ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 28 บรรจบพบเจอ re

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 28 บรรจบพบเจอ re

สองเท้าก้าวอย่างรีบเร่งแทนการร่ายมนตราเพราะตามกฎข้อบังคับของ มรนาการนั้นคือห้ามใช้มนตราหรืออาคมในเขตพื้นที่ของอสูรระดับเจ้าทำให้ยามนี้อสูรหนุ่มพยายามอดทน ซึ่งอาคมกับมนตราสองสิ่งดูเหมือนจะคล้ายแต่ก็ยังดูแตกต่าง ซึ่งมีเพียงผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์เท่านั้นจึงจะรู้

พลั่ก!!! แรงกระแทกดังพลั่กมาจากร่างหนึ่งที่เพิ่งโผล่พ้นออกมาจากหลุมดำ เสียงร้องโอดโอยดังมาจากเด็กมนุษย์ หน้าตาใสสะอ้าน รูปร่างสันทัด แววตาใสกระจ่างที่ยามนี้ชักเริ่มเต็มไปด้วยความตื่นกลัว เพราะสภาพแวดล้อมรอบๆกายมันมืดสลัว ไม่แปลกที่แขกหน้าใหม่ จะรู้สึกขนลุกและหวาดหวั่นกับบรรยากาศแสนมืดมนที่มีเพียงแสงไฟนีออนตามรายงานเพียงเท่านั้น

“เกะกะ” เด็กหนุ่มถูกผลักกระเด็นล้มคลุกฝุ่นจนได้ทั้งที่แรงชนเมื่อครู่ ตนพอจะตั้งหลักได้แท้ๆซึ่งแรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้เสียหลักล้มลงกับพื้น อีกทั้งแขนและขายังถลอกปอกเปิกพร้อมเลือดซิบๆ

“พี่หนึ่งครับ มรนาการมันวังเวงสุดๆ” เด็กมนุษย์ได้แต่โอดครวญรำพึงถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้ตนต้องมาผจญเวรผจญกรรมเช่นนี้ แม้จะแสบขาและแขนอยู่บ้างแต่ความเป็นลูกผู้ชายมันค้ำคอทำให้เจ้าตัวพยายามอึบเอาไว้

หากจะถามถึงว่าเพราะเหตุใดเด็กมนุษย์ผู้ไม่รู้เรื่องกับเข้าด้วยสักอย่างจึงต้องก้าวเท้าเข้ามรนาการล่ะก็ ทุกเรื่องมันมาจากคำขอร้องของรุ่นพี่คนสนิท

“นนท์ สามถูกจับตัวไป”

“พี่ติดงาน ปลีกตัวไปไม่ได้ ไปช่วยสามแทนพี่ที” เรื่องราวจากผู้มาเยือนในยามวิกาลเต็มไปด้วยความเร่งเร้าและขอร้องประกอบกันไปในตัว

“ใครจับคุณสามไปครับ” สีหน้าท่าทางของรุ่นพี่ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มตื่นตระหนกตาม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเจ้าของห้องเบิกกว้าง ทั้งสองแขนยังกำต้นแขนของรุ่นพี่หนุ่มเอาไว้แน่น

“สามอยู่มรนาการ พี่ติดสงครามปล่อยทิ้งไปไม่ได้” คำอธิบายของรุ่นพี่หนุ่มที่เพิ่งสนิทได้ไม่นานจากการเล่นเกมส์มีเพียงเท่านี้

“ครับ” แม้อยากจะรู้นักว่า สงครามที่ว่ามันคือสงครามอะไร จะว่าติดสงครามในเกมส์คงไม่ใช่ แต่ด้วยท่าทางรีบร้อนของรุ่นพี่ทำให้เด็กหนุ่มยังไม่กล้าถามออกไป

"มรนาอะไรนะครับ มันอยู่ที่ไหนครับ" ใจของเด็กหนุ่มนิ่งสงบลงแล้ว ทั้งยังเต็มใจให้ความช่วยเหลือรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างเต็มที่

“จงจำไว้ มรนาการต่างจากที่นี่มาก ตั้งสติให้ดี”

"ครับ มรนาการ" ทวนคำอีกครั้งเพื่อเตือนย้ำให้ตัวเองรู้ว่าต้องไปที่ไหน ทวนซ้ำๆแบบไม่ออกเสียงอีกครั้งในสมองประมาณสองถึงสามครั้งเพื่อกันลืม

ความคิดที่จะโยนเด็กมนุษย์เข้ามรนาการ ผ่านการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี เพราะแม้ตัวตนจะเป็นเพียงคนธรรมดาแต่ดวงจิตมันแข็งกล้าเอาเรื่องอยู่ ย่อมไม่พลาดถูกปีศาจระดับล่างหรือกลางจับกินได้ง่าย ประกอบกับอีกไม่นานจะมีการคัดเลือกดวงจิตเข้าสำนักของชนชาวเวทย์ ใช่ฟังไม่ผิด คัดเลือกดวงจิตเข้าเป็นชนชาวเวทย์

เป็นพิธีการเพื่อเพิ่มจำนวนชนชาวเวทย์หรือจะว่าง่ายๆคือการให้สิทธิ์ขั้นสูงขึ้นไปเหนือกว่ามนุษย์ ซึ่งผู้ที่ถูกเลือกย่อมมาจากสายพันธุ์ใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและเงื่อนไขของแต่ละเผ่าพันธุ์ เช่นในกรณีของเด็กหนุ่มซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์จึงมีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องเป็นดวงจิตแข็งกล้าที่สะสมความดีความชั่วในปริมาณทัดเทียมกันถึงจะมีสิทธิ์อัพเรเวลจากมนุษย์ธรรมดากลายเป็นขนชาวเวทย์ และการอัพเรเวลจะเกิดขึ้นหลังจากที่คนผู้นั้นสิ้นลมแล้วเท่านั้น ซึ่งตนเองก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของการคัดเลือกดวงจิตเข้าสำนักมัญฌิมาเช่นกัน จึงมีความคิดอยากทดสอบรุ่นน้องดูสักที

อีกทั้งเจ้าหนุ่มนี่หน่วยก้านมันไม่เลว ความคิดลากรุ่นน้องเข้ามาเป็นพวกจึงเกิดขึ้นเพราะดวงจิตชั้นดีขนาดนี้ใช่ว่าหากันได้ง่าย หากนำมาขัดเกลาย่อมเป็นกำลังให้กับชนชาวเวทย์ได้เป็นแน่ แต่ก่อนอื่นต้องจับมันใส่นัลเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นเนื้อชิ้นเลิศขนาดนี้อาจจะตกไปอยู่เงื้อมมืออีกฝ่ายก็เป็นได้ เพราะทางมรนาการเองย่อมมีการคัดเลือกดวงจิตเข้าดินแดนเหมือนกัน เพียงแต่เงื่อนใขของทางนั้นย่อมละเอียดยิบกว่ามากนัก ด้วยหากกลายเป็นชนชาวมรนาการสายเลือดแท้เมื่อใดย่อมหมายถึงว่าอยู่เหนือกว่ามนุษย์ ชาวเวทย์ ปีศาจ และ สามโลก

จากเหตุผลตามข้างต้นทำให้ชาวมรนาการที่มีสายเลือดเป็นมรนาการแท้ๆจึงมีเพียงไม่กี่ตน เพราะถึงแม้จะเกิดจากพ่อเป็นมรนาการแท้และแม่เป็นมรนาการแท้แต่ถ้าดวงจิตยามกำเนิดไม่ใช่มรนาการแท้ย่อมกลายเป็นปีศาจธรรมดาที่อาศัยอยู่ใน

มรนาการเพียงเท่านั้น ซึ่งผู้ที่มีสายเลือดเป็นมรนาการโดยแท้ ย่อมมาจากตัวตนและบุญบารมีของตนเองเพียงเท่านั้น

“สามถูกเวร่าจับตัวไปมรนาการ” คำอธิบายมีเพียงแค่นี้

“เวร่า ใครคือคุณเวร่าครับ” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ววุ่นเพราะยังงงอยู่

“ช่างเถอะ หาเวร่าให้เจอ จับนางใส่ลงในนัลแล้วส่งมาให้พี่”

“เดี๋ยวครับพี่หนึ่ง ผมไม่เข้าใจ” ถึงจะคุยทางออนไลน์กันอยู่บ่อยๆแต่เรื่องราวครั้งนี้มันดูประหลาดสุดๆ

“ใช้นัลที่สวมอยู่บนคอของนาย จับเวร่าใส่ลงไป แล้วอาคมจะนำนางอสูรร้ายมาหาพี่เอง”

“อสูร ปีศาจ มันมีอยู่ในโลกด้วยเหรอครับ แฟนตาซีสุดๆ” หนุ่มใสตะโกนก้องเพราะชักเริ่มตื่นตกใจ แต่ใจยังพอสู้อยู่บ้าง ด้วยเดิมทีเป็นคนขี้กลัวเป็นทุนเดิมแต่ดันชอบดูหนังแนวไซไฟ ยิ่งมาได้รับรู้ได้ฟังเรื่องราวแฟนตาซีเหนือธรรมชาติเช่นนี้ทำให้ใจหนุ่มตื่นเต้นสุดๆ กลัวก็กลัว อยากรู้ก็อยากรู้ มันเริ่มผสมปนเปจนแทบแยกกันไม่ออก

“ไม่ต้องกลัว สวมนัลเอาไว้ตลอดเวลา มีปัญหาเรียกชื่อพี่ดังๆ พี่จะไปช่วยนาย” ดวงจิตนายแข็งแกร่งมากแต่ยังแยกไม่ได้ระหว่างขาวกับดำ คงต้องทดสอบดูในครั้งนี้

“ครับ ผมจะพยายาม” ยิ้มแป้นเลยทีเดียวเพราะชอบใจนักแหละกับการผจญภัยในครั้งนี้

ดีมากน้องรัก หากครั้งนี้นายทนกับสภาพความกดดันของมรนากรและสามารถลากอสูรใจร้ายใจดำทิ้งสามีได้ลงคอกลับมาหาพี่ได้ ตำแหน่งชาวเวทย์คนต่อไป พี่จะถวายให้กับน้อง

“หยุดเดี๋ยวนี้ครับ ขอโทษผมก่อน ชนคนอื่นล้มยังไม่สำนึกอีก” ส่งเสียงเข้มขู่ด้วยความไม่พอใจ ทั้งที่ปกติจะวิ่งหนีแท้ๆ แต่ความเจ็บกระมังทำให้เด็กหนุ่มชักฮึด

“วอนตายใช่หรือไม่ เจ้ามนุษย์” ดวงตาสีเท่าอ่อนๆประกอบกับใบหูเรียวยาวและเขี้ยวแหลมเรียวยามเอื้อยเอ่ยคำทำให้เด็กหนุ่มขาสั่น

โครม ฟิ้วๆๆ ปังๆๆ โครม เสียงแห่งความหายนะดังมาแทรกทำให้อสูรหน่มตัดใจไม่เชือดเจ้าตัวมดปลวกแต่ก้าวเท้ารีบเร่งไปยังทิศทางของการต่อสู้แทน และด้วยความอยากรู้ทำให้สองขาของเด็กมนุษย์รีบวิ่งตามไปติดๆ

ทุกสิ่งที่ทำล้วนผิดแปลกจากที่เคย อาจจะเป็นเพราะวงด้ายแดงบนข้อนิ้วก้อยที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาเมื่อครู่ก็เป็นได้ พรหมลิขิตลึกลับแสนมีอำนาจแม้ต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์ยังชักนำให้มาบรรจบพบเจอกัน

“นากิม แกทำอะไรแม่ข้า” ท่านชายฝั่งขวาแววตาร้อนรนเพราะจับกลิ่นไอชีวิตของมารดาไม่ได้เแม้สักเสี้ยว

“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ท่านชายฝั่งซ้ายผละออกจากอกน้องเพื่อกวนอารมณ์ด้วยถ้อยคำนี้โดยเฉพาะจึงเรียกโทสะให้กับท่านชายฝั่งขวาได้เป็นอย่างดี

“ไอ้นากิม!!!”

“ครับ ไอ้ฟรอส” กระแสพลังสองสายอัดกระแทกกันค่อนข้างจะสูสี กระแสหนึ่งเป็นสายลมเฮอริเคนข้าปะทะซึ่งเป็นลมหมุนวนขนาดใหญ่ยักษ์ ส่วนอีกกระแสเป็นหลุมดำขนาดมหึมาซึ่งดูดกลืนทุกสรรพสิ่งไม่เว้นแม้แต่เด็กมนุษย์ที่แอบย่องตามมา ซึ่งตอนนี้กำลังลอยละลิ้วเข้าปะทะกับร่างเนื้อของอสูรหนุ่มเป็นครั้งที่สองดังโครมใหญ่

คนหนึ่งคนกับหนึ่งตนเสียหลักล้มคลุกฝุ่นไปด้วยกัน

ครั้นเมื่อตั้งสติได้ทำให้อสูรเลือดเย็นถีบร่างเนื้อของเจ้ามนุษย์ไปติดกำแพงในทันทีเพื่อปกป้องให้หลุดพ้นจากวิถีแรงดูดของหลุมดำมหึมา

“โอ๊ย เจ้าตัวใจดำ” เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง แม้ไม่รู้ว่าตรงหน้ามันตัวอะไรแต่ขอว่ามันสักคำ

หลุมดำมรณะกับทอนาโดใหญ่ยักษ์หายวับไปกับตา ยามมีแขกแปลกหน้าเข้ามาแจมร่วมสงคราม

“เจ้ากากร้านดอกไม้ ชู้แม่ตัวดี มาให้เชือดถึงที เดี๋ยวข้าจะสนองให้" ดวงตาสีมรกตมองหน้าเด็กมนุษย์นิ่งๆก่อนเปิดยิ้มแสยะ
ยามคิดจบว่ามันเป็นใครจึงปาสายลมคมกริบดังปลายมีดเข้าใส่แต่ทว่ากับชะงักอยู่กับที่เพราะเส้นดายสีแดงบนข้อนิ้วก้อนของเด็กมนุษย์

“โอ๊ะ ด้ายแดง” เสียงอุทานของอสูรหนุ่มดังขึ้นด้วยความแปลกใจพลางสลายอาวุธมัจจุราชในมือทิ้ง

ด้ายแดงเข้มค่อยๆปรากฏขึ้นบนปลายนิ้วก้อยของท่านชายฝั่งซ้าย ลากโยงเป็นเส้นสายเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างอสูรตนหนึ่งกับเด็กมนุษย์ ปลายทางด้ายเส้นแดงค่อยๆผูดมัดเป็นเงื่อนตายอยู่บนข้อนิ้วก้อยของเด็กหนุ่มหน้าใสทีละปมๆ ซึ่งใบหน้านี้อสูรหนุ่มจำแม่น หนุ่มกากร้านดอกไม้ ชู้เก่าของแม่ตัวดี มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“ฟรอส ชีวิตแกดูน่าสนุกว่ะ ข้าจะไม่เชือดแกทิ้งวันนี้” น้ำเสียงขำขันพร้อมเสียงหัวเราะดังสะท้อนเป็นพักๆ

“ข้าจะปล่อยแกไป ชักอยากจะเห็นเส้นทางชีวิตของแกแล้วว่า จะหลงเมียจนหัวไม่ขึ้นหรือไม่”

“ไร้สาระ หยุดพล่ามแล้วเข้ามา” ท่านชายฝั่งซ้ายเตรียมเรียกลมหมุนอีกรอบ

“เดี๋ยวก็มี ฮึ” ดวงตาสีมรกตมองจ้องไปยังคู่พันธะที่ยังไม่มีใครสักคนล่วงรู้ว่าสายสัมพันธ์กำลังเริ่มก่อร่าง ถักทอและอีกไม่นานต้องได้มาบรรจบพบเจอกัน

“กฏแห่งอสูรระดับจ้าว ข้าขอเบิกโทษทัณฐ์”

เปรี้ยง!!! อ๊าก!!!! สายฟ้าที่ฟาดลงมาเป็นตามบทบัญญัติของกฎแห่งมรนาการซึ่งเป็นการลงโทษในเรื่องการล่วงเกินสายเลือดแท้ในเขตแดนของอสูรระดับเจ้า ซึ่งแรงช๊อตของกระแสไฟฟ้าแรงสูงทำให้ท่านฝั่งซ้ายหมดสติลงในทันที

“ไง เจ้าหนุ่มร้านดอกไม้ กล้ามาเหยียบถึงที่นี่ วอนตาย!!!” ถ้อยคำข่มขู่เปรียบเป็นการต้อนรับหรือไล่ส่งก็สุดรู้

“คุณเวร่าอยู่ที่ไหนครับ” อย่างน้อยชายหนุ่มคุ้นหน้าแต่คงไม่คุ้นกับสีของดวงตาสักเท่าไหร่ เพราะเด็กหนุ่มจำได้ดีว่าดวงตาของคนตรงหน้าเป็นสีน้ำตาลหาใช่สีเขียวมรกตเจิดจรัสเช่นตอนนี้

ยามเห็นคนเคยคุ้นในสถานที่แสนประหลาดทำให้เด็กหนุ่มใจชื่นทั้งยังเปิดยิ้มเป็นมิตรส่งให้ และภาพนั้นดันตกอยู่ในสายตาของอสูรตนหนึ่งเข้าพอดี เด็กหนุ่มคิดง่ายเพียงว่า เมื่อเจอคนรู้จักคงจะพอให้ความช่วยเหลือกับตนได้บ้าง ยิ่งในสถานที่ลึกลับแห่งนี้การตามหาอสูรร้ายผู้ลักพาหญิงสาวไป เปรียบได้กับการงมเข็มในมหาสมุทรก็ไม่ปาน

“ไป!!!” อสูรหนุ่มไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งยังไล่ส่งด้วยไม่คิดจะให้ความช่วยเหลือเพราะเกลียดขี้หน้า

“คุณสามถูกคุณเวร่าจับตัวไปครับ” เด็กหนุ่มพยายามอธิบายเพื่อขอความช่วยเหลือ

“ใครบอกแก”

“พี่หนึ่ง”

“ไอ้โง่” หึ มันหลอกให้เจ้าตัวโง่งมมาตามหาเวร่าให้ชัดๆ

“ผมจะตามหาคุณเวร่า” มนุษย์หนุ่มดื้อรั้นพอตัวเลยทีเดียว

“เวร่า” สุดท้ายด้วยความสมเพชและเวทนานิดๆทำให้อสูรหนุ่มยอมยื่นมือเข้าไปสอดนิดนึง เสียงเข้มตะโกนเรียกหาน้องสาวดังสะท้อนก้องกังวาลทั่วปราสาท เพราะยามที่สู้กับท่านชายฝั่งซ้ายอยู่ ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆน้องน้อยหายตัวไปเสียอย่างนั้น

“พี่นากิม เรียกข้าทำไม” ร่างในชุดชมพูนุ่มปรากฎกายยืนเคียงผู้เป็นพี่ชายทางด้านขวามือ

“ไอ้นักเวทย์มันอ้างว่า เจ้าจับตัวสามไป”

“นักเวทย์ไหนนากิม” สายตาน้องฉายแววสงสัย

“ไอ้หนึ่ง” ส่วนผู้เป็นพี่ชายยามเอ่ยนามของผู้ที่อ้างถึง เต็มไปด้วยรอยกรุ่นโกรธ

“๒#@๔” เสียงท่องอาคมเบาๆแต่พลังจิตกล้าแข็งเกินกำลัง ทำให้อสูรหนุ่มหยุดชะงักมองวูบหนึ่ง เจ้าเด็กนี่มันไม่ธรรมดา

“นากิม ช่วยข้าด้วย” ร่างบอบบางของอสูรสาวค่อยๆหดเล็กลงเรื่อยๆจนเหลือขนาดเพียงหนึ่งฝ่ามือ

ผลึกแสงบนต้นคอของเด็กมนุษย์ส่องสว่างจ้าจัดก่อนลอยสูงขึ้นสู่ด้านบน และตรงใจกลางของแสงสว่างปรากฏขึ้นเป็นมือใหญ่ยักษ์พร้อมปลายนิ้วทั้งห้า

“นากิม ช่วยด้วย” อุ้งมือใหญ่พยายามไล่ตะครุบร่างน้อย แต่กลับได้เพียงชายกระโปรงเท่านั้น เพราะถึงแม้ร่างจะเล็กลงแต่อาคมไม่เล็กตาม อสูรสาวใช้อาคมหายตัว หายวับ หายวับ ทำให้อุ้งมือใหญ่ตามจับไม่ทันเสียที

“อะไรกัน” หลังผลึกบนต้นคอถอดตะขอด้วยตัวเองลอยขึ้นฟ้า ขาสองข้างก็แทบจะไร้เรี่ยวแรง

คนธรรมดาแอบนั่งซุกกายหลบอยู่มุมหนึ่งด้วยความหวาดกลัว อยากกลับบ้าน ไม่เอาแล้ว นนท์จะกลับบ้าน ไม่อยากอยู่แล้วครับ ถึงเรื่องราวมันจะแฟนตาซีก็เถอะแต่แฟนตาซีระดับเฮชดีแบบนี้ ไม่เอาแล้วครับ นนท์กลัว

“เจ้ามนุษย์ แกชื่ออะไร” เสียงหนึ่งถามขึ้นใกล้หู

“นนท์ครับ” คนขี้กลัวพาซื่อตอบไปโดยง่าย ทั้งยังไม่ลืมตาขึ้นมามองว่าเสียงถามมาจากใคร

เปรี้ยง!!! กระแสไฟฟ้าสายหนึ่งผ่ากลางลงบนอุ้งมือร้อนราวจับวาง ทำให้มือร้ายสลายร่างจางหายไปในทันที

“หึหึ” น้ำเสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความสะใจ พอคาดเดาได้อยู่ว่ามือเมื่อครู่เป็นของใครรวมถึงกระแสไฟฟ้าเมื่อครู่มาจากผู้ใด เพราะเจ้าของอาคมยามนี้ทอดสายตามองร่างหนึ่งที่กำลังก้มหน้าซุกขาตัวสั่นด้วยสายตาเรียบๆ แต่กลับมองจ้องแบบไม่มีพัก ทั้งยังช่วยใช้พลังแห่งชีวิตช่วยประสานรอยแผลถลอกบนแขนและขาของเด็กมนุษย์

“มีอะไรจะบอกพี่รึเปล่า น้องรัก” ยามมองคู่นั้นจนสมใจจึงหันมาฉะเจ้าตัวเล็กใกล้ฝ่าเท้าต่อ แววตากดดันทำให้อสูรสาวรู้ดีเลยว่าคืนนี้โดนซักยาวแน่ๆ

“ส่งเขากลับไปก่อนเถอะ” ใบหวานหน้าเบนไปทางหนุ่มหน้าใส

“เฮ้ย แกลุกมานี่” ดูท่าเด็กหนุ่มคงลุกไม่ทันใจ ท่านชายจึงสาดซัดพลังเข้าใส่ ลากมากองอยู่ข้างกายในช่วงห่างออกไปประมาณห้าเมตร

“ถอนอาคมเสีย ข้าถึงจะส่งแกกลับบ้าน” ความช่วยเหลือมาพร้อมข้อต่อรอง เด็กหนุ่มพร้อมยอมจำนนแต่ยังติดที่ว่า ต้องช่วยเหลือสาวในห้วงดวงใจก่อนเป็นอันดับแรก

“ปล่อยคุณสามครับ” เด็กหนุ่มพยายามกดความกลัวลงลึกทำศึกสู้ตากับปีศาจหนุ่ม

“เวร่า ข้ารำคาญมัน ก่อนเช้าข้าต้องไม่เห็นหน้ามันอีก” ท่านชายสั่งจบจึงเดินหนีหายหน้าออกไปจากห้องโถง

“เจ้าชื่ออะไร หนุ่มหล่อ” สาวหวานเริ่มประโยคสานสัมพันธ์

“คุณเวร่า คืนคุณสามมาครับ” เด็กหนุ่มรู้ดี อสูรสาวยากเกินต่อกรทำได้เพียงการร้องขอความเห็นใจ

“ข้าไม่ได้จับสามมาจ้ะ ถอนอาคมคืนร่างให้ข้าก่อน แล้วข้าจะส่งเจ้ากลับบ้าน”

“ผมถอนไม่เป็นครับ พี่หนึ่งสอนแค่บทเดียว” เด็กหนุ่มยอมถอยลงก้าวหนึ่ง เริ่มรู้ตัวลางๆแล้วว่าเรื่องนี้ชักแปลกๆ

“หนึ่ง คืนร่างให้ข้าเดี๋ยวนี้” สาวร่างเล็กเงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้าหาตัวต้นเหตุ

“กลับมาหาผม” เสียงหนึ่งตอบกลับทันควันราวกับรอจังหวะอยู่แล้ว

“พี่หนึ่ง หลอกผม” ในที่สุดเด็กหนุ่มจึงรู้ตัวในที่สุดว่าถูกหลอกใช้เข้าเต็มเปา งอนกันอยู่ชัดๆแล้วลากเรามาเกี่ยวด้วยทำไม

“พี่ขอโทษนนท์ เดินเข้าไปในนัลกลับหอนายไปก่อน ขอบคุณที่ช่วยพี่” ยามตามหาเมียจนเจอ เด็กหนุ่มจึงหมดประโยชน์ในทันที

“พี่หนึ่ง ผมจะไม่เชื่อพี่อีกแล้ว”

“เดี๋ยวพาไปกินชาบู กลับไปก่อนไป มรนาการอันตราย” เสียงออกตักเตือนและเป็นห่วงใรสถานการณ์ที่เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความไม่จริงใจเป็นที่สุด

“รู้ว่าอันตรายยังหลอกผมมาอีก จำไว้ครับพี่ คนใจดำ” หนุ่มน้อยงอนตุบป่องเดินลับหายเข้าไปในนัล คราวนี้คงเหลือแต่เพียงคู่กรณี

“คืนร่างข้างมานะ”

“กลับมาหาผม”

“คืนร่าง”

“ไม่”

“คืนร่าง”

“ไม่”

“โอ๊ย รำคาญ” แปะ!!! เสียงดีดนิ้วดังเพียงหนึ่งครั้ง ร่างเล็กค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนคืนกลับสู่สภาพเดิม

“อาคมง่ายๆเจ้าแก้ไม่เป็นรึเวร่า อ่อนยิ่ง” หลังถากถางจบคำจึงเดินแยกออกจากไปพร้อมกับหัวใจแสนหนักอึ้งคำนึงถึงมารดา

“ท่านแม่ ท่านอยู่ที่ใด” ทั้งชีวิตมีเพียงแม่และแม่มาโดยตลอด เพราะผู้เป็นบิดาไม่ค่อยมีเวลามาเล่นด้วยสักเท่าไหร่ ภาระกิจที่มากล้นทำให้ผู้เป็นพ่อไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่กับครอบครัว นานทีถึงจะเจอหน้า นานทีถึงจะได้สนทนา

ดังนั้นอสูรหนุ่มจึงไม่ค่อยสนิทกับผู้เป็นบิดา ถึงขนาดที่ว่าปัญหาใหญ่หลวงแม่หายขนาดนี้ สองพ่อลูกยังไม่ยอมพูดจากันสักคำ

...................................................................

นนท์ : อาทิตย์ที่แล้วพี่ลายงานลงหัวครับ ขออภัย อาทิตย์นี้มาแล้วครับ

ลาย : มีความอยากลงสูงมาก เอาไปเลย

นา : นี่เรื่องของใคร ทำไมรอบนี้มีแต่ไอ้เด็กกากร้านดอกไม้ฟ่ะ ไม่สบอารมณ์ ชิ

หนึ่ง : ขอพื้นที่ 25% ของเรื่อง ให้น้องนนท์บ้างเหอะ ไม่งั้นเรื่องราวของคู่ผมจะเดินต่อไปไม่ได้ แล้วเรื่องราวของแกก็จะไม่มีเหมือนกัน หึหึ

นา : !!!

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว