หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่14 ตุ๊กตาคุณไสยกับความไว้ใจที่พังทลาย

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่14 ตุ๊กตาคุณไสยกับความไว้ใจที่พังทลาย

บทที่14

ตำหนักหงส์เหินเป็นตำหนักของฮองเฮามารดาแห่งแผ่นดิน ภายในตำหนักประดับด้วยเครื่องเรืองหรูหราสมฐานะ เจ้าของตำหนักเองก็อยู่ใครอาภรณ์ลายหงส์สีทองสง่างามสูงศักดิ์เหนือสตรีใด

“ถวายพระพรฮองเฮาขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปี พันพันปี” หยางเลี่ยงเฟิ่งกับมารดาย่อกายถวายพระพรตามธรรมเนียม พลางปรายตามองรอบด้าน ภายในตำหนักยามนี้ ไม่ได้มีเพียงคนของตำหนักหงส์เหิน

นี่ก็ล่วงผ่านยามซื่อมาตั้งนาน สนมชายาที่มีเข้าเฝ้าฮองเฮาทุกเช้าสมควรแยกย้ายกันกลับแล้ว แต่นี่นั่งสง่าแต่งกายงดงามอยู่กันอย่างพร้อมหน้า ประหนึ่งนั่งรอดูเรื่องสนุก

“ตามสบายเถิดฝูไท่เฟย องค์หญิงสิบสาม” หวังฮองเฮาเอ่ยพลางส่งสายตาให้ขันทียกเก้าอี้ให้มารดาของนาง แต่…ไหนของนางเล่า

หยางเลี่ยงเฟิ่งยืนอยู่กลางห้องท่ามกลางสนมชายาที่มองด้วยสายตาแปลกๆ

นางเงยหน้ามองฮองเฮาอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น “อองเฮารับสั่งเรียกหม่อมฉันเข้าเฝ้าด้วยเรื่องอันใดหรือเพคะ”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำความผิด” พญาหงส์แห่งแคว้นเย่ว์เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ท่วงท่าหลังเหยียดตรงดูน่าเกรงขาม ราวกลับกำลังพิพากษานักโทษ

“หม่อมฉันขลาดเขลานัก มิรู้ว่าทำความผิดอันใด” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“นางกำนัลรับใช้ของตำหนักเจ้าถูกฆ่าตาย เจ้ารู้หรือไม่”

“หม่อมฉันพอทราบเพคะ แต่เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ” ดวงตาเรียวหงส์ปลายมองรอบด้านอีกครั้ง ครานี้กลับเห็นรอบยิ้มเย้ยหยันสมน้ำหน้าจากสาชายาหลายคน แต่ที่เด่นชัดที่สุดคงจะเป็นหลิงเสียนหรง

เห็นทีนางคงจะโดนเข้าเสียแล้วสิ พิษร้ายแห่งวังหลัง

“จะเกี่ยวกับเจ้าหรือไม่ จงดูนี่” หวังฮองเฮาสบัดมือให้นางกำนัลยกบางอย่างออกมา

“นี่มัน!”

เพียงสิ่งนั้นเคลื่อนผ่านเสียงซุบซิบตกใจของสนมชายาก็ดังขึ้น

“นี่มันตุ๊กตาคุณไสยมิใช่รึ”

นางมองก้มมองถาดที่นางกำนัลถือ บนถาดเป็นตุ๊กตาชายหญิงถูกมัดติดกัน ตุ๊กตาผู้ชายสวมชุดสีเหลืองทองเห็นแน่ว่าเป็นฮ่องเต้

“สิ่งนี้พบในศพของนางกำนัลพร้อมกับถุงเงินอีกจำนวนหนึ่ง”

ช่างรวดเร็วเสียจริง ถิงเอ๋อร์เพิ่งวิ่งมาบอกข่าวนาง แต่ไม่กี่อึดใจขันทีตำหนักหงส์เหินก็ตามมา เห็นทีคนพบศพคนแรกคงไม่ใช่คนของตำหนักนาง ไม่สิ คนของตำหนักแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนของนาง

“หม่อมฉันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพคะ”

ปัง!

“เจ้าช่างชั่วช้ายิ่ง! บังอาจทำสิ่งชั่วร้ายกับฝ่าบาท!” พระหัตถ์สูงส่งปกลงบนโต๊ะน้ำชาเต็มแรง พลางชี้หน้าองค์หญิงสิบสามในอดีตฮ่องเต้ด้วยท่าทีกริ้วโกรธ

ปึก!

หยางเลี่ยงเฟิ่งรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที

“หม่อมฉันไม่รู้เรื่องจริงๆเพคะ”

“หลักฐานคาตา เจ้ายังจะแก้ตัวอีกหรือองค์หญิง” เสียงเอ่ยมิใช่เสียงของฮองเฮา แต่เป็นเชี่ยนเฟย

“เป็นถึงองค์หญิงแต่กระทำตนต่ำช้า ทำคุณไสยเพื่อให้ฝ่าบาทลุ่มหลงช่างสมควรตายนัก!” เสียงครานี้เป็นของหลิงเสียนหรง

หยางเลี่ยงเฟิ่งแค่นยิ้มในใจเห็นทีนางคงจะสร้างศัตรูไว้เสียแล้ว แต่หลิงเสียนหรงผู้นี้ช่างเกินหน้าเกินตายิ่งนัก

“องค์หญิงเลี่ยงเฟิ่งเป็นถึงเหอซั่วกงจู่ หลิงเสียนหรงเจ้าอย่างบังอาจล่วงเกิน” หวังฮองเฮาเอ่ยตำหนิหลิงเสียนหรง

หลิงเสียนหรงรู้สึกอับอายนัก ก่อนจะทำเป็นมองไม่เห็นรอยยิ้มเยาะของสนมชายาคนอื่นแล้วหันมาเหยียดยิ้มมององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง

เชี่ยนเฟยเพียงปลายตามองหลิงเสียนหรงและไม่เอ่ยอันใดออกมาอีก

“ฮ่องเต้เสด็จ!!”

เสียงขันทีดังขึ้นหน้าตำหนัก สตรีทั้งหลายรีบลุกขึ้นทันที หยางเลี่ยงเฟิ่งรู้สึกเบาใจขึ้นหนึ่งส่วน หวังว่าฮ่องเต้จะให้ความเป็นธรรมแก่นาง เพราะฮ่องเต้ล้วนรู้ใจของพระองค์ดี ว่านางไม่มีทางทำคุณไสย

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอพรองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

นางยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม เพียงเหลือบมองชายชุดมังกรที่เดินผ่านไปยังตำแหน่งประธานที่หวังฮองเฮาเคยประทับ

“มีเรื่องอันใดกันหรือ” พระหัตถ์หนาสบัดให้บรรดาหญิงงามลุกขึ้นก่อนจะตรัสถามหวังฮองเฮา

“มีคนพบตุ๊กตาคุณไสยในศพนางกำนัลตำหนักธาราพิสุทธิ์เพคะ” หวังฮองเฮาเอ่ยพลางให้นางกำนัลยกหลักฐานมาให้ฮ่องเต้ทอดพระเนตร

“หม่อมฉันไม่รู้เรื่องตุ๊กตาคุณไสยจริงๆเพคะ” หยางเลี่ยงเฟิ่งก้มหน้า หวังให้หยางจิ้งเหยียนช่วยเหลือตามที่เคยตกลง ว่าจะปกป้องนาง

ถ้าให้สตรีฝ่ายในตัดสินกันเช่นนี้ นางคงไม่ได้รับความเป็นธรรม

ทว่าสุรเสียงที่ตรัสขึ้นกลับทำให้ความหวังจองนางพังทลาย

“ฮองเฮาเป็นผู้ดูแลวังหลัง ให้ฮองเฮาเป็นผู้ตัดสินก็แล้วกัน”

ไหนว่าจะปกป้องนาง…

“ฝ่าบาท…” หยางเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยด้วยร้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาตัดพ้อและงุนงงสับสนเงยขึ้นมองพระพักตร์แต่เขากลับไม่มองนางสักนิด

นี่มันหมายความว่าอย่างไร… ข้อตกลงของนางเล่า… นางที่มอบกายให้ แต่ทำไม…

“ฮองเฮาย่อมตัดสินอย่างเป็นธรรม”

พระหัตถ์หนาตบมือของหวังฮองเฮาเบาๆก่อนจะเสด็จออกไป

หยางเลี่ยงเฟิ่งหลุบตามองพื้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า เช่นเดียวกับดวงใจที่วูบโหวงราวกับไม่มีสิ่งใดเต้นอยู่

บรรดาสนมชายาต่างยิ้มเยาะ บางคนต่างคิดไปแล้วว่าองค์หญิงสิบสามทำคุณไสยกับฮ่องเต้ ยามนี้สิ้นถึงได้สิ้นความโปรดปรานแล้ว

หลิงเสียนหรงสะใจเหลือแสน ยามนี้รอเพียงคำตัดสินจากฮองเฮาที่ผลักนางจิ้งจอกผู้นี้ลงสู่นรก

“เปิ่นกง*(ข้าผู้เป็นเจ้าของตพหนัก)ขอถามอีกครั้งตุ๊กตาคุณไสยนี่เป็นของเจ้าใช่หรือไม่” หวังฮองเฮามององค์หญิงสิบสามนิ่ง

“ไม่ใช่ของหม่อมฉันเพคะ” แม้จะสับสนและเสียใจเหลือแสน แม้ความไว้วางใจจะถูกทำลาย แต่ดวงใจของนางจะไม่มีวันถูกทำลาย

โทษจากการทำคุณไสยคือตายสถานเดียว หากนางตายมารดาของนางจะอยู่อย่างไร

เรียวปากบางกัดเข้าหากันแน่น

“ทูลฮองเฮา ถึงนางกำนัลคนนั่นจะเป็นคนของตำหนักธาราพิสุทธิ์จริง แต่นางก็เพิ่งมาได้ไม่นาน อีกทั้งยังเป็นคนของกรมวังส่งมาให้ หากจะกระทำแผนการที่อันตรายเช่นนี้เหตุใดถึงจะไม่ใช้คนที่ไว้วางใจดีกว่า”

“ท่านแม่…” หยางเลี่ยงเฟิ่งเงยมองมารดาที่มายืนอยู่ข้างๆ

“เพียงแค่เงินมากพอก็คงสามารถซื้อความไว้วางใจได้กระมัง”

ฝูไท่เฟยเพียงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะมองไปที่ถาดตุ๊กตาคุณไสย “ชื่อที่เขียนบนตุ๊กตาก็เลือนลางไปหมด เหตุใดถึงกล่าวว่าตุ๊กตาผู้หญิงนี้เป็นองค์หญิงสิบสาม อีกอย่างเฟิ่งเอ๋อร์ชื่นชอบเสื้อผ้าสีอ่อน สีชมพูลายดอกอิงฮวา (ซากุระ) ดอกเหมยฮวา(ดอกบ๊วย) แต่ตุ๊กตาผู้หญิงตัวนี้กลับสวมชุดน้ำเงินลายหลันฮวา(กล้วยไม้) หากจะบอกว่าเป็นของเฟิ่งเอ๋อร์ พระองค์ไม่คิดหรือว่าของสิ่งนี้อาจเป็นของสนมชายาคนใดคนหนึ่งก็ได้ เพียงแต่ใช้คนของตำหนักธาราพิสุทธิ์เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย” ดวงตาเรียวหงส์ของฝูไท่เฟยปลายมองสตรีในตำหนัก

สนมชายาต่างตกใจก้มมองชุดตนเองเพราะเกรงว่าตนจะสวมชุดสีน้ำเงินลายดอกหลันฮวาอยู่

หวังฮองเฮาคิดตามคำกล่าวของฝูไท่เฟย ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจเหตุผล ชุดที่ตุ๊กตาหญิงสวมใส่สีดูเข้มเกินไปจะเป็นชุดของดรุณีแรกแย้ม

“ตุ๊กตาคุณไสยคงไม่จำเป็นต้องเป็นชุดเหมือนเจ้าของกระมัง” หลิงเสียนหรงเอ่ยขึ้น

“หลิงเสียนหรงช่างรอบรู้เสียจริง”

ใบหน้าของหลิงเสียนหรงชาวาบ ไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก

“จริงอย่างที่ฝูไท่เฟยกล่าว แม้นางกำนัลที่ตายไปจะเป็นคนของตำหนักธาราพิสุทธิ์ แต่ก็เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน อีกอย่างชื่อบนตุ๊กตาก็เลือนลางจนอ่านไม่ออก ตุ๊กตานี้ก็ใช่ว่าเป็นขององค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่ง” หวังฮองเฮาตรัสออกมา

สตรีทั้งหลายภายในตำหนักต่างรอรับฟัง หลายๆคนหวังเหลือเกินว่าตุ๊กตานั่นเป็นของหยางเลี่ยงเฟิ่ง สตรีที่ในช่วงนี้แย่งฮ่องเต้ไปจากพวกนาง

“แต่กระนั้นองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งก็ยังน่าสงสัย ดังนั้นจนกว่าเรื่องจะคลี่คลาย องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งก็จงอยู่แต่ในตำหนักก็แล้วกัน”

นี่มันกักบริเวณชัดๆ

“ขอบพระทัยฮองเฮาที่ให้ความเป็นธรรม” หยางเลี่ยงเฟิ่งลุกขึ้นย่อกายทำความเคารพ

“เช่นนั้นก็แยกย้ายกันกลับตำหนักเถิด”

หวังฮองเฮายกชาขึ้นมาจิบอย่างเหนื่อยล้าเป็นการไล่กลายๆ สตรีในตำหนักจึงลุกขึ้นทำความเคารพก่อนจะแยกย้ายกันออกจากตำหนัก

หยางเลี่ยงเฟิ่งพยุงมารดาขึ้นเกี้ยวที่รอหน้าตำหนัก ไม่แม้จะอยู่รอฟังเสียงซุบซิบนิทาจากสตรีพวกนั้น

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย ปุ้ม ปุมปุ้ย ปุ้ม
สตุกดีติดตามคอนต่อไป
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว