หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่16 ฝูไป๋ฮวา

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่16 ฝูไป๋ฮวา

บทที่ 16

ปลายเดือนสี่ กลางวสันต์ บุปผานานาชนิดผลิบานเต็มที่ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเชยชม

ฮองเฮาได้จัดงานชมบุปผาขึ้นที่วังหลวง พระนางได้ส่งเทียบเชิญให้บรรดาคุณหนูและฮูหยินตระกูลขุนนางที่มีหน้ามีตาในราชสำนัก

ภายในงานมีคุณหนูมากมาย ทุกคนล้วนแต่งกายงดงาม เสื้อผ้าเครื่องประดับล้วนเป็นของใหม่

วันนี้เป็นงานชมบุปผาก็จริง แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือ การคัดเลือกสาวงามเข้าวังองค์ชาย หากใครมีวาสนาต้องตาองค์ชายพระองค์ใดอาจได้เป็นพระชายารอง หรือไม่ก็อนุ

ยามนี้ฮ่องเต้มีพระโอรสเพียงสองพระองค์ องค์ชายใหญ่หยางเค่อที่เกิดจากฮองเฮา และองค์ชายรองหยางเซินที่เกิดจากฮุ่ยเฟย

แม้จะเป็นได้เพียงพระชายารอง หรืออนุ หากแต่ในอนาคตอาจได้เป็นถึงพระสนมก็เป็นได้ เนื่องจากฮ่องเต้ยังไม่ได้แต่งตั้งองค์รัชทายาท ดังนั้น ทั้งสองพระองค์ล้วนมีสิทธิ์

เสียงพิณคลอแผ่วท่วงทำนองไพเราะ ทุกสายตายล้วนจับจ้องไปยังหญิงสาวที่กำลังบรรเลงพิณเป็นจุดเดียว

สายตาที่จับจ้องมิใช่สายตาชื่นชมในเสียงเพลง แต่เป็นสายตาริษยาจากบรรดาคุณหนู และสายตาหวาดหวั่นของสตรีวังหลังที่ทุกนางล้วนหายใจไม่ทั่วปอด

ยามมองใบหน้านั่น ใบหน้าที่งดงามของหญิงงามอันดับหนึ่งในปีนี้ ใบหน้าของฝูไป๋ฮวาที่คล้ายองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งถึงแปดส่วน! อีกทั้งยังมีรูปร่างเย้ายวนของหญิงสาววัยสะพรั่งที่ดรุณีอย่างองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งยังไม่มี

“พะ พี่หญิงสตรีผู้นี้…” ฮุ่ยเฟยกระซิบข้างหูผู้เป็นฮองเฮาแผ่วเบาปนหวั่นใจ

“อืม ช่างคล้ายยิ่ง” ฮองเฮาตอบรับเสียงเบา ดวงเนตรปลายมองไปยังองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองที่จับจ้องสตรีผู้นี้ไม่กระพริบ ‘ไม่นึกว่าจะมีนางจิ้งจอกโผล่มาอีกตัว หากฮ่องเต้มาเห็น…’

เชี่ยนเฟยปลายตามองฮุ่ยเฟยกับฮองเฮาพลางยกยิ้มน้อยๆ ช่างน่าเสียดายที่งานนี้มีเพียงสนมชายาชั้นสูง มิเช่นนั้นหลิงเสียนหรงคงกระอักเลือดตาย

“พระชายา สตรีนางนี้ช่างคล้ายกับองค์หญิงเลี่ยงเฟิ่งนักเจ้าค่ะ” นางกำนัลคนสนิทกระซิบข้างหูผู้เป็นนาย

“คล้ายจนน่าหวั่นใจเลยเชียว หากฝ่าบาทไม่เสด็จมาคงจะดี…”

ติ้ง~ เสียงเพลงจบลง หากแต่ทุกคนยังอยู่ในภวังค์

แปะๆ

เสียงปรบมือของเชี่ยนเฟย ทำให้ทุกคนเริ่มได้สติ

“ดี ช่างไพเราะจริงสมเป็นหญิงสาวสกุลฝู ทั้งงดงามมีความสามรถ” หวังฮองเฮาปรบมือชื่นชม หากแต่ดวงเนตรกลับนิ่งดุจสายน้ำ

“ฮ่องเต้เสด็จ!”

เฮือก!

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

บรรดาคุณหนูและฮูหยินทั้งหลายล้วนหวั่นเกรงในพระบารมีฮ่องเต้ แต่สนมชายา และฮองเฮามิใช่

“เห็นงานน่าสนุก เจิ้นจึงแวะมาดู” วรองค์สง่างามเสด็จผ่านร่างบอบบางของฝูไป๋ฮวาไปประทับตำแหน่งประธาน โดยฮองเฮาเลื่อนไปนั่งตำแหน่งของฮุ่ยเฟยแทน “คงไม่รบกวนเจ้ากระมัง”

“ไม่หรอกเพคะ ฝ่าบาทเสด็จมาย่อมทำให้งานครึกครื้นยิ่งขึ้น” หวังฮองเฮาเอ่ยยิ้มๆ หางตาปลายมองฝูไป๋ฮวา ‘เหตุใดนางยังไม่กลับไปนั่งที่อีก'

“แล้วนี่กำลังทำอันใดกันรึ” หยางจิ้งเหยียนตรัสอย่างสนพระทัย พลางทอดพระเนตรไปยังสตรีเบื้องล่างที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ “แล้วนั่นคุณหนูสกุลไหนกัน”

“อ้อ เป็นคุณหนูสกุลฝูเพคะ นางเพิ่งแสดงเสร็จ ยามนี้ก็ถึงคราวคุณหนูคนต่อไปแล้ว” หวังฮองเฮาทูลตอบฝ่าบาท ก่อนจะออกปากไล่ฝูไป๋ฮวากลายๆ “เจ้ากลับไปนั่งที่ได้แล้ว”

“เพคะ” หญิงสาวยลุกขึ้นย่อกายเคารพ

พระขนงของฮ่องเต้ขมวดนิดๆเมื่อมองไปยังสตรีที่ยังก้มหน้าก้มตา “หยุดก่อน”

ฝูไป๋ฮวาตกใจตัวสั่นเล็กน้อยก่อนหันมาทางฮ่องเต้ดังเดิม

“เงยหน้าขึ้น” ฝูไป๋ฮวาค่อยเงยหน้าตามคำสั่ง ดวงตาหลุบลงค่อยช้อนขึ้นมองพระพักตร์มังกรผู้ยิ่ง หัวใจดวงเล็กสั่นรัวเมื่อสบพระพักตร์หล่อเหลาและองอาจ

หยางจิ้งเหยียนชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นโฉมงามอย่างชัดเจน

“ช่างงดงาม ช่างงดงามราวกับดอกบัวสีขาว เจ้าชื่ออะไร”

“ทูลฝ่าบาทหม่อมฉันฝูไป๋ฮวาเพคะ”

พระขนงขมวดเล็กน้อยอย่างครุ่น หากเขาจำไม่ผิดผู้นำสกุลฝูมีเพียงฝูไท่เฟยที่เป็นบุตรี มีบุตรชายคนเล็กที่เกิดจากฮูหยินเอกอีกหนึ่งคนแต่จำได้ว่าจะยังไม่แต่งงาน ส่วนบุตรชายคนรองที่เกิดจากฮูหยินรองมีเพียงบุตรชาย คนเดียวชื่อ ฝูหลิง

“เจ้าเป็นบุตรีของฝูหลิงกับฮูหยินรึ”

“เปล่าเพคะ หม่อมฉันเป็นบุตรีคนโตที่เกิดจากอนุเพคะ” ฝูไป๋ฮวาก้มหน้าก้มตาเอ่ยเสียงแผ่ว รู้สึกอับอายสายตาดูถูกเหล่านั้นนัก

"อ้อ” หยางจิ้งเหยียนพยักหน้าเบาๆไม่สิ่งใดต่อแต่สีพระพักตร์ดูพอพระทัยไม่น้อย “กลับไปนั่งที่เถิด”

“เพคะ” ฝูไป๋ฮวาย่อกายเคารพก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ท่ามกลางสายตาริษยาจากบรรดาคุณหนูทั้งหลาย

“เช่นนั้นก็เริ่มงานต่อเถิด” หวังฮองเฮาตรัสยิ้มๆ แต่พระหัตถ์สั่นกระตุกเบาๆ

เห็นทีอีกไม่นานวังหลังคงได้ลุกเป็นไฟอีกครั้ง

ย่ำทิวา จันทราไร้แสง เข้าสู่ยามโฉ่ว (1.00-2.59) ผู้คนล้วนเข้านอนพักผ่อน มีเพียงทหารเวรยามที่นานทีจะเดินผ่านตำหนักใดตำหนักหนึ่ง

เรือนหยกหอมเป็นเรือนไม้ที่ค่อนข้างเก่า สนมนางกำนัลที่เคยปรนนิบัติฮ่องเต้ถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นจนเกือบหมด

ยามนี้เหลือเพียงข่งหรงหวาที่พักอาศัยอยู่ แม้จะได้พักที่ห้องใหญ่เป็นเหมือนเจ้าของเรือน แต่ก็มิได้รับเกียรติใดๆ มีเพียงนางกำนัลรับใช้หนึ่งคน และขันทีอีกหนึ่งคนที่นอนเฝ้าหน้าห้อง

ผลัวะ! อัก!

ขันทีเฝ้าหน้าประตูถูกจับโยนออกจากหน้าเรือน ร่างผอมแห้งกระแทกพื้นไร้ซึ่งสติมีเพียงหยดเลือดที่ไหลรินจากศีรษะ

หน้าเรือนอันเวิ้งว้าง มือหนาหยาบกร้านค่อยๆลงกลอนจากข้างนอกอย่างเงียบกริบ ยามนี้ยังอากาศเย็นบานหน้าต่างลงกลอนจากด้านในง่ายแก่การลงมือ

ไม่นานเรือนหยกหอมอันเงียบสงบก็ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง เสียงกรีดร้องอย่างทรมานของสตรีที่ติดอยู่ภายในเรือนดังขึ้นเพียงชั่วจิบชาก่อนจะเงียบหายไป

ตำหนักธาราพิสุทธิ์

“องค์หญิงรีบตื่นบรรทมเถิดเพคะ ยามนี้ต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮองเฮาแล้ว” ผิงเอ๋อร์เขย่าร่างเล็กบางที่กำลังนอนสบายอย่างเร่งเร้า

“อืออ เข้าเฝ้าอันใดกัน ยามนี้เปิ่นกงจู่ถูกกักบริเวณอยู่มิใช่รึ” หยางเลี่ยงเฟิ่งหรี่ตาถามนางกำนัลคนสนิทอย่างเกียจคร้าน

“ก็เรือนหยกหอมของข่งหรงหวาถูกไฟไหม้นะสิเพคะ ส่วนข่งข่งหรงหวาก็ไม่รอดเช่นกัน” ผิงเอ๋อร์สอดแขนเข้าใต้รักแร้ขององค์หญิงก่อนจะยกขึ้นจากเตียง บางคร้ะงองค์หญิงของนางก็ช่างขี้เซานัก

“ข่งหรงหวาเป็นกัน แล้วเกี่ยวอันใดกับเปิ่นกงจู่” คิ้วดุจใบหลิวขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด พลางหลับตาปล่อยให้ผิงเอ๋อร์เช็ดหน้าให้

“เห็นว่าการตายของข่งหรงหวาเกี่ยวกับตุ๊กตาคุณไสยเจ้าค่ะ”

“อ้อ” หยางเลี่ยงยอมแต่งตัวอย่างโดยดี ห้าหกวันมานี้นางรู้สึกเบื่อนักที่ได้แต่นั่งๆนอนอยู่แต่ในตำหนัก แล้วก็อยากรู้นักใครกันที่บังอาจกล้าใส่ร้ายนาง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย kaewkan
สนุกตืดตาม
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว