นางโจรซ่อนใจ-หลบ

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

หลบ

บ้านฉันอยู่จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณสองชั่วโมง แต่กว่าจะต่อรถจากในเมืองมาถึงบ้านก็ล่วงเข้าบ่าย หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สภาพบ้านไม้สองชั้นค่อนข้างเก่าทรุดโทรม รั้วปิดสนิท

“นั่นใคร”

ข้างบ้านรั้วชิดกันคงได้ยินเสียงลากประตู จึงยื่นหน้ามาถาม

“พริกเองจ้ะยายศรี”

ยายศรีอายุหกสิบสองแต่ยังแข็งแรง อาศัยอยู่กับลูกสาวและหลานชาย เป็นญาติของฉันที่มีอยู่ไม่กี่คนในละแวกนี้

เมื่อก่อนครอบครัวฉันปลูกพุทราขาย เรามีที่ดินแปลงเล็กๆ ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ค่อนข้างลำบากด้วยซ้ำ แต่ทำไมตอนนั้นเรามีความสุข ฉันคิดถึงตอนนี้ หลังจากพ่อแม่ตายตั้งแต่ฉันอายุสิบสี่ พี่ภาก็ดูแลฉันมาตลอด อย่างน้อยยังมีกันสองพี่น้อง แต่พอพี่ภาไม่อยู่ก็เหลือแค่ฉันคนเดียว ทุกอย่างถูกพรากไปจนหมด ฉันคืนสติเมื่อได้ยินเสียงยายศรีถามอีกครั้ง

“จะกลับมาอยู่บ้านเหรอ”

ฉันยิ้มบางๆ ตอบไปว่าแค่ลาพักสี่ห้าวัน เดี๋ยวก็กลับไป

ฉันใช้เวลาหมดไปกับการปัดกวาดทำความสะอาดบ้านทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ถึงแม้จะมียายศรีเข้ามาช่วย สุดท้ายก็ไม่วายนั่งเหงื่อตกตรงขอบบันได มองยายศรีปัดหยากไย่เหนือประตูไปพลางๆ ฉันนั่งฟังแกเล่าถึงความเป็นไปหลายอย่างที่ฉันไม่มีโอกาสรู้ ใครแต่งงานกับใคร ใครเกิด ใครตาย หรือใครขายที่แล้วย้ายหนีไป ทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาให้ฉันฟัง ทดแทนระยะเวลาเกือบสี่ปีที่เราสองพี่น้องไม่เคยกลับบ้านเลย

จากนั้นฉันเริ่มสำรวจทุกอย่างรอบบ้าน ตกเย็นก็เจียวไข่ชะอมกินง่ายๆ ยายศรีข้างบ้านยังอุตส่าห์แบ่งแกงเนื้อมาให้ถ้วย แค่นี้ก็อิ่มเกินพอแล้ว

คืนแรกในบ้านเก่าของตัวเองรู้สึกเหงาจับใจ ตกดื่นอากาศเย็นทีเดียว ฉันขดตัวใต้ผ้าห่มบางผืนเดียวที่ติดตัวมา ผืนเก่าในตู้คงต้องเก็บซักผึ่งแดดหอมๆ ก่อนจึงจะใช้ได้ ฉันพยายามไม่คิดบ้าบอ แต่ก็อดคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของนนท์ไม่ได้ ฉันไม่เคยโกรธเขาได้เลย และก็โทษว่าเป็นเพราะเขาทำให้ฉันเคยตัว

ฉันหลับตอนเกือบรุ่งสาง ทั้งยังฝัน ฝันว่าฉันทำพุทราหกหมดกระจาด และก็ฝันถึงแม่ แม่เข้ามาต่อว่าตีฉัน พอฉันร้องไห้ แม่ก็ด่าว่าอ่อนแอ ฉันเห็นพี่ภาวิ่งเข้ามากอดปลอบฉัน ตื่นมาอีกทีก็ฟ้าสว่างแล้ว ได้ยินเสียงไก่ขันดังไกลๆ

ฉันตื่นมาทำกับข้าวใส่บาตรง่ายๆ สองอย่าง อากาศดีๆ แบบนี้ฉันก็หางานที่มองไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เริ่มจากซักผ้าก็ไม่เลว โชคดีเครื่องซักผ้าเจ้าเก่ายังไม่เจ๊ง จึงช่วยฉันแก้ปัญหาผ้ากองโตได้อย่างหวุดหวิด

ตกสายฉันก็จับจอบทำแปลงเล็กๆ หลังบ้าน ก่อนจะรื้อหากระบะไม้เก่าๆ คิดว่าจะลงสะระแหน่กับผักสวนครัวอีกสองสามอย่าง แต่ฉันกลับค้นเจอจักรยานสีเขียวสนิมเขรอะในโรงเรือนไก่ร้างหลังบ้าน ฉันลูบมือไปบนอานผุกร่อน นึกถึงสมัยที่ฉันกับพี่ภาขนผักใส่ตะกร้ามัดกับเบาะหลังแล้วปั่นไปขายในตลาดทุกวันตอนเย็น

ทุกความทรงจำยังผูกพันเราไว้ด้วยกัน

ฉันวุ่นวายกับสวนผักและทำงานบ้านเกือบค่อนวัน ถึงมีเวลาเปิดโทรศัพท์ แค่เปิดขึ้นมาก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนสายเข้าถึงสิบสาย ไม่มีของพี่ภา หากแต่ทั้งหมดมาจากนนท์ หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวไร้พลังคล้ายจะมีพลังงานเล็กๆ แผ่ซ่านในอก

แต่พอมีสายเรียกเข้าแทบจะทันทีที่เปิดเครื่อง ความปีติก็จางหายกลายเป็นความลังเลว่าจะรับหรือไม่รับดี ฉันมองชื่อราวกับเขามายืนอยู่ตรงหน้า มือที่กำลังเลื่อนรับชะงักค้างเพราะคำหนึ่งลอยเข้ามาในหัว

นางโจร...

ฉันถอนหายใจยาว ปล่อยค้างไว้อย่างนั้นโดยไม่อาจละสายตาจากชื่อที่โชว์อีกสามครั้ง เดาได้เลยว่าทางนั้นคงหัวเสียไม่น้อย กำลังเลื่อนมือเปิดโปรแกรมสนทนาทางอินเทอร์เน็ตเพื่อสื่อสารกับพี่ภา แต่...

ตึ๊ง!

ยังไม่ทันเลื่อนหาชื่อพี่สาว แถบเขียวของข้อความก็เด้งขึ้น

NoN: ถ้าเธอไม่รับสายฉัน เราเห็นดีกันแน่

ฉันชะงักมือ ข้อความรัวขึ้นต่อกันราวกับฝ่ายนั้นมียี่สิบนิ้ว

NoN: ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม...หนึ่ง

ฉันนิ่งคล้ายโดนสะกดลมหายใจจนข้อความต่อมาเด้งขึ้น

NoN: สอง

อย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ อยู่ไกลกันและสื่อสารได้เพียงผ่านข้อความ เขาก็ยังไม่วายข่มขู่คุกคาม

rarikaa: ฉันลืมเปิดเครื่อง

NoN: อ้อ โผล่ออกจากกระดองได้สักที ฉันนึกว่าเธอจะหนีหนี้ออกนอกประเทศไปอีกคนแล้ว

ไม่ต้องได้ยินเสียงหรือเห็นหน้า ฉันก็เดาได้ว่าเขาพื้นเสียแค่ไหน ยามนิ่วหน้าหน้าผากตึงนั่นต้องเป็นรอยสักสามสี่ขีดแน่ๆ เพราะอยากคลายปมยุ่งบนหน้าเขาและด้วยความที่อยู่ไกล จึงกล้าส่งสติ๊กเกอร์ตาแก่หน้าเครียดไปให้เขา

NoN: เดี๋ยวนี้ชักกล้า

rarikaa: ฉันแค่จะบอกคุณว่าฉันยังไม่ได้หนีออกนอกประเทศ แค่ใกล้ๆ ชายแดน

NoN: อยู่ไหน กับใคร ยังไง

ฉันไม่ตอบคำถามแต่เลือกจะแชร์โลเกชั่นให้เขาแทน มันเป็นความเคยชินเหมือนเวลาที่ฉันคุยกับเกรซหรือใคร คิดว่าคงไม่เป็นไร

rarikaa: คุณนนท์คะ ขออยู่อีกสักสี่วันนะคะ

ให้ฉันได้คิดทบทวนอะไรบ้าง

NoN: ไหนบอกว่าลาสามวัน

rarikaa: ยังไม่อยากกลับ

อย่างน้อยนนท์ก็รู้เรื่องนายเดี่ยวแล้ว มันเพิ่งโผล่หน้าให้คนเห็น คงไม่กล้าทำอะไรซ้ำอีก ฉันเลยพอมีเวลาอยู่กับตัวเอง แม่ของเขาบอกฉันเองว่าให้อยู่จนกว่าสบายใจแล้วค่อยกลับ

NoN: คุยได้ขนาดนี้ คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง คงไม่ถึงกับฆ่าตัวตายอย่างที่ยายตุ้งกลัวหรอก

คงเพราะน้ำเสียงประชดประชันทำให้ฉันพิมพ์กลับไปโดยเร็ว

rarikaa: ไม่แน่นะคะ นั่นอาจเป็นความสุขเดียวที่คนไร้ค่าอย่างฉันควรได้รับ

ตอบแค่นั้นฉันก็ปิดกล่องข้อความของเขา วางโทรศัพท์อย่างแผ่วเบา ไม่สนใจเสียงกรีดร้องที่ดังแทบทั้งคืน เมื่อทนไม่ได้ก็ปิดเครื่องเสียเลย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว