เงารักอสุรา 修罗情仇-บทนำ

โดย  มี่เยี่ยน

เงารักอสุรา 修罗情仇

บทนำ

บทนำ

ดวงแก้วสีน้ำตาลจดจ้องลำแสงที่ส่องลงมา มือนางพยายามไขว่คว้าทุกสิ่งเพื่อจะไปให้ถึงยังความอบอุ่นเบื้องบน อาภรณ์ที่สวมช่างหนักเหลือเกิน ร่างบางจึงยิ่งจมดิ่ง ความหนาวเหน็บจู่โจมทุกอณูของร่างกาย ทุกครั้งที่เผยอริมฝีปากเพื่อสูดอากาศกลับมีเพียงของเหลวไหลเข้าไปแทนที่

ทรมาน ข้าทรมานเหลือเกิน

เปลือกตาหนักอึ้ง สติค่อย ๆ เลือนราง

ข้ากำลังจะตายงั้นรึท่านแม่ ท่านพี่ จื่อเหยาขอลา...

แค่ก แค่ก แค่ก!

หลี่จื่อเหยาสำรอกน้ำออกมาจากปากคำใหญ่ ความทรมานเมื่อครู่มลายหายไปทีละน้อย เมื่อของเหลวไหลออกมาจนหมดความเจ็บปวดตรงหน้าอกก็หมดไป

หลี่จื่อเหยาได้กลิ่นหอมสดชื่นของไม้กฤษณา แม้กำลังจะหมดแรง นางก็พยายามเปิดเปลือกตาเพื่อมองภาพผู้มีพระคุณ นัยน์ตาดุจลูกกวางสบเข้ากับดวงแก้วสีนิล

บุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งกำลังประคองนางเอาไว้ในอ้อมแขน

“แม่นางเจ้าไม่เป็นอันใดแล้ว” ชายในชุดสีครามกระตุกรอยยิ้มบนมุมปากน้อย ๆ ช่างดูอบอุ่นยิ่งนัก

หญิงสาวที่เพิ่งก้าวข้ามจากประตูผีส่งเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยิน

“ขะ...ขอบคุณ”

“ไม่เป็นไร เห็นคนกำลังจะตายข้าเป็นลูกผู้ชายย่อมต้องช่วยเหลือ”

หลี่จื่อเหยาอยากจะถามชื่อของเขา ทว่านางไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว ในที่สุดร่างที่ต้องผจญกับความหนาวเหน็บก็สลบไสลในอ้อมแขนของชายผู้นั้น

พระจันทร์เสี้ยวส่องแสง ลมกลางคืนสายหนึ่งพัดกลิ่นดอกเหมยกุ้ย[1]เข้ามาทางหน้าต่าง

แพขนตาหนากระเพื่อมไหวเปลือกตาของหลี่จื่อเหยาเปิดขึ้น นางกระพริบตาช้า ๆ ดวงแก้วสีน้ำตาลกวาดมองตั้งแต่เพดานลงมาจนถึงผนังห้อง ท่ามกลางแสงนวลจากเทียนไขปรากฏภาพอันคุ้นเคย ใช่...นี่คือห้องของนางในบ้านตระกูลหลี่

“คุณหนูพื้นแล้ว”

หลี่จื่อเหยามองไปทางต้นเสียง เมื่อเห็นใบหน้าของสาวใช้คนสนิทริมฝีปากขาดสีเลือดก็ขยับยิ้ม

“เสี่ยวจู”

“คุณหนูรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“น้ำ ขอน้ำกินหน่อย”

เสี่ยวจูประคองหลี่จื่อเหยาให้ลุกขึ้นนั่ง จากนั้นจึงหันไปหยิบถ้วยกระเบื้องที่บรรจุน้ำอยู่เต็มแล้วป้อนให้นายหญิงของตน

เมื่อน้ำสัมผัสริมฝีปากและลำคอที่แห้งผาก ความรู้สึกกระหายกลับเพิ่มมากยิ่งขึ้น หลี่จื่อเหยาดื่มของเหลวสีใสอึกใหญ่อย่างรวดเร็ว จนเสี่ยวจูต้องเอ่ยเตือน เกรงว่านายหญิงของตนจะสำลัก

ความทรมานจากความกระหายสิ้นไปแล้ว หลี่จื่อเหยาจึงค่อย ๆ ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางจำได้ว่ากำลังเดินกลับบ้านหลังจากไปซื้อเครื่องประทินผิว ระหว่างข้ามสะพานก็มีอาชาตัวใหญ่ตะบึงเข้ามา ด้วยความตกใจจึงรีบเบี่ยงกายหลบจนพลัดตกลงไปในคูเมือง

ความรู้สึกหวาดหวั่นยามสายธารอันหนาวเหน็บโอบล้อมนางเอาไว้ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ร่างบางสั่นเทา นางกลัวเหลือเกิน และในขณะที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา นางก็พบว่าตนเองได้ถูกช่วยเหลือเอาไว้โดยชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง

“เสี่ยวจู ผู้มีพระคุณของข้าเล่า ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”

“พอคุณหนูหมดสติ คุณชายท่านนั้นก็ช่วยพาคุณหนูกลับมาส่งแล้วรีบจากไป นายท่านยังไม่ทันได้ขอบคุณเขาเสียด้วยซ้ำ”

“เจ้ารู้ชื่อแซ่ของเขาหรือไม่”

“บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ”

“อะไรนะ! เขาคือผู้มีพระคุณของข้า แต่ไม่มีผู้ใดคิดจะไต่ถามนามของเขาเลยหรือ”

“คุณชายคนนั้นรีบมารีบไปราวสายลม นายท่านยังไม่ทันได้เห็นหน้าเขาด้วยซ้ำเจ้าค่ะ”

“เขาช่วยไม่ให้ข้าไปเยี่ยมชมน้ำพุเหลืองก่อนวัยอันควร บุญคุณใหญ่หลวงย่อมต้องทดแทน เสี่ยวจูพรุ่งนี้เจ้าลองไปสืบดูว่าคุณชายท่านนั้นเป็นผู้ใด คงมีคนที่เห็นเหตุการณ์รู้จักเขาบ้างกระมัง”

“เจ้าค่ะ”

หลังจากกำชับกำชาสาวใช้ของตนเองเรียบร้อยแล้ว หลี่จื่เหยาก็เอนกายลงบนฟูกแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

วันรุ่งขึ้นเสี่ยวจูรีบออกไปสืบหาผู้มีพระคุณของนายหญิง นางเที่ยวสอบถามคนที่อยู่แถวสะพานนั้นหลายคน แต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้จักบุรุษในชุดสีน้ำเงินที่ช่วยคุณหนูตระกูลหลี่จากเงื้อมมือมัจจุราช

สาวใช้ผู้เหน็ดเหนื่อยกลับมารายงานไปตามความเป็นจริง หลี่จื่อเหยารู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ ภาพใบหน้าหล่อเหลากับดวงแก้วสีดำดุจน้ำหมึกนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงคำนึงของนาง

‘คุณชายท่านคือผู้ใดกัน ข้าจะหาตัวท่านพบได้อย่างไร’

ในระหว่างที่หลี่จื่อเหยากำลังเหม่อลอย เสี่ยวจู่ก็พูดบางอย่างขึ้นมา

“เขาคงไม่ต้องการรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น จึงจากไปโดยไม่บอกชื่อแซ่”

“หืม เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้นเล่าเสี่ยวจู เขาช่วยชีวิตข้าเอาไว้ยังต้องรับผิดชอบสิ่งใดอีก”

“ก็เขาทั้งกอดทั้งจูบคุณหนูต่อหน้าคนตั้งมากมาย หนำซ้ำยังอุ้มท่านด้วย”

“อะไรนะ!” นัยน์ตาดอกท้อเบิกกว้าง หลี่จื่อเหยาแทบไม่อยากจะเชื่อ “เขา จะ...จูบข้า”

“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ป่านนี้คนคงลือไปทั่วแล้ว”

ชายหญิงห้ามใกล้ชิด นี่นางถูกชายแปลกหน้าทั้งกอดทั้งจูบ หลี่จื่อเหยาเอามือกุมขมับ ยามนี้ชื่อเสียงของนางคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่แล้ว

หลายวันผ่านไปกลับไม่มีข่าวลือน่าอายดั่งที่หลี่จื่อเหยาคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก นางถูกบุรุษกอดจูบต่อหน้าธารกำนัล ความจริงต้องเป็นที่โจษจันไปทั่ว แต่ทุกคนในบริเวณนั้นทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น

‘แปลกประหลาดยิ่งนัก’

หลี่จื่อเหยาได้แต่กังขา หรือว่าคุณชายผู้นั้นเป็นคนมีอิทธิพล มิเช่นนั้นคงไม่ทำตัวลึกลับ หนำซ้ำยังสามารถปิดปากคนที่เห็นเหตุการณ์ได้ทั้งหมดอีกด้วย เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องการรักษาภาพลักษณ์ของตนเองมากกว่าของนางเสียอีก ถ้าชายผู้นั้นเป็นคนมีอำนาจจริง นางย่อมไม่มีทางได้พบใบหน้าหล่อเหลานั้นอีก หากเขาไม่ต้องการ

เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะได้พบกับชายผู้นั้นอีกครั้ง ในขณะที่อีกฝ่ายปกปิดตัวตน ความหวังย่อมเลือนราง หลี่จื่อเหยาหมดแรง นางแทบจะล้มเลิกความคิดที่จะตามหาเขาในทันที แต่บุญคุณในครั้งนี้นางจะจดจำเอาไว้ไม่มีวันลืมเลือนอย่างแน่นอน

‘หากมีวาสนาต่อกันข้าคงได้พบกับท่านอีก เมื่อถึงเวลานั้นข้าหลี่จื่อเหยายินดีทดแทนบุญคุณ’

[1]ดอกเหมยกุ้ย คือ ดอกกุหลาบ

.

.

.

สวัสดีค่ะทุกคน รีดหลายคนบอกว่าคิดถึงไรท์ ขอบคุณมานะคะ ระหว่างที่หายไปมีคนเข้ามาติดตามเพิ่มขึ้น ไรท์ก็ดีใจมากค่ะ ต้องขอชีแจงก่อนว่าไรท์จะขอรีอัพ 1 รอบนะคะ เพราะว่าได้ทำการจัดหน้า จัดตอนใหม่ รวมไปถึงแก้ไขเนื้อหาบางจุดที่ไรท์คิดว่าไม่โอเคออก และก็มีเขียนเพิ่มเติมลงไปด้วย ดังนั้นรีดเก่าก็สามารถอ่านทวนได้ ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านก็ขอให้ติดตามกันไปเรื่อย ๆ ค่ะ ขอบคุณมาก

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย SSK
ขอบคุณนะคะ
เมื่อ 7 ชั่วโมง 2 นาทีที่แล้ว

ความเห็นโดย ItsmeLove
ขอบคุณนะคะ
เมื่อ 7 ชั่วโมง 4 นาทีที่แล้ว

รีวิว