หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่15 ไม่มีวันเสียหัวใจ

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่15 ไม่มีวันเสียหัวใจ

บทที่15

ฝูหวั่นอี๋มองเกี้ยวหลังโตของตำหนักธาราพิสุทธิ์เคลื่อนผ่านไป ในใจนึกเสียดายนักที่หยางเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้รับโทษตาย

“ฝูหวั่นอี๋มองตามเกี้ยวไม่ละสายตาเลยเชียว นึกเสียดายอยู่หรือไรที่ญาติผู้น้องรอดไปได้” หลิงเสียนหรงยกพัดขึ้นปิดปากเอ่ยกับสตรีสกุลฝูที่จืดจางไร้ความโปรดปราน

“หลิงเสียนหรงกล่าวผิดแล้ว ข้าจะไปมีความคิดต่ำช้าเช่นนั้นได้อย่างไร แม้จะเป็นญาติที่ไม่สนิทสนม แต่ข้าก็รู้สึกโล่งอกที่นางพ้นข้อกล่าวหามาได้” แม้หลิงเสียนหรงจะกล่าวตรงใจนางเพียงใด ให้ตายนางก็ไม่ยอมรับ

“บางทีองค์หญิงสิบสามอาจจะเป็นเจ้าของตุ๊กตาคุนไสยนั่นก็ได้ เจ้าไม่สงสัยหรือ” หลิงเสียนหรงโบกพัดเบาปลายมองคนที่กล่าวเหมือนดีใจเหลือเกินที่ญาติผู้น้องรอดพ้นมาได้ ทั้งที่ในใจคงเจ็บแค้นเหลือคณา ทั่วทั้งจิงหลินน้อยคนนักที่ไม่รู้ว่าคนสกุลรองกำลังหมายมั่นตำแหน่งผู้นำของสกุลฝู ยามนี้อำนาจที่คอยประคับประคองตำแหน่งผู้นำตระกูลมีเพียงฝูไท่เฟย กับผู้นำแก่ๆที่เริ่มไร้อำนาจ หากองค์หญิงสิบสามตาย ฝูไท่เฟยย่อมหมดอำนาจ

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร” ฝูหวั่นอี๋ขมวดคิ้ว หากในใจสนับสนุนเต็มที่

“ตั้งแต่ที่พบตุ๊กตาคุนไสย วันนี้ฝ่าบาทแลดูเมินเฉยกับนางนัก”

“หลิงเสียนหรงล้อเล่นแล้ว” ฝูหวั่นอี๋ยกผ้าเช็ดหน้าปิดปาก แม้ในใจจะรู้สึกสงสัยการกระทำของฮ่องเต้อยู่เช่นกัน

“แต่นางนับว่าโชคดีนักที่รอดพ้นวิกฤตนี้มาได้”

“หึ นางโชคดีจริงๆ” หลิงเสียนหรงสบัดตัวเดินออกไป พลางเบ้ปากใส่ฝูหวั่นอี๋เหยียดๆ ปากเอ่ยปกป้อง แต่สายตาเสียดายเหลือ ช่างปิดความในใจที่จริงแท้ไม่มิดเอาเสียเลย

ฝูหวั่นอี๋ย่อกายส่งหลิงเสียนหรงผู้มีคำแหน่งเหนือกว่า

“นายหญิง เช่นนี้เราจะทำอย่างไรต่อดีเจ้าคะ” นางกำนัลคนสนิทเข้ามากระซิบข้างหู

“ยังไม่ต้องทำอันใดทั้งนั้น อยู่เงียบๆอย่างที่ท่านพ่อบอก” ฝูหวั่นอี๋เอ่ย ล้มเลิกความตั้งใจที่จะลงมือกับหยางเลี่ยงเฟิ่งทันทีที่เกิดเรื่องตุ๊กตาคุณไสย “ดูเหมือนว่าจะมีคนคิดกำจัดนางแทนข้าแล้ว เราแค่รอดูอยู่เงียบๆ”

“เจ้าค่ะ”

“แต่องค์หญิงสิบสามก็ช่างโชคดีจริงๆ” ฝูหวั่นอี๋แสร้งเอ่ยกลบเกลื่อนความคิดเมื่อสนมชายาคนอื่นเริ่มทยอยเดินผ่าน

“กลับกันเถอะ”

ยามนี้นางมีสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า วันนี้เห็นท่าทีของฮ่องเต้ที่มีต่อหยางเลี่ยงเฟิ่งแล้วนางพอสงบใจลงบ้าง แต่หลังจากที่สตรีผู้นั้นปรากฏตัวนี่สิ ‘ฝูไป๋ฮวา'

เชี่ยนเฟยมองฝูหวั่นอี๋เดินจากไปด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่มุมปากยกยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน “โชคดีอย่างนั้นหรือ”

หากฮองเฮาต้องการกำจัดหยางเลี่ยงเฟิ่งจริงคงไม่ใช่เรื่องยาก แม้แต่ฮ่องเต้เองก็คงยากที่จะห้าม นอกเสียจากว่ายามนี้นางคงจะมีประโยชน์กับสกุลหวังไม่มากก็น้อย ฮองเฮาถึงยังเก็บนางไว้

หยางเลี่ยงเฟิ่ง หนอ หยางเลี่ยงเฟิ่ง นางเคยคิดว่าสตรีผู้นี้เป็นนางจิ้งจอกที่น่ารังเกียจที่สุด แท้จริงก็เป็นเพียงจิ้งจอกที่น่าสงสาร…

“พระชายารีบเสด็จกลับเถิดเจ้าค่ะ แดดเริ่มร้อนแล้ว เดี๋ยวจะป่วยเอาได้” นางกำนัลคนสนิทเดินมาบอกเสียงเบา

“นั่นสินะ” เชี่ยนเฟยตอบรับเสียงเรียบ ดวงตาเรียวหลุบลงพลางยกมือขึ้นลูบท้องที่แบนราบเบาๆ

หลิงเสียนหรงเดินมาเรื่อยๆ ใบหน้าที่เคยยิ้มเย้ยหยันฝูหวั่นอี๋ค่อยๆจางลง ก่อนจะหันหน้ามาทางนางกำนัลคนสนิทที่เดินตามหลังแล้วง้างมือขึ้นตบอย่างแรง

เพียะ!! เพียะ!!

“นายหญิงโปรดอภัยให้บ่าวด้วยเพคะ! โปรดอภัยให้บ่าวด้วย!” เย่ว์ซิ่วรีบคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้น เมื่อรู้ว่านายของตนกริ้วอะไร

“เรื่องง่ายๆแค่นี้ยังทำพลาด!” หลิงเสียนหรงเอ่ยอย่างกริ้วโกรธ

เรื่องตุ๊กตาคุนไสยล้วนเป็นนางทำเพราะใส่ร้ายหยางเลี่ยงเฟิ่ง สตรีที่แย่งความโปรดปรานไปจากฮ่องเต้ หากพบตุ๊กตาคุนไสยในตำหนักธาราพิสุทธิ์ หยางเลี่ยงเฟิ่งย่อมไร้ทางรอด แม้แต่คำแก้ตัวก็ไม่มีใครฟัง “แล้วนางกำนัลผู้นั้นตายได้อย่างไร!”

“นู๋ปี้ไม่ทราบเจ้าค่ะ” เย่ว์ซิ่วเอ่ยเสียงสั่น หลังจากให้เงินกับตุ๊กตาคุนไสยไปนางก็กลับทันที

“ไม่ทราบ! ไม่ทราบ! เจ้านี่ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง!” นางอยากจะข้านางกำนัลผู้นี้นัก แผนล่มไม่เป็นท่า ดีเพียงใดที่เรื่องไม่สาวมาถึงนาง

“ตายจริง เย่ว์ซิ่วล่วงเกินอันใดท่าน ท่านถึงได้โกรธนางถึงเพียงนี้” ข่งไฉเหรินกับนางกำนัลคนสนิทเดินเข้ามาหานายบ่าวที่เหมือนจะมีเรื่องผิดใจกัน

“มันใช่ธุระกงการอันใดของสนมหรงหวาชั้นผู้น้อยเล่า” หลิงเสียนหรงสะบัดมือให้เย่ว์ซิ่วลุกขึ้น ก่อนจะหันมามองข่งหรงหวาที่เดิมทีเคยมีตำแหน่งสูงกว่านาง แต่ยามนี้เป็นได้เพียงสนมหรงหวา ที่แตกต่างจากนางที่เป็นถึงสนมเอกเสียนหรง

ข่งไฉเหรินกำหมัดแน่นอย่างคับแค้นใจ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา “ถึงไม่ใช่ธุระของข้า แต่ธุระของท่านนี่คงสำคัญถึงชีวิตของท่านก็เป็นได้”

“เจ้ารู้อันใด!” หลิงเสียนหรงใบหน้าซีดเผือก ดวงตาเรียวหงส์ตวัดมองข่งหรงหวาอย่างข่มขู่

“หน้าต่างยังมีหู ประตูยังมีช่อง นี่ท่านถึงกับเอ่ยเรื่องลับๆที่สำคัญกับชีวิตตัวเองในที่แจ้งเช่นนี้ ช่างไม่ระวังเอาเสียเลย” ข่งหรงหวามองใบหน้าแสนธรรมดาที่มีเพียงดวงตาที่งดงามอย่างพอใจที่เห็นนางวิตก

“หึ ต่อให้เจ้าพูดอันใดไป หรงหวาชั้นต่ำอย่างเจ้าใครจะเชื่อ” เมื่อคิดว่าข่งหรงหวาได้ยินเพียงไม่กี่ประโยคที่เพิ่งด่าทอเย่ว์ซิ่ว หลักฐานก็ไม่มี หลิงเสียนหรงก็พอสงบใจลงได้

“แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ท่านทำกันเมื่อคืน…” ข่งหรงหวาหยุดพูด ก่อนจะเดินมากระซิบที่ข้างหูผู้เป็นสนมเอกเบาๆ “ข้าเห็นนะ”

“เจ้า!” ข่งหรงหวามองสตรีที่กำลังสติแตกอย่าสะใจก่อนจะออกไปอย่างอารมณ์ดี

“นายหญิง เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ!”

เพียะ! โอ๊ย!

เย่ว์ซิ่วถูกตบจนล้มไปกับพื้นอีกรอบ มือหยาบกุมแก้มที่ถูกตบอย่างเจ็บปวด ได้แต่นั่งน้ำตาไหลรอนายอารมณ์เย็นลง

“ข้าไม่มีวันเก็บเจ้าไว้แน่!” สายตาอาฆาตแค้นมองตามข่งหรงหวาจนสุดสายตา

ตำหนักธาราพิสุทธิ์

พอถึงตำหนักธาราพิสุทธิ์ หยางเลี่ยงเฟิ่งก็เดินเข้าห้องทันที

ในใจของนางมีแต่คำว่า อะไร ทำไม สับสนงุนงงไปหมด

ใบหน้างามมีแต่ความโศกเศร้า เมื่อนึกถึงท่าทีเย็นชาของฮ่องเต้เมื่อตอนเช้า ทั้งๆที่เมื่อคืนก่อนเขายังกกกอดนางอย่างอ่อนโยน เหตุไฉนวันนี้ ถึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้

เขาที่เอ่ยบอกว่าจะปกป้องนาง แต่เมื่อถึงเวลานั้นกลับนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะมองนาง มอบอำนาจให้ฮองเฮาตัดสิน

หากฮองเฮาไม่มอบความเป็นธรรมให้นางเล่า หากฮองเฮาตัดสินว่านางเป็นคนผิดแล้วมองโทษตายให้นาง นางจะทำอย่างไร

ร่างกายของนางก็มอบให้แล้ว แต่ทำไมพระองค์ไม่ทำตามที่ตกลง

“ฝ่าบาท ทำไม…” มือเล็กบางกอบกุมที่อกแน่น

นางเสียใจ เสียใจที่เขาไม่รักษาคำพูด

“หึ ข้าไปหลงเชื่ออันใดกับคารมฮ่องเต้ ชีวิตหากหวังพึ่งแต่ผู้อื่น รังแต่จะรอความตายเท่านั้น แม้กายข้าจะเป็นของท่านไปแล้ว แต่ใจข้ายังเป็นของข้า” เรียวปากดุจลูกอิงเถายกยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาหงส์ที่โศกเศร้าค่อยๆใสกระจ่างขึ้น

“องค์หญิงเป็นอย่างไรบ้าง” ฝูไท่เฟยเอนกายพิงเก้าอี้ยาว มือข้างหนึ่งยกน้ำชาขึ้นมาจิบ

“ทูลไท่เฟยสีพระพักตร์ขององค์หญิงดีขึ้นแล้วเพคะ” ผิงเอ๋อร์เอ่ยตามจริงหลังจากที่ยืนเฝ้าองค์หญิงสิบสามอยู่นาน จนสีหน้าดีขึ้นจึงรีบแจ้งให้ฝูไท่เฟย

“อืม เช่นนั้นไม่จำเป็นต้องมีอันใดต้องกังวลอีก”

“แต่ว่าฝ่าบาท…” ผิงเอ๋อร์มองไท่เฟยอย่างงุนงง หากองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งสูญเสียความโปรดปรานจะไม่ต้องกังวลหรือ

ฝู่ไท่เฟยมองผิงเอ๋อร์อย่างรู้ถึงความคิด ดวงตาเรียวหงส์หลุบลงก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “สูญเสียความโปรดปรานนั้นไปสำคัญ แต่อย่าได้สูญเสียหัวใจ ยามนี้เฟิ่งเอ๋อร์เพียงแค่เสียใจ วันข้างหน้าก็ไม่ต้องกลัวนางจะเผลอใจให้บุรุษอีก ให้นางได้เรียนรู้ความผิดหวัง ดีกว่าให้สมหวังไปตลอดจนเผลอมอบใจให้ จนสุดท้ายก็จมดิ่งลงในหุบเหวจนไม่มีวันปีนขึ้นกลับมาได้อีก”

ผิงเอ๋อร์ยืนฟังฝูไท่เฟยอย่างโง่งม แม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่รู้เพียงแค่ว่า อย่าเผลอมอบใจให้บุรุษ

“เจ้าไปดูแลองค์หญิงได้แล้ว”

“เพคะ” ผิงเอ๋อร์ย่อคำนับแล้วเดินออกไป

“ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง” ฝูไท่เฟยเอ่ยเอ่ยขึ้นเมื่อประตูห้องปิดลง พลางลุกขึ้นถอดชุดคลุมเพื่อเตรียมพักผ่อน

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเพคะ” เจียงมามาเดินมาช่วยผู้เป็นนายอย่างรู้หน้าที่

“รอหลังงานชมบุปผาของฮองเฮาก็ค่อยลงมือ”

“เพคะ”

“เป็นแค่บุปผาชั้นต่ำ แต่บังอาจคิดกำจัดหงส์ จุ๊จุ๊”

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Mivoix
สนุกขึ้นเรื่อยๆเลยจ้าาา ตามๆ
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว