หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี-บทที่17 ความจริง

โดย  วิโอเล็ตต้า

หยางเลี่ยงเฟิ่ง องค์หญิง 7 สามี

บทที่17 ความจริง

บทที่17

พอไปถึงตำหนักฉางชุนสนมชายาคนอื่นๆก็มาถึงก่อนแล้ว

ไม่คิดว่าพวกนางจะเป็นพวกตรงเวลาหรือชื่นชอบเรื่องสนุกกันแน่ เรื่องความเป็นความตายนี่ช่างรวดเร็วเสียจริง

พอนางเดินเข้าตำหนักก็เจอขันทีและนางกำนัลแปลกหน้านั่งอยู่กับพื้น และยังมีคนที่คาดไม่ถึงนั่งอยู่ด้วย หลิงเสียนหรง… หรือว่าสนมเอกผู้นี้จะเกี่ยวข้องกับตุ๊กตาคุณไสยดังเช่นที่นางสงสัย

“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”

“ลุกขึ้นเถิดองค์หญิง เตรียมเก้าอี้ให้องค์หญิงเลี่ยงเฟิ่ง” ฮองเฮาหันไปสั่งนางกำนัล

หยางเลี่ยงเฟิ่งเลิกคิ้วสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ เช่นนี้หมายความว่านางพ้นข้อกล่าวหาแล้วอย่างนั้นหรือ

“องค์หญิงมาถึงแล้วก็ดี เราจะได้เริ่มการสืบสวน” เมื่อฮองเฮาตรัสทุกคนก็หันไปมองหลิงเสียนหรงเป็นตาเดียว “เจ้าเป็นผู้ใส่ร้ายองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งใช่หรือไม่ แล้วข่งหรงหวามาพบเห็นเข้า เจ้าจึงฆ่านางปิดปาก”

“ทูลฮองเฮา หม่อมฉันถูกใส่ร้าย! หม่อมฉันมิได้ทำนะเพคะ!” หลิงเสียนหรงหน้าซีดส่ายหน้าปฏิเสธข้อกล่าวหา

“เป็นท่านสังหารนายหญิง! ฮองเฮาโปรดให้ความเป็นธรรม!” นางกำนัลคนสนิทของข่งหรงหวาโขกศีรษะกับพื้นน้ำตาอาบหน้ามองหลิงเสียนหรงอย่างโกรธแค้น

“หุบปากเสีย เป็นเพียงนางกำนัลชั้นต่ำบังอาจใส่ร้ายข้าหรือ!”

ปัง!

“เจ้านั่นแหละหุบปาก! เจ้าจงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาให้หมด” สุรเสียงโทสะของฮองเฮาทำให้หลิงเสียนหรงเงียบลงทันที

“ทูลฮองเฮา วันก่อนที่องค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งจะถูกใส่ร้าย บังเอิญหม่อมฉันได้ยินสหายที่รับใช้อยู่ในเรือนฟ้าพราวเอ่ยถึงแผนการของพระสนมเอกหลิงเสียนหรงที่วางแผนกับเย่ว์ซิ่วนางกำนัลคนสนิท” ลั่วเหลียนกล่าวเสียงสะอึก “หม่อมฉันจึงไปบอกนายหญิงแล้วจึงแอบติดตามเย่ว์ซิ่วในคืนนั้น แล้วเห็นนางแลกเปลี่ยนบางอย่างกับนางกำนัลรับใช้ตำหนักธาราพิสุทธิ์”

หลิงเสียนหรงกำหมัดแน่นปรายมองเย่ว์ซิ่วที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆอย่างโกรธเคือง

“วันต่อมาหลังจากที่ออกจากตำหนักฮองเฮานายหญิงก็เข้าไปคุยบางอย่างกับพระสนมเอกหลิงเสียนหรง แม้หม่อมฉันไม่ได้ยินแต่สายตาที่นางมองนายหญิงดูแค้นเคืองนักเพคะ ราวกับจะฆ่านายหญิงให้ได้!” ลั่วเหลียนหันมามองหลิงเสียนหรงอย่างโกรธแค้น

“เจ้า!” ใบหน้าของสนมคนโปรดบิดเบี้ยวไม่ยอมรับ “หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!”

“ทูลฮองเฮา ก่อนที่กระหม่อมจะสลบกระหม่อมเห็นหน้าขันทีที่ตีกระหม่อมพะยะค่ะ” ขันทีที่มีผ้าพันรอบศีรษะเอ่ยขึ้น “กระหม่อมจำได้ว่าเป็นขันทีประจำเรือนฟ้าพราวพะยะค่ะ!”

“เด็กๆ ไปนำตัวขันทีตำหนักฟ้าพราวมาให้หมด!”

“หม่อมฉันถูกใส่ร้าย ต้องเป็นองค์หญิงหยางเลี่ยงเฟิ่งที่ใส่ร้ายหม่อมฉัน!”

หยางเลี่ยงเฟิ่งมองหลิงเสียนหรงที่เริ่มสติแตกด้วยด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะหยิบถ้วยน้ำชามาแกว่งเล่น “เปิ่นกงจู่มีเหตุอันใดต้องให้ร้ายเจ้า” ดวงตาเรียวหงส์ปรายมองใบหน้าแสนธรรมดาของหลิงเสียนหรง “ถ้าเป็นเจ้าที่อยากให้ร้ายเปิ่นกงจู่ก็พอฟังขึ้น”

คิกคิก

หลิงเสียนหรงเหลือบมองบรรดาสนมชายาที่หัวเราะเยาะนางด้วยความอับอาย

“ฮ่องเต้เสด็จ!”

เสียงขันทีแผดร้องหน้าตำหนักดึงให้ทุกคนเข้าสู่ความเงียบทันใด

“ถวายบังคมฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

หยางเลี่ยงเฟิ่งย่อกายทำความเคารพ ยามฮ่องเต้เสด็จผ่านนางหลุบตาลงเห็นเพียงรองพระบาทสีทองที่ตรงไปยังแท่นประธาน

ตั้งแต่วันนั้นนางก็ไม่ได้พบฮ่องเต้อีกเลย แม้แต่คำไถ่ถาม แม้แต่ของขวัญเล็กๆน้อยที่ก่อนหน้านี้มักจะทยอยส่งมาไม่ขาด ยามนี้ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว

นี่กระมังที่เรียกว่า หมดความโปรดปราน

“ตามสบายเถิด”

“ฝ่าบาทโปรดช่วยหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันถูกใส่ร้าย” ดวงตาที่งดงามเพียงหนึ่งเดียวของหลิงเสียนหรงคลอไปด้วยหยาดน้ำอุ่นๆทันทีที่ฮ่องเต้ประทับ

‘ช่างมารยา!!’ สตรีทั้งห้องโถงมองหลิงเสียนหรงอย่างแค้นเคือง เพราะมารยาออดอ้อนเช่นนั้นทำให้พวกนางถูกฮ่องเต้ลงโทษมานักต่อนักแล้ว

“เป็นหลิงเสียนหรงหรือที่สังหารข่งหรงหวา” ฮ่องเต้ตรัสถามฮองเฮา พลางมองไปยังหลิงเสียนหรงด้วยสายพระเนตรเรียบนิ่ง

“เพคะ แต่ตอนนี้รอขันทีของนางเพื่อยืนยันอีกที”

หยางเลี่ยงเฟิ่งปรายมองฮ่องเต้ที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันมามองหลิงเสียนหลงที่วาดหวังให้ฮ่องเต้เข้าข้างนางดังเช่นแต่ก่อน

แต่ดูจากท่าทีของฮ่องเต้ หลิงเสียนหรงคงหมดทางรอดเสียแล้ว

“ทูลฮองเฮา ขันทีของพระสนมเอกหลิงเสียนหรงมาถึงแล้วพะยะค่ะ” ขันทีประจำตำหนักฉางชุนเดินเข้ามารายงาน

“นำตัวเข้ามา”

ไม่นานขันทีจากเรือนฟ้าพราวทั้งสามคนก็ถูกนำตัวเข้ามา

“เป็นคนนั้นพะยะค่ะ เป็นคนนั้นที่ตีหัวกระหม่อม! และเป็นคนวางเพลิงเรือนหยกหอม!” ขันทีผู้โดนทำร้ายรีบยกมือขึ้นชี้ไปยังขันทีที่ยืนอยู่ตรงกลางทันที

ปึก

“ฮ่องเต้โปรดเมตตา ฮ่องเต้โปรดเมตตา” สี่กงกงที่ถูกชี้ตัวรีบคุกโขกศีรษะกับพื้นทันที “กระหม่อมถูกพระสนมเอกบังคับ กระหม่อมถูกพระสนมเอกบังคับ!”

ทุกสายตาพุ่งเป้าไปยังหลิงเสียนหรงทันที หลิงเสียนหรงหน้าแดงก่ำ ตัวสั่นเพราะแรงโกรธ มือเรียวชี้ไปยังสี่กงกง “เจ้า! เจ้า! เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า!!”

สี่กงกงตัวสั่นงันงก หมอบหน้ากับพื้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจ “เป็นนาง พระสนมเอกหลิงเสียนหรงที่ข่มขู่จะสังหารมารดากระหม่อมหากกระหม่อมไปทำตาม แต่ทว่า” สี่กงกงเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยสายตาอาฆาต “แต่พอกระหม่อมลงมือเสร็จ นางกลับส่งคนไปสังหารมารดาของกระหม่อมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว! พร้อมกับ พร้อมกับที่กระหม่อมเผาเรือนหยกหอม อึก”

หลิงเสียนหรงมองสี่กงกงด้วยดวงตาเบิกกว้าง ด่าทอขันทีของตนอย่างคนขาดสติ “ข้าไปสั่งเจ้าตอนไหน! ข้าไปบังคับเจ้าตอนไหน! ใครเป็นคนให้เจ้าใส่ร้ายข้า!!”

ปัง!

“หุบปาก” พระหัตถ์หนาตบลงบนโต๊ะน้ำชาอย่างแรง “หลิงเสียนหรงเหตุใดเจ้าถึงลงมือสังหารข่งหรงหวา!” พระเนตรคมดุจเหยี่ยวมองไปยังพระสนมเอกที่เคยโปรดปรานอย่างกริ้วโกรธ

‘หึ ฝ่าบาทช่างแสดงได้สมจริงนัก ทรงกริ้วงั้นหรือ?’ หยางเลี่ยงเฟิ่งเหยียดยิ้มมุมปาก

“ฝ่าบาทหม่อมฉันมิได้สังหารข่งหรงหวาหม่อมฉันวางแผนใส่ร้ายองค์หญิงก็จริง แต่หม่อมฉันไม่ได้สังหารข่งหรงหวานะเพคะ!” หลิงเสียนหรงตัวสั่นงันงก นางตัดสินใจสารภาพความจริง อย่างน้อยก็อาจจะได้รับโทษเบาลง

“เป็นเจ้าจริงๆ” หยางเลี่ยงเฟิ่งพึมพำเบาๆ

“เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับองค์หญิงสิบสามหรือฮองเฮา” ฮ่องเต้ดำริอย่างสงสัย

ในใจของหยางเลี่ยงเฟิ่งรู้สึกวูบโหวงเล็กน้อย หึ ฮ่องเต้คงใส่ใจนางมากเกินไปกระมัง…

“นางคิดใส่ร้ายองค์หญิง แต่ถูกข่งหรงหวารู้ความลับเข้า จึงสังหารข่งหรงหวาปิดปากน่ะเพคะ”

“สตรีอำมหิต!” พระหัตถ์หนาชี้ไปยังหลิงเสียนหรง “หลิงเสียนหรงมีจิตใจอำมหิตชั่วช้า ใส่ร้ายเชื้อพระวงศ์ สังหารคนอย่างโหดเหี้ยม ปลดจากตำแหน่งพระสนมเอกเป็นนางกำนัลขั้นต่ำสุด ส่งไปยังตำหนักเย็นตลอดชีวิต!”

“ฮืออ ไม่จริงฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ได้สังหารข่งหรงหวา หม่อมฉันไม่ได้สังหารข่งหรงหวา!” ก่อนทีหลิงเกิงอีจะเอ่ยอันใดไปมากกว่านี้ ก็ถูกขันทีปิดปากลากออกจากตำหนักทันที

หลิงเสียนหรง ไม่สิ หลิงเกิงอีอ้อนวอนฮ่องเต้ด้วยน้ำตาแต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์

ฮ่องเต้ตัดสินแล้วเจ้าจะทำอันใดได้

“ส่วนนางกำนัลของหลิงเกิงอี สมคบคิดกับเจ้านายใส่ร้ายองค์หญิง และสังหารข่งหรงหวาให้โบยประหาร”

“ไม่…”

สี่กงกงตัวสั่นงันงกมองเย่ว์ซิ่วถูกลากตัวออกไป เขาเองก็คงรับโทษตายแน่แล้ว

“ส่วนเจ้า” พระหัตถ์ชี้มายังสี่กงกงที่หมอบตัวสั่นกับพื้น

“สมควรรับโทษตาย แต่เห็นแก่ที่ถูกบังคับข่มขู่ ลดโทษให้โบยยี่สิบครั้งและส่งตัวไปยังโรงซักล้าง”

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เมตตา ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เมตตา” สี่กงกงน้ำตาไหลพรากลุกขึ้นเดินตามแรงลากออกไป

‘ในที่สุดเรื่องก็จบลงแล้วสินะ' ร่างเล็กบางของหยางเลี่ยงลุกจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินไปยังหน้าพระพักตร์ “ขอบพระทัยฝ่าบาท ของพระทัยฮองเฮาที่ทรงให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉัน” นางเพียงหลุบตาลง ไม่อาจสบพระเนตรฮ่องเต้ จึงไม่รู้ว่าพระองค์ทำสีหน้าเช่นไร แต่กระนั้นพระองค์ก็มิเอ่ยอันใดออกมา

“คนผิดสมควรรับโทษ หลายวันมานี้องค์หญิงคงลำบากแล้ว” ฮองเฮาตรัสยิ้มๆ “องค์หญิงกลับไปนั่งที่เถิด”

“เพคะฮองเฮา”

นางกลับมานั่งที่ดังเดิม พลันเหลือบเห็นกลีบอิงฮวาปลิวผ่านหน้าต่าง ทำให้นางนึกถึงประโยคหนึ่ง

อิงฮวาร่วงรวยยังยังงดงาม แต่สตรียังมิทันโรยรากลับสิ้นความโปรดปรานเสียแล้ว

มันน่าจะเป็นประโยคที่เหมาะกับสตรีเช่นพวกนางที่สุด

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย sk125
ชีจะโดนเปลี่ยนสามีแบบนี้ไปเรื่อยๆรึ
เมื่อ 2 เดือน 2 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย xinxin
Thank you naka
เมื่อ 11 เดือน 4 วันที่แล้ว

รีวิว