นางโจรซ่อนใจ-งานเลี้ยง

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

งานเลี้ยง

ฉันมองมือขาวสะอาดที่วางบนศอกบุษราคัมอย่างสุภาพ มือคู่นั้นที่ฉันเคยเกาะกุมอย่างมั่นใจว่าฉันเป็นเจ้าของ มั่นใจว่าเขาจะจับจูงแค่ฉันคนเดียว แต่วันนี้ไม่ใช่อีกแล้วรู้ตัวอีกทีฉันก็ร้องไห้ฉันกะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตา ไม่สนใจว่าคุณเม่นจะหายไปไหน คิดว่าควรเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ แล้วฉันก็เห็น...แผ่นหลังกว้างของใครบางคนถือกล้องผ่านหน้าฉันไป

วันนี้บุษราคัมเชิญสื่อมาหลายแห่ง ผู้ชายคนนั้นใส่เสื้อสีดำสกรีนชื่อเอ็นทีวีเอ็นนิวส์ แต่ที่ทำให้ฉันสะดุดตาคือท่าเดินอันไม่มั่นคง ฉันมองขาและมองด้านหลัง เหมือนนายเดี่ยวมากเกินไปฉันเดินตามชายคนนั้นไปอีกครั้ง ฉันพบนายเดี่ยวอีกแล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มันตามนนท์และทำไมถึงเป็นฉันที่พบมันทุกครั้งอาจจะเป็นเพราะฉันอยู่รอบกายนนท์ และมองเขาในทุกที่ที่เขาไป นายเดี่ยวก็คงไม่ต่างกันแต่ครั้งนี้มันใกล้นนท์เกินไป ใกล้จนน่ากลัว!

“พริก”

ฉันหลับตา ระบายลมหายใจอย่างหงุดหงิดแต่พอเห็นว่าเป็นบัวไพลิน ฉันก็ถามเธอออกไป

“มีอะไรเหรอคะ ดิฉันกำลังจะไปห้องน้ำ”

ฉันมองเห็นว่าเธอดูพื้นเสียพอควร

“เธอส่งหนังสือเชิญสื่อยังไง คุณทีว์ถึงโทร.มาต่อว่าฉันยกใหญ่ว่าไม่เชิญเขา”

คุณทีว์เป็นลูกชายสื่อยักษ์ใหญ่รายหนึ่งและเหมือนจะเข้ามาติดพันบัวไพลินด้วย

“ดิฉันส่งไปนะคะ”

“แต่ไม่ได้โทร.ไปใช่ไหม”

“ก็...”ฉันกลืนคำอธิบายเมื่อถูกพูดแทรก

“ก็อะไร พลาด ทำงานสะเพร่า ฉันควรให้คำนิยามไหนกับเธอดี พี่บุษคิดผิดจริงๆ ที่เอาคนใช้แรงมาทำงานที่ต้องใช้สมองพวกนี้”

ฉันร้อนฉ่าเหมือนโดนตบหน้า พอไม่มีแม็กกี้ บัวไพลินก็ทำหน้าที่แทน ดีจริงๆ

“ดิฉันกำลังจะบอกว่า...คุณบุษโทร.ไปหาคุณทีว์ด้วยตัวเองค่ะ แต่เขาไม่อยู่เลยฝากเรื่องไว้กับเลขาฯ ดิฉันก็โทร.ไปอีกครั้งด้วยซ้ำ แต่เขายังไม่กลับจากต่างประเทศ”

ฉันกำลังบอกตัวเองว่าอย่ามีเรื่อง กนกนภาก็เดินเข้ามา

“พริกพูดจริงค่ะ”

เสียงที่ดังแทรกบทสนทนาของเราเป็นของกนกนภา เธอเดินเข้ามายืนข้างฉันแล้วบอกกับบัวไพลิน

“ตอนนั้นฟ้าก็อยู่ด้วยค่ะ เท่าที่เห็นพริกทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดี ดีกว่าใครหลายๆ คนด้วยซ้ำ ความจริงฟ้าว่าคุณบัวควรเช็กรายละเอียดก่อนจะว่าใครนะคะ”

บัวไพลินหน้าม้าน ก่อนจะกระแทกเท้าจากไป เห็นว่าเดินไปหาใครบางคน

อ้อ แม็กกี้ก็มา

แต่ฉันไม่สนใจมากไปกว่านั้นตรงนั้นเหลือแค่ฉันกับกนกนภา เธอมองเหมือนรู้ทันแล้วเอ่ยเสียงหยิ่งๆ

“ไม่ต้องขอบคุณ ฉันไม่ชอบยายบัวน้ำเงินนั่นอยู่แล้ว ไม่ได้ช่วยเพราะเธอ”

ช่างเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองมาก

“แต่ฉันก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดี คุณช่วยฉันนี่คะ อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้ฉันโดนไล่ออก ถ้าคำนั้นเป็นฉันพูดเอง รับรองมีเรื่องแน่” นนท์คงโมโหถ้าฉันทำงานเขาพังอีกรอบ

“ใคร คุณนนท์เหรอจะไล่เธอออก”

คำถามของเธอทำให้ฉันอึ้ง

“รู้ไหมทำไมฉันถึงเดินมานี่ เรื่องไม่ชอบบัวไพลินก็ส่วนหนึ่ง แต่ความจริงแล้ว...นี่เป็นคำสั่งของเจ้านายที่ฉันขัดไม่ได้”

เธอจิกตามองฉันอย่างไม่เป็นมิตรเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป

ฉันเลิกสนใจเรื่องวุ่นวาย ไม่ได้สนด้วยว่าทำไมวันนี้แม็กกี้ไม่มาหาเรื่องดังเคย ฉันคิดจะตามหานายเดี่ยวต่อ และมั่นใจว่าต้องเป็นมันแน่ๆ มีสายตาหลายคู่มองฉันอย่างจดจำได้ แต่ฉันไม่แคร์ ตอนนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในใจคือลางสังหรณ์แย่ๆ เกี่ยวกับนายเดี่ยว และฉันต้องอยู่ใกล้นนท์

ฉันพาตัวเองเข้าไปในสายตาเขา ยอมเข้าใกล้ความเจ็บปวด มองเขาเคียงข้างบุษราคัม พอเห็นฉันเข้าไปใกล้ๆ มองมาอย่างกังวล นนท์ก็แยกตัวจากบุษราคัมและเดินเข้ามาหาฉัน

“คุณนนท์ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”

นนท์ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา แล้วตอบกลับมา

“รอให้เสร็จพิธีการบนเวทีก่อน น่าจะพอมีเวลาปลีกตัว เดี๋ยวค่อยคุยกันตอนนั้น”

“แต่...”

ฉันยังค้างคา นนท์หรี่ตามองฉัน เขาคงยุ่งจริงๆ จึงยืนยันคำเดิม

“อย่าขัดฉันพริก ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมางอแงหาเรื่อง”

งอแงหาเรื่องอะไรกัน!

ฉันเริ่มไม่สบอารมณ์กับคำของเขา นนท์กำลังจะหมุนตัวกลับไปก็เปลี่ยนใจหันกลับมาเอ่ย

“อยู่แถวนี้รอฉันลงมา อย่ามัวแต่คุยหว่านเสน่ห์ใส่ทั้งลูกน้องทั้งเพื่อนฉันจนลืมหน้าที่ของตัวเอง”

หว่านเสน่ห์อะไรกัน ฉันห่วงเขาแท้ๆ แต่นนท์กลับมาว่าฉันนี่นะเขาเห็นฉันยืนคุยกับคุณเม่นกระมัง ถึงพูดแบบนี้

ฉันเงยหน้ามองเขารู้สึกว่าตัวเองโมโหง่ายมากขึ้น

“เพื่อนฉันเสือพอตัว อย่าคุยกับมันมาก เล่นกับเม่น ระวังเม่นเลียปาก”

ฉันบอกแล้วว่านนท์อ่อนภาษาไทยแค่ไหน ความจริงฉันหาโอกาสจะเตือนเขาให้ระวังตัว แต่จากคำพูดเขาคล้ายจะชวนหาเรื่อง

คือเขาเป็นเพื่อนกับคุณเม่นจักราวุธอะไรนั่น และฉันเพิ่งรู้จักคุณเม่น คุยกับเขาแค่สองสามครั้ง แล้วนนท์ก็มาว่าฉันแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหน ทีเขากับบุษราคัม ฉันยังเก็บปากเก็บคำทั้งที่ใจเจ็บช้ำ อดไม่ได้จริงๆ ที่จะเค้นเสียงไล่หลังเขา

“น้ำลายเม่นคงสะอาดพอ ปากเม่นนี่คะ ไม่ใช่ปากสัตว์สี่เท้าบางตัว”

ดวงตาเขาลุกวาบ แต่ว่าขึ้นหลังเสือแล้วนี่ เขาเม้มปากแน่น

“ปากเก่ง เก่งนัก ระวังขนเม่นมันจะทิ่มแทงเอา”

“จะเป็นไรไปถ้าฉันเต็มใจให้แทง”

ฉันทำเป็นมองไม่เห็นดวงตาที่ชะงักวูบ เหมือนเขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะหมุนตัวจากไป

พิธีกรเชิญขึ้นไปกล่าวบนเวที หากแต่ฉันยังไม่ได้เตือนเขาเรื่องนายเดี่ยวเลย มันน่าสมเพชไหม ถึงเขาจะทำตัวหยาบคายกับฉันแค่ไหน แต่ฉันก็ยังห่วงเขา ทั้งที่บอกว่าฉันเกลียดเขา แต่พอตอนที่เห็นเขาอยู่บนเวทีกลายเป็นจุดเด่นดวงตาฉันก็ถูกตรึงไว้ด้วยรอยยิ้มของเขาอีกครั้ง

“ระยะเวลาสามสิบปีที่นันทนาพิพัฒน์ก่อตั้งขึ้นมา เราเริ่มจากศูนย์ ทุกย่างก้าวไม่ได้โรยด้วยกลีบดอกไม้ อิฐแต่ละก้อนในไซต์งานก่อสร้างของเราฝ่าลมฝน ผ่านอุปสรรคและวิกฤตนับร้อย แต่ทุกเรื่องราวมันกลับหล่อหลอมให้เราแข็งแกร่งมั่นคงจนกระทั่งเป็นปึกแผ่น เราสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าวันนี้นันทนาพิพัฒน์คือหนึ่งเดียวที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุดเพื่อมอบความมั่นคงยั่งยืนนั้นคืนสู่สังคม”

ฉันเริ่มร้อนใจจนกระทั่งเห็นพนักงานคนหนึ่งหอบช่อดอกไม้ผ่านมา ฉันจึงดักหน้าขอทำหน้าที่แทนเธอเพื่อจะได้อยู่ใกล้เขา

ตอนนั้นมันบ้ามาก ฉันเพิ่งทะเลาะกับเขาในนาทีหนึ่ง เขาเพิ่งว่าฉันเป็นคนใจง่ายไร้ค่า แต่นาทีต่อมาฉันกลับห่วงเขาแทบเป็นบ้า จนกระทั่งได้ขึ้นไปยืนบนเวทีใกล้บุษราคัมหลังจากขอแลกหน้าที่เชิญช่อดอกไม้กับพนักงานหญิงคนหนึ่ง

ฉันลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมว่าเคยทำอะไรไว้ และลืมว่าอยู่ที่ไหน นาทีนี้ฉันห่วงนนท์จนลืมนึกถึงตัวเอง

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว