นางโจรซ่อนใจ-งานเลี้ยง

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

งานเลี้ยง

งานเลี้ยงเซ็นสัญญาระหว่างนันทนาพิพัฒน์กับวรุณกรุ๊ปจัดขึ้นในโรงแรมโกลเดนพาราไดซ์ ผู้หลักผู้ใหญ่ถูกเชิญมามากหน้าหลายตา บุษราคัมในชุดเดรสสีงาช้างเปิดไหล่ข้างเดียวงดงามราวกับเจ้าสาว เธอสั่งการทุกอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว และรูปงานก็ออกมาดีเกินคาด

ฉันเองก็ต้องมาร่วมงานนี้ด้วยในฐานะผู้ช่วยชั่วคราวของเธอ ส่วนคนในนันทนาพิพัฒน์ที่มาวันนี้ก็มีทั้งผู้บริหารและกลุ่มคนที่ฉันเคยร่วมงาน มีบางคนที่จำฉันได้ ฉันไม่มั่นใจว่ามีใครรู้เรื่องคดีความและเหตุการณ์ในอดีตนั่นไหม แต่ที่แน่ๆ คือมีบางคนรู้เรื่องที่ฉันเคยคบกับนนท์ เรื่องชู้สาวทำนองสมภารกินไก่วัดแบบนี้แพร่กระจายเร็วเสียยิ่งกว่าอะไร ฉันมองหานนท์เมื่อคิดถึงเขาขึ้นมา ผู้บริหารบางคนเคยบอกว่ามีเลขาฯ เป็นแฟนทำให้เสียการปกครอง แต่นนท์เคยหัวเราะเบาๆ บอกว่านั่นมันพวกไก่อ่อน

‘เสียการปกครองที่ไหน ยิ่งปกครองง่ายละไม่ว่า ใกล้ตาใกล้มือ ดูแลง่าย เรื่องงานก็เรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็เรื่องส่วนตัว แยกกันไปสิ แยกไม่ได้ก็เอามาปนกันไปเลย อย่าให้เสียงานก็พอ’

ฉันมองหาเขาแล้วถอนหายใจ และเมื่อไม่มีใครเข้ามาทักฉันนอกจากมองอย่างสงสัยฉันก็เหลียวหาใครสักคนที่พอจะคุยได้ ตอนนี้ทุกอย่างในงานโอเคหมดแล้ว ฉันจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป ความจริงฉันไม่จำเป็นตั้งแต่แรก ไม่เข้าใจว่าทำไมบุษราคัมจะต้องคะยั้นคะยอให้ฉันมาด้วย

ฉันเหลียวหาทางไป จนฉันได้เจอกับพี่ธงชัย

“พี่ธงคะ” ฉันเลือกทักเขาก่อน แต่พี่ธงชัยมองฉันอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทำให้ฉันนึกถึงข้อความที่นนท์ส่งไป

โธ่...พี่ธงเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่ดีมากสำหรับฉันด้วย จะบอกว่าส่งผิดก็ไม่ได้อีก

“พริกอยากขอโทษเรื่องข้อความ ตอนนั้นพริกเบลอๆ ไม่รู้เป็นอะไร แต่ว่าพริกไม่ได้หมายความไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ นะคะ”

พี่ธงมองฉันอย่างงุนงงในคราแรก ก่อนที่สีหน้าจะดีขึ้น ขณะที่ฉันนึกก่นด่านนท์อยู่ในใจ เขาทำให้ฉันกลายเป็นคนดูไม่ปกติในสายตาของคนที่ฉันนับถือไปแล้ว

“พี่ก็ว่าอยู่ พริกไม่ใช่คนแบบนั้น”

เราคุยกันได้ต่อ ฉันมีเพื่อนคุย จังหวะที่ฉันซึ่งมึนหัวนิดๆ และกำลังจะทำถาดแก้วคว่ำลง เขาก็เข้ามาช่วยประคองทั้งถาดและฉัน ฉันจึงขอบคุณพี่ธงเบาๆ พี่ธงยิ้มให้ฉันก่อนจะขอตัวหันไปคุยกับเพื่อนร่วมงานของเขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น

ฉันยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความรู้สึกอึดอัดเหม่อลอย บาดแผลในอดีตที่ยังไม่หายดี ความผิดที่ซุกซ่อน จนรู้สึกเย็นๆ ที่แก้ม หันไปก็เห็นรอยยิ้มกว้างของใครบางคน

“ไงครับ เจอกันอีกแล้ว”

คุณจักราวุธนั่นเอง เขาทักฉันอย่างเป็นธรรมชาติด้วยรอยยิ้ม คราวนี้ฉันคุยกับเขา เราก็แค่คุยกันปกติอย่างมิตรที่ดี

“รับอะไรเพิ่มไหมคะ พริกจะไปเอามาให้” ฉันยังคงทำหน้าที่ของฉัน

“หืม ไม่เอา คุยกันดีกว่า”

เขาดึงแขนฉันเบาๆ เบี่ยงให้พ้นทางคนเดินไปอยู่อีกมุมที่เป็นส่วนตัว แต่อย่างไรก็มีคนมองเราอยู่ดี คุณเม่นเป็นคนหน้าตาดีไปไหนใครก็สนใจ แววตาของเขาฉายประกายอบอุ่น ใบหน้าคมคายที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่อ่อนไหวได้ไม่ยาก

“ผมคิดจะไปหายายอีก จะชวนคุณไปด้วย”

อ้อ ยายแม้นที่ฉันเจอพร้อมกับเขาที่โรงพยาบาลสินะ

ฉันทวนความจำก่อนจะเงียบไป

บอกตามตรง ฉันเองก็ดีใจถ้ารู้ว่าจะมีเพื่อนเพิ่มมาอีกหนึ่งคนที่เป็นมิตรและดีต่อเรา ฉันอาจจะเหมือนไม่สนใจใคร แต่ความจริงแล้วฉันชอบที่มีคนรักมากกว่าคนเกลียด ถ้าความสัมพันธ์เหล่านั้นจะอยู่ในขอบเขตที่มันควรเป็น อย่างตอนนี้หัวใจฉันยังเต้นปกติ ฉันไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับคนตรงหน้า

“พริกคงรับปากไม่ได้ ขอโทษจริงๆ นะคะ”

“งั้นเหรอ เสียดายนะ ยายคงดีใจถ้าเราไปด้วยกัน”

ในตอนที่ฉันคุยกับคุณเม่นอยู่นั้น จากสายตาคนนอก หรือแม้แต่สายตาของเราเอง คือเราคุยกันปกติ ฉันยืนคุยกับเขาอยู่นานทีเดียวจนได้รู้ว่าเขามางานนี้ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งของนนท์ และเขารู้จักกับพี่ธงชัยด้วย ฉันคุยกับคุณเม่นเพราะไม่มีใครคุยด้วย กระทั่งแสงแฟลชสว่างวาบจากอีกฝั่งมองไปก็เห็นนนท์โดดเด่นเคียงคู่กับบุษราคัม ภาพทั้งคู่ดึงฉันออกจากคุณเม่น เหลือแค่นนท์ เขาขยับเข้าใกล้บุษราคัม ก้มจนใบหน้าชิดกัน แสงไฟส่องไปยังร่างทั้งสองจนกลายเป็นดาวเด่นของงาน หลังจากนั้นเสียงกดชัตเตอร์ก็ดังรัวต่อเนื่อง

ฉันเบือนหน้าหนี เหมือนเราอยู่คนละโลกนนท์ไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว...ฉันคิดถึงนนท์คนเก่า มองนนท์คนใหม่ข้างกายบุษราคัม มองเขาพูด ยิ้ม สบตา แตะต้องเธออย่างให้เกียรติ กลางแสงไฟในงาน ต่อหน้าคนนับร้อย หัวใจฉันเหมือนถูกกรีด เพราะฉันไม่เคยมีโอกาสนั้น

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว