นางโจรซ่อนใจ-ตาม

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

ตาม

ฉันไม่ใช่คนหนีปัญหา เรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันทุกๆ เรื่องฉันไตร่ตรองและเลือกจะวิ่งชนสู้กับมัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ก่อนถึงเวลานั้นฉันแค่อยากให้เวลากับตัวเอง ให้ตัวเองแน่ใจอะไรบางอย่างเสียก่อน จึงจำเป็นต้องหลีกหนีมาไกลถึงกาญจนบุรี

การนอนหลับยาวๆ ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์สดชื่นทำให้สมองปลอดโปร่ง สองวันมานี้ฉันลืมเรื่องไม่สบายใจไปได้บ้าง มีแรงทำอะไรหลายอย่าง ลงมือขุดดินปลูกเป็นสวนหน้าบ้าน หากระบะอาหารหมูเก่าๆ มาเพิ่มอีกสามสี่อัน ใส่ดินแล้วเพาะเมล็ดผักชีผักคะน้าลงไป

หลังจากนั้นก็นั่งรถสองแถวเข้าไปในตัวอำเภอ หาซื้อของใช้เครื่องครัว ได้วอลล์เปเปอร์สีฟ้าน้ำทะเลมาด้วยสามแผ่น กะจะเอาไปติดห้องน้ำทั้งบนและล่าง แต่กว่าจะถึงบ้านก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็น ฉันรู้สึกเหนื่อยเต็มกำลัง อยากสระผมเต็มแก่ แต่ก็ต้องอดใจหิ้วผลไม้ไปฝากยายข้างบ้านเสียก่อน เพราะแวะบ้านยายศรีนี่เองเลยไม่ยังเห็นรถยนต์สีดำฟิล์มทึบแสงจอดชิดรั้ว

“ยายศรีจ๋า พริกซื้อส้มมา...” เสียงของฉันหายไปในลำคอเมื่อเห็นผู้ชายผิวขาวจัดที่กำลังนั่งคุยกับยายศรีบนพื้นกระเบื้อง เขานั่งพับเพียบหันหลังให้ประตูอยู่ข้างกายคุณยายวัยหกสิบสองที่หัวเราะเอิ้กอ้ากจนน้ำหมากกระจาย ดังจนสามารถบอกได้ว่าเสียงหัวเราะของยายศรีดังไปไกลถึงปากทาง

“ถึงว่าอยู่ๆ มันกลับบ้านทั้งๆ ที่ทิ้งร้างแรมปีทั้งพี่ทั้งน้อง จัดเจิดอะไรเหมือนจะเข้ามาอยู่ถาวรเสียอย่างนั้น หลงหลอกให้ยายดีใจ แน่ะ!พริกมาพอดี นังหนูเอ๊ย ผัวเอ็งมาตามกลับแล้ว เลิกงอนแล้วกลับไปกับเขาเสียเถอะลูก”

เพราะตกใจในคำพูดของยายศรี ฉันจึงทำหน้าไม่ถูก นนท์ไปบอกอะไร ยายศรีถึงเรียกเขาว่าผัว ขณะที่ผัว เอ๊ย ไม่สิ นนท์ ซึ่งหันมาทางฉันพอดี กำลังนั่งอมยิ้มน้อยๆ ฉันเลยตีหน้าบึ้งใส่เขา แล้วก็ส่ายหน้าให้ยายศรี

คือว่าเขาไม่ชอบคนพูดไม่สุภาพ ฉันไม่รู้เขาจะไม่พอใจยายศรีไหมที่พูดแบบนั้นออกไป แต่ที่แน่ๆ ยิ่งกว่าแช่แป้งคือฉันไม่พอใจเขาอย่างมาก

และพอเห็นว่าเขาไม่ได้มีสีหน้าถมึงทึงโกรธอะไร ฉันก็ทำเป็นมองไม่เห็น เดินเข้าไปวางส้มกับเก็บเนื้อสดถุงใหญ่ใส่ตู้เย็นให้ยาย ปากก็บอกไป

“พริกซื้อส้มมาฝาก กับเสื้ออีกสองตัว ของยายกับน้าพรใจนะจ๊ะ เสื้อพริกวางไว้บนโต๊ะตรงนี้นะ”

“วางเลยๆ ขอบใจนะนังหนูที่คิดถึงคนแก่ ผัวเอ็งก็เอาลิ้นจี่ลูกเบ้อเร่อมาให้ถุงใหญ่ เนื้อกรอบหวานเจี๊ยบเลยละนังหนู”

ฉันปิดปากฉับไม่พูดต่อแต่ในใจนึกสาปแช่งคนหน้าทนที่นั่งฟังยายพูดผัวๆ อยู่ได้ไม่อายหู ทำไมไม่แสดงออกสักนิดว่าระคายหูกับคำแสลงของยาย ฉันเริ่มชักอยากให้เขาทำหน้าไม่พอใจหรือตีหน้าเข้มดุยายศรีกับคำเรียกดิบๆ บ้านๆ นั่นเสียแล้ว แต่นนท์กลับตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแทน

“เห็นไหมครับ เดี๋ยวนี้เขาโกรธง่ายหายยาก เอาใจไม่ถูกเลย”

คำพูดปั้นแต่งนั้นทำให้ฉันอ้าปากค้าง

นี่เขาไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน ฉันเป็นคนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไร แล้วใครกันแน่ที่เอาใจไม่ถูก มีแต่เขาจะเอาคืนฉันละสิไม่ว่า แน่ๆ เลย เขาต้องการแก้เผ็ดที่ฉันไม่รับสายด้วยการทำให้ฉันอาย เฮอะ! บทจะตอแหล เขาก็ทำได้ดีกว่าฉันล้านเท่า

“มันเอานิสัยแบบนี้มาจากใครนะ โกรธผัวแล้วทำไมไม่พูดไม่จากันดีๆ โกรธก้นป่องเกินงามมันไม่ดีนะ”

ฉันไม่ใช่เหรอที่ควรพูดคำนั้น...

ฉันรีบหันหลังเดินออกมาทันที ไม่ได้สนใจผัวที่เชิญตัวเองมาเป็นแขกของยายได้อย่างหน้าหนา หรือแม้แต่ยายที่เกาหัวร้องถามงงๆ

“เอ้านังพริก แล้วผัวเอ็งล่ะ ทำไมไม่เรียกเขาไปด้วย เขามารอเอ็งตั้งแต่เที่ยงแล้วนะโว้ย!”

เรื่องอะไรฉันจะรอ

ฉันอยากหันกลับไปตะโกนบอกยายนักว่าฉันไม่มีผัว ยังไม่ได้แต่งงาน ก็กระดากเกินกว่าจะพูดเรื่องแบบนี้ต่อหน้ายาย เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็จ้ำอ้าวกลับบ้านไม่เหลียวหลัง

ป่านนี้คงรู้กันทั้งคุ้ง ไม่รู้จะโมโหใครดี เดินกลับถึงบ้านก็แทบร้องโว้ย! เพราะรถสีดำที่จอดขวางหน้าประตูรั้วชนิดไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน

ช่างเถอะ

ฉันคิดอย่างปลงๆจะสนใจไปทำไม เมื่อก่อนเจอหนักกว่านี้ฉันยังผ่านมาได้เลย

แต่ครั้งนี้รถเขาทำให้ฉันผ่านมันไปไม่ได้! มันทำให้ฉันต้องหันหลังเดินกลับไปหาเจ้าของที่ยังคงนั่งอยู่กับยายศรี

“คุณนนท์คะ” ฉันเริ่มอย่างสุภาพ แน่นอนฉันเป็นคนพูดเพราะ แต่คุณพระ...เขากลับนั่งช่วยยายศรีแกะลิ้นจี่ใส่จาน แกะเปลือกลิ้นจี่นี่นะ

“คุณควรไปถอยรถออกจากหน้าบ้านคนอื่นก่อน แล้วค่อยมาแกะผลไม้ต่อ”

“โทษที กะพลาดไปนิด”

ไม่เชื่อ...คนอย่างเขาหรือจะพลาดกับเรื่องแค่นี้

ฉันค้านในใจ ส่งค้อนให้นนท์ที่ยังกุลีกุจอเก็บลิ้นจี่ที่คว้านเม็ดใส่ตู้เย็นให้ยายศรีจนเรียบร้อยดี ก่อนเดินตามฉันออกมาเป็นลำดับสุดท้าย

“เห็นไหมยายว่าแล้ว ไม่ว่ายังไงเอ็งก็ต้องมาตามผัวเอ็งอยู่วันยังค่ำ”

เสียงยายศรีดังไล่หลัง พอได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะหึๆ จากคนเบื้องหลังฉันก็ยิ่งกัดฟัน เพราะฉันมาตามเขาไปเลื่อนรถต่างหากล่ะยายจ๋า!

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว