อัศจรรย์วันที่ฉันกลายเป็นเซียน-ตอนที่ 1. แรกพบ

โดย  ซ่งอิง 宋英

อัศจรรย์วันที่ฉันกลายเป็นเซียน

ตอนที่ 1. แรกพบ

อัศจรรย์วันที่ฉันกลายเป็นเซียน

--------------------

1. แรกพบ

--------------------

ครั้งแรกที่ข้าเห็นหน้าเขา ข้าก็รู้สึกผูกพันทันที เด็กทารกตัวแดงๆหน้าย่นๆคนนั้น ทั้งยังแผดร้องเสียดังลั่น รับประกันเลยว่าปอดไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

เด็กทารกคนนี้แซ่หานมารดาของเขาตั้งชื่อให้ว่าเฉินหมิงตอนที่เขาเกิดนั้น ข้ามีอายุครบหนึ่งปีพอดี ข้าที่มีอายุมากกว่าเขาขวบนึงจึงเป็นพี่สาวของเขาไปโดยปริยาย

แต่ข้าไม่ใช่พี่สาวแท้ๆของเขาหรอกนะ เป็นพี่สาวข้างบ้านน่ะ บ้านของข้ากับบ้านของเขาอยู่ติดกัน

บิดามารดาของข้าเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพทำนา พวกเราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงตีนเขาอู๋โหยว

ส่วนมารดาของหานเฉินหมิงนั้น ทีแรกข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางเป็นใครมาจากไหน รู้แค่ว่าคนในหมู่บ้านมักเรียกขานนางว่า ท่านเซียน หรือไม่ก็ ท่านผู้วิเศษ เพราะว่ามารดาของหานเฉินหมิงมีความรู้เรื่องสมุนไพรในการรักษาและมักจะช่วยรักษาให้คนในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ทุกคนจึงเลื่อมใสนางมากเพราะว่านางไม่คิดค่ารักษาซักอีแปะ ชาวบ้านจึงมักนำพืชผลที่ตนเองปลูกมามอบให้นางอยู่เสมอ บ้านของนางจึงไม่ขาดเสบียงกรังแต่อย่างใด

มารดาของหานเฉินหมิง ชื่อหานซีซือและข้ามักจะเรียกนางว่าพี่ซือซือเพราะในสายตาของข้านางดูอ่อนเยาว์ยิ่งนัก พี่ซือซือนับได้ว่ามีหน้าตาที่งดงามหมดจด ยามข้ามองนาง ยิ่งมองก็ยิ่งสบายตา และทำให้ข้าอยากเห็นหน้านางอยู่บ่อยๆ

ดังนั้นยามที่ข้าสามารถเคลื่อนไหวร่างเล็กๆของข้าได้ ข้าก็มักจะตะกายไปหานางอยู่เสมอยามที่นางมาบ้านข้า กลิ่นกายของนางหอมสะอาดดมแล้วรู้สึกสดชื่น ข้าจึงชอบขอให้นางอุ้มอยู่เสมอ

นั่นจึงทำให้ข้าต้องไปเบียดที่ของใครบางคนอย่างหานเฉินหมิงเข้า บางครั้งเจ้าน้องชายคนนี้ก็ทำตัวเป็นอันธพาล ฟาดแขนฟาดขาสั้นๆของเขาใส่ข้า คงโกรธที่ข้ามาขอแบ่งตักมารดาเขานั่งล่ะมั้ง เชอะ จ้างให้ก็ไม่ไป

มือน้อยๆของข้าจึงขยุ้มสาปเสื้อของพี่ซือซือแน่นอย่างไม่คิดจะปล่อยแต่อย่างใด พอข้าทำอย่างนั้นก็ได้ยินเสียงของพี่ซือซือหัวเราะเบาๆ เสียงของนางน่าฟังมาก ข้าจึงพยายามทำให้นางหัวเราะบ่อยๆ

“หมิงเอ๋อร์ เป็นบุรุษห้ามรังแกสตรีนะ” นั่นไงเจ้าน้องชาย เจอมารดาสั่งสอนเสียแล้ว ว่าแต่พี่ซือซือ บุตรของท่านยังพูดไม่ได้เลยนะ แล้วเขาจะฟังเข้าใจไหมเนี่ย ข้าถามอยู่ในใจเพราะว่าตอนนี้ตัวข้าเองก็ยังพูดไม่ได้เหมือนกัน

เอ๋…? แล้วทำไมข้าถึงฟังนางเข้าใจน่ะหรือ...?

เป็นเพราะทารกน้อยอย่างข้าที่รู้ความตั้งแต่แบเบาะนั้น นั่นก็เพราะว่าแต่เดิมนั้น ตัวข้าที่มีชีวิตอยู่อีกโลกนึงเกิดวิ่งสะดุดบันไดจนกลิ้งตกลงมาหลายขั้น พอรู้ตัวอีกที ยามที่ข้าฟื้นขึ้นมา ข้าก็กลายเป็นทารกน้อยอยู่ในตะกร้าที่ริมป่าใกล้ๆกับหมู่บ้านอู๋โหยวเสียแล้ว

คาดว่าข้าคงถูกนำมาทิ้งไว้ตรงชายป่าริมทางอย่างจงใจแน่นอน ก็คงไม่มีใครสะเพร่าถึงขนาดลืมลูกของตนเองไว้ริมทางอย่างนี้หรอกกระมัง

ตอนนั้นพอข้าฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าเจอเข้ากับสถานการณ์ร้ายแรงครั้งใหญ่ในชีวิต ข้าจึงตกใจและตระหนกสุดขีด ด้วยยามนั้นสิ่งใดข้าก็หาได้สนใจไม่ ข้าจึงแหกปากร้องลั่นเสียงดังจ้า ไม่ว่าจะร้องเพื่อระบายอารมณ์ก็ดีหรือเพื่อเป็นการประท้วงสิ่งใดก็ดี ข้าจึงปลดปล่อยเต็มที่ชนิดที่ตะเบ็งให้คอแตกให้รู้แล้วรู้รอดกันไปข้าง

ข้าร้องอยู่อย่างนั้นได้ซักพักจนกระทั่งมีคนเดินมาพบเข้า สองสามีภรรยาแซ่ซ่งเดินตรงมาที่ตะกร้าของข้า พอพวกเขาเห็นว่าเป็นทารกเพศหญิงนอนร้องไห้อยู่ในตะกร้า พวกเขาก็รีบย่อตัวลงมาปลอบโยนข้าเป็นการใหญ่

ยามที่ซ่งฮูหยินอุ้มข้าเข้าสู่อ้อมอกของนางนั้น ข้ารู้ได้ทันทีว่ามีที่พึ่งแล้วจึงหยุดร้องไห้เพราะเกรงว่านางจะแสบแก้วหูจนโยนข้ากลับเข้าตะกร้าอีกรอบ

นับแต่นั้นมาข้าก็กลายเป็นบุตรสาวบุญธรรมบ้านสกุลซ่ง มีบิดาชื่อซ่งเผิงจิ่งมารดาชื่อจินหมิงเซียงและตั้งชื่อให้ข้าว่าซ่งเซียงอิ่งซึ่งบังเอิญว่าเป็นชื่อเดียวกันกับที่ข้าใช้ในชาติที่แล้วพอดี เหลือเชื่อสุดๆ

ดังนั้นนับตั้งแต่ที่ข้าได้มาเกิดใหม่หรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะชีวิตที่เริ่มต้นใหม่นี้ก็ดี โลกใบใหม่ที่ข้าเพิ่งโผล่มานี้ก็ดี อะไรๆล้วนเกิดขึ้นได้ทั้งนั้นสำหรับข้า

มาเลยเรื่องมหัศจรรย์พันลึกระดับสุดขอบจักรวาลข้ามภพข้ามกาแลคซี่ขนาดไหนก็เข้ามาเลย หากมีเรื่องไหนพิสดารกว่านี้ข้าก็คงไม่แปลกใจแล้วล่ะ เพราะข้ารู้แล้วว่าที่โลกนี้เรื่องเหลือเชื่อใดๆก็เกิดขึ้นได้ อนิจจา...ข้าคงปลงแล้วล่ะ…

เช่นนี้แล้วข้าจึงมีความรู้สึกนึกคิดและมีสติรับรู้ทั้งที่ยังแบเบาะ ดังนั้นข้าจึงจำได้ตั้งแต่วันแรกที่พบหน้าเขา หานเฉินหมิง น้องชายข้างบ้านที่ข้าตู่เอามาเป็นน้องชายแท้ๆของข้าเอง

ชาติก่อนข้าไม่เคยมีครอบครัวนี่นา ดังนั้นพอได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หากคว้าได้ข้าก็จะคว้าเอามาเป็นของตนให้หมด ไม่ว่าจะเป็นสองสามีภรรยาแซ่ซ่งผู้เมตตา พี่สาวซือซือผู้งดงาม หรือกระทั่งน้องชายหานเฉินหมิงตัวอ้วนกลม ข้าก็จะเหมาเอาว่าพวกเขาคือครอบครัวของข้าอย่างเหนียวแน่นที่สุด พวกเขาคือสมบัติสุดรักสุดหวงของข้านับจากนี้เป็นต้นไป…ครอบครัวของข้า...สมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต...

นี่คือความคิดของทารกหญิงวัยหนึ่งขวบนิดๆ ที่ขณะนี้นอนตะแคงข้างและจ้องมองน้องชายเฉินหมิงที่มารดาอุ้มมานอนในเปลเดียวกัน หลังจากที่มารดาของนางมักจะอาสาช่วยดูแลบุตรชายให้พี่ซือซือเป็นบางครั้งอยู่บ่อยๆ

นี่คือเรื่องราวในปีแรกที่ทั้งสองได้พบหน้ากัน...หานเฉินหมิง...ซ่งเซียงอิ่ง...

จบตอนที่ 1. แรกพบ

--------------------

อัศจรรย์วันที่ฉันกลายเป็นเซียน ตอนที่ 1 แรกพบ ver.2

- แก้ไข ต่อเติม ขัดเกลา เนื้อหาในตอนใหม่

- เปลี่ยนตัวสะกดชื่อตัวเอก จาก เฉิงหมิง เป็น เฉินหมิง (เพราะว่าไรเดอร์สับสนเอง 555)

--------------------

ปล. ดีใจจังยอดผู้ชมเพิ่มขึ้น ยิ้มอีกแล้วขอรับ(✿◠‿◠) กิ๊วๆ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย ounjijang
มาทดลองอ่านค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย MintsriPHMU
ขอบคุณมากๆค่าา
เมื่อ 7 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว