นางโจรซ่อนใจ-กลับสู่ความจริง

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

กลับสู่ความจริง

ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายแล้วฉันก็ต้องกลับไปกับนนท์อยู่ดี ในตอนที่เก็บของเตรียมตัวจะกลับฉันเพิ่งรู้ว่าอะไรที่หายไป สร้อยคอที่นิลเนตรเคยให้ฉันไม่อยู่แล้ว ฉันพยายามคิดว่ามันหายไปไหน ก่อนจะนึกได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นมันคือก่อนที่จะไปบ้านยายแม้นกับคุณเม่น! และเพราะมันคือของสำคัญ ฉันจึงโทร.หาคุณเม่นทันทีแม้จะอยู่ในรถกับนนท์ระหว่างทางที่เขาขับรถกลับ นนท์เหลือบตามาทางฉันตอนที่ฉันเรียกชื่อคุณเม่น

“พริกรู้สึกเหมือนจะทำสร้อยหล่นหายตอนไปเยี่ยมยายแม้นกับไข่หวาน รบกวนคุณเม่นบอกไข่หวานให้ช่วยหาดูหน่อยได้ไหมคะว่าตกแถวนั้นหรือเปล่า”

ฉันบอกลักษณะของสร้อยกับคุณเม่น ซึ่งเขาก็รับปากว่าจะโทร.บอกไข่หวานให้ช่วยหา ถ้าหาเจอเมื่อไรก็อาสาจะพาฉันกลับไปเอา

ฉันขอบคุณคุณเม่นและวางสายในที่สุด แต่พอหันไปหาคนที่คิดว่าขับรถเท่านั้นแหละ สายตาเย็นๆ ก็ทำเอาฉันคอแห้งขึ้นมาทันที

“เรื่องนายเม่นนี่ไม่เคยคิดจะฟังกันบ้างเลยใช่ไหม”

นนท์กัดฟันพูดอย่างไม่สบอารมณ์เต็มที ก็แน่ละ เราเคยมีปากเสียงเรื่องของคุณเม่นมาครั้งหนึ่งแล้ว

“คุณเม่นเป็นคนดีนะคะ”

“นายเม่นเป็นคนดี นายธงก็เป็นคนดี ทุกคนเป็นคนดีหมดยกเว้นฉันงั้นสิ”

“ค่ะ”

“...”

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะชวนเขาทะเลาะในตอนที่ขับรถหรอกนะ แต่ที่เขาพูดมามันก็ถูก ไม่มีใครร้ายเจ้าเล่ห์เท่าเขาสักคน

“มันดีเฉพาะตอนยังไม่ได้แอ้มเท่านั้นแหละพริก พอได้เป็นเมียแล้วคร้านจะดีแตก ขมเข้าไส้”

ฉันค้อนแต่ไม่ต่อปากกับเขา และเลือกจะนิ่งเงียบมาตลอดทางเพราะรู้สึกไม่พอใจที่เขาพูดไม่ดีกับฉันเมื่อครู่ จวบจนเข้าสู่กรุงเทพฯ นั่นแหละฉันจึงรู้สึกว่านนท์ไม่ได้ขับรถกลับบ้าน

นนท์จะพาฉันไปไหน

“คุณจะพาฉันไปไหนคะ”

“เดี๋ยวก็รู้”

บ้านที่นนท์พามาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มันเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีตราสัญลักษณ์ตรงประตู และทันทีที่นนท์เลี้ยวรถเข้ามา มือของฉันก็เย็นเฉียบ แม้กระทั่งวินาทีที่นนท์จอดรถ

“ลงมาสิ”

ฉันนึกอยากกลายเป็นวิญญาณแล้วสิงสถิตเบาะ แต่ก็ทำได้แค่ส่ายหน้า บอกว่าไม่ไปได้ไหม ทว่านนท์ส่งสายตามาบอกว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ สุดท้ายฉันต้องยอมเดินตามเขาไป

บ้านหลังนี้เป็นบ้านญาติคนหนึ่งของนนท์ แน่นอนฉันรู้จักเขาเพราะเขาเป็นพ่อของแม็กกี้

“นนท์ ลุงกำลังรออยู่พอดี”

ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นแล้วมองมายังฉันอย่างจดจำได้ แต่ไม่พูดอะไร ฉันทำความเคารพเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะผายมือให้เรานั่งลง

ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจคนนี้คือคุณลุงดิเรก คนที่ฉันพบตอนที่ไปซื้อของกับแม่ของนนท์ในวันนั้นนั่นเอง คุณลุงดิเรกธีราคุณากุลดิเรกเทพ พ่อของ กัมปนาทธีราคุณากุลดิเรกเทพเขาคือคนที่รับเป็นธุระและดูแลเรื่องคดีที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน จนรอดพ้นจากหูตาของสื่อและทำให้คุณหญิงแขไขเข้าใจว่าการตายของลูกสาวเป็นเพียงอุบัติเหตุ ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่!

และด้วยเหตุนี้เองแม็กกี้จึงรู้เรื่องของฉันดีกว่าใคร คิดว่าแม็กกี้คงได้ยินตอนพ่อของเขาคุยกับนนท์ งานแอบฟังเป็นเรื่องถนัดของเพื่อนฉันคนนี้อยู่แล้ว และฉันก็พลอยได้รับศาสตร์นั้นมาด้วย

“นี่คือความเคลื่อนไหวล่าสุดที่เราติดตามได้”

พ่อของแม็กกี้เข้าเรื่องโดยไม่อ้อมค้อม เขายื่นแฟ้มคดีในมือให้นนท์ดู ไม่ต้องดูฉันก็รู้ว่าเป็นของใคร และฉันพอเดาได้ว่าเรื่องอะไร ที่ฉันไม่อยากลงมาก็เพราะนนท์กำลังพาฉันย้อนกลับสู่อดีตทั้งๆ ที่ฉันยังไม่พร้อมนั่นเอง

“แค่คดีของมันก็ยาวเป็นหางว่าวแล้ว แต่ที่มันรอดมาได้ก็เพราะความสามารถของมันขั้นเทพ บวกกับมีผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งในแถบภาคเหนือคอยหนุนหลัง จนสามเดือนก่อนมีข่าวว่ามันล่อลวงหลอกเอาเงินเศรษฐีนีคนดังในเชียงรายหมดเกือบล้าน ลุงคิดว่าเป็นคนเดียวกับที่มันพึ่งใบบุญก่อนหน้า และตอนนี้มันลงมากรุงเทพฯ แล้วพุ่งมาที่นนท์ด้วยความแค้น ถ้าจะจัดการมันตอนนี้ ตอนที่มันกำลังพล่าน ถือว่าเป็นเวลาเหมาะสุด”

แมงดา...หลอกเอาเงินผู้หญิงนั่นแหละงานถนัดมันเลย

ฉันคิดถึงคนที่ถูกพูดถึงอย่างเจ็บแค้น

“ล่าสุดมีคนเห็นมันป้วนเปี้ยนอยู่แถวคลองเตย”

ขณะนั้นฉันนั่งมุมหนึ่งห่างออกมา จนกระทั่งนนท์คิดบางอย่างได้และบอก

“ขอผมคุยในห้องทำงานได้ไหมครับ”

คุณดิเรกปรายตามองฉัน ขณะที่ฉันรู้ว่านนท์กำลังจะพูดในส่วนที่ฉันไม่ควรรู้ จนทั้งคู่หายลับเข้าไปข้างใน

ก็ไม่เป็นไร...ฉันอยู่กับการเป็นส่วนเกินจนชิน เชิญนนท์ตามสบายเลย

ฉันคิดไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างรอนนท์ออกมา แต่อย่างว่า นี่เป็นบ้านของแม็กกี้ การหลีกเลี่ยงมันคือเรื่องยากที่สุด

“อ๊ะ ให้”

ฉันคิดอยู่แล้วว่าต้องเจอกับมัน แต่ไม่คิดว่าแม็กกี้จะโยนบางอย่างมาบนโต๊ะตรงหน้าสบู่เบนเนทกลิ่นส้ม ก้อนละสี่สิบแปดบาท

เพื่อ?

“ไว้ล้างคราบโคลนตม เผื่อร่างกายจิตใจจะได้สะอาดสูงส่งไง”

เฮ้อ...ฉันอยากจะร้องออกมาดังๆ อยากตะโกนบอกมันว่าฉันเบื่อจะเล่นสงครามน้ำลายกับมันแล้ว

“อุ๊ย! แต่กลิ่นส้มมันคงไม่เหมาะ อย่างแกมันต้องกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ แต่เสียใจจริงๆ นะพริก ยี่ห้อนี้เขายังไม่ทำกลิ่นนั้นออกมา ถ้ามีเมื่อไรฉันจะเอาไปส่งให้ถึงบ้านเลย”

แม็กกี้ยิ้มอย่างที่คิดว่าจะทำให้ดูร้ายกาจ แต่บอกเลย...น่าเกลียดมาก

“ดูหนังมากไปไหมแม็ก หรือมีปัญหาทางสมอง จะว่าอะไรก็พูดมาตรงๆ ดีกว่าไหม”

ฉันว่ามันอย่างเหลืออด จนแม็กกี้หรี่ตามองฉัน คงผิดหวังที่ฉันไม่ได้เต้นตาม ก่อนจะเข้าประเด็นทันที

“แกกล้ามาถึงที่บ้านฉันนี่แสดงว่าด้านเกินเยียวยา”

เราทักทายกันดีๆ ไม่ได้เหรอ

ในใจลึกๆ ฉันเสียดาย แต่อย่างว่า คำด่าแรงๆ แบบนี้ถึงจะสมกับเป็นมัน

“ไม่เบื่อบ้างเหรอแม็ก”

เจอกันทีไรก็ด่าฉันตลอด

“ฉันทนไม่ได้ที่เห็นแกมีความสุข แกลืมเรื่องวันนั้นได้เหรอพริก ที่ตาดำตามไปเพราะห่วงแก แต่สุดท้ายก็ต้องตายเพราะแก แกมีความสุขได้เหรอ”

“ฉันมีความสุขงั้นเหรอแม็ก”ฉันสวนกลับแทบจะทันควัน มันเจ็บมากทีเดียวเมื่อคิดแบบนั้น“ที่เห็นที่เป็นอยู่นี่แกคิดว่าฉันมีความสุขงั้นสิ ที่ฉันเป็นอยู่นี่ยังไม่พอใจแกอีกหรือไง”

หลายครั้งที่ฉันอยากถาม...อาจเป็นใครสักคนบนฟ้า...ความผิดที่ฉันทำ ยังชดใช้กรรมไม่พอใช่ไหม

“ไม่พอ เพราะแกทำให้นิลเนตรตาย”

กลับเป็นแม็กกี้ที่ตอบคำถามนี้ให้ฉันเสียเองจนน่าหัวร่อ แต่ก็ตลกไม่ออก

“ขอบใจนะที่ตอกย้ำและพยายามเหยียบฉันด้วยความผิดนี้ แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่เคยลืมหรอกว่าตาดำตายเพราะนายเดี่ยว ถ้าฉันจะเสียใจ ฉันก็เสียใจด้วยเหตุผลเดียวคือฉันชักนำนายเดี่ยวเข้ามา ฉันจะไม่มีวันลืมว่าฉันรักตาดำมากแค่ไหน”

“พูดให้ตัวเองดูดีทั้งๆ ที่ก็มีหลักฐานอยู่ว่าแกเลวแค่ไหน”

บางทีฉันก็เหนื่อยเหลือเกินกับความเกลียดชังของคน

“เอาที่แกสบายใจเถอะ ฉันจะคิดเสียว่าโลกนี้มีคนอยู่สองประเภทคือคนที่คิดเหมือนเรากับคนที่คิดต่างจากเรา ฉันจะถือว่าแกเป็นประเภทที่สอง”

แม็กกี้เบ้ปากทั้งๆ ที่ฉันพยายามไม่ต่อ แต่มันกลับเติม

“ก็แค่ห่วงเพื่อนเก่า เพราะอีกหน่อยพี่นนท์จะหมั้นกับพี่บุษ กลัวแกเจ็บ ไม่มีใครทนอยู่กับคนที่ทำให้น้องตัวเองตายได้หรอกนะพริก”

“ขอบใจที่ห่วง แต่เก็บความห่วงใยไว้ให้ตัวเองดีกว่าไหม” ดราม่ามา ฉันก็ดราม่ากลับ “มัวแต่ยุ่งเรื่องคนอื่น ฉันว่าแกควรเอาเวลาไปใส่ใจผัวแกดีกว่า ได้ข่าวว่าเทียวไล้เทียวขื่อวิ่งไล่แย่งแทงประตูหลังกับผู้ชายของยายเกรซ แกน่ะมันพวกรู้แต่เรื่องของคนอื่น ไม่เคยรู้เรื่องของตัวเองเลย ระวังเถอะ ผัวใหม่จะกลายเป็นผัวเก่า”

แม็กกี้จ้องมานัยน์ตาแทบถลน ฉันพอรู้มาบ้างว่าตอนนี้เกรซรับทำงานให้เศรษฐีคนหนึ่งเกี่ยวกับการช่วยลากผู้ชายเพอร์เฟ็กต์คนหนึ่งลงจากคาน และก็ช่วยกันผู้ชายอีกคนออกจากชีวิตลูกชายของเธอ บังเอิญว่าผู้ชายคนนั้นก็คือหมอ คนที่แฟนเก่ายายเกรซหมายตาจ้องจะงาบ ชีวิตยายเกรซตอนนี้เลยวุ่นวายพอๆ กับชีวิตของฉันเลยทีเดียว

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว