ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)-ตอนที่ 29 นิดเดียว re (อวสาน)

โดย  ลายหมึก

ตะวันบนพื้นน้ำ (อวสาน)

ตอนที่ 29 นิดเดียว re (อวสาน)

ช่วงปิดเทอมใหญ่เป็นเวลาอันแสนสุขของเด็กมัธยม ไม่เว้นแม้แต่สาวชาวเวทย์หรือหากเรียกตามตำแหน่งลับๆ แหล่งพลังเองก็ตาม หญิงสาวถูกท่านปู่เรียกตัวให้ไปช่วยงานตั้งแต่เมื่อคืนวาน และตอนนี้รอเพียงให้พี่สาวมารับเท่านั้น

หลังอสูรหนุ่มกลับบ้านกลับช่องไป ก็นับเวลารวมได้ประมาณสามเดือนเข้าไปแล้ว สามเดือนที่ไม่มีการโทรหา แชทเฟสหาหรือไลน์มาหาทำให้คนรอชักเริ่มรู้สึกเคืองใจ

“เกลียดนักคนบ้า หายไปแล้วไปลับ ไม่ต้องกลับมาเลยนะ” คิดถึงขึ้นมาทีไรจึงเผลอว่าเขาไปทุกที

“สาม” น้ำเสียงเคยคุ้นเรียกหา ยามเด็กสาวหันไปมอง จึงพบกับรอยยิ้มต้อนรับของพี่สาวคนกลางที่ยืนอยู่ในวงล้อของกระแสแห่งห้วงเวลา ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพียงแค่ว๊าบเดียวเท่านั้น

“พร้อมหรือยังเจ้าตัวยุ่ง” เพียงแค่จับมือพี่สาวไว้แน่น กระแสแห่งห้วงเวลาที่นิ่งสนิทอยู่กับที่จึงค่อยเริ่มทำงานและพาสองร่างเดินทางเข้าสู่สำนักมัญฌิมา

“คุณหนู ท่านปู่เรียกพบเจ้าค่ะ” ครั้นเพิ่งมาถึงเพียงเสี้ยววินาทีและยังไม่ทันได้นั่งพัก กลับโดนท่านปู่เรียกตัวหาเสียแล้ว

ไปเถอะ ปู่คงมีเรื่องด่วน มือรุนหลังน้องสาวไปยังทิศทางที่พำนักของท่านปู่ ส่วนตนเองกลับเดินแยกไปอีกทาง

ประตูไม้ประดู่ถูกผลักเข้าไปเพียงครึ่ง ก่อนเด็กสาวจะแทรกตัวเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าสำนักมัญฌิมา

สามหลานปู่ เป็นเพราะเจ้าหลานรัก พวกเรารอดแล้วลูกน้ำเสียงของผู้อาวุโสสุดแสนยินดียิ่ง เพราะหมากที่วางเดินพันลงไปเป็นไปตามแผนที่คาดเอาไว้ทุกประการ ซึ่งการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่เจอกับความบังเอิญและความสัมพันธ์ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดระหว่างสาวชาวเวทย์กับท่านชายแห่งมรนาการ

ลองจุดธูปดูจ้ะหลานก้านธูปสีดำสนิทถูกจุดขึ้น ลอยควันลอยขึ้นสูงและหลอมรวมเป็นข้อความสีแดงฉานอยู่บนกลางอากาศ

ทางมรนาการขอแสดงความเสียใจกับสำนักคุ้มกัน และขอส่งตัวแทนลงไปช่วยฟื้นฟูสำนักคุ้มกัน ซึ่งทางมรนาการได้ส่งแรงงานชั้นดีลงไปให้ในระยะหนึ่งแล้ว พวกท่านสามารถใช้แรงงานตนนั้นได้ทุกสิ่งตามกิจที่พึงกระทำ

ยามอ่านมาถึงประโยคนี้ ไม่รู้ทำไมหญิงสาวถึงรู้สึกเห็นใจปีศาจตนนั้นขึ้นมาเบาๆ เพราะการถูกลดขั้นจากชาวมรนาการมาเป็นชนชั้นแรงงานของชนชาวเวทย์ถือเป็นความอัปยศอย่างถึงที่สุดซึ่งไม่มีปีศาจตนใดชอบใจนักหรอก

1 อสูรระดับระดับจ้าวของมรนาการจะไม่มีสิทธิ์ฆ่าชาวเวทย์นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากทำการฝ่าฝืนกฎแห่งบรรพกาลเมื่อใด ต้องรับโทษถูกขับไล่ออกจากมรนาการในทันที

2 ทางมรนาการจะเปิดพรมแดนเชื่อมสัมพันธไมตรีกับชนชาวเวทย์อย่างเป็นทางการ และเอกสารยืนยันจะถูกส่งตามมาอีกครั้ง

3 สิ่งก่อสร้างที่ทางมรนากรเป็นผู้ทำลายจะจัดส่งแรงงานไปบูรณะซ่อมแซม

4 สภากลางระหว่างชาวเวทย์และมรนาการจะถูกจัดตั้งอีกครั้ง ขอให้ทุกท่านกลับไปดำรงตำแหน่งเดิมและมาเข้าร่วมประชุมพร้อมกันในวันเวลาที่จะแจ้งความในลำดับถัดไป

ลงชื่อ

สภาแห่งมรนาการ

ลงชื่อรับทราบ

ท่านชายแห่งมรนาการ

“ท่านปู่ค่ะทำไมต้องลงกำกับไว้สองชื่อด้วยคะ” เพราะเคยแอบเห็นเอกสารที่อสูรหนุ่มนั่งทำงานอยู่บ้าง บางเล่มมักจะลงกำกับไว้ว่า รัชทายาทแห่งมรนาการ แล้วทำไมในครั้งนี้ตำแหน่งเดิมกลับถูกเปลี่ยนเป็นท่านชายแห่งมรนาการแทนเสียอย่างนั้น

“หลานรัก ยามนี้รัชทายาทแห่งมรนาการไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงท่านชายแห่งมรนาการเพราะท่านนากิมต้องโทษอยู่” ท่านปู่ยิ้มชอบใจ พลางอธิบายให้หลายสาวฟังจนกระจ่างชัด

“ต้องโทษ” สาวเจ้าร้องเสียงหลง มิน่า หรือนี่คือเหตุผลที่ทำให้การติดต่อขาดหายไป

“ใช่ ท่านนากิมถูกถอดถอนตำแหน่งรัชทายาทแห่งมรนาการลงมาพักใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามมติเห็นชอบของสภามรนาการ ชนชั้นบรรดาศักดิ์ถูกเก็บเรียบและถูกลดขั้นไปอยู่ชั้นใด ปู่ไม่รู้จ้ะหลาน”

โถ นากิม นายกำลังลำบากอยู่นั่นเอง ใจสาวรำพึงชักคิดถึงและเริ่มเป็นห่วง

“เพียงเท่านี้เผ่าพันธุ์เราย่อมรอดพ้นกรรม ทั้งสามารถทวงความเป็นธรรมคืนกลับมาได้อย่างใสสะอาด ต้องขอบคุณเจ้า หลานคนเก่งของข้า เหล่านักเวทย์ล้วนเป็นหนี้ชีวิตของท่าน แหล่งพลังผู้สูงค่าของชนชาวเวทย์” ชายชราคุกเข่าลงบนพื้นก่อนก้มหัวคำนับลงต่ำที่สุด ด้วยความเคารพสูงสุดต่อผู้มีคุณ ผู้เป็นอัญมณีอันสูงค่าของชนชาวเวทย์!!!

“ท่านปู่ ลุกขึ้นก่อนค่ะ สามอายุสั้นพอดี สามเป็นหลานปู่นะคะ” ยามพาดพิงถึงคำว่าแหล่งพลัง สาวเจ้าไม่เสียใจอีกต่อไปแล้วเพราะรู้แล้วว่า ไม่ว่าอยู่ในชนชั้นตำแหน่งใด ทุกคนล้วนมีหน้าที่ ที่ต้องกระทำและรับผิดชอบ

ไม่ว่าจะเกิดจากที่ไหน เผ่าพันธุ์ใด ทุกผู้ย่อมมีชีวิต ชีวิตที่จะมีคำว่าวันพรุ่งนี้ สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราได้เรียนรู้ ได้ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า คุ้มกับโอกาสที่ได้เกิดขึ้นมาบนโลกกลมๆใบนี้

“สามหลานรัก สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไรรู้ไหมลูก นั่นคือการมีลมหายใจอยู่ต่อเพื่อวันพรุ่งนี้ เจ้าจงทำวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นหลานที่น่ารักของปู่ไปเรื่อยๆนะลูก”

“ฮือๆ ปู่จ๋า” คำสอนของปู่ราวทำให้สาวเจ้าน้ำตาซึมจนไหลรินลงอาบแก้ม จึงได้แรงกอดรัดเข้าอกอุ่นเป็นการปลอบ สิ่งใดที่แบกรับเอาไว้เด็กสาวปลอบโฮออกมาหมดแล้วในครานี้ เพราะการรับรู้ว่าตนเองไม่ใช่ชาวเวทย์เหมือนผู้อื่นเป็นสิ่งที่สาหัสมากพอดู

“ร้องออกมาลูก ร้องออกมา” อีกทั้งภารกิจแสนยิ่งใหญ่ซึ่งมีเดิมพันเป็นปวงชนชาวเวทย์ นับเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กสาวกดดันพอสมควร

ทุกความรู้สึกที่แสดงออกมาเป็นแววตาที่เข้มแข็ง และพร้อมจะแลกชีวิตตนเองเพื่อสายเลือดและเผ่าพันธุ์ แต่ภายในนั้นเล่า ดุจดังแก้วร้าวที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกวินาที

หลังจากเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาสักหน่อยจนปรับสภาพจิตใจเข้าสู่สภาพปกติ เด็กสาวจึงเริ่มเดินหาสถานที่หย่อนใจ บรรยากาศบนเขาสูงเย็นสบายน่านอนประกอบกับลมเย็นที่พัดเข้ามาทักทายผิวกายระลอกแล้วระลอกเล่า ทำให้ชักเริ่มเคลิ้มๆและยิ่งมาเจอกับพื้นหญ้าเขียวขจีแสนนุ่มๆ ทำให้ในไม่ช้าสาวเจ้าจึงหลับลึกตรงปริเวณพื้นหญ้านุ่มๆนั้นแล

สัมผัสแข็งๆที่นอนหนุนอยู่ทำให้คนหลับชักเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ เพราะมันไม่นุ่มเหมือนตอนแรกที่ใช้แขนของตัวเองหนุนแทนหมอนเอาไว้ เปลือกตาทั้งสองค่อยๆเปิดขึ้นทำให้ปะทะเข้ากับดวงตาแวววาวสีมรกตสุกใสพร้อมรอยยิ้ม ยิ้มกว้างแย้มหวานรอรับ

“ข้ามาตามเจ้ากลับมรนาการ” คำทักทายแรกเป็นการชวนหนีตาม

“ไม่ไป กลับไปเลย” สามเดือนห่างหาย ไลน์ไม่มา เฟสไม่ทัก อย่าหวังเลยว่าจะยอมตามใจง่ายๆ คนใจดำ ถึงแม้จะรู้ดีว่าเขากำลังลำบาก แต่มันย่อมเป็นคนละส่วนกัน

อย่างน้อยส่งสื่อออนไลน์มาทักสักทางก็ได้ แต่นี่ดันเงียบฉี่

“เดี๋ยวเจ้าจะลำบาก หาพ่อให้ลูกไม่ได้” น้ำเสียงดูเป็นห่วงแต่สายตานั้นเล่าเต็มไปด้วยความสนุกสนานและท่าทางกวนประสาทเป็นที่สุด

“บ้า ฉันไม่ได้ท้อง” น้ำคำของอสูรร้ายทำให้หญิงสาววางมือลงบนท้องเบาๆเป็นการทดสอบ ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย อย่างน้อยหากมีเด็กอยู่มันต้องมีแรงเตะแรงถีบกันบ้าง อีกอย่างอาการแพ้ท้องก็ไม่มี ถึงจะเป็นเด็กมัธยมอยู่แต่ฉันไม่โง่นะคะ ไม่ต้องมาหลอกกันเสียให้ยาก วิชาสุขศึกษาฉันก็เรียนมานะจะบอกให้

“ไม่มี อย่ามาหลอก” ลองเพ่งความรู้สึกไปที่ท้องน้อยก็ไม่พบอะไรแปลกๆเสียหน่อย

อสูรหนุ่มยิ้มแสยะก่อนใช้ความไวฝ่าด่านอรหันต์ของสาวเจ้าเพื่อประกบฝ่ามือแนบบนท้องสาวพร้อมกับปล่อยกระแสพลังอุ่นๆลงบนท้องน้อย

“แม่จ๋า” เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นมาจากท้องของตนทำให้หญิงสาวตกใจ ดวงตาสาวโตขึ้นๆแถมปากยังอ้าค้างจนอสูรหนุ่มยิ้มขัน

“เห็นหรือไม่ เขาอยู่ในท้องเจ้าได้หกเดือนแล้วครับ” อสูรหนุ่มยิ้มละมุน ดวงตาวาวระยับ

“นากิม อธิบายมา”

ทุกคำแทบจะกัดฟันพูด ตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้ตัว นี่มันแอบมาไข่ทิ้งไว้ตั้งแต่ตอนไหนกันคะ

“อ้าว ข้าไม่เคยบอกเจ้ารึ ชาวมรนาการจะใช้เวลาอยู่ในท้องแม่ประมาณหกเดือน จะคอยแอบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ต้องปล่อยกระแสพลังเรียกพวกเราก่อน เราถึงจะยอมคุยด้วย” อธิบายเรียบๆแถมโบ้ยความผิดให้ลางๆ

“ไม่ เคย บอก” สาวเจ้าเน้นเสียงทีละคำแบบเน้นๆ และซัดแรงทุบสองสามตุบบนกลางหลังด้วยความหมั่นไส้

“นาส ออกมา เจ้าโตพอจะเลิกอยู่ในท้องแม่ได้แล้ว” แม้เด็กตัวน้อยจะไม่ใช่เชื้อสายมรนาการแท้ แต่มีกลิ่นไอเดียวกับผู้เป็นแม่ทุกประการทำให้อสูรหนุ่มยิ้มปลื้ม

“ครับท่านพ่อ” เสียงเล็กๆรับคำจากผู้เป็นบิดา พลัน!!! บนหน้าท้องของหญิงสาวปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้นวูบหนึ่ง

“นาส” สาวเจ้าทวนคำ

“ใช่ข้า นากิม เจ้าสาม รวมกันเป็นนาส” อสูรหนุ่มยิ้มกว้าง ภาคภูมิใจกับการตั้งชื่อเสียเต็มประดา

“สวัสดีครับท่านแม่ ข้าขอโทษที่แอบอยู่นาน ข้าไม่มีพลังพอที่จะสร้างกายเนื้อออกมาได้ครับ”

เด็กตรงหน้าแก้มป่องตาโต น่ารักเป็นที่สุดมาก ผมสีดำ ตาดำ ลูก ลูกฉันเหรอคะ กรี๊ดๆ ลูกน่าฟัดมาก หล่อระเบิดถอดพิมพ์เดียวกับพ่อมาแทบทุกอย่าง นี่มันน่ากิมฉบับย่อส่วนชัดๆ โถลูกได้แค่สีตาเหมือนแม่อย่างเดียวเอง ทำไมไม่เอาเชื้อแม่มาเยอะกว่านี้ครับ

“ข้าเป็นแหล่งพลังรุ่นต่อไปครับท่านแม่ มีความสามารถเหมือนท่านทุกอย่างครับ ต่างเพียงข้ามีพลังเวทย์ครับ อาจเป็นเพราะได้สายเลือดของท่านพ่อมาผสมทำให้ข้าเป็นเลือดผสม จึงมีพลังเวทย์ครับ”

“แม่ชอบน้อยใจเวลาพ่อแอบอ่านความคิดใช่ไหมครับ ต่อไปมีข้า แม่ไม่ต้องกลัวแล้วครับ ข้าจะจัดการให้ พ่อจะแอบอ่านใจแม่ไม่ได้สักคำครับ”

นั่นเป็นกระแสความคิดที่รับรู้เพียงแค่ลูกและแม่เท่านั้น ด้วยอาคมแกร่งกล้าของเด็กน้อยทำให้พอสูสีกับผู้เป็นพ่อเลยทีเดียว ดังนั้นความคิดซ่อนเร้นของแม่กับลูกจึงไม่หลุดเร้นถึงหูของพ่อแม้แต่ประโยคเดียว

หญิงสาวยิ้มแก้มปริ พลางลากเจ้าตัวน้อยเข้ามากอดรัดฟัดหอม แม้ไม่ได้อุ้มท้องลำบากแบบผู้อื่นแต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกผูกพันกับเจ้าตัวน้อยตรงหน้าเหลือเกิน คำพูดคำจาแสนจะฉะฉาน ลูกของแม่ช่างเก่งกาจเกินวัย

“พลังของท่านแม่ ท่านพ่อสั่งห้ามว่าห้ามยุ่ง ข้าต้องรอพลังของท่านพ่อแทนครับ”

เด็กสาวเคยคิดฝันเอาไว้เหมือนกันว่าอยากมีลูกสักคนเอาไว้อยู่เป็นเพื่อนยามชรา แต่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่า จะได้ผลผลิตแสนเล่อค่าถึงเพียงนี้มาครอง

“หนู เอ่อ ลูกคุยกับนากิมได้ด้วยเหรอจ๊ะ”

“ครับ ท่านพอส่งกระแสจิตคุยกับข้านานแล้ว”

“นาส ไปหาเวร่า” เบาะแสเริ่มเปิดปากและปมเริ่มคลายทีละนิด ทำให้เจ้าของปมเริ่มคิดหาทางเบี่ยงประเด็น

“ครับท่านพ่อ” อสูรตัวน้อยรับคำและหายตัววับจากไปตามคำสั่ง

“นายรู้ว่าฉันท้องนานแล้ว ใช่ไหม” หูแหลมเรียวโดนบิด เค้นโยก น้ำขึ้น น้ำลง เอาให้ตาย

“โอ๊ย เจ็บๆๆๆสามผมเจ็บ ครับๆ ใช่จ้า” อสูรหนุ่มร้องโอยโอดและไม่ตอบโต้สาวเจ้าสักกระบวนท่า ยอมไหลตามน้ำให้ลงโทษโดยดี ไม่หือไม่อือสักคำ

“เมื่อไหร่ ฉันท้องเมื่อไหร่” มือบิดเค้นๆเพิ่มระดับอีกนิด เพียงเท่านี้เจ้าตัวร้ายก็ยอมเปิดปาก

“คืนแรกของเราครับสาม โอ๊ยๆ เจ็บ หูข้าจะขาดแล้ว” รอยยิ้มหวานหยดก่อนแอบฉวยโอกาสหอมแก้มสาวไปหนึ่งฟอดและหันกลับมาทำมารยาร้องโยเยอีกระรอก

“นายป้องกัน ฉันจำได้” ยามอ้างถึงเรื่องบนเตียง พลัน แก้มสาวร้อนวูบ

“ทุกรอบเหรอครับ แน่ใจนะ” น้ำเสียงเย้าๆทำให้แก้มบางแดงระเรือและหูแหลมเป็นอิสระในที่สุด เพราะสาวเจ้าเริ่มหันหน้าหนี ด้วยไม่ค่อยอยากมองตาวิบวับของเจ้าตัวร้ายมันแล้ว

“นายพลาดใช่ไหม ไม่เป็นไร ฉันจะเลี้ยงเขาเอง”หญิงสาวนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนเปิดปากบอกถึงการตัดสินใจด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง

“ฝันไปเถอะสาม เจ้าต้องกลับมรนาการกับข้า“ ความคิดของสาวเจ้าเป็นสิ่งที่อสูรหนุ่มคาดไม่ถึง คิดออกมาได้อย่างไรว่าข้าพลาด ทั้งๆที่ข้าตั้งใจเสกเด็กใส่ท้องเจ้าเองกับมือ

ดูท่าเวลาที่ห่างหายไปหลายเดือน คงจะกลายเป็นช่องว่างระหว่างเรา เด็กโง่ครับเด็กโง่ ก่อนที่เจ้าจะคิดเป็นตุเป็นตะไปมากกว่านี้ ข้าคงทิ้งเจ้าให้อยู่คนเดียวไม่ได้ ไหนจะคู่เคยแท้ ไหนจะพี่ชายคิดไม่ซื่อที่มันรอแทงข้างหลังข้าอยู่ ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดเช่นใด ข้าต้องลากเจ้ากลับมรนาการให้จงได้

“นายไม่ต้องมารับผิดชอบ ฉันเข้าใจ มันมีพลาดกันได้ เราเองผิดด้วยกันทั้งคู่”

เพราะตัวเรายอมให้เขากอดเองจะโทษใครได้เล่า นอกจากความใจง่ายของเราเอง

“อีกอย่างตอนนี้ นายเองลำบากอยู่ อย่าเอาฉันไปเป็นห่วงผูกคอเลยนะ” เพราะอสูรหนุ่มถูกลงโทษอยู่ทำให้สาวเจ้าไม่คิดเอาตัวเองเพิ่มภาระเข้าไปให้อีก

“ใครว่าข้าลำบาก” เออ ใช่ จะว่าไปนางย่อมพูดถูก แต่ไม่ได้หนักหนามากมายเท่าใดข้ายังไหว แค่ต้องรับผิดชอบทั้งสองทางเท่านั้น จึงไม่มีเวลาให้เจ้าตั้งสามเดือนไงเล่า

หนึ่งต้องค่อยรับภารกิจของสำนักคุ้มกันรวมถึงไปช่วยบูรณะซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างที่ข้าใช้ไฟมัจจุราชทำลายเอาไว้ สองต้องทำงานในหน้าที่จ้าวมรนาการเช่มเดิมแค่ไม่มีตำแหน่งรองรับและอำนาจในการตัดสินใจหรือการเซ็นเอกสารเท่านั้น เพราะทุกงานต้องผ่านการรองรับจากสภาสูงแทบทั้งสิ้นแล้วจะเอาข้าไปนั่งอ่านเอกสารเพื่ออะไร ฮึ คงคิดใช้งานข้าให้ตายกันไปข้าง

“หยุดสิ่งที่คิดให้หัวเจ้าทั้งหมด แล้วฟังข้า เราจะกลับมรนาการ” คำสั่งมาพร้อมสายตาเฉียบดุและและน้ำเสียงขรึมๆ

“ไม่ไป” สาวเจ้าดื้อเงียบแล้วครานี้ ทั้งยังปฏิเสธออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ยอมลงให้

“ทำไม”

“ฉันไม่อยากเป็นคู่นอนของคุณ” ทุกสิ่งที่เคยรู้สึกมาโดยตลอดถูกระบายออกมาในตอนนี้ เพราะอสูรหนุ่มไม่เคยมีคำว่าชัดเจน อยากได้ก็มากอด พอสมใจก็ไปหาคนใหม่ คนเจ้าชู้

“ฉันไม่คิดจะสร้างครอบครัวกับตัวเจ้าชู้แบบคุณ ช้ำใจตายพอดี” สาวเจ้าปาน้ำคำประชดใส่เสียงเรียบทั้งยังจ้องตาตัวเจ้าชู้แบบไม่มีหลบ

“สามครับสาม ถ้าข้าอยากได้แค่คู่นอน จะฝังนาสไว้ในกายเจ้าทำไม คิดครับคิด”

น้ำเสียงระอาผสมคำบ่นหน่อยๆ

“การตั้งท้องของมรนาการ ต้องได้รับพลังชีวิตจากผู้เป็นพ่อ ถึงจะสามารถสร้างกายวิญญาณให้กับลูก ข้าจะหาห่วงผูกคอมาทำไม ถ้าข้าไม่พิศวาสเจ้านะ ฮึ”

ถ้อยคำถ่ายทอดความในใจมาพร้อมกับน้ำเสียงเย้าเอ็นดู

“ไม่จริง” ทุกการกระทำในครั้งเก่าฉายชัดในห้วงความคิด ทำให้รู้สึกเชื่อได้ยาก

“ไป ไปที่เตียงกัน ข้าจะสร้างนาส สอง สาม สี่ ห้า เจ้าจะได้เชื่อข้าสักที” แรงกอดรัดแนบแน่นแทนความคิดถึง พลางลากเด็กสาวนอนราบบนพื้นหญ้าและค่อมร่างกันท่าเอาไว้

“ไม่เอานากิม ไม่ทำตรงนี้” สาวเจ้าหน้าตื่นตาโตทำให้อสูรหนุ่มหักใจหยุดหยอกรังแกด้วยการหอมแก้มมัดจำไปหนึ่งฟอด

“ข้าคิดถึงเจ้า เด็กโง่ เรามีนาสเป็นโซ่ทองคล้องใจเอาไว้แล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่เลิกงอแงอีก”

“เจ้ารู้หรือไม่ หากชาวมรนาการมีบุตรเป็นของตนเอง ย่อมต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกับเมียตนเพียงเท่านั้นเพราะถือว่า เราได้เลือกแล้ว และมันเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาจากรุ่นต่อรุ่น หากเจ้าไม่เชื่อคำข้า ไปถามใครย่อมได้ในมรนาการ”

“ข้าเอง รู้ดีถึงกฎเหล็กข้อนี้เป็นอย่างดี ข้าจะเสกนาสเข้าท้องเจ้าทำไมครับ หากข้าไม่คิดจะร่วมชีวิตกับเจ้า ไม่เอาคนดีไม่ร้องครับ โอ๋ๆ” อสูรหนุ่มโยกปลอบร่างน้อยในอ้อมอกพร้อมถ้อยคำปลอบโยน

“…” หยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ยังไม่รู้เลยว่า ไหลออกมาเพราะอะไร

“เราเริ่มต้นกันไม่ดีเท่าไหร่ ข้ารู้ ข้าทำร้ายเจ้า ทั้งจิตใจ ทั้งทางกาย ข้าขอโทษ แต่ข้าไม่คิดย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต ถึงแม้ข้าจะสามารถย้อนเวลาไปเริ่มใหม่กับเจ้าได้ก็เถอะ”

“เพราะทุกเรื่องที่เราเผชิญมาด้วยกัน ข้าชอบมันยิ่งนัก สามครับ ชายาของข้า ข้ารักเจ้า แล้วเจ้าเล่ามีใจให้ข้าบ้างหรือไม่” มืออุ่นช่วยปาดเช็ดน้ำตาทุกหยาดหยดพร้อมถ้อยคำขอความรัก

“มีก็ได้ แค่นิดเดียวนะ” สาวเจ้าทำมือด้วยการนำนิ้วชี้กับนิ้งโป้งย่อลงเข้าหากันนิดนึงประกอบคำว่านิดเดียว

รสจูบป้อนมาคือรางวัลของคำสารภาพรัก แม้ไม่ใช่คำบอกรักแบบชัดเจนแต่คำตอบรับที่ได้รับกลับทำให้อสูรหนุ่มยิ้มหวานแก้มปริ

”ทั้งๆที่นายร้ายใส่ฉันอยู่บ่อยๆ ฉันไปหลงชอบนายได้ยังไง ฉันยังงงตัวเอง แรกๆฉันสับสน อยู่ๆนายก็เข้ามาในชีวิต มาทำร้ายฉัน มันเจ็บ เจ็บมาก” อสูรหนุ่มกอดรัดเด็กสาวจมอกเข้าไปอีก สองร่างนอนราบบนพื้นหญ้าผลัดกันกกกอดถ่ายทอดไออุ่นเพื่อชดเชยเวลาสามเดือนที่ขาดหายไป

“เรามาเริ่มต้นกันใหม่ครับคนดี” เด็กสาวมองรอลุ้นอยู่ว่าอสูรหนุ่มจะทำอะไร และด้วยดวงตากลมๆดูน่าเอ็นดูทำให้ได้รับรสจูบลงบนเปลือกตาอย่างแผ่วเบา

“สวัสดีครับ ผมชื่อนากิม ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมมาจากมรนาการ อยากลองเรียนรู้มิตรภาพและรักดูบ้าง คุณพอช่วยสอนผมได้ไหมครับ”

“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ” น้ำเสียงตอบรับและแรงพยักหน้าพร้อมกับการพุ่งเข้าหาอ้อมแขนของอสูรหนุ่ม ราวกับเป็นคำตอบรับของเด็กดื้อ

การประชุมสามัญประจำปีแห่งสภากลางเป็นการประชุมหาข้อพิพาทและปัญหาต่างๆระหว่างมรนากรกับชาวเวทย์ ซึ่งทางมรนาการและชาวเวทย์จะเข้าหารือประชุมกันเดือนละครั้ง และส่วนใหญ่ผู้แทนทางฝั่งมรนาการมักจะเป็นท่านชายฝ่ายซ้ายเสมอ

“ท่านเจ้าโดดประชุมอีกแล้วหรือเวร่า” ผู้อาวุโสแววตาเอือมละอา เอือมละอาทั้งท่านชายและไอ้หนุ่มนักเวทย์ที่ยืนเคียงข้างท่านหญิงอยู่ในตอนนี้

“ค่ะ ท่านไคนาส” นากิมนะนากิมพาพระชายาหนีเที่ยวอีกแล้วเป็นแน่ ชอบนักแหละหนีเข้าแดนมนุษย์ในวันที่มีการประชุม เพื่อทิ้งภาระให้กับท่านชายฝ่ายซ้าย คอยรับหน้าเพียงผู้เดียว อาจจะเรียกได้ว่า นี่เป็นการแกล้งรังแกอย่างหนึ่งก็ว่าได้

“เวร่า เราไปกันเถอะ” สองร่างหายวับตามไปติดๆ หนีเที่ยวตามกันไปเป็นคู่ที่สอง ดูท่าท่านชายฟรอสคงต้องเข้าประชุมเพียงลำพังอีกตามเคย

...............................................................................................................................

ลายหายไปนาน ลายไปเรียนมาจ๊า ซึ้งใจมากที่ยังรอกัน ขอบคุณมาก

ตะวันแต่งมาจากความฝันแล้วเอามาต่อยอด

ไม่ว่าจะอยู่ชนชั้นหรือเผ่าพันธ์ุไหน

สาม เครื่องรางของขลังของนักเวทย์

นากิม ปีศาจโรคจิตผู้โหดเหี้ยม

ใบหูกวาง ใบไม้ธรรมดาๆหนึ่งใบแต่มันย่อมมีชีวิตในแบบของมัน

ชานี ความผิดที่นางก่อทำให้นางต้องหลบซ่อนเพื่อเอาตัวรอดแต่นางก็อยากมีชีวิต

เรื่องนี้พยายามจะสื่อให้เห็นคุณค่าของชีวิตว่าทุกชีวิตมีความหมาย

การมีลมหายใจอยู่เพื่อคอยวันพรุ่งนี้เป็นสิ่งที่มีค่า

จงดีใจเถิดที่เรายังมีลมหายใจอยู่เพื่อรอแสงตะวันในวันพรุ่ง

มีคนอ่าน มีลายหมึก

นา : ขอบคุณมากครับ

สาม : ขอบคุณนะคะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว