โฉมงามมารร้าย (สำนักพิมพ์เฟยฮุ่ย)

บทนำ - ทางเลือก

บทนำ

ทางเลือก

“เลิกหนีซะเถอะ ตอนนี้เธอมันจนตรอกแล้ว...หวงหนิง” เสียงหวานของหญิงสาวรูปร่างอรชรดังขึ้น พร้อมกับข้างตัวได้มีชายหนุ่มรูปร่างกำยำพร้อมด้วยอาวุธครบมือสี่คนเข้ามาขนาบข้าง ชุดที่เจ้าหล่อนใส่เป็นชุดเดรสสีดำรัดรูป คลุมด้วยโค้ทหนังลายเสือ อีกทั้งใบหน้ายังแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเต็มยศ คล้ายกับพึ่งออกมาจากงานเลี้ยงที่ไหนสักที ส่วนชายอีกสี่คนในมือต่างถือปืนกันมาคนละกระบอก แต่ละกระบอกมีสีดำวาววับราวกับส่องแสงคนเห็นให้ไปสู่ความตาย

ในขณะฝั่งที่ถูกปืนทั้งสี่มุ่งร้ายใส่ เป็นเพียงหญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยคม คิ้วเรียวที่เขียนมาให้คมเฉียวขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากบางที่มักมีรอยยิ้มมุมปากในยามนี้เม้มแน่นเป็นเส้นตรง ชุดเดรสสีแดงเกาะอกตัวนี้ทำให้เธอรู้สึกเคลื่อนไหวตัวลำบากไปบ้าง แต่หากจะเทียบกับรองเท้าส้นสูงที่แหลมและสูงถึงห้านิ้วนั้นเรื่องชุดนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย อีกทั้งเธอยังวิ่งมานานเกือบครึ่งชั่วโมงก็สลัดคนพวกนี้ไม่พ้น บางทีคนที่จะสลัดเธอก่อนอาจจะเป็นรองเท้าสีดำคู่สวยนี้ก็ได้ แม้จะจนตรอกแล้วก็ตามแต่เธอก็ยังเลือกที่จะเดินถอยหลังหนี แม้มันจะรั้งแต่ให้เธอเดินใกล้ขอบตึกสามสิบชั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“เลือกชุดตอนตายได้สวยดีนิ แต่จะเป็นไงนะถ้าเธอเสียโฉม” สตรีผู้เป็นคนคุมชายหนุ่มทั้งสีฉีกยิ้มแพรวพราว แววตากลมโตคู่สวยสั่นระริก ไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้มีโอกาสเห็นผู้หญิงที่ชื่อว่า หวงหนิงจนตรอกและไร้หนทางได้มาถึงเพียงนี้

“นิสัยหมาหมู่ของเธอนี่ มันแก้ไม่หายจริงๆ สินะ” อีกฝ่ายแม้จะจนตรอก แต่ปากที่แน่วแน่ยังคงทำงานไม่หยุด และแม้เหงื่อจะผุดพรายที่หน้าผาก แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มที่กล้ำกลืนออกมา

ไหนๆ ก็ไม่เหลืออะไรแล้ว เธอจะกลัวไปทำไมอีก

“ปากดียันวินาทีสุดท้ายเลยนะ” ฝ่ายถือปืนยิ้มร่าอีกครั้ง พร้อมยกมือขึ้นเพื่อเตรียมออกคำสั่ง

โอเค…ตอนนี้เธอมีทางเลือกที่จะตายสองทาง นั่นคือโดดตึกสามสิบชั้น หรือ จะโดนยิงแสกหน้าโดยมือปืนฝีมือดีทั้งสี่ แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนสภาพการณ์ตายของเธอก็ย่ำแย่พอๆ กัน

จะตายทั้งทีขอตายแบบดูดี หน่อยไม่ได้หรือไง

การที่เธอมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคนี้ มีเหตุผลง่ายๆ ก็คือครอบครัว…อดีตลูกสาวมาเฟียที่เคยยิ่งใหญ่ ในวันนี้กลายเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่ต้องหลบหนีคู่อริที่พ่อตัวเองเคยก่อไว้ หลังจากที่โดนจับไปเพราะข้อหาฉ้อโกงที่มีหลักฐานมัดแน่นเสียจนดิ้นไม่หลุด องค์กรก็ถูกคนสนิทพ่อหักหลังแล้วยึดไป ส่วนบอดี้การ์ดประจำตัวเองก็สู้ตายมาแล้วหลายคนจนตัวเธอเองคิดว่าตัวเองก็ไม่น่ารอดเช่นกัน แต่ไม่ขึ้นว่าเวลานั้นจะมาถึงได้เร็วขนาดนี้

อำนาจที่เคยมีเมื่อถูกชิงไปก็ทำอะไรไม่ได้อีก แม้จะมีเงินในบัญชีหลายร้อยล้าน แต่ค่าหัวที่มากกว่าทำให้เธอทำอะไรไม่ได้อีกเช่นกัน หูตาของพวกนี้มักอยู่เต็มไปหมดเธอเองที่อยู่ในวงการก็รู้ดี จะจ้างใครให้มาปกป้องได้ในเมื่ออีกฝ่ายก็พร้อมตลบหลังหักหลังกันเองอยู่ตลอดเวลา

“แล้วไง” น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา ดวงตาสีดำแข็งกร้าวมองไปทางคนทั้งห้าอย่างไม่กลัวเกรง คนอย่างเธอถูกฝึกมาเพื่อป้องกันตัวตั้งแต่เด็กและศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่พ่อสอนให้เธอยึดมันเอาไว้ แม้ตัวเองจะตกต่ำแค่ไหนก็จงมีศักดิ์ศรีต่อไป ในเวลาแบบนี้เองถ้าหากจะตาย...ก็ขอตายทั้งที่สู้กลับจะดีกว่า

แต่แล้วเธอก็ต้องอุทานตกใจออกมา เมื่อสัมผัสได้ว่าส้นสูงที่ใช้วิ่งมานานนับครึ่งชั่วโมงได้หัก ทำให้สูญเสียการทรงตัวและอีกไม่นานเธอจะหงายหลังร่วงลงไปจากดาดฟ้าของตึกสามสิบชั้น

ทว่า...เธอพึ่งอายุยี่สิบแต่ต้องมาตายเนี่ยนะ!

“อย่าให้มันตกลงไปนะ!” เสียงแหลมของคู่อริตวาดลั่นสั่งกับลูกน้องตัวเอง หากจะให้ผู้หญิงตรงหน้าตายมันต้องตายด้วยน้ำมือเธอเท่านั้นสิ

แต่ด้วยระยะของคนทั้งห้าและหวงหนิงห่างกันเกินไป ทำให้ร่างบางในชุดสีแดงหงายหลังลงไปจากตึกสามสิบชั้น สิ่งที่ชายทั้งสี่คว้าได้ในยามนี้คือความว่างเปล่า ขณะเดียวกันก็เบิกตากว้างมองร่างของคนเป็นๆ ตกลงไปยังพื้นคอนกรีตหนาต่อหน้าต่อตา

ทางด้านหวงหนิงเธอรู้สึกเหมือนทุกอย่างจะกลายเป็นภาพขาวดำ ที่เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า รู้สึกได้ถึงร่างของเธอที่หล่นลงมาจากชั้นบนสุด ร่วงลงมาปะทะกับแรงลมด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็หมือนกับลูกโป่งน้ำที่ตรงจากที่สูง กระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีตแล้วแตกกระจาย

สัมผัสสุดท้ายคือความแข็งกร้าวและเย็นเยียบของพื้นคอนกรีต…และความเจ็บปวดจนชาราวกับกระดูกในร่างถูกบดเป็นผุยผง จากนั้นสติและสัมผัสทุกส่วนของเธอก็เข้าสู่ความดำมืดที่เหยียบเย็น

ความรู้สึกหนาวเหน็บจนทำให้หายใจไม่ออก จู่ๆ ก็จางหายไป พร้อมกันกับสัมผัสร่างกายที่กลับมารู้สึกอีกครั้ง สิ่งแรกที่รู้สึกคือพื้นที่นอนอยู่นั้นเย็นเหยียบราวกับหินอ่อนในช่วงเวลาถูกทิ้งร้างไว้กลางลม สัมผัสอันน่าประหลาดชวนงุดงงทำให้คิ้วบางบนใบหน้าที่ยังงดงามแม้ไร้เครื่องประทินโฉมขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เพราะถ้าหากให้เธอทวนความทรงจำครั้งสุดท้ายมันเหมือนกับว่าร่างของเธอตกจากชั้นสามสิบกระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีต ไม่ใช่พื้นหินอ่อนแบบนี้

และหากเธอตายก็ควรไปสู่ปรโลก หรือว่าที่แห่งนี้คือปรโลกกันละ? แต่ถ้าเธอรอดที่ที่เธออยู่ก็ควรเป็นโรงพยาบาลที่มีเตียงและไม่ควรแข็งแบบนี้ หรือว่าเธอจะถูกจับตัวมาขณะที่ไม่ได้สติตอนอยู่โรงพยาบาล

ยิ่งคิดคิ้วบางก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่มีขนตาเป็นแพงอนหนาสวยที่หนักอึ้งขึ้นมา

ภาพที่เธอเห็นเป็นสิ่งแรกหลังจากที่ลืมตาขึ้นมาคือควันสีขาวลอยฟุ้งไปทั่วราวกับก้อนเมฆ เบื้องหน้ามีศาลาสีขาวตั้งอยู่ล้อมรอบด้วยพรรณไม้สีเขียวนานาชนิด และที่สำคัญ...คือในศาลาได้มีชายชราเครายาวสีขาวโพลนเช่นเดียวกับผมยาวของเขา ใบหน้าเหี่ยวย่นได้นิ่งสงบแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นประหลาด เขากำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทีสบายราวกับคุ้นชินกับที่แห่งนี้มาเนิ่นนานและเบื้องหน้าก็มีหมากล้อมที่กำลังเล่นวางอยู่

“ตื่นแล้วหรือ” เสียงแหบแห้งถามขึ้น

หวงหนิงยังคงเงียบไม่ตอบอะไรแก่ชายชรา แต่เธอกลับก้มลงมองสภาพของตัวเองในตอนนี้ ซึ่งมันได้อยู่ในชุดแบบจีนย้อนยุคสีขาวเรียบ เธอต้องไม่ได้ใส่มันเองแน่ๆ เพราะคนอย่างหวงหนิงไม่มีทางชายตามองสีจืดชืดพรรค์นี้แน่นอน

“เจ้าไม่ได้สวมมันเองหรอก แต่มันเป็นชุดที่ร่างของเจ้าถูกสวมในวันพิธีศพต่างหาก” ชายชราตอบราวกับอ่านใจได้

“สรุปคือฉันตาย? และนี่คือนรกหรือสวรรค์กันล่ะ” เธอถาม คิ้วเรียวยังคงขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้

“เจ้าตายแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ทั้งนรกและสวรรค์”

“แล้วมันคือ?”

“ดินแดนแห่งทางเลือก” ชายชรากระตุกยิ้มเมื่อพูดถึงชื่อดินแดนแห่งนี้ออกมา ร่างโปร่งของเขาค่อยเคลื่อนกายมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ยังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “เจ้ามีทางเลือกสองทาง...หนึ่งคือชดใช้กรรมในนรกแน่นอนว่าเจ้าจะต้องทรมานมากแน่ๆ เพราะความชั่วที่เจ้าได้ทำไว้ในตอนที่ยังเป็นมนุษย์ แต่อีกหนทางหนึ่งก็คือการเกิดใหม่”

“ถ้าคนปกติเขาคงจะเลือกเกิดใหม่สินะ แต่ฉันจะขอถามก่อนว่าเกิดใหม่นี่มันเป็นยังไง”

“เจ้าจะไปอยู่ในร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่ชะตาได้ถึงฆาตแล้ว”

“แค่นั้น?”

“ใช่” ชายชราพยักหน้า

หวงหนิงหรี่ตาลงพยายามจับผิดคนตรงหน้าแต่เธอก็ไม่ได้คำตอบใดๆ เลยจากชายชราผมขาวตรงหน้านอกเสียจากความเงียบงัน และแสงสีขาวแสบตารอบๆ ร่างที่ราวกับเทพเซียน ครั้นจะให้เธอถามว่าเขาเป็นใครมันก็เหมือนจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชีวิตเธอนัก

จะให้มานั่งจ้องตากับคนแก่อยู่แบบนี้มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยสักอย่าง

เพราะงั้นทางเลือกที่จะเลือกต่อไปนี้...มันจะเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอ เธอสัญญาว่าจะทำมันให้ดีที่สุด

“ข้าเลือกเกิดใหม่” เสียงหวานตอบ

“ได้...ข้าขออวยพรให้เจ้าพบแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต จงใช้ชีวิตใหม่ให้ดีที่สุด” มือเหี่ยวย่นยกขึ้นมาแต่งที่หน้าผากหม่น ก่อนที่แสงสีขาวจะค่อยๆ พันล้อมรอบตัวหญิงสาว ก่อนจะพูดคำสุดท้ายย้ำเตือนกับเธอ “แต่เจ้าจงจำไว้ว่า ให้ปล่อยทิ้งอดีต อย่าได้คิดจะตามหาสาเหตุหรือแก้ไขเรื่องเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องสูญเสียทุกสิ่งอย่าง”

หวงหนิงฟังอย่างขอไปที่ ขณะที่ร่างถูกล้อมไปด้วยควันหนา หญิงสาวเจ้าของดวงตาคมไม่ตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเธอได้ดูหนังเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติมามากมาย การได้เจอมันกับตัวเธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะชีวิตที่ผ่านมาของเธอมันอยู่บนจุดเสี่ยงอันตรายมาโดยตลอด ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าการต้องมาคอยระวังหลังอยู่ตลอดเวลาแล้ว

และสำหรับหวงหนิง...ที่เคยคิดว่าจะเป็นคนดี ใช้ชีวิตที่ดี ทั้งหมดมันคือคำโกหก! เธอก็แค่คิดมันขึ้นมาลอยๆ

มารร้ายก็คือมารร้าย และต่อให้ไปอยู่ในร่างใหม่มันก็ไม่มีวันเปลี่ยนไปได้หรอก

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย PaviNovels
thanks for share ka
เมื่อ 7 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย PaviNovels
thanks for share ka
เมื่อ 7 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว