หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่13 แผนการร้าย

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่13 แผนการร้าย

บทที่ 13

อือออ

หยางเลี่ยงเฟิ่งขยับกายลุกขึ้นอย่างอ่อนล้าเพียงขยับร่างก็แทบแตกสลายเมื่อคืนฮ่องเต้หื่นกามผู้นั้นช่างเคี่ยวกรำนางยิ่งนักยิ่งกว่าทุกครั้งเสียอีกโอย…

“องค์หญิงตื่นแล้วหรือเพคะ” นางกำนัลตำหนักเฉียนชิงย่อคำนับหน้าเตียงอย่างสงบนิ่ง

หยางเลี่ยงเฟิ่งหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงค่ำคืนอันประเจิดประเจ้อที่ผ่านมานางกระแอมเบาๆก่อนจะตอบรับอืมในลำคอ

“องค์หญิงจะสรงน้ำก่อนหรือเสวยอาหารก่อนเพคะ”

“อาบน้ำก่อนแล้วกัน” นางตอบรับถ้อยคำเดิมๆที่ฟังจนชิน

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ทานอาหารเช้า แล้วก็ดื่มยาห้ามครรภ์ล่วงถึงยามซื่อ (9.00 น.– 10.59 น.) ก็กลับตำหนัก

ร่างบางเอนพิงผนังเกี้ยวดวงตาเรียวหงส์หลับพริ้มลงอย่างอ่อนล้า

เกี้ยวหรูหราหลังโตเคลื่อนผ่านสวนบุปผา เหล่านางกำนัลที่เดินสวนต้องหยุดทำความเคารพ สนมชั้นเล็กชั้นน้อยก็เช่นกัน

ไม่เว้นแม้แต่หลิงเสียนหรงที่แม้จะย่อเข่าทำความเคารพ หากแต่ดวงตากลับทอประกายอาฆาตแค้น “เชิดหน้าผยองไปเถิดผ่านวันนี้ไปเจ้าจะตกต่ำเสียยิ่งกว่าใคร”

ตำหนักธาราพิสุทธิ์

หลังจากที่หยางเลี่ยงเฟิ่งมาถึงตำหนักก็เจ้าไปออดอ้อนมารดาเสียหน่อยก่อนจะกลับเข้าห้องไปพักผ่อน

“องค์หญิงหลับแล้วรึ” ฝูไท่เฟยเอ่ยขึ้นเมื่อเจียงมามาเดินเข้ามา

“เพคะ” นางกำนัลสูงวัยย่อกายทำความเคารพก่อนจะเดินมารินน้ำชาให้ผู้เป็นนาย

“เรื่องที่ให้ทำไปถึงไหนแล้ว” มือเรียวแกว่งถ้วยน้ำชาไปมาพลางจิบช้าๆดวงตาเรียวหงส์หลุบลงอย่างไม่อาจคาดเดาอารมณ์

“ทุกอย่างพร้อมแล้วเพคะคืนนี้คงจะลงมือ”

“อืม…”

ตำหนังเฉียนชิง

วรองค์สูงใหญ่ประทับในห้องทรงอักษรพระหัตถ์หนาหยิบหนังสือกราบทูลขึ้นมาอ่านอย่างเบื่อหน่ายเนื้อหาในหนังสือกราบทูลมีแต่เรื่องเดิมๆไร้สาระ

“มอบตำแหน่งให้องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งไม่เหมาะสมองค์หญิงเหมยลี่เหมาะสมยิ่งกว่าสมควรแต่งตั้งองค์รัชทายาทขุนนางคนนั้นคนนี้มีความสามารถสมควรเลื่อนขั้น”

ปึก!

หนังสือกราบทูลถูกปาลงบนโต๊ะทรงงานอย่างแรงจนนางกำนัลที่ปรนนิบัติตกใจก้มหน้างุด

“ขุนนางเฒ่าพวกนี้ช่างโลภมากเสียจริงวันๆไม่ทำการทำงานมองหาแต่หนทางสร้างอำนาจ หึ!”

วงองค์สูงเอนพิงพนักเก้านิ้วหนาหยาบกร้านเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะดวงเนตรเย็นชาหลุบลงอย่างครุ่นคิด

“ฝ่าบาท” ร่างขันทีสูงวัยเดินเข้ามาในห้องทรงงานก่อนจะค้อมกายทำความเคารพ

“มาแล้วรึหม่ากงกง เจ้าออกไปก่อน” หยางจิ้งเหยียนโบกมือไล่นางกำนัลรับใช้

“ทูลฝ่าบาทอีกสามวันฮองเฮาจะทรงจัดงานชมบุปผาที่สวนอิงฮวาพะยะค่ะ”

“นางเชิญใครบ้าง”

“พระนางส่งเทียบเชิญไปให้ บรรดาพระสนมฃั้นสูง องค์หญิง องค์ชาย แล้วก็บรรดาคุณหนูสกุลใหญ่พะยะค่ะ”หม่ากงกงก้มหน้าก้มตาตอบ

ดวงเนตรคมหรี่ลงอย่างครุ่นคิดก่อนจะเหลือบมองเทียบเชิญที่วางอยู่บนโต๊ะ “เห็นทีเราต้องแวะไปดูเสียหน่อย”

มหาขันทีเฒ่าเพียงก้มหน้ารับฟังไม่ยังอาจแสดงความเห็นใดๆ

ค่ำคืนไร้แสงห้วงทิวากลบกลืนจันทร์

ร่างบางของนางกำนัลรับใช้ผู้หนึ่งหันซ้ายหันขวาเดินหลบลี้ไปยังมุมมืดที่นัดพบคนผู้หนึ่งเอาไว้

“ไหนของที่ท่านจะให้ข้าไปทำ” นางกำนัลรับใช้หันซ้ายหันขวาราวกับหวาดหวั่นจะมีคนมาพบเอ่ยเร่งสตรีในชุดนางกำนัลตำแหน่งสูงกว่า

“นี่” ห่อผ้าสีขาวถูกยัดใส่มือบางหยาบกร้านก่อนจะเอ่ยกำชับแกมข่มขู่ “อย่าให้ผู้ใดรู้ไม่เช่นนั้นชีวิตเจ้าจะไม่อยู่ดี”

“เจ้าค่ะๆ” นางตอบรับตัวสั่น

“นี่เงินรางวัลหากเจ้าทำสำเร็จนายหญิงจะเพิ่มให้เจ้าอีก”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” มือหยาบกร้านรีบรับถุงเงินที่มีน้ำหนักพอควรมาใส่ในปกเสื้ออย่างดีใจ

“ไปได้แล้ว”

“เจ้าค่ะ” นางกำนัลรับใช้ก้มคำนับงกๆเงิ่นๆสามครั้งแล้วรีบเดินออกไป

นางกำนัลรับใช้กุมทำเงินและของในปกเสื้ออย่างระมัดระวัง นางพยายามหลบหลีกแสงจากคบของพวกทหารยามจนมาถึงสระบัวนางมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบเร่งข้ามสะพานทันทีเพราะเป็นทางโล่งจึงเกรงจะมีคนพบเห็น

ฟู่ว

นางถอนหายใจอย่างโล่งอก

อ๊ะ!!

ขณะกำลังก้าวขาเดินร่างบางกลับถูกกระชากและปิดปากอย่างแรงก่อนจะถูกดึงลากออกไป

อื้อออออ!!

กรอบ! อัก!

ยังไม่ทันกรีดร้องศีรษะของนางกำนัลรับใช้ก็ถูกบิดหักจนผิดรูปก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกโยนลงบ่อน้ำกลายเป็นอีกหนึ่งศพที่สังเวยให้กับสถานที่กินคนแห่งนี้

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่แสนสงบเรียบง่าย นิ้วเรียวของดรุณีแรกแย้มหยิบเม็ดหมากสีขาววางบนกระดานที่คิดว่าเป็นจุดที่ได้เปรียบที่สุด หากแต่ไม่ทันไรก็ถูกหมากสีดำวางประชิดจนไร้ทางออกทันที

“อ่าาา ท่านแม่” หยางเลี่ยงเฟิ่งทำหน้ายุ่ง เมื่อไม่สามารถชนะมารดาได้เสียที

“หึหึ เจ้านี่นะ ถูกมารดาหลอกล่อเสียหน่อยก็ติดกับเสียแล้ว” ฝูไท่เฟยส่ายหน้าเบาๆ พลางยื่นมือมาบีบแก้มป่องน่ารักของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน

“ท่านแม่ช่างเก่งกาจ เฟิ่งเอ๋อร์ไร้หนทางจะต่อกร” หยางเลี่ยงเฟิ่งมองกระดานอย่างครุ่นคิด ปล่อยให้มารดาบีบแก้มเล่นไป

“ใช่ว่าจะไร้หนทาง ลูกลองวางหมากตรงนี้ดูสิ”

“จริงด้วยเพคะ!” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยดีใจเมื่อลองวางหมากตรงจุดที่มารดาชี้ ก็ทำให้สามารถเดินหมากต่อได้

“ท่านแม่เป็นยอดหญิงที่เก่งที่สุด คิกคิก” ร่างเล็กกอดเอวมารดาอย่างเอาใจ มารดาของนาง ฝูไท่เฟยผู้นี้ เป็นหญิงงามที่เชี่ยวชาญศิลป์ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น การเล่นดนตรี วาดภาพ หมากล้อม เขียนอักษร ไม่เป็นรองใคร

ยามว่างของวัน มารดามักจะสอนนางทุกครั้ง ศาสตร์ศิลป์ทั้งสี่ไม่มีสิ่งใดที่นางทำไม่ได้ แม้จะไม่เทียบเท่ามารดาแต่ก็คิดว่าไม่น้อยหน้าสตรีอื่น

“แย่แล้วเพคะ แย่แล้ว!” อยู่ๆความเงียบสงบของวันนี้ก็มลายหาย เมื่อนางกำนัลคนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาอย่างคนลืมมารยาท

“เอะอะอันใดของเจ้า เด็กคนนี้ ฝูไท่เฟยกับองค์หญิงทรงประทับอยู่ไม่เห็นหรือ!” เจียงมามาที่กำลังปรนนิบัติข้างๆฝูไท่เฟยเอ็ดผิงเอ๋อร์ที่สภาพไม่น่าดูนัก ราวกับวิ่งหนีใครมา

“เอาเถิดเจียงมามา ดูเหมือนนางจะมีเรื่องสำคัญนะ” ฝูไท่เฟยเอ่ยเสียงอ่อนโยน ไม่มีท่าทีจะเอาความแต่อย่างใด

“มีอันใดหรือผิงเอ๋อร์” หยางเลี่ยงเฟิ่งผละออกจากอ้อมกอดมารดาหันมาสนใจนางกำนัลรับใช้คนสนิท ที่นอกจากจะดูเหนื่อยแล้ว สีหน้ายังดูซีดเซียว

“มีคนพบศพนางกำนัลรับใช้ที่บ่อหลังตำหนักเจ้าค่ะ!” ผิงเอ๋อร์เอ่ยหน้าตื่น หยางเลี่ยงเฟิ่งหันไปหามารดา

“นางกำนัลตำหนักไหนกัน” ฝูไท่เฟยจับมือบุตรสาวอย่างปลอบโยนเพราะคิดว่านางคงหวาดกลัว

“ปะ เป็น เป็นคนของตำหนักเราเพคะ” ผิงเอ๋อร์เอ่ยเสียงสั่น ตอนเช้านางไปเก็บดอกไม้มาประดับแจกันให้องค์หญิง แต่ระหว่างกลับเห็นขันทีเก็บกวาดกรีดร้องบอกว่าพบศพอยู่ในบ่อน้ำ นางจึงเดินไปดูจึงเห็นหน้าตาคุ้นๆเป็นคนของตำหนัก

“นี่มันเรื่องอันใดกัน” นางปล่อยให้มารดาจับมือ ทั้งที่ในใจก็ไม่ได้ตกใจกลัวอันใด นางอยู่วังหลังมาตั้งแต่เกิด เรื่องทำนองนี้ได้ยินมาจนชินชา แต่เบื้องหลังของเรื่องนี้สิที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า

“ทูลไท่เฟย กงกงจากตำหนักฉางชุนขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ” ก่อนที่ฝูไท่เฟยจะเอ่ยอันใด เสียงของขันทีรับใช้ก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ให้เข้ามา”

“ถวายบังคมฝูไท่เฝย ถวายบังคมองค์หญิงเลี่ยงเฟิ่ง” ผู้มาเป็นเสวี่ยกงกง หัวหน้าขันทีประจำตำหนักหงส์เหินของฮองเฮา คงไม่ได้มาด้วยเรื่องเล็กน้อยเป็นแน่

“ให้กงกงมาหาถึงตำหนัก ไม่ทราบว่าฮองเฮามีพระเสาวนีย์อันใดหรือ” ฝูไท่เฟยเอ่ยยิ้มน้อยๆ ไว้หน้าถึงสองส่วน

“ทูลฝูไท่เฟย ฮองเฮารับสั่งให้องค์หญิงไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักฉางชุนเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ” เสวี่ยกงกงก้มหน้าเอ่ยเสียงเรียบ

“มีเรื่องอันใด” รอยยิ้มของฝูไท่เฟยลดลง ดวงตาเรียวหงส์จ้องขันทีร่างท้วมนิ่ง

“ฮองเฮาเพียงรับสั่งให้องค์หญิงเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

“เสด็จแม่” ใบหน้างามฉายแววกังวล มันต้องเกี่ยวกับการตายของนางกำนัลเป็นแน่ ผู้เป็นมารดาเพียงตบมือนางเบาๆ ราวกับว่าจะไม่เป็นอันใด

“เปิ่นกงจะไปด้วย” ขันทีจากตำหนักหงส์เหินเพียงก้มหน้าไม่เอ่ยอันใด

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Chue Por
ฝูไท่เฟยเก่งแต่ลูกนิไม่มีแม่แล้วจะไหวไหมนิ
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว