขันทีผู้ชราก็นอบน้อมฝ่ากลิ่นอายหมายชีพมากระซิบความใกล้พระกรรณ พอเฉียงหมินหลงเมินสายพระเนตร เจ๋อจิวซิ่งค่อยรับของขวัญจากไป๋เฟินเสียนเฟย กว่าจะเจอทางปลอดภัย ทำเอาคนแก่อยากยกแขนเสื้อซับเหงื่อที่ไหลชุ่มหนังศีรษะยิ่ง

เมื่อแลกคำอวยพรกับของขวัญเรียบร้อยทุกคน ค่อยถึงเวลาเปิดหีบห่อที่ได้รับ เฉียงหมินหลงแกะฝากล่อง มือล้วงลงไปดึงของภายในออกมา พบว่าคือกรงไม้ใส่สัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก ประกอบขึ้นด้วยฝีมือยามว่างจากเมี่ยนเปา เขาอาจปล่อยปละละเลยหวังจื่อฝาแฝด แต่ทราบความเคลื่อนไหวเสมอ ต้นตอที่หวังสีเจี่ยเกือบสำเร็จโทษเชื้อสายสกุลเฉียงคู่นี้ มีเจ้ากระรอกเดรัจฉานตัวหนึ่ง

เฉียงหลงหวงตี้บรรยายความรู้สึกยาก ยามค้นพบว่า ยกเว้นเรื่องกินที่เป็นข้อด่างพร้อยแล้ว จิ่นลี่หวังยังมีนิสัยชวนรังเกียจเพิ่มอีกประการ นั่นใช้สมองไตร่ตรองดีแล้วหรือ จึงนำกรงสัตว์เลี้ยงมอบเป็นของขวัญแลกเปลี่ยนคนอื่น แต่สุดท้าย มันก็ตกสู่ตนเองที่เลี้ยงกระรอกอยู่ผู้เดียว!

โดยฉับพลันที่เค้าทะมึนปรากฏคลุมร่างองอาจ เฉียงหมินหลงก็โยนกรงน้อยลอยลิ่วไปหาเมี่ยนเปา แทนที่เจ้าซาลาเปาจะหน้าสลดรับปฏิกิริยาบิดา เขากลับคุกเข่าขอบพระทัยน้ำเสียงร่าเริงยิ่ง ก่อนเปิดประตูกรง ปล่อยสัตว์เล็กที่ชายหนุ่มเพิ่งสังเกตว่าซ่อนตัวใต้อกเสื้อเมี่ยนเปาอยู่แต่ต้น

เจ้าไป๋ไป๋กระโดดสำรวจที่อยู่ใหม่ ท่าทางร่าเริงมาก แล้วย้อนมาถูหัวกับฝ่ามือนายน้อย ก่อนจะครอบครองสถานที่อย่างสุขี จึงค่อนข้างแจ่มชัด นิสัยดีเลว ล้วนติดจากคนใกล้ชิด!

เฉียงหมินหลงสิ้นถ้อยตำหนิเช่นเดียวกับเจ๋อกงกง แต่ผู้อาศัยในไป๋ฮวากงคล้ายชินชา ถึงสนใจเปิดของขวัญของปีนี้กันมากกว่า ขณะที่ทุกคนกำลังเปลื้องหีบห่อ น่าหลันซือซือไม่มีอะไรให้งัดแงะบ้าง สายตาเลยว่างงานกระทั่งจับกิริยาลับล่อระหว่างขันทีผู้เฒ่ากับหวงช่างผู้หนุ่มได้

นั่นมิใช่...นั่นมิใช่ลักลอบส่งของขวัญของนางอยู่หรือ!

จักรพรรดิหนุ่มกระแอมกระไอ ยามรับรู้แววตาตื่นตะลึงจากไป๋ฮวาเฟย

“บัดนี้ล่วงเข้ากลางยามโฉ่ว(1.00-3.00)แล้ว เจิ้นเริ่มอ่อนเพลีย...”

หวงช่างตรัสเช่นนี้ พวกเขาจึงเกร็งติ่งหูฟัง

“พรุ่งนี้เจิ้นงดออกว่าราชการแผ่นดิน แต่ฎีกาเร่งด่วนที่คอยให้ไปสะสางก็มีจำนวนไม่น้อย...”

น่าหลันซือซือตีใบหน้านิ่ง ทั้งที่หัวใจเต้นตูมตาม

เขากำลังบอกว่าคืนนี้...ถึงจะมาแต่ก็ไม่นอนค้างหรือไม่!

นับว่านางแสดงออกถูกวิธี เฉียงหมินหลงเลยไม่โดนกระตุ้นให้เปลี่ยนความตั้งใจ

“เจิ้นทบทวนแล้ว พักผ่อนที่เทียนหลงกงจะสะดวกมากกว่า พวกเจ้าเองก็ตามสบายเถิด รัชศกหมิงหลงปีที่สิบนี้ เจิ้นหวังว่าจะนำมาซึ่งความสุขโดยทั่วถึง”

ทุกคนผุดลุก เปล่งเสียงขอบพระทัย หลายรูปหน้าแฝงแววโปร่งโล่งกึ่งหลุดพ้น ทว่ามีแค่น่าหลันซือซือที่เขาจะอยู่ต่อหรือจากไป นางคลับคล้ายอมหวงเหลียนเอาไว้ในปาก ที่รู้สึกเช่นนี้ ใช่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว คงเพราะรับรู้เต็มสองตาตนว่า เฉียงหมินหลงกำลังอารมณ์ดีกลับพระตำหนักอย่างไร

เจ๋อกงกงก้าวตามหลังหวงช่าง สองมือเขาว่างเปล่า ส่วนวัตถุกลางพระหัตถ์กว้างนั่น ของขวัญของนางชัดๆ โอรสสวรรค์ประเภทไหนกัน รีดนาทาเร้นกระทั่งขันทีคนสนิท ทั่วใต้หล้าที่ยอมจำนนใต้ฝ่าพระบาท ยังมีศีลธรรมสำนักใดให้หวงช่างทรงละอายแก่ใจเหลือไม่!

คุยกับแพนด้า:(17/10/18)

เหมือนเดิมนะคะ แพนด้าว่างแล้วจะไล่ตอบเจ้าค่า และอาจจะมีบางท่านไม่ได้ตอบ ก็ขอให้ทราบว่าแพนด้าอ่านแล้วขอบคุณทุกท่านอยู่เสมอน้า ตอนนี้ปั่นนิยายรายวันกันต่อไปก่อน ฮรือออออออ...

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก:ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย เดือน
ติดตามขอบคุณ
เมื่อ 4 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย PaviNovels
Thank you na ka
เมื่อ 8 เดือน 5 วันที่แล้ว

รีวิว