บัญชารักเทพบุตรเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 13 ขิงก็ราข่าก็แรง (2)

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

บัญชารักเทพบุตรเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 13 ขิงก็ราข่าก็แรง (2)

ตอนที่ 13

ขิงก็ราข่าก็แรง (2)

วันรุ่งขึ้นภายในห้องนอนของแมนชั่นหรูร่างเล็กขยับกายในอาการปวดเมื่อยตามร่างกายไม่เว้นแม้แต่จุดอ่อนไหวที่สุดในเรือนร่าง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเล็กน้อยเพราะถูกรังแกบ่อยเสียจนเธอแทบหมดแรง ใจก็นึกสาปแช่งคนฉวยโอกาส เขามันเป็นพวกบ้าตัณหาชัดๆ แพขนตางามงอนกะพริบถี่สองสามครั้งให้คุ้นชินกับแสงที่เล็ดลอดเข้ามา

“โอ๊ย ทำไมมันเมื่อยแบบนี้นะ แล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วล่ะ” เสียงหวานครวญเบาๆ แต่นั่นก็ทำให้คนที่ตื่นนานแล้วแต่แกล้งหลับแอบกลั้นยิ้มไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเรียบ

“ใช่สิ! ต้องหาเสื้อผ้าแล้วออกไปจากที่นี่” ร่างเล็กพึมพำหลังจากนึกทบทวนเรื่องราวต่างๆ ได้ และเป็นโอกาสดีที่ตอนนี้เขาหลับอยู่ เธอต้องหนี จบกันเสียที! กับคนบ้ากาม บ้าอำนาจ เธอมอบความสาวให้เขาไปแล้วถือว่าเพียงพอแล้วกับค่าข้าวของแสนแพงที่ชำรุดเสียหายนั่น ร่างบางขยับลุกจากเตียงนุ่มอย่างระมัดระวัง เดินวนไปมารอบห้องแล้วเดินหายเข้าไปทางยังมุมห้องด้านขวามือที่เธอเห็นเจ้าของห้องเดินเข้าไป ร่างบางกวาดตามองหาของที่ต้องการ เสื้อผ้าชุดเดิมที่เธอตามหาลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ในตะกร้าผ้า

แพรนภัสรีบคว้าเอาชุดนั่นแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำ สายตาก็คอยมองคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนุ่ม ทว่ายิ่งเธอรีบทุกอย่างก็ยิ่งช้าลงเพราะลนลาน โดยมีสายตาคมกริบมองทุกการกระทำของหญิงสาวแบบไม่คลาดสายตา

สงสัยจะพูดกันไม่รู้เรื่อง เธอถึงคิดจะออกไปจากที่นี่ อย่ามาโทษฉันแล้วกันหนุ่มหล่อคาดโทษอยู่ในใจ ความกรุ่นโกรธเริ่มปะทุขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมเมื่อหญิงสาวกล้าขัดคำสั่ง ในเมื่อเขาติดใจในเรือนร่างของเธอจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น แล้วเรื่องอะไรจะปล่อยเธอออกไปง่ายๆ เธอต้องถูกกักขังอยู่ในแมนชั่นแห่งนี้ จนกว่าฉันจะเบื่อเธอเอง แพรนภัส!

ร่างสูงกำยำลุกขึ้นไปคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันกายแล้วกลับไปล้มตัวลงนอนตามเดิม เพื่อรอดูท่าทีของยายหัวขโมยตัวแสบ ส่วนแพรนภัสหลังจากจัดการทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย สองมือของเธอค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำออกมาชะโงกหน้ามองคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง หญิงสาวลอบถอนใจอย่างโล่งอกที่เขายังนอนหลับสนิททว่ามันกลับไม่ใช่อย่างที่คิดและเธอก็ไม่คิดเฉลียวใจ

แพรนภัสรีบหันไปมองหากระเป๋าของตนที่ถูกเหวี่ยงทิ้งไปกองอยู่มุมห้องหลังจากที่เธอถูกเขาทุ่มลงบนเตียงแล้วรีบตรงไปยังประตู เธอสาบานหากได้ออกไปจากที่นี่ เธอจะขอพี่แอลล่าเดินทางกลับประเทศไทยทันที เรื่องหนี้สินโคตรแพงนั่นเธอก็ชดใช้ด้วยสิ่งหวงแหนและมีค่ามากที่สุดสำหรับลูกผู้หญิงให้เขาไปแล้ว เธอกับเขาไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว ทุกอย่างต้องจบ! หลังจากรีบสาวเท้าตรงมายังประตูซึ่งอีกเพียงแค่สามสี่ก้าวเท่านั้น ตัวเธอก็จะพ้นจากห้องนี้ไป แต่ทว่าเจ้าของร่างเป็นต้องหวีดร้องเสียงหลงเมื่อถูกมือใหญ่ตวัดลอยละลิ่วเข้าสู่อ้อมแขนแข็งแกร่ง อกอวบนุ่มปะทะแผงอกกว้างกำยำจนรู้สึกเจ็บ หน้าขาวผ่องซีดไร้สีเลือดทันตา

“คุณแฟรงค์!”

“เธอกำลังจะไปไหน แพรนภัส” วิลเลียมเอ่ยถามเสียงต่ำ ใบหน้าเครียดขึงจนหน้ากลัว และสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ร่างบางหวาดหวั่น ตาคู่สวยเบิกกว้าง

“พะ...แพร แพรจะกลับที่พักค่ะ” หญิงสาวฝืนข่มความกลัวแล้วเอ่ยตอบทว่าเสียงไม่มั่นคงนัก

“ที่ตกลงกันไว้ มันไม่เข้าไปในหัวสมองของเธอเลยใช่ไหม แพรนภัส!” ชายหนุ่มตวาดเสียงกร้าว มือใหญ่เลื่อนมาบีบกระชับที่ต้นแขนเรียวจนเกิดรอยแดงและคนถูกกระทำก็เริ่มปวดร้าว เรียวหน้าหวานที่ซีดเผือดเพราะตกใจเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ

“คุณแฟรงค์ แพรเจ็บนะคะ” หญิงสาวร้องบอกเสียงสั่นเครือ

“เจ็บสิดี เธอจะได้จำเอาไว้ ว่าฉันไม่ชอบคนที่ขัดคำสั่งของฉัน!” หนุ่มหล่ออารมณ์ร้อนเอ่ยเสียงเหี้ยม ตาคมดุหรี่มองราวจะฉีกเนื้อคนตรงหน้าเป็นชิ้นๆ

“ปล่อยนะ คุณแฟรงค์” เสียงหวานโต้กลับ ฝืนเชิดหน้าขึ้นมองเขา ยิ่งสร้างความไม่พอใจแก่ชายหนุ่มนัก ลิ้นอุ่นร้อนดุนดันกระพุ้งแก้มอย่างข่มอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ให้พลั้งมือบีบลำคอสวยเชิดของหญิงสาวแหลกคามือ

“ฮึ! กล้าออกคำสั่งกับฉันหรือไงแพรนภัส แล้วก็รู้ไว้ด้วยว่าอย่ามางี่เง่ากับฉัน” เขาเอ่ยเสียงต่ำลึก ตาคมจับจ้องที่เรียวปากบางสั่นระริก แล้วขยับมุมปากยิ้มเหยียดๆ

“เหอะ! คุณว่าฉันเหรอ งั้นก็รู้เอาไว้ด้วยว่าฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาบังคับเหมือนกัน แต่ไหนๆ คุณตื่นมาก็ดีแล้ว ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าฉันกำลังจะไปจากที่นี่ ไปให้พ้นๆ คนบ้ากาม คนทุเรศแบบคุณไง คุณแฟรงค์!” แพรนภัสเค้นเสียงใส่อย่างไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน ก่อนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมือใหญ่ได้สำเร็จ

“คนอย่างฉันมันทุเรศ บ้ากามตรงไหน!” วิลเลียมตวาดกร้าวด้วยความไม่พอใจที่ถูกหญิงสาวตะคอกเสียงใส่ ทั้งที่เธอเป็นเพียงแค่คู่นอนที่เขากำลังติดใจก็เท่านั้น

“ก็คุณมันบ้า หัวสมองคิดได้แต่เรื่องทุเรศๆ ไม่รู้ตัวบ้างหรือไง” ร่างบางโต้กลับเสียงแข็ง

“งั้นเหรอ” วิลเลียมขานรับเสียงห้วน พร้อมเสียงหัวเราะครางลึกในลำคอ ไหวไหล่อย่างไม่แยแส ด้านแพรนภัสได้แต่เจ็บใจที่ต่อว่าเขาไป ก็ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างนึกโกรธที่พาตัวเองออกไปจากห้องนี้ไม่ได้เสียที ตากลมเล็กตวัดมองราวจะกินเลือดกินเนื้อ

“หลีกไป!” เธอสั่งเสียงห้วน

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งคนอย่างฉัน ลืมสถานะตัวเองหรือไงฮะ!” วิลเลียมเค้นเสียงใส่ด้วยอารมณ์เดือนดาล ก่อนกระชากร่างเล็กปะทะอกกว้าง มือใหญ่ออกแรงบีบต้นแขนเรียวจนเริ่มช้ำ

“ฉันเจ็บนะ” แพรนภัสสะบัดเสียงตอบ ยกมือทุบไปบนแผงอกของเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ทว่าเธอก็เจ็บมือเสียเปล่าๆ เมื่อมือใหญ่บีบกระชับต้นแขนของเธอเหมือนจะหักเสียให้ได้

“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ไอ้คนทุเรศ” แพรนภัสร้องสีหน้าเจ็บปวด ดวงตาหวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตา ฝืนข่มความเจ็บด้วยการกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ทว่าชายหนุ่มกลับไม่สนใจว่าแรงบีบจะทำให้ร่างบางเจ็บมากน้อยแค่ไหน เขากำลังโกรธที่เธอทำท่าพยศใส่ ในเมื่อทุกอย่างตกลงกันไว้แล้ว แต่นี่คิดจะมากลับคำง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ นักธุรกิจอย่างเขาไม่มีวันยอมเสียเปรียบให้กับยายหัวขโมยชอบทำลายข้าวของคนนี้แน่

“คุณแฟรงค์! ปล่อย! ปล่อยฉันสิ บอกให้ปล่อยไงเล่า!” แพรนภัสตวาดใส่เสียงแหลมสูง ออกแรงดิ้นไม่หยุดหวังให้หลุดพ้นจากอุ้งมือร้ายกาจของอีกฝ่าย ทว่ายิ่งเธอออกแรงต่อต้านมากเท่าไหร่เขากลับยิ่งคิดว่าหญิงสาวกำลังเรียกร้องความสนใจ

“ผู้หญิงนี่มันจริงๆ เลย ทำตัวน่าเบื่อ คิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือไงฮะ! ถึงได้มาสั่งคนอย่างฉัน แล้วนี่จะดีดดิ้นไปทำไมแพรนภัส อย่าทำเหมือนไม่เคยไปหน่อยเลย” วิลเลียมเค้นเสียงใส่อย่างเหลืออดเหลือทน ในเมื่อผู้หญิงทุกคนที่เขานอนด้วยไม่เคยมีใครกล้าเถียงเขาฉอดๆ เช่นนี้ ฉะนั้นผู้หญิงหัวขโมยอย่างเธอก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขา เธอไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยปากต่อว่าเขาปาวๆ เช่นนี้พร้อมกับริมฝีปากได้รูปกระแทกลงบนเรียวปากอิ่มที่เผยอค้างหวังจะห้ามปรามเขา มือใหญ่บีบบังคับใต้คางเรียวมนปล้ำจูบอย่างลงโทษ บดขยี้ด้วยโมโหจนกลีบปากบางบวมช้ำ

เผียะ!

เสียงฝ่ามือของหญิงสาวสะบัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาทันท่วงทีหลังจากเขาถอนริมฝีปากออก วิลเลียมหน้าชาไปชั่วขณะแล้วค่อยๆ หันหน้ากลับมา มือใหญ่บีบใต้คางมนด้วยความรวดเร็วแล้วกดริมฝีปากได้รูปลงมาอีกครั้งอย่างกระแทกกระทั้น บดเบียดเคล้าคลึงจนกลีบปากสาวชาร้าวได้กลิ่นเลือด

“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้ตบหน้าฉันครั้งแล้วครั้งเล่า” เขาเอ่ยถามเสียงเครียดหลังจากบดขยี้จุมพิตจนหนำใจ ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้มเหยียด สันกรามนูนขึ้นจนน่าหวาดกลัว ตาคมมองนิ่งอยู่ที่กลีบปากบวมเจ่อของหญิงสาวแล้วกดปลายนิ้วข้างกระพุ้งแก้มทั้งสองจนเจ้าของน้ำตาร่วง

“ฉันเจ็บ” แพรนภัสเว้าวอนด้วยเสียงที่เปล่งออกมาอย่างยากลำบาก สองมือยกขึ้นหมายจะปลดมือใหญ่ออกจากสองแก้มของตนแต่ทว่าเขากลับปัดมือของเธอออก พร้อมแววตาคมส่งมาปรามอย่างดุดัน

“ถ้าเจ็บแล้วก็หัดจำซะบ้างสิ แพรนภัส จำเอาไว้ว่าเธอต้องอยู่ที่นี่ และอยู่ในฐานะอะไร อย่ามาทำร้ายฉัน ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันโหดร้ายกับเธอก็แล้วกัน” เสียงห้วนลึกเอ่ยพร้อมกับสะบัดมือออกจากสองแก้มของหญิงสาวจนร่างบางเซถลาชนเข้ากับผนังห้อง

“ไอ้คนป่าเถื่อน ชอบบังคับขู่เข็ญคนอื่น รังแกแม้กระทั่งผู้หญิง” แพรนภัสก่นด่าอย่างเหลือทนเช่นกัน ยกมือลูบแผ่วเบาบนแขนเรียวที่แดงช้ำ แล้วช้อนตามองชายหนุ่มอย่างระแวง

“แล้วไง” เขาย้อนกลับเสียงเข้มอย่างไม่ยี่หระ

“คนสารเลว” พูดจบร่างเธอก็ถูกเขากระชากจนชิดแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งราวกำแพงหินผาที่ให้ความรู้สึกเจ็บระบมแก่ร่างบางยิ่งนัก หนำซ้ำไหล่มนก็ถูกบีบด้วยกำลังมหาศาลจากแรงกรุ่นโกรธของเขา

“โอ๊ย! คนเลว ฉันเจ็บนะ ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ไอ้คนป่าเถื่อน” เพราะเจ็บจากแรงกระแทกทำให้หญิงสาวเผลอสบถออกไปเสียงดังโดยไม่รู้ว่าถ้อยคำเหล่านั้นเป็นแรงกระตุ้นความโกรธของเขาได้ดีนัก คำก็เถื่อน สองคำก็เลว ก็ดีเขาจะเถื่อนจะเลวให้เธอดู

“ฮึ! แค่ฉันทำดี พะเน้าพะนอเธออีกนิดหน่อย เธอก็หาญกล้ามาต่อปากต่อคำกับฉัน แล้วยังจะตบหน้าฉันอีก เธอนี่มันเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อสุดๆ เลยนะยายหัวขโมย ปากดีนักใช่ไหม” ขาดคำริมฝีปากได้รูปกระแทกเข้าหากลีบปากบวมช้ำ เขาบดขยี้สลับขบเม้มซ้ำที่เดิมจนได้ลิ้มรสเค็มปะแล่มของเลือด แพรนภัสเม้มริมฝีปากเพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นอุ่นรุกล้ำอย่างที่ต้องการจนสร้างความไม่พอใจแก่คนที่กำลังปล้ำจูบ เจ้าของร่างสูงกำยำจึงเลื่อนฝ่ามือเข้าหาดอกบัวคู่งามและเพียงเสี้ยววินาทีมือใหญ่ก็ฟอนเฟ้นอกอวบบดคลึงจนเรียวปากบางเผยอยอมอย่างจำนนแต่ไม่ยอมแพ้

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว