หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่35: บุคคลผู้นี้ มีใบหน้าหนึ่งเป็นจอมมารผจญ (2)(แก้ไข2) 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่35: บุคคลผู้นี้ มีใบหน้าหนึ่งเป็นจอมมารผจญ (2)(แก้ไข2) 100%

(จิ่นลี่หวัง เฉียงหมินจือ/เปาจื่อ: ฟู่หวงสัญญานะว่า จะไม่ตีไม่ดุเหนียงกับเอ๋อเฉินแล้ว...)

บทที่35:บุคคลผู้นี้ มีใบหน้าหนึ่งเป็นจอมมารผจญ (2)(แก้ไข2) 100%

น่าหลันซือซือเบิกลูกตาเตือนซาลาเปาที่กระตุกหน้าหาพวกเขากำลังสับสนแกมตระหนก ก่อนนี้เหนียงโดนพวกวอนหาที่ตายลักพาตัวไป ทำทุกคนกังวลใจแทบขาด แล้วกลับเป็นรอดปลอดภัยมาพร้อมฟู่หวง ไม่เพียงเปาจื่อที่ไหวพริบฉับไว พักหลังสติทบทวนคิดเมี่ยนเปายังลึกซึ้งขึ้นมาก พอผนวกสัญญาณของเหนียงกับข้อสังเกตฟู่หวงที่แต่งกายคล้ายบุรุษชุดดำ แต่...คู่แฝดกะพริบตาใส่กัน ในใจเอ็ดอึง

เหตุใดฟู่หวงต้องลงมือใส่ไป๋เฟินเหนียงเหนียงกับเอ๋อเฉินเยี่ยงนี้!

ถ้ามีพระประสงค์เสด็จด้วย ตรัสคอยก่อนสักประโยค พวกเขาต้องเชื่อฟังอยู่แล้ว!

เปาจื่อมุ่นหัวคิ้วพักหนึ่ง ก่อนหันหน้ายิ้มแย้มไปทางบุรุษท่วงท่าองอาจ

“ต้าเกอเกอท่านนี้ ที่แท้คืออู่เสีย(จอมยุทธ์) ผู้มีเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง...”

แค่เริ่มต้นเจรจา นัยน์ตาคมดุยังตวัดมาปราบ แต่เด็กชายตัวน้อยจะสะท้านก็หาไม่ กล่าวต่อไปอย่างพลิ้วไหว

“เสี่ยวตี้ตี้ขอขอบคุณที่เปี่ยมเมตตาช่วยเหลือเอ้อเกอหลังพลัดหลง และนำทางอย่างห่วงใยมาถึงหงอวี้ลหวี่เตี้ยนที่เป็นจุดนัดพบ ย่อมมีพระคุณกับพวกเราสี่คนอย่างยิ่ง หากท่านไม่เร่งร้อนจากไปทำธุระใดแล้ว ก็ขอแทนคุณด้วยอาหารกลางวันสักมื้อ ที่หงอวี้ลหวี่เตี้ยนนั้น รับรองว่าเลื่องชื่อสมอันดับหนึ่งในฉางอัน เห็นเป็นอย่างไรดีขอรับ”

ระหว่างประจบประแจงผ่อนหนักเบา เปาจื่อกลับลอบถอนใจหลายระลอก เคราะห์ยังดี สวรรค์ก็มีตา ปากจึงไม่ทันพ่นถ้อยดุร้าย ลองเงยหน้าดูคนสักแวบก่อน ไม่เช่นนั้น เห็นทีพวกตนคงโดนด่าโดนตีเสียเอง

เฉียงหมินหลงเขม่นจ้องเจ้าเปาน้อย มันกลอกกลิ้งคนเดียวไปไม่สาแก่ใจ ยังจะแนะวิธีเอาตัวรอดเผื่อแผ่พวกพ้อง ชายหนุ่มจึงเหวี่ยงตามองถนนบ้างร้านค้าบ้าง พ่นลมหายใจหึ!

เจ้าหมินจือตัวไหลลื่น จับมาคาดคั้นก็ยากเย็น เหมือน...

สายตาถมึงทึงหวนสู่คุณชายสองผู้เลอโฉม ทำเอาเจ้าตัวหนาวสันหลัง แล้วคลี่ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา เฉียงหมินหลงให้คันปลายนิ้วขยุบขยิบ อยากดีดกระทบหน้าผากลาดงามสักที นางสั่งสอนบุตรชายออกมาได้เช่นนี้ จะวางใจให้อบรมบุตรสาวไหวหรือ!

น่าหลันซือซือกระแอมไอกับกำปั้น ก่อนผายมือหาทางเข้าโรงเตี๊ยมหยกแดง แล้วกระตือรือร้นชักชวน

“อะแฮ่ม...เชิญท่านผู้มีเมตตาเข้าหงอวี้ลหวี่เตี้ยนเถิด พวกเราจะเลี้ยงดูแทนพระคุณเอง เชิญๆ สั่งอาหารได้ไม่จำกัด ไม่อิ่มท้องไม่เลิกราขอรับ!”

ย่อมชัดเจนแล้วว่า ต้นตอวิชาถ่ายทอดจากผู้ใด!

บุรุษชุดดำจึงก้าวเท้านำ มีอีกสี่คนห้อยท้ายอย่างกระสับกระส่าย อู่เหวินฝูและหลัวเฉิงล้วนถือวิสัยทัศน์เฉียบฉลาด พอยืนสังเกตทีท่าระหว่างพวกเขาไม่นาน กลับพอทราบความบ้างแล้ว อารันต่อให้รูปกายสูงเด่น กิริยาเหินเดินห้าวหาญ ทว่าเทียบกับบุรุษชุดดำ ก็ดูกล้ามเนื้อโปร่งเบาเกินไป

เมื่อทั้งคู่เผชิญนัยน์ตาที่พาจิตดำดิ่งสู่ก้นอนธการ สัมผัสที่บังเกิดทั้งเยือกแข็งทั้งเปลี่ยวดาย ทำเอาแก่นวิญญาณครั่นคร้าม เฉียงหมินหลงเพิ่งพบหน้าเหลาป่านสกุลอู่เหวินกับจ่างกุ้ยสกุลหลัว ผู้ช่วยมากความสามารถของเขา ด้วยที่ผ่านมาเป็นการทำความรู้จักผ่านรายงานราชองครักษ์ลับ

อู่เหวินฝูอยู่ในวัยค่อนไปทางผู้ชรา ผิวกายไม่ขาวไม่คล้ำ นัยน์ตาเข้มข้นจากประสบการณ์ชีวิต จุดสังเกตที่โดดเด่นคือการตัดแต่งและบำรุงเคราสีเงินอย่างดี มันเลยนุ่มสลวยขึ้นเงางาม บริเวณโคนผมยังพอเหลือกระแสวัยหนุ่มประปรายบ้าง

ส่วนหลัวเฉิง จ่างกุ้ยคนสนิทของหงอวี้ลหวี่เตี้ยนเหล่าต้า กลับมองอ่อนวัยกว่ามาก ช่วงอายุเขากำลังหนุ่มแน่นพอดิบพอดี เครื่องหน้าชิ้นต่างๆ ประกอบโดยเรียบง่าย บนผิวพรรณขาวสะอ้าน ปรากฏเพียงแววตาที่มากชั้นเชิง

ยามทุกคนพบกันตรงทางเข้าโรงเตี๊ยมหยกแดง น่าหลันซือซือก็ปรายตาค้อนแผ่นหลังกว้าง เพราะบุคคลผู้นี้ห่วงใยใต้หล้าสงบสุขเกินไปแท้ๆ จึงทำแผนการผู้อื่นพินาศหมด!

อู่เหวินฝูผู้นำเก้าสกุลพ่อค้าค้อมหลังลง ประสานกำมือพร้อมจ่างกุ้ยหนุ่ม

“เชิญๆ ทุกท่านเข้าสู่หงอวี้ลหวี่เตี้ยน ให้อู่เหวินเหลาป่านและหลัวจ่างกุ้ย เป็นผู้ดูแลท่านทั้งหลายด้วย วันนี้ขอแนะนำที่นั่งชั้นสี่ มีความเป็นส่วนตัวสูง สามารถรับชมทิวทัศน์กว่าครึ่งของฉางอันได้...”

เฉียงหมินหลงพยักหน้า พวกเขาจึงก้าวนำขึ้นบันได ระหว่างทางสายตาหลายคู่ต่างใคร่รู้ ด้วยคุณลักษณะเด่นโดด โดยนานค่อยมีวาสนาบรรจบคราวหนึ่ง เริ่มต้นที่คุณชายชุดดำ รูปลักษณ์หล่อเหลาสมชาติบุรุษผยอง แต่แลดุร้ายอย่างมาก ตรงข้ามกับคุณชายชุดฟ้า เจ้าของใบหน้าเลิศล้ำที่พาผู้คนตีอกชกหัว เหตุไฉนเขาต้องกำเนิดเป็นชายอกสามศอก มิใช่สตรีในห้องหอ และยังปรากฏคุณชายตัวน้อย หน้าตาจิ้มลิ้มชวนเอ็นดูห้อมล้อมอยู่สองคน

พวกเขาชอบส่ายหัวมองนู่นนี่ ละม้ายสนอกสนใจไปหมด ยามถูกจับได้ ก็เหมือนส่งยิ้มอายๆ กลับมา เฮ้อ...เห็นแล้วอยากอุ้มกลับบ้านยิ่งนัก ก่อนปิดท้ายขบวนด้วยคุณชายตัวสูงโปร่ง ท่วงท่าแข็งแรง ทว่าแววตาระแวดระวัง ต่อให้ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเรียกขานเขาว่าต้าเกอ แต่กลับมีพฤติกรรมเคร่งครัด คล้ายยอดยุทธ์ผู้คุ้มกันภัยมากกว่า

เฮ้อ...การรวมตัวทำนองนี้ หาได้ยาก หาได้ยาก!

อู่เหวินฝูทราบเหตุร้ายแรงจากอารันในคราบหนุ่มน้อย นางถือเป็นคนใกล้ชิดของเซียนเชิงเนตรเทวา เขาจึงห่วงใยสวัสดิภาพเหล่าหลัน กระทั่งเร่งร้อนสั่งตามเบาะแสคุณชายชุดฟ้าทันที ไม่คาดอีกฝ่ายจะปรากฏตัวเอง ทั้งที่ราวกับล่องหนหายในอาณาเขตของเขา

ด้วยเนื้อหาที่ลูกน้องกระซิบแจ้ง ทำให้อู่เหวินเหลาป่านแอบพิจารณาคุณชายชุดดำอยู่นาน การลักพาตัวคนที่กลบรอยได้แนบเนียน ในฉางอันมีกลุ่มความสามารถถึงจำนวนไม่มาก พอส่งสายวิ่งสอบถามพวกเขา กลับพบว่ากลุ่มลึกลับพักภารกิจอยู่ ฉะนั้นพรรคพวกชุดดำจึงโผล่มาพร้อมปริศนา

ชายวัยกลางคนลูบเคราวิเคราะห์ ท่าทางคุณชายชุดฟ้า กล่าวไปอาจคล้ายเพิ่งรู้จักมักจี่กัน แต่อย่างไรปฏิกิริยาเด็กชายสองคนก็ชัดเจนกว่า ฮืม...มีกี่คนที่เปล่งประกายเหนือคนเหนือฟ้าทุกย่างก้าวออกมา หมายถึงเขาคงซึมซับขุมพลังอันเรืองรองนานพอควรแล้ว ย่อมจะมีเพียง...

ภาพพระราชวังหลวงปรากฏขึ้น เมื่อเปลวตะวันฉายฉาน สถานที่ก็ส่องสว่างรำไพพรรณ ขณะแสงโสมประโลมหล้า ทุกอณูยังราศีจำรัสระเรื่อ เปรียบดั่งดวงแก้วประจำแว่นแคว้น ที่มีกรงเล็บหวงหลงเฝ้าพิทักษ์ จนสืบกระแสรุ่งโรจน์มาหลายรัชสมัยแล้ว

อู่เหวินฝูปล่อยสัมผัสนุ่มลื่นในมือ พลางทอดตาดูหลัวจ่างกุ้ยเปิดประตู เผยให้เห็นห้องหับขนาดกว่าครึ่งชั้นสี่ เตี้ยนเหล่าเอ้อที่รับผิดชอบบริเวณนี้ ช่วยกันเปิดหน้าต่างเฉพาะบาน อากาศปลายปักษ์ลี่ชุนคลายหนาวลงก็จริง แต่ไม่ใช่ฤดูร้อน ลมที่พัดกระหน่ำยังเยือกเย็นอยู่

เพราะฤดูกาลบังคับ ทิวทัศน์ของแท้เลยเผยเพียงบางส่วน ทว่ารอบห้องก็จัดแต่งประหนึ่งแขกกิตติมศักดิ์ลอยอยู่บนความสูงสี่ชั้น ผนังรอบด้านวาดภาพสีเสมือนจริง เป็นมุมสูงใกล้เคียงการออกไปยืนตรงระเบียง

อู่เหวินฝูงคัดเลือกช่างฝีมือ และเทเม็ดเงินว่าจ้างอย่างไม่เสียดาย โรงเตี๊ยมหยกแดงจึงกลายเป็นสถานที่หรูหราอันดับหนึ่ง เวลาเขาเปิดห้องสำคัญ แน่นอนทุกคนย่อมเพิ่มพูนความสนใจ ลำพังโต๊ะชั้นล่างของหงอวี้ลหวี่เตี้ยน ลูกค้าธรรมดาก็ยากมีโอกาสสัมผัสบ่อยหน!

เฉียงหมินหลงนั่งตำแหน่งประธานโต๊ะ ปราศจากท่าต่อต้านของกลุ่มเจ้ามือ หลายปีที่อู่เหวินฝูพบเห็นบุคคลจำนวนมหาศาล สายตาเตี้ยนเหล่าต้าย่อมกระจ่างแจ้ง หลังเสียเดิมพันแก่เหล่าหลัน หรือญาติผู้ชราของฟางจิงแล้ว เขาก็ตระหนักดี หลันเซียนเชิงมิใช่สตรีสูงวัยจริงๆ บัดนี้ฟากเจ้าภาพทั้งสี่คน ยังอาศัยกลปลอมแปลงในตำราหายากเล่มนั้น สวมบทบาทของตัวอยู่

ฝ่ามืออู่เหวินฝูวกกลับมาลูบเครา สังเกตให้ชัดเจนแล้ว จะพบลักษณะเด็กชายสองคนเชื่อมโยงบุรุษชุดดำกับหนุ่มน้อยชุดฟ้า หนึ่ง...เด็กหนุ่มหน้าตางดงามถ่ายทอดสีนัยน์ตาชั้นเลิศ สอง...ชายฉกรรจ์ส่งต่อบรรยากาศยอดคนกับพวกเขา ภายในวังหลวงอาจหลากล้นด้วยปัญญาชนขั้นสูง ทว่าการข่าวสารที่แม่นยำ กลับช่วยเขาประสานข้อมูลได้ว่องไว ยิ่งทายาทประมุขสกุลอู่เหวินทุกคน เติบโตพร้อมเครือข่ายบรรพชนด้วย

ชายสูงวัยคลายมือจากเครา พลางสร้างกระแสเสียงคลุมเครืออยู่ในลำคอเบาๆ ที่แท้สถานภาพเซียนเชิงเนตรเทวา ก็จำเป็นต้องดิ้นรนเกินสามัญเพราะเหตุผลนี้!

ยามอู่เหวินฝูสบตาคมปลาบของยอดบุคคล เขาก็ยิ้มแจ่มใส กล่าวต้อนรับขับสู้เป็นอันดี ไม่เพียงอธิบายคุณสมบัติพิเศษของห้องแล้ว ยังแนะนำรายการอาหารที่หาคนครัวปรุงให้เอร็ดอร่อยยาก ด้วยทั้งสี่คนรับรองไม่อิ่มท้องไม่เลิกรา บุรุษชุดดำย่อมสนองรับไปทุกชื่อ

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่งใส บนชั้นสี่ของโรงเตี๊ยมหยกแดง คล้ายจะจัดงานฉลองขึ้น อาหารที่เสี่ยวเอ้อแต่งกายสุภาพ กิริยาคล่องแคล่วทยอยตั้งโต๊ะ ล้วนแต่หน้าตามีเอกลักษณ์ รสชาติหนึ่งคำดุจดั่งทิพยรส ฉะนั้นราคาต่อจาน อย่างไรคงละลายสมบัติเศรษฐีไม่น้อย

ทว่าเปรียบพระกระยาหารหนึ่งชุดของเฉียงหลงหวงตี้ น่าจะด้อยมูลค่ากว่าประมาณสองถึงสามขั้น นอกจากนี้ยังมีนักดนตรีชายหญิงเข้ามามอบความสำราญ ฝีมือขับขานพวกเขาพอสูสีกับชาววัง

สองเปาเพิ่งเผชิญโลกกว้าง จึงเจริญอาหารดีเยี่ยม กระทั่งน่าหลันซือซือ แม้จอมมารผจญคอยควบคุมอยู่ นางก็ยิ้มแย้มกับทุกคนได้ เลยมีแค่ผู้เดียวถือก้อนหินเจียนหล่นทับอกตายแล้ว

ชีรันเป็นแค่นางกำนัลของเสียนเฟย ให้นางนั่งร่วมโต๊ะกับจักรพรรดิมังกร อย่างไรต้องอึดอัดกว่าคนอื่น เพียงยกช้อนเข้าปากหนึ่งคำ เด็กสาวกลับเหน็ดเหนื่อยเหมือนเคลื่อนภูเขาหนึ่งลูก สีหน้าตลอดแววตาย่อมเครียดเกร็ง

หลังจากอู่เหวินฝูกับหลัวจ่างกุ้ยรับรองแขกชั้นหนึ่งเบื้องต้นแล้ว พวกเขาค่อยถอนตัวมาสนทนากันด้านนอก ทำให้พบลูกค้าชั้นสามบางคนไต่บันไดมาชะเง้อหน้าดู ถึงจะติดองครักษ์ร่างทะมึนกางแขนกั้น หลายหัวกลับหาได้ย่อท้อไม่ กระทั่งเตี้ยนเหล่าต้าขมวดคิ้วจ้อง ทั้งหมดจึงทำทีเถลไถลไกลเกินไปนิด ก่อนแยกย้ายกลับโต๊ะ

คนจำพวกนี้ มีทั้งขุนนาง พ่อค้า เศรษฐีและชาวต่างชาติ หลัวเฉิงย่อมอดกระตุกปากขบขันไม่อยู่ แต่ยามหันมาหานายท่าน ใบหน้าเขาก็เคร่งขรึม

“ยกเลิกคำสั่งประชุมวันนี้อย่างเงียบๆ”

อู่เหวินเหลาป่านเจาะจงสามคำ‘อย่างเงียบเงียบ’กับหลัวจ่างกุ้ยผู้จัดเจนแล้ว เหตุผลจึงถือว่าไม่จำเป็น

“ขอรับ”

“ค่าใช้จ่ายให้ลงนามสกุลอู่เหวินเป็นผู้รับผิดชอบ หลังจากนี้จงเตือนพวกเราให้ระวังกลุ่มคนแฝงกายดีๆ ช่างเกินคาดไปไกลนัก ข้าต้องตื่นเต้นเอาตอนชราภาพแล้ว หึหึหึ!”

เสียงหัวเราะทิ้งท้ายของประมุขตระกูลอู่เหวิน ประหนึ่งสะท้อนก้องช่องหูคน หลัวจ่างกุ้ยจึงส่งนายท่านขึ้นหลังอาชาเรียบร้อยแล้ว ค่อยปลีกกายจัดการตามคำสั่งลับ เตี้ยนเหล่าต้ากำลังตื่นเต้นกับอะไร หลัวเฉิงย่อมทราบสาเหตุเกินแปดส่วน มีแต่คุมสติให้มั่นคง พวกเขาถึงลอดตาข่ายโทษที่เบื้องบนเพ่งเล็งได้

พออิ่มหนำเต็มห้าประสาทสัมผัสน่าหลันซือซือในคราบคุณชายชุดฟ้า จึงรู้ผ่านหลัวจ่างกุ้ยว่า อู่เหวินเหลาป่านเป็นเจ้ามือมื้ออาหาร นางย่อมฝากขอบคุณอย่างซาบซึ้งถึงเตี้ยนเหล่าต้า ก่อนเคลื่อนขบวนออกไปร่วมบรรยากาศคึกคักของเทศกาล

ซาลาเปาน้อยตื่นตากับวิถีนอกวังมาก สองข้างทางมีหลายกลุ่มคนสัญจร เนื่องจากใกล้ชิดศูนย์กลางสมาคมนายวาณิชย์เก้าสกุล กิจการค้าขายจึงค่อนข้างเป็นระเบียบ ประกอบด้วยสิ่งของหลายประเภท ชาวต่างชาติยังปรากฏตัวขวักไขว่ เสียงสนทนาที่ได้ยินล้วนใช้ภาษาปนเป

ยกเว้นของกินที่กระเพาะอาหารเมี่ยนเปาหลงใหล เขาก็ถนัดฝั่งวรยุทธ์ ทำให้จดจ้องร้านหรือแผงจำหน่ายสรรพอาวุธ ส่วนเปาจื่อ ในวังมีตำราครบถ้วนแล้ว เขาย่อมสนใจวัตถุรูปทรงหรือคุณลักษณะประหลาด ไม่ก็การแสดงกลดึงดูดผู้ชม

เวลาสองเปาฉอเลาะเอาอะไรสักชิ้นต่างของที่ระลึก เฉียงหมินหลงก็ตัดสินใจออกจากวังมาอย่างฉุกเฉิน เลยปราศจากผู้ติดตามอำนวยความสะดวกให้ จึงตกเป็นหน้าที่ชีรันกับน่าหลันซือซือ ต้องทำตัวดุจถุงเงินถุงทอง เดินชำระค่าสินค้าแทนพวกเขาสามพ่อลูก

กระทั่งผ่านร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่ง แรกเริ่มมีเปาจื่อหยุดจ้อง แต่เมื่อเฉียงหมินหลงกับเมี่ยนเปาเห็นของบ้าง ยังรุมสนใจด้วยกันหมด หนึ่งบุรุษกับสองเด็กชายจึงยืนบดบังผู้อื่นเป็นครู่ ค่อยเรียกชีรันเข้าไปจ่ายเงิน เด็กสาวล้วงถุงที่แต่ต้นหนักอึ้ง บัดนี้กลับเบาหวิวชวนหัวใจร่ำไห้

น่าหลันซือซือมองซาลาเปาน้อยวิ่งชูของในห่อกระดาษเข้าหา ในอกถึงกับปลาบปลื้มที่พวกเขายังจำได้ว่า วันนี้เหนียงก็ออกมาด้วย จากนั้นสองเปาค่อยย้ายกลุ่มไปทางชีรัน จนเด็กสาวรู้ว่านี่คือของขวัญตนเอง ต่อให้ล้วงเงินจับจ่ายไปเอง อย่างไรผู้มอบให้เป็นเสี่ยวหวังจื่อที่ประคบประหงมมา นางย่อมน้ำตาซึม เกือบจะปาดเช็ดอย่างเสียเชิงคุณชายแล้ว

แต่ทั้งนายและบ่าวล้วนสวมรูปกายเด็กหนุ่ม ทำให้ไม่สามารถแกะออกมาชื่นชมทันที เด็กชายแก้มยุ้ยทราบข้อจำกัด จึงไม่แสดงกิริยาปึ่งงอนให้เห็น

หลายหนที่ขบวนคุณชายห้าคนหยุดปรบมือแก่คณะกายกรรม และตบรางวัลใส่ถ้วยเก็บค่าชม มีบ้างที่พวกเด็กๆ เผลอส่งเสียงตกใจ ระหว่างผู้เล่นแสดงกระตุ้นความรู้สึกผู้ชมขึ้น แต่ผ่านเวลามาห้าปี น่าหลันซือซือที่เดินเท้าในฐานะหลันเซียนเชิง ก็แทบไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นแล้ว กิริยาคุณชายชุดฟ้าเลยสำรวมกว่าคุณชายน้อย

ถ้าพิจารณาพวกเขาสองคนว่าเป็นวัยหน่ออ่อน เพิ่งแทงยอดพ้นพื้นเผชิญแผ่นฟ้า จะมีนิสัยร่าเริงเกินธรรมดาไปบ้างคงพอเข้าเค้า และในกลุ่มยังมีอีกหนึ่งที่อารมณ์หนักแน่นดุจขุนเขา นัยน์ตายามกวาดมองฝูงชน ยังละม้ายแนวผาชันสูง ใครที่บังเอิญถูกจ้องต่างเห็นพ้อง เหมือนพวกเขาโดนแขวนตัวล่อมฤตยูไม่มีผิด

ทว่าผู้ที่คุ้นชินกับการแผ่อำนาจอย่างน่าหลันซือซือ กลับค้นพบลึกซึ้งขึ้นว่า ด้วยท่าทางอันตรายสำหรับชาวเมืองนั้น เฉียงหมินหลงอารมณ์ผ่อนคลายลงหลายส่วนแล้ว บรรยากาศระหว่างเขากับบุตรชายจึงชื่นมื่นเกินปกติ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งผูกพัน สามารถนำมาอธิบายความสัมพันธ์ของซาลาเปาแฝดกับจักรพรรดิ ทำให้ประจักษ์ข้อดีในคราวเคราะห์บ้าง

เพราะเป้าหมายตอนต้น น่าหลันซือซืออยากหารือกับอู่เหวินเหลาป่านเกี่ยวกับซิย่ะ พอเสร็จเรียบร้อย ค่อยรบกวนหงอวี้ลหวี่เตี้ยนเหล่าต้าเข้าประชุมสมาคมนายวาณิชย์ ลำพังประมุขสกุลอู่เหวินคงเกินรับมือภัยพิบัติเอง ไม่คาดนางกลับปะทะจอมมารผจญ จนไม่กล้าแตะหญ้าให้มังกรตื่น

อัจฉริยบุคคลผู้นี้ มีเล่ห์กลซับซ้อนเต็มหัว ใต้หล้ามักภาวนาให้คนอายุมั่นขวัญยืน จะมีใครริเริ่มคุ้ยของสูงอย่างเฉียงหลงหวงตี้เล่า!

คุณชายชุดฟ้าบางคราวจึงจิตใจล่องลอย ตรงข้ามกับสองเปาที่ดูจบคณะนี้ ก็พากันสนใจคณะโน้น แสดงอารมณ์คึกคักอย่างมาก กระทั่งพวกเขาเจอแผงใหญ่ ตั้งป้ายประกาศประกอบเสียงอธิบายว่า ผู้หมายชิงรางวัลบนกระดาน ต้องจ่ายเดิมพันครั้งละห้าร้อยเหวิน(500 เหรียญทองแดง โดย 1,000 เหรียญทองแดง เรียกว่า 1 พวง หรือมูลค่าเท่ากับ 1 ตำลึงเงิน)ก่อน ค่อยใช้ฝีมือพิชิตเป้าหมาย

กติกาก็เข้าใจง่าย เจ้าของแผงจะตั้งวงล้อหมุนที่ระดับความสูงครึ่งตัวคน แผ่นไม้วงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสองฉื่อ(45.4–46.2 เซนติเมตร)แบ่งอาณาเขตสี่ส่วนด้วยสองเส้นตั้งฉากกัน แต่ละพื้นที่ทาสีขาวล้วน แต้มจุดสีแดงเล็กหนึ่งจุด และจุดสีดำขนาดใหญ่ขึ้นมาสองจุด สุดท้ายคืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัว เป็นลูกดอกสามดอกต่อเงินห้าร้อยเหวิน

บนแผ่นกระดานรางวัลยังระบุชัดเจนตามนี้

‘จุดแดงสามดอก รับสิบเหลี่ยงทอง(10 ตำลึงทอง)

จุดแดงสองดอก รับห้าสิบเหลี่ยงเงิน(50 ตำลึงเงิน)

จุดดำสามดอก รับสามหมื่นเหวิน

พ้นไปจากนี้ รับมี่ถางไปหนึ่งก้อน’

นี่เป็นเกมปาวงล้อหมุนด้วยลูกดอก รับรางวัลหนึ่งแสนเหรียญทองแดงจึงคุ้มค่ามาก หากจ่ายเพียงห้าร้อยเหรียญทองแดง แต่ก็ใช่ปรากฏผู้ชนะโดยง่าย ด้วยระหว่างผู้เล่นตั้งท่าปาลูกดอก เจ้าของแผงจะหมุนเป้าวงกลมไปด้วย

เมี่ยนเปาจ้องมารดาตาวาวใส นางเลยหยิบเงินหนึ่งก้วน(1000 เหรียญทองแดง)ให้เขาไปกับเปาจื่อ พอเด็กชายยืนต่อแถวกับชาวเมืองอย่างตื่นเต้นแล้ว น่าหลันซือซือจึงสัมผัสบรรยากาศมาคุประเภทหนึ่ง เมื่อเหลียวหาต้นตอ หญิงสาวกลับสะดุ้งตัวทันใด

นัยน์ตาดุดันที่พุ่งกระแทกจิตคน จนนางถึงกับหวาดผวาคู่นั้น เรียกว่าอะไรกัน!

หือ...

คุณชายท่วงท่าโดดเด่นสองคนทำสงครามลูกตาครู่หนึ่ง คุณชายชุดฟ้าจึงเปิดถุงข้างเอว สังเวยอีกหนึ่งก้วนให้คุณชายชุดดำ เขาย่อมฉวยมาด้วยสีหน้าประกาศชัย ช่าง...น่าคับแค้นใจอย่างยิ่ง!

ถึงคราวคุณชายหน้าตาน่ารักสองคนจ่ายเงินเดิมพัน ผู้คนก็รุมล้อมอย่างเอ็นดูเพิ่มขึ้น ชายวัยกลางคนจึงฉวยโอกาสดูดเข้าแผงร้าน

“ยินดีๆ เชิญเสี่ยวเย่(คุณชายน้อย)ตรงนี้สักครู่ก่อน จ่ายเพียงห้าร้อยเหวินแลกสามลูกดอก ก็สามารถรับรางวัลใหญ่ตั้งสิบเหลี่ยงทอง แค่ทุกท่านปาลูกดอกให้ถูกจุดสีแดงบนกระดานวงกลมสามดอก ถึงแม้ถูกแค่สองลูกดอก เฉวียนเซียผู้นี้ ยังมอบรางวัลรองที่ห้าสิบเหลี่ยงเงิน ไม่พอๆ เจาะจงเฉพาะจุดสีแดงประการเดียว คงยากเย็นเกินไป ก็มีสามหมื่นเหวินให้ เพียงเสี่ยวเย่ปาเข้าจุดสีดำทั้งสามลูกดอก เอาล่ะ...ต่อแถวเข้ามา สามลูกดอกเพียงห้าร้อยเหวินเท่านั้น!”

น่าหลันซือซือกับชีรันยืนผสมในหมู่คนมุง ดวงใจเต้นกระหน่ำขณะเมี่ยนเปารับลูกดอกจากเฉวียนเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่บนเป้าเป็นสีขาวล้วน เวลาวงกลมไม้เริ่มขยับ พวกนางยังกำมือลุ้นเงียบๆ จุดสีแดงขนาดกระจิริด แต่หมุนเอื่อยๆ ยังพอมองชัด เมื่อไหร่ที่เจ้าของแผงเปลี่ยนไปเร่งพลังใส่ ลำพังทักษะคุณภาพเยี่ยม ค่อยควรพึ่งโชคลาภสักห้าส่วนประกอบ

“สู้ๆ เสี่ยวตี้ตี้”

“สีแดง!สีแดง!สีแดง!”

ไม่ทราบกลุ่มคนดูปรารถนาดี เลยส่งเสียงเอะอะมอบกำลังใจ หรือเจตนากดดันสมาธิคุณชายน้อยให้ว่อกแว่กกันแน่ เมี่ยนเปาคะเนน้ำหนักลูกดอก สายตาก็สำรวจรูปทรง ก่อนจ้องเป้าหมุน ท่าทางคล้ายสรรพเสียงรอบด้านพุ่งชนเกราะป้องกัน แล้วสลายหายไป

เฉียงหมินหลงยืนอยู่เบื้องหลัง มือข้างหนึ่งโยนพวงเหรียญทองแดงเล่น ระหว่างซาลาเปาน้อยสองลูกพุ่งความสนใจแผ่นวงกลมเหมือนทุกคน สำหรับเปาจื่อนอกจากจ้องเป้าหมาย คิ้วยังขมวดคิดบางอย่าง จากวิชายุทธ์ที่เขาฝึกฝน อาจมีผลสนับสนุนทักษะให้แม่นยำได้ แต่แผ่นวงกลมเคลื่อนไหวตลอดเวลา วิเคราะห์โอกาสโดนจุดแดงเล็กๆ ทั้งหมดสามลูกดอกแล้ว เฮ้อ...

เด็กน้อยโคลงหัว ผู้เล่นควรมือฉมังขนาดซัดอาวุธลับเด็ดปีกแมลงได้!

ปึ้ก!

ปึ้ก!

ปึ้ก!

เมี่ยนเปาลงมือรวดเดียวสามหน สรรพเสียงพร้อมใจเงียบงัน เนื่องจากเพียงพริบตาหนึ่ง ลูกดอกทั้งสามพุ่งหายจากมือคุณชายน้อยหมด พอฝูงชนทยอยสติคืนตัว พวกเขาจึงป่าวร้อง

“หยุดหมุนเร็วเข้า เสี่ยวตี้ตี้ได้รางวัลอะไร พวกข้าอยากรู้แทบแย่แล้ว!”

จากนั้นหลายเสียงตะโกนก็ประสานหนึ่งความหมาย ให้เจ้าของแผงประกาศผลลัพธ์ฝีมือของคุณชายน้อยไวๆ เฉวียนเซียโยกแกนหยุดแผ่นวงกลมตามคำเรียกร้อง ขณะความเร็วทยอยลดลง พวกเขาค่อยเห็นลูกดอกปักเป้าไม้ครบสามดอก ขาดเพียงชี้ขาดว่าโดนสีอะไร

แล้วกระแสฮือฮากลับกระหึ่มขึ้นอีก ลูกดอกที่หนึ่งจมลึกจุดแดง ลูกดอกที่สองก็อยู่ตรงจุดแดง ทว่าลูกดอกที่สาม...พวกเขาเกือบตีอกชกหัวแทนคุณชายน้อย เจ้าลูกดอกนอกคอกนั่น กลับกล้าปักแน่วแน่บนพื้นขาวข้างๆ!

จุ๊ๆ...

น่าเสียดาย!

น่าเสียดายนัก!!!

ถึงกระนั้นรางวัลที่ต้องได้ก็ไม่น้อยแล้ว ตั้งห้าสิบเหลี่ยงเงิน เจ้าของแผงรู้สึกคล้ายธาตุลมในกายเกิดดื้อรั้นขึ้นมา

“ห้าสิบเหลี่ยงเงิน!เสี่ยวเย่ได้ห้าสิบเหลี่ยงเงิน!เอาเงินรางวัลออกมาเร็วเข้า!”

เพราะหมู่ชนช่วยออกปากทวง เฉวียนเซียย่อมควักตั๋วเงินทั้งที่ลมหายใจขาดห้วง ดังนั้นถึงคราวของเปาจื่อบ้าง เขาจึงโหมกำลังปั่นแผ่นวงกลม จนมันหมุนติ้วชนิดมองจุดแทบไม่เห็น ต่อให้แวดล้อมด้วยเสียงก่นด่า เจ้าของแผงใหญ่กลับยิ่งหูหนวก

เปาจื่อคาดเอาไว้กับปฏิกิริยาคุ้มกันรางวัล เขาจึงโลภให้น้อย แต่ได้ของแน่นอน และใช้เวลาเล็งเป้าหมายนานขึ้น พอวงกลมหยุดหมุน เฉวียนเซียกลับเลือดลมชักกระตุกซ้ำ เสียตั๋วเงินอีกสามหมื่นเหรียญทองแดงแก่คุณชายน้อย ถ้าไม่เกรงจะโดนฝูงคนรุมกระทืบ เขาคงปิดแผงแล้ว หอบข้าวของกลับบ้านทันที บัดนี้กำไรสะสมตลอดครึ่งปีก่อน เป็นอันปลิดปลิว เพราะฝีมือเด็กสองคน!

เฉวียนเซียกำลังวิญญาณหลุดลอย จึงยื่นมือรับห้าร้อยเหวินจากคุณชายชุดดำ ก่อนเขาจะปั่นวงกลมหมุนติ้วกว่าเดิม ทว่าบุรุษท่วงท่าอันตรายคนนี้ กลับไม่เสียเวลาเล็งสักนิด ผู้คนที่ประสบเรื่องยินดีต่อเนื่อง อารมณ์ย่อมครื้นเครงอย่างมาก

“หยุดวงกลม!หยุดวงกลม!หยุดวงกลม!”

เสียงกู่ตะโกนรวมพลังเป็นหนึ่ง ทำให้เฉวียนเซียที่กลัดกลุ้มคืนสติเต็มที่ พอมองผู้เล่นยืนอหังการคอย มือไม้เขาก็สั่นเทา ควบคุมพละกำลังอย่างปัดเป๋ จนเป้าวงกลมหยุดกึก ทุกคนค่อยเบิกลูกตา แล้วเสียงหนึ่งจะอุทานเบิกทาง

“จุดสีแดง!เป็นจุดสีแดงทั้งหมด!”

ตามมาด้วยคลื่นเสียงอลหม่าน

“สิบเหลี่ยงทอง!มีคนได้สิบเหลี่ยงทอง!”

“ยอดฝีมือท่านนี้ เพิ่งจะชนะรางวัลอันดับหนึ่งคนแรก!”

กระแสซุบซิบไหลหลากประดุจไร้จุดสกัด เฉวียนเซียถึงกับหน้ามืด จะหาทางตุกติก ก็คล้ายเจอสายตารุมประชาทัณฑ์ เขาย่อมปั้นหน้ายินดีกระทั่งน้ำตาเล็ด ยื่นตั๋วเงินสิบตำลึงทองให้ผู้ชนะ

เฉียงหมินหลงรับมาโบกลมใส่หน้า ทั้งที่เหงื่อสักหยดไม่ปรากฏ ท่วงท่าเช่นนี้จึงโอหังเหลือจะกล่าว แต่กลับปราศจากผู้ใดติเตียน เห็นได้ชัดว่า บางคนก็ถืออภิสิทธิ์แต่กำเนิด!

เจ้าของแผงเกือบทรุดลงร่ำไห้กับพื้น และเขายังเหมือนโดนซ้ำเติม ดวงตาชอกช้ำเลยเหม่อมองเงินห้าร้อยเหรียญทองแดงที่คุณชายชุดดำวางใส่ฝ่ามือ จากนั้นขวัญจึงถูกทัณฑ์ธรณีสูบหายไปบัดดล เฮยไป๋อู๋ฉางมารับวิญญาณบาปหรือกระไร เหตุไรกะทันหันนัก!

น่าหลันซือซือยืนสงบราวกับไว้อาลัยคน ไม่เพียงนางเกือบหัวใจวายตายเพราะจอมมารผจญ ไม่ทราบเจ้าของแผงใหญ่ประกอบกรรมหนักชนิดไหน พบพลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว จึงศิโรราบขั้นกิจการล้มละลายทันตา

อาศัยกิริยากระเสือกกระสนเฮือกสุดท้าย เฉวียนเซียเกร็งมือหยิบลูกดอกสามดอกออกมา เฉียงหมินหลงก็ยกมุมปากยิ้ม บรรยากาศนี้นิสัยปรวนแปรแน่แท้ พริบตาเดียวคล้ายทุกคนสัมผัสสายลมโชยอุ่น ราศีกดข่มก่อนหน้า อาจเป็นพวกเขาฟุ้งซ่านกันไปเอง!

สมกับที่เฉียงหวงตี้เคยบัญชาการกองทัพมาก่อน เกมปาลูกดอกมีหรือจะสะเทือนพลังยุทธ์แข็งแกร่งเป็นหนึ่ง อา...น่ากลัวเหลือเกิน!

“รอบนี้ เจ้าจะอะลุ่มอล่วยให้ข้าปาลูกดอกใส่เป้านิ่งหรือ”

เฉวียนเซียโดนทรมานกระทั่งสติยังไม่เต็มผู้เต็มคนแล้ว เขาย่อมพยักหน้าราวกับไร้ตะวันใหม่ให้ดิ้นรนอีก คุณชายชุดดำจึงใช้เวลาที่คนไม่ทันกะพริบตา ซัดลูกดอกออกไปพร้อมกัน แต่...เสียงหมู่ชนฮือฮาอย่างเหลือเชื่อขึ้นมา ประหนึ่งเจ้าของแผงอย่างท่านลุงเฉวียน วิญญาณคงต้องขายชำระหนี้สินแน่

แต่...

แต่ลูกดอกกลับปักอย่างโดดเด่นบนพื้นขาว...

บนพื้นขาวหมดสามดอก!

ถ้าอยู่ในวังหลวง น่าหลันซือซือเชื่อว่าเสียงสรรเสริญพระเมตตาคงดังเขย่าขื่อคา ทว่านี่เป็นกลางถนนจึงปรากฏแค่เฉวียนเซียคุกเข่า ปากพร่ำขอบคุณไม่หยุดหย่อน ให้เฉียงหมินหลงสะบัดชายชุดปลีกตัวออกมา แม้คลื่นคนที่คืนสติต่างโห่ร้องประท้วง เขาก็หาได้สนใจไม่ สีหน้าราบเรียบคล้ายประกาศ

เงินก็เงินเสี่ยวเหนียงจื่อ รางวัลก็รางวัลข้า พวกเจ้ามาเกี่ยวข้องอะไรด้วย!

จนคุณชายทั้งห้าเดินห่างแผงเดิมพันไปไกล อารมณ์ร้อนแรงของฝูงชนค่อยสร่างซา แล้วอยู่ๆ ร่างสูงใหญ่เบื้องหน้ากลับหยุดฝีเท้า ม่านลูกตาสีอำพันย่อมเกินปรามอาการกระตุกกว้าง ทำให้ชายหนุ่มคันปลายนิ้วหนัก ไป๋ฮวาเฟยพอโดนจับผิดได้ นิสัยก็ตื่นกลัวชวนหมั่นไส้พิกล

น่าหลันซือซืองุนงง ยามตั๋วเงินที่เขาใช้พัดลมหนาวใส่ตัวกระทั่งยู่ยี่ กลายเป็นมายัดอยู่กลางกำมือนาง จนเฉียงหมินหลงหมุนกายกลับไปเดินอย่างผ่าเผย หญิงสาวค่อยขบขันกึ่งกลัดกลุ้ม กระดาษใบนี้มีมูลค่าสิบเหลี่ยงทอง พอชดเชยรายจ่ายรายทางนับแต่ออกจากหงอวี้ลหวี่เตี้ยน ก่อนจะตีหน้าเคร่งเครียด

อา...เผลอไผลไปแวบเดียว เจ้าความสุขเล็กๆ กลับถือดีแทรกเข้าเคาะประตูใจซะแล้ว เห็นทีเฉียงหมินหลงไม่ได้ร้ายกาจแค่ปาลูกดอก แต่เป็นจอมยุทธ์ที่ถนัดสะสมดอกท้อด้วย!

ความคิดพาสะพรึงแตกฉานซ่านเซ็นเต็มหัวคุณชายชุดฟ้า เมื่อปรากฏบุคคลหนึ่งโผล่เข้าขวางเส้นทางคุณชายชุดดำ อ้ะ!นี่ก็เป็นชนบาปหนาหน้าไหนกัน เหิมเกริมขั้นยับยั้งพญามังกรประจำแคว้น ไม่กลัวชาติหน้าต้องกำเนิดกลางขุมนรกบ้างหรือ

“เปี่ยวเกอ!รบกวนเปี่ยวเกอทั้งสามรั้งรอที่นี่สักครู่เถิด”

เขาเป็นชายรูปร่างอวบหนา ผิวพรรณผ่องขาว แต่งกายด้วยไหมแดงเจิดจ้า ตลอดกายประดับเครื่องทองครึกโครมกว่าบุตรสาวเศรษฐี

“เปี่ยวเกอท่านนี้ เปี่ยวตี้ขอคารวะความสามารถ หลายปีมาแล้วที่เดินเที่ยวเทศกาลกั้วเหนียน เปี่ยวตี้ไม่เคยพบผู้ชนะสิบเหลี่ยงทองของเฉวียนเซียสักคน....”

คุณชายสีสันเจิดจ้าเจรจากับเฉียงหมินหลง ทว่าดวงตาเรียวรีคล้ายเม็ดแตง แอบชำเลืองหนุ่มน้อยหน้าตางดงาม เจอะคนประเภทนี้แล้ว กล้ามเนื้อชายฉกรรจ์จึงชักกระตุกบ้าง ทว่าเขากลับสงวนทีท่าสงบอยู่

“เปี่ยวตี้มีนามว่าเหนียนเยียนเจ๋อ เตียของเยียนเจ๋อ เป็นหนึ่งในสมาคมนายวาณิชย์แห่งจิ้น ถ้าเปี่ยวเกอไม่รังเกียจ ช่วยมอบคำแนะนำแก่เยียนเจ๋อสักหน่อย ต้องใช้เคล็ดลับเยี่ยงไร จึงทำให้ลูกดอกทั้งหมดโดนจุดสีแดงบนเป้าหมุนได้”

นัยน์ตาจอมคนสะท้อนเงามืดที่กำลังเคลื่อนขยับ ความคิดชั่วร้ายของเขาย่อมตรงประเด็นอย่างยิ่ง เจ้าก็ไปผูกตัวกับเป้าวงกลมต่างพิธียกน้ำชาฝากตัวเป็นศิษย์ เมื่อนั้นข้าต้องสอนสั่งวิชาแน่นอน ถ้าวิญญาณเจ้ายังไม่กู่ร้องหาเตียหาเหนียงที่บ้าน ถือว่าไม่บรรลุเคล็ด!

ชีรันจับกิริยาคุณชายแปลกหน้าท่านนี้ได้เช่นกัน นางจึงเผยแววตาเหี้ยมโหด ซาลาเปาน้อยพลอยใบหน้าถมึงทึงตาม มือพวกเขากระตุกเหนียงให้หลบข้างหลัง ท่าทางหวงแหนอย่างมากของทั้งสาม ทำให้เฉียงหมินหลงกระตุกมุมปาก ก่อนใช้ความสูงมากกว่า ฉกมือคุณชายชุดฟ้าจากน้องๆ ก่อนพาเปลี่ยนทิศทาง

เหนียนเยียนเจ๋อสะอึกไปกับกิริยาตัดไมตรี ทว่าใบหน้าเฉิดฉายของคุณชายชุดฟ้า กลับเปี่ยมอำนาจดึงดูดเขานัก!

“เดี๋ยว...ประเดี๋ยวก่อน!”

ร่างอวบท้วมหอบหายใจวิ่งมาดักหน้า

“ประเดี๋ยวก่อน!ยกโทษให้เยียนเจ๋อด้วย จู่โจมคาดคั้นเอาเช่นนี้ อาจไม่เป็นที่วางใจ แต่เยียนเจ๋อ ปราศจากเจตนามุ่งร้ายต่อทุกท่านแน่นอน...”

แนวคิ้วเฉียบเข้มมุ่นเข้าหากัน รัศมีเข่นฆ่าโชยกรุ่นจากกาย เสียแค่คุณชายผู้มีอันจะกินคนนี้ ขวัญกล้าขนาดไม่สังเกตฟ้า ไม่พิจารณาดินเท่านั้น

“เปี่ยวเกอมากความสามารถ เยียนเจ๋อเปี่ยมแรงชื่นชม ใคร่ขอร้องเปี่ยวเกอ เสียเวลาแนะนำเยียนเจ๋อสักหน่อย เยียนเจ๋อรู้จักอู่เหวินเหลาป่าน สามารถพาเปี่ยวเกอเข้าสัมผัสบรรยากาศในหงอวี่ลหวี่เตี้ยนสักหน ที่นั่นมี...”

เขาพยายามหว่านล้อม เฉียงหมินหลงยังเห็นเป็นแมลงชวนรำคาญตัวหนึ่ง มือใหญ่จึงส่งสัญญาณลับหนเดียว จู่ ๆ ก็ปรากฏกลุ่มคนสวมชุดชาวบ้านทั่วไป พวกเขาให้บรรยากาศธรรมดา แต่กลับตะปบบ่าคุณชายขี้ตื๊อ ก่อนพาตัวกลืนหายในหมู่คนอย่างสงัดเงียบ

เด็กหนุ่มใบหน้าเฉิดโฉมกะพริบตาปริบๆ กิริยาอาการคล้ายคุณชายน้อยและคุณชายตัวสูง ก่อนทั้งหมดจะตกใจพร้อมกัน

“พวกเจ้าสี่คนคิดว่า เที่ยวชมเทศกาลกั้วเหนียนวันนี้ รู้สึกสนุกเพียงพอหรือยัง”

น้ำเสียงสะกดกลั้นจากลำคอตั้งตรงฟังสยองขวัญยิ่ง น่าหลันซือซือยังเกือบขี้ขลาด แล้วกระเด้งหน้าสนอง แต่นี่มิใช่ทำลายลำพังความสุขของนาง ยังมีซาลาเปาฝาแฝดที่ไม่รู้หลังจากนี้ พวกเขาจะสบโอกาสสัมผัสโลกนอกวังอีกเมื่อใด คุณชายชุดฟ้าจึงมองน้องๆ

ใบหน้ากลมยุ้ยที่บึ้งตึงเป็นทุนเดิม ก็แสดงความหงุดหงิดมากขึ้น ทว่าเป้าหมายมิใช่ฟู่หวงที่บังคับพวกเขาคืนสถานะ แต่เป็นไป๋เฟินเหนียงเหนียงที่สวมรูปคุณชายแล้ว ยังปรากฏบุรุษใจสกปรกโผล่มาวอแว เปาจื่อกับเมี่ยนเปาปากคว่ำทันที

อ้า...เสี่ยวเปาโมโหใหญ่เลย!

น่าหลันซือซือเลยระดมความกล้า กำลังจะขยับปากตอบ ก็ได้ยินสองเสียงพูดหัวฟัดหัวเหวี่ยงก่อน

“อะไรๆ ก็ล้วนผ่านตาซานตี้ ที่แท้ดูธรรมดาเช่นนี้ เอ้อเกอกลับบ้านกันดีกว่าขอรับ”

“อะไรๆ ก็หมดสนุก ซื่อตี้อยากกลับบ้านแล้วขอรับ”

กระทั่งคำขึ้นต้นพวกเขายังสมานฉันท์ นางจึงผงกหัวรับ แต่ในอกทั้งขบขันทั้งเอ็นดู เห็นทีจะขุ่นเคืองคุณชายใจกล้าอย่างเหนียนเยียนเจ๋อ ที่ผ่านมาหลันเซียนเชิงอาศัยอู่เหวินฝูคุ้มครอง ไม่ต้องคบค้าสกุลเหนียน ยังพอทราบข่าวในสมาคมนายวาณิชย์

เหนียนเยี่ยน ประมุขตระกูลเหนียน หรือบิดาของเยียนเจ๋อ เป็นมหาเศรษฐีเปี่ยมอิทธิพลชั่วช้า เขาไม่เลือกวิธีตวงผลกำไรเข้าตัว ชมชอบตั้งข้อพิพาทแบ่งฝ่ายในพ่อค้าเก้าสกุลใหญ่ อู่เหวินเหลาป่านจึงคอยไกล่เกลี่ยบ่อยหน แล้วโครงการผลิตสบู่ของนาง ก็ปรากฏชื่อเหนียนเยี่ยนต่างผู้นำมติคัดค้านด้วย

พอทุกคนเดินเท้ามาสุดทางหน้ารั้วกำแพงท้ายวัง พวกนางค่อยหยุดชะงัก คะเนว่าเฉียงหมินหลงอาจมีช่องทางลับให้กลับเข้าไป แต่เมื่อแหงนคอมองเบื้องหน้า ก็เจอเพียงแผ่นหินฉาบสีสูงยี่สิบฉื่อ(4.54 - 4.62 เมตร)เท่ากับที่ทั้งสี่ลอบใช้พลังยุทธ์กระโจนหนีออกมาเที่ยว

ชีรันเหลียวหาคุณชายชุดฟ้า แววตากระวนกระวายแกมเดือดร้อน หากนางต้องพานายหญิงทะยานตัวเข้าวังหลวง ไม่ใช่ย้ำแสดงความสามารถต่อสายพระเนตรเฉียงหลงหวงตี้หรือ แล้วจะให้แก้ตัวอย่างไร ย่อมฟังเหลวไหลทั้งนั้น

น่าหลันซือซือถอนหายใจ คิดว่าเขาคงรู้วิธีที่พวกนางใช้หลบหนีแล้ว จึงสายเกินจะปิดบังด้วยวิธีโยนเคราะห์กรรมใส่นายทวารบาลสกุลฟางกับภริยา ทั้งสี่คนต่างกระจ่างแจ้งเต็มอก กลุ่มคนชุดดำพวกนั้นไม่พ้นราชองครักษ์ลับโอรสสวรรค์ท่านนี้

คุณชายชุดฟ้าอ่อนทักษะด้านบู๊ที่สุด เลยหันไปพึ่งพาเด็กสาวคนสนิท ที่ยามนี้อุปโลกน์เป็นพี่ใหญ่ของครอบครัวแล้ว ไม่คาดอยู่ๆ ร่างแบบบางก็โดนกระชากใส่วงแขนแข็งแรงคู่หนึ่ง ถูกกล้ามเนื้อแน่นขึงใต้ชุดดำสนิทโอบกระชับ จากนั้นสองเท้าค่อยลอยวืดสู่อากาศ

ชีรันกับสองเปาเห็นดังนั้น ย่อมรีบใช้วิธีตัวเบาติดตามมา นัยน์ตาสีอำพันกะพริบมองลำคอตั้งตรง ก่อนได้สติกางแขนโอบไว้แน่น แล้วเอี้ยวมองซ้ายขวา กลับเจอแต่แผ่นกระเบื้องหลังคาตำหนัก บางทีเป็นยอดไม้ที่พลิ้วไหวตามกระแสลมหอบหนึ่ง

การสำเร็จเคล็ดกำลังภายในช่วยอำนวยความสะดวกเหมือนวิทยาการสมัยใหม่ แต่วิธีบรรลุก็ทรหดกว่าหลายเท่า นอกจากสภาพร่างกายเอื้ออำนวย ต้องอาศัยตารางฝึกฝนที่เข้มงวด นางเคยดูชีรันสั่งสอนซาลาเปา ถึงอ่อนล้ากระทั่งหน้าซีดเซียวทั้งคู่ ยังห้ามใจอ่อนไปรบกวนพวกเขา

น่าหลันซือซือคนเดิมจึงมีวิชาแค่พอขี่ม้าล่าสัตว์ หลังออกจากบ้านเกิด นางก็ห่างเหินท้องทุ่ง กล้ามเนื้อเลยอ่อนนุ่มเท่ากุลสตรีชาวฮั่นแล้ว

เฉียงหมินหลงปล่อยตัวคนเชื่องช้า แม้ปลายเท้าพวกเขาจะแตะพื้นสวนไป๋ฮวากงมั่นคงแล้ว นางยังยอมทนยืนอึดอัดเป็นครู่ ด้วยมีคดีความติดกายอยู่ ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของมังกรหนุ่มชักสะอาดขึ้นบ้าง จึงมีเสียงหยอกเอินข้างหู

“เจิ้นจะยังไม่ลงโทษพวกเจ้าวันนี้ แต่หากพบกันวันหน้า อ้ายเฟยไม่นำของเจิ้นกลับคืนมา เห็นทีเจิ้นต้องย้อนพิจารณาโทษด้วย...”

จากนั้นร่างสูงใหญ่ค่อยทะยานชุดสีทมิฬหายไป แต่น่าหลันซือซือก็ยืนนิ่ง กระทั่งสองเปาต้องเขย่ามือเรียกมารดา นางค่อยตะครุบปากตัวเอง สีหน้าบิดเบี้ยว

กรี๊ดดด!

คุยกับแพนด้า:(5/11/18)

แพนด้าจะเริ่มตอบบ้างไม่ตอบบ้างอีกแล้วนะคะ 5555 วันนี้ก็โผล่มาเล็กน้อย อย่าดุแพนด้าเลยน้า ฮือๆ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ใหม่นะคะ แล้วก็ขอรบกวนแจ้งล่วงหน้าเลยค่า แพนด้าจะลงทุกวันจนกว่าจะครบร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม แต่อาจจะเป็นทุกวันที่น้อยสักหน่อย ช่วงวันที่ 1-4 พฤศจิกายนนี้นะคะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจแพนด้าล่วงหน้าค่า

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก:ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย PaviNovels
Thank you na ka
เมื่อ 7 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Kate Patthamaphunsakul
ขอบคุณค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว