บัญชารักเทพบุตรเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 10 เพลิงสวาทที่ไม่อาจห้ามใจ

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

บัญชารักเทพบุตรเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 10 เพลิงสวาทที่ไม่อาจห้ามใจ

ตอนที่ 10

เพลิงสวาทที่ไม่อาจห้ามใจ

ร่างบางถูกจับให้มานั่งนิ่งบนเตียงนุ่มโดยที่มือและเท้าถูกเขาจับมัดด้วยเนคไทจนกระดิกไม่ได้เพราะหลังจากที่เขาไขกุญแจมือ เธอก็วิ่งหนีทันทีแต่ไปไม่พ้น และตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังถูกเขาลวนลามด้วยมือและปากที่สร้างความร้อนรุ่นไปทั่วร่างกายของเธอ

“คุณแฟรงค์ คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่” คำถามสั่นๆ ปนพาซื่อของเธอทำให้เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคอ แล้วกดริมฝีปากร้อนทาบลงบนเรียวปากนุ่มหวานอารมณ์อยากรักเริ่มก่อเกิดและอยากสานต่อให้จบ ทว่าภาพที่เขาถูกผู้หญิงอื่นปล้ำจูบเมื่อครู่ยังติดตาทำให้แพรนภัสเบี่ยงหน้าหลบแต่กลับถูกมือใหญ่สอดรั้งท้ายทอยบังคับจูบจนพอใจ

“ยะ..อย่า คุณแฟรงค์ คุณต้องการอะไรถึงมาจับฉันมัดไว้แบบนี้” ร่างบางเอ่ยถามเสียงสั่น เมื่อเขาละปากร้อนๆ ออกแต่สายตาคมที่จ้องมองราวกับจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าอยู่นั่นมันยิ่งทำให้ใจเธอเต้นแรง

“ผมต้องการคุณ เอาล่ะเลิกพูดซะที เรามาต่อเรื่องของเราเถอะ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยบอก มือไม้ของเขาก็เริ่มไม่อยู่นิ่ง ค่อยๆ แก้มัดให้หญิงสาวอย่างเชื่องช้า เขาไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางเขาได้อีกแล้ว

“ระ...เรื่องอะไรกันคุณ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” สาวไทยร่างบางเริ่มหน้าซีดใจสั่น คิดหามารยามาหลอกล่อเขา ทว่าจะมีหนทางไหนบ้างล่ะ มารยาหญิงมีร้อยเล่มเกวียนก็จริงแต่เธอจะงัดเอาบทไหนมาใช้ก่อนดี เมื่อคิดไม่ออกตากลมแป๋วก็มองเขาอย่างตื่นๆ สั่นหน้าปฏิเสธลูกเดียวเพราะคิดได้แค่นี้

“อย่าห้ามผม ผมต้องการคุณเดี๋ยวนี้ เราเสียเวลามามากแล้วนะทูนหัว ยังไงคุณก็ต้องเป็นของผม ไม่มีวันหนีพ้นหรอก” เสียงแหบต่ำแจงข้อสงสัยให้แม่สาวน้อยที่มองตาแป๋วฟัง พร้อมจัดการทำให้หญิงสาวเปลือยเปล่าจนสมใจ แพรนภัสแม้จะขัดขืนสักแค่ไหนสุดท้ายเธอก็หนีไม่พ้น คนมีพละกำลังมากกว่าก็บีบบังคับร่างบางให้ยินยอมคล้อยตามด้วยรสจุมพิตซาบซ่านที่คนใต้ร่างได้แต่ส่งเสียงครางอย่างลืมตัว

เพียงเสี้ยวนาทีต่อจากนั้นทั้งมือและริมฝีปากร้อนรุ่มก็เริ่มทำงานประสานกันอย่างอ่อนโยนและร้อนเร่าขึ้นตามความปรารถนาของเขา กลีบปากร้อนผ่าวจูบเม้มทั่วผิวเนื้อเนียนนุ่มและหอมกรุ่นของหญิงสาวในอาการกระหายหิวทั้งที่พยายามห้ามใจแล้วว่าต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่เขาก็อดใจเย็นไม่ได้จริงๆ แพรนภัสเริ่มดิ้นรนผลักไสร่างกำยำเมื่อความร้อนจากเรือนกายหนาหนักที่แนบชิดมันทำให้เธอหวาดกลัวและความอยากรู้ก็มีมากเช่นกัน

“ไม่มีอะไรน่ากลัว แพรนภัส เชื่อใจผมเถอะที่รัก ผมจะทำให้คุณมีความสุข” วิลเลียมกระซิบปลอบโยนด้วยเสียงนุ่มทุ้มจนคนร่างเล็กคล้อยตามและปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามท่วงทำนองเพลงรักที่เขากำลังขับกล่อมเธอ ซึ่งยาวนานเหลือเกินกว่าที่เขาจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ร่างบางได้ยินเสียงเขาคำรามลั่นก่อนที่เธอจะซุกซบอยู่บนอกกว้าง ตากลมเล็กหลับพริ้มเพราะอ่อนแรงจนเข้าสู่ห้วงนินทรารมย์

ขณะที่มิแรนด้าหลังจากถูกลากออกมาจากห้องของอดีตแฟนหนุ่ม หญิงสาวก็กรีดร้องอาละวาดอยู่ภายในห้องโถงของแมนชั่นหรู ก่อนที่เธอจะจู่โจมเข้าหาไมเคิลที่พยายามดันสาวร้อนแรงออกห่าง เขาไม่คิดจะแตะต้องผู้หญิงของเจ้านายแน่ ถึงแม้คุณแฟรงค์จะอนุญาตแล้วก็เถอะ เธอร้อนแรงน่ากลัวเกินไป ไมเคิลคิดแล้วเรียกให้เพื่อนร่วมงานช่วยกันพาสาวร้อนรักไปขึ้นรถและพากลับไปยังโรงแรมที่พักของเธอที่กว่าจะสำเร็จก็ทำเอาหนุ่มๆ เหนื่อยและได้แผลจากรอยเล็บไปตามๆ กัน

“ต๊าย! คุณมิแรนด้า ทำไมกลับมาสภาพนี้ล่ะคะ ไปหา คุณวิลเลียมมาไม่ใช่เหรอ” เสียงทักทายจากมารีซึ่งตอนนี้เธอมีเอเจนซี่ใหม่มาทาบทามเรียบร้อย จึงไม่คิดจะสนใจเจ้าของห้องเสื้อคนนี้อีกต่อไป คราวนี้ก็ถึงเวลาใครดีใครได้ก็แล้วกัน

“มาเสนอหน้าทำอะไรที่นี่” มิแรนด้าหันไปตวาดใส่ เมื่อเห็นหน้าคนที่ตนได้ปลุกปั้นมากลับมือพร้อมฝ่ามือของเจ้าของห้องเสื้อดังก็สะบัดใส่หน้าของมารีที่ทำท่าคอตั้งหน้าเชิดใส่

“คิดว่าคุณมีมือคนเดี๋ยวหรือไง” ขาดคำมารีก็เข้าจู่โจม ทั้งสองแลกตบกันจนเสียงดังสนั่น ดีที่ตรงบริเวณนี้เป็นหน้าห้องพักของสองสาวที่มารีจงใจมาเปิดห้องพักใกล้กับเจ้าของห้องเสื้อ จนเมื่อมีแขกคนอื่นๆ เริ่มเปิดประตูออกมาดู ทำให้สองสาวหยุดการลงไม้ลงมือกันแล้วสะบัดหน้าใส่แยกย้ายกันไป

มิแรนด้านั่งมองนามบัตรของมหาเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งที่เธอบังเอิญได้มาและหลังจากติดต่อพูดคุยกันอย่างถูกคอ เจ้าของห้องเสื้อดังก็นัดเจอกับมหาเศรษฐีหนุ่มพร้อมวางแผนทวงผู้ชายที่เป็นของเธอให้กลับมาสยบอยู่ตรงหน้า ทว่าศัตรูตัวร้ายคนแรกที่ต้องกำจัดให้พ้นทางก็คือมารี นางแบบที่โด่งดังด้วยมือของเธอที่ยังหน้าด้านหน้าทนรอให้ท่าอดีตคนรักของเธออยู่ได้ ส่วนอีกห้องหนึ่งมารีก็นั่งมองเงาตัวเองผ่านกระจกด้วยความเกลียดชังเจ้าของห้องเสื้อเช่นกัน

แพรนภัสขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวอีกทั้งร่างกายก็ยังมีอ้อมแขนอุ่นกอดรัดอยู่ หญิงสาวนอนคิดทบทวนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกลับตนบ้าง

เธอเสียตัวให้ไอ้บ้ากามแล้วเหรอนี่ จากที่งัวเงียไม่นานก็ลุกพรวดพร้อมเสียงโอดครวญ มือเล็กปัดป่ายผู้ชายร่างใหญ่ที่กกกอดเธอออกแล้วรีบรวบผ้าห่มผืนหนามาหุ้มร่างกายเอาไว้

“กรี๊ด! คนบ้า ลามก น่าเกลียดที่สุด” เสียงหวีดร้องของแพรนภัสดังลั่นห้องเมื่อสายตาเผลอไปกระทบกับร่างกำยำที่นอนเปลือยอยู่บนเตียงนุ่ม ในขณะที่เธอลุกขึ้นเดินมาอยู่มุมห้อง มือเล็กเอื้อมไปแหวกม่านมองบรรยากาศของเกาะที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ทว่ามันคงดูสวยสดใสมากกว่านี้หากเธอไม่ได้ตื่นมาพร้อมกับคนบ้ากาม

“จะเสียงดังทำไม ทูนหัว” เขาถามทั้งหลับตานอนเปลือยอวดเรือนร่างอยู่

“คนทุเรศ!” แพรนภัสร้องว่าเสียงดังลั่น สายตาก็มองหาเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงทิ้งกระจัดกระจายรอบเตียง ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าของผู้ชายที่นอนขยับกายราวกับเกียจคร้านอยู่บนเตียง สภาพแบบนี้บ่งบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนเขาคงรีบร้อนมาก พวกเสื้อผ้าถึงได้ถูกเหวี่ยงไม่รู้ทิศเช่นนี้ แล้วสองแก้มนวลก็แดงเถือกเข้าไปใหญ่อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นความฝันไปเสีย คิดได้ดังนั้นร่างเล็กจึงหยิกที่แขนตนแล้วร้องลั่น

“ไม่ได้ฝันหรือนี่” หญิงสาวพ้อเสียงเบาหวิว หยดน้ำตาเม็ดเล็กคล้ายจะรินไหลก่อนเงยหน้ามองเพดานสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่และพึมพำปลอบใจตัวเองไปด้วย

ไม่เป็นไรยายแพร มันเสียไปแล้วเรียกคืนไม่ได้ ตอนนี้คือไปจากที่นี่ซอย่ามามัวทำตัวเป็นนางเอกร้องขอให้รับผิดชอบ ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีกเลยไอ้ผู้ชายบ้ากาม โรคจิต

“เป็นอะไร” ชายหนุ่มส่งเสียงครางถามติดรำคาญ ไม่ใส่ใจเลยสักนิดกับร่างกายปราศจากเสื้อผ้า ที่โชว์อะร้าอร่ามต่อหน้าต่อตาหญิงสาว

ทว่าเขากลับรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกอีกด้วยตั้งแต่หลับตานอนพร้อมคนในอ้อมกอดไป แต่สาวสวยที่ยืนปิดหน้าปิดตาด้วยการกางนิ้วห่างๆ ก็หน้าแดงก่ำคอยแอบมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง สิ่งที่คิดตอนนี้คือหาเสื้อผ้ามาใส่แล้วต้องรีบออกไปจากที่นี่ ไม่งั้นไอ้บ้ากามต้องจับเธอกินอีกแน่ๆ

“ยายหัวขโมย เป็นอะไรไปอีก ร้องซะลั่น” เขาถามเสียงงัวเงียหลังจากถามไปแล้วไม่ได้คำตอบจากเธอ

“ฉันไม่ใช่ขโมยนะ เลิกยัดเยียดให้ฉันซะที” แม้จะหวาดหวั่นและเขินอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงใดแต่หญิงสาวก็โต้กลับด้วยแข็ง นาทีนี้เธอไม่ขอพูดดีกับคนฉวยโอกาสอีกแล้ว

“เจอลีลารักผมไปถึงกับลืมเลยหรือทูนหัว ทั้งที่ผมก็ใช้แค่ท่าพื้นฐานเท่านั้นเองนี่ ไม่น่าถึงขั้นลืมเรื่องที่ตัวเองทำไว้เลย หรือต้องให้ทวนความจำ ถึงจะจำขึ้นมาได้บ้างว่าทำอะไรไปบ้าง” เสียงทุ้มเย้ากลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อเห็นสองแก้มของหญิงสาวแดงเรื่อ ปากอิ่มน่าจูบก็เม้มสนิท ส่วนแพรนภัสก็อยากหาอะไรแข็งๆ มาปาใส่หัวของเขาเสียจริงที่พูดเรื่องอย่างว่าได้แบบไม่อายปาก

“อย่าฝันว่าจะได้แตะต้องฉันอีก คุณพอใจแล้วใช่ไหมที่รังแกฉันได้ ฉันจะได้กลับที่พัก” แพรนภัสโต้กลับเสียงขุ่น แล้วหันหน้าเข้าหาผนังห้องเพราะเขาไม่มีทีท่าจะหาอะไรมาปกปิดร่างกายเลยสักนิด

“ไม่ให้กลับ” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มแล้วลุกขึ้นเดินทั้งที่ไม่สวมเสื้อผ้าเข้าไปเฉียดคนร่างเล็กที่แอบแหล่มองอย่างระวัง ริมฝีปากร้อนผ่าวจึงฉกวูบลงบนแก้มนุ่มแล้วละห่าง เมื่อหญิงสาวตั้งท่าจะยกมือฟาดลงบนใบหน้าของเขา

“หยุดเลยนะแพรนภัส แล้วเอามือลงซะดีๆ แค่ทำข้าวของผมเสียหาย ทูนหัวก็ไม่มีเงินมาใช้หนี้ผมแล้ว ถ้าขืนยังคิดจะทำร้ายเจ้าของบ้านอีก ผมจะคิดค่าเสียหายเพิ่ม” เขาขู่ แล้วเดินผิวปากไม่สนอาการ อ้าปากค้าง ตาโตของหญิงสาว แล้วคว้าเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เดินเข้าห้องน้ำไป

“งก! งกที่สุด! แพรนภัสตะโกนต่อว่าตามหลังเสียงดัง ในเมื่อเธอไม่ได้ตั้งใจทำให้มันแตกเสียหน่อย

“ไม่ได้งก” เสียงทุ้มโต้กลับแล้วยักคิ้วให้อย่างล้อเลียน เขานึกแปลกใจตัวเองเช่นกันที่สนุกทุกครั้งยามที่ได้ต่อปากต่อคำกับหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ แพรนภัสมองตามแผ่นหลังกว้างจนเมื่อเขาหายเข้าไปได้สักพักเธอก็หันมามองตัวเอง ตามเนื้อตัวของเธอมีจุดแดงๆ เกือบทั้งตัว

“คนบ้า! ถ้าหน้าอย่างคุณไม่งก คนทั้งประเทศก็ไม่มีใครงกแล้วมั้ง แจกันบ้าอะไรราคาเป็นสิบล้าน ไม่เห็นจะว่ามันจะทำด้วยทองเสียหน่อย แพงจนประสาทจะกินอยู่แล้ว บอกไว้เลยฉันไม่มีปัญญาหามาจ่ายคืนคุณหรอก” บ่นจบก็เดินลากผ้าห่มไปเก็บเสื้อผ้าที่หล่นตามพื้น หญิงสาวใช้มือเขี่ยๆ เสื้อผ้าของเขาที่ทับถมของเธออยู่พอเห็นชุดชั้นในชายตกรวมอยู่ด้วยก็กรี๊ดลั่น หน้าแดงก่ำไม่กล้าแม้แต่จะหยิบมันออกไป

“ไอ้ผู้ชายลามก! โรคจิต! ทำไมต้องเหวี่ยงมาอยู่กับของฉันด้วย ไอ้คนวิปริต” เสียงหวานใสกรีดร้องลั่นพร้อมตามด้วยเสียงบ่นงึมงำ สองแก้มนวลร้อนผ่าว

“ยายหัวขโมยเป็นอะไรอีกล่ะ เมื่อคืนร้องยังไม่พออีกใช่ไหม” ชายหนุ่มโผล่หน้าออกมาถามหลังจากอาบน้ำฟอกตัวจนหอมกรุ่นไปได้ไม่กี่นาที นึกอยากลากคนตัวเล็กเข้าไปอาบน้ำด้วยเหลือเกิน แต่ก็กลัวว่าจะเลยเถิด ทว่าเมื่อโผล่ออกมาเห็นหญิงสาวยืนหลังโชว์เนียนๆ อยู่แบบนั้น เลือดลมในกายเขาก็วิ่งพล่าน

วิลเลียมเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพผ้าเช็ดตัวพันกาย หยดน้ำเกาะพราวทั่วร่าง แต่เขากลับรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนรุ่มเมื่อเดินเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงใหญ่เดินมายืนซ้อนหลังโดยที่หญิงสาวไม่ทันได้รู้ตัว เขาผ่อนลมหายใจสะดุดเป็นห้วงๆ ไม่นานมือใหญ่สอดรวบเอวคอดไว้ พร้อมทั้งทาบริมฝีปากร้อนผ่าวทั่วเนินไหล่เนียนนุ่มไล้ขึ้นไปหาซอกคอหอมกรุ่น เขารับกับตัวเองแล้วว่าเริ่มหลงใหลหญิงสาวทั้งที่ไม่เคยเกิดความรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อน เขาต้องการเธอ

“แพรนภัส” วิลเลียมครางเสียงแหบพร่า ลิ้นอุ่นเริ่มทำหน้าที่สร้างความวาบหวามแก่คนร่างเล็ก แพรนภัสยืนตัวเกร็งตกใจกับการเข้าถึงเนื้อตัวแบบรวดเร็วของเขา ยิ่งมือใหญ่ลูบวนลากไล้แล้วสอดหายเข้าไปใต้ผ้าห่มสัมผัสเนื้อแท้ของเธอทั่วกายสาวก็ยิ่งปั่นป่วนร้อนวูบวาบราวยืนอยู่กลางกองเพลิง ทั้งที่ขณะนี้เรือนร่างของเธอหาได้ถูกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงไม่ แต่ถูกโอบรัดด้วยชายหนุ่มรูปหล่อที่ยากจะหาใครเปรียบได้นั่นต่างหาก มิหนำซ้ำเขายังทำให้เธอควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้เลย ในช่วงที่ต้องอิงแอบแนบชิดกับเขา

“อย่า ปล่อยฉัน คุณแฟรงค์” แต่คำห้ามปรามของหญิงสาวก็พลันหายไปจนหมดสิ้น เมื่อริมฝีปากร้อนประทับลงบนเรียวปากหวาน พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็จัดการกระตุกผ้าห่มลงไปกองแทบเท้าของร่างบาง

“นี่!” แพรนภัสส่งเสียงได้เท่านั้นจริงๆ เมื่อถูกกระหน่ำจูบแบบไม่ลืมหูลืมตาจากริมฝีปากนุ่มก็วนไปทั่วสองแก้มเลยไปถึงซอกคอขาวที่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาจะชื่นชอบอะไรนักหนากับผิวเนื้อบนร่างกายเธอที่แดงช้ำไปหมดแล้ว

“คุณ...คุณแฟรงค์ ไม่นะ ปล่อยฉัน” น้ำเสียงห้ามนั่นแผ่วพลิ้ว จนคนฟังขยับมุมปากเผยยิ้มชอบใจเมื่อร่างสาวระทดระทวยอยู่ในวงแขนของเขา ทั้งที่หญิงสาวประกาศกร้าวอยู่เมื่อครู่ว่าไม่มีทางยอม

“อย่าห้ามผมเลย ผมต้องการคุณ” หนุ่มหล่อกระหายใคร่รักกระซิบขอเสียงต่ำลึก เคลื่อนใบหน้าขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาฉ่ำหวาน ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเว้าวอน เรี่ยวแรงก็มีไม่มากพอจะผลักไสเขา

“นะทูนหัว” เขาเอ่ยย้ำพร้อมกดริมฝีปากได้รูปแนบเคล้ากับกลีบปากหวาน ฝ่ามือร้อนก็ลูบไล้ตามผิวเนื้อเนียนนุ่มมืออย่างเว้าวอนว่าเขาต้องการเธอ

“คุณแฟรงค์ ฉะ...ฉันอยากอาบน้ำมากกว่า” ร่างบางพร่ำบอกหวังให้เขาหยุดสิ่งที่กระทำอยู่ด้วยกายสะท้านสั่นอย่างอ่อนแรงจนต้องอาศัยอิงร่างแกร่งไว้ไม่ให้ล้มพับไปกองแทบพื้น

“แต่ผมอยากรักคุณ ทูนหัว” หนุ่มหล่อค้านเสียงพร่าประทับริมฝีปาก จูบเม้มทั่วซอกคอหอมกรุ่นพร้อมทิ้งรอยรักฝากไว้ ริมฝีปากได้รูปเผยยิ้มเล็กน้อยเมื่อร่างกายของหญิงสาวสะดุ้งและเอียงอายได้อย่างน่ารักน่าชัง

“ยังกลัวผมอยู่อีกหรือ ทูนหัว” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามพร้อมสัมผัสแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนร่างสาวที่สั่นเทิ้มด้วยจุมพิตอ่อนโยนข้างซอกหูนุ่ม ซึ่งเขารู้ดีหากหญิงสาวถูกจู่โจมที่ตรงนี้เมื่อไหร่เธอจะยินยอมพร้อมใจเดินทางไปกับเขา คนเจ้าเล่ห์จงใจอ้อยอิ่งส่วนตาคมก็แพรวพราวเป็นพิเศษเมื่อได้รับเสียงครวญครางจากหญิงสาว

“อื้อ! คุณแฟรงค์ อย่าค่ะ ฉันจั๊กจี้” ร่างบางร้องห้ามเสียงแผ่วพลิ้ว หดคอเกร็งสะท้าน

“ไม่น่าจะใช่นะ” เขาเย้ากลับเพราะเข้าใจดีว่าหญิงสาวไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น คนเจ้าเล่ห์ได้ทีเลยแกล้งใหญ่

“ชะ..ใช่ค่ะ ฉัน อ๊ะ! ” พูดไม่ทันจบซอกหูนุ่มของเธอก็ถูก ริมฝีปากร้อนขบเม้มยิ่งทำให้เธอสยิว

“บอกแล้วว่าไม่ได้จั๊กจี้” คนร่างใหญ่กระซิบชิดมุมปากเผยรอยยิ้มบางเบาทว่าก็ยังกลั่นแกล้งหญิงสาวไม่หยุด ทำให้แพรนภัสได้แต่ดิ้นพล่านราวกับถูกไฟลน สองมือเล็กผลักไสไล่ทุบทั่วแผ่นหลังกว้างแต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด

“คุณแฟรงค์ คุณแฟรงค์ อย่า! พอแล้ว พอแล้ว อย่าแกล้งกันอีกเลย” เสียงหวานใสร้องห้าม ร่างทั้งร่างสะท้านไหวจนยืนหยัดร่างแทบไม่ได้ จึงเอื้อมมือเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งไว้แน่น นึกโมโหที่ถูกเขารู้จุดอ่อน แต่สักวันเถอะเธอจะหาทางเอาคืนเขาบ้างทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอไม่มีวันสู้ผู้ชายคนนี้ได้เลย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว