[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

บทนำ

“เรียกผู้หญิงที่ชื่อโมนาออกมาซิ ฉันอยากเห็นนักว่ามันหน้าหนาหน้าทนขนาดไหน ถึงได้เที่ยวมาแย่งแฟนคนอื่น” หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวสวมเดรสผ้ายืดแนบเนื้อสั้นเหนือเข่า ไว้ผมบ๊อบเท ใส่ต่างหูระย้าตามสมัยนิยม โวยวายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ช่วงเลิกงาน ทำให้พนักงานที่เริ่มทยอยกลับบ้านและต้องผ่านล็อบบี้ส่วนกลางไปยังลิฟต์ แสร้งทำเป็นเดินช้า ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ชื่อ‘โมนา’จากปากแขกไม่ได้รับเชิญทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่ง เพราะรู้กันดีว่าเธอ‘โหด’เพียงใด ขืน‘คุณโมนา’เผชิญหน้ากับต้นเรื่องแล้วเห็นใครแอบดูอยู่ มีหวังชะตาขาด!

ประชาสัมพันธ์สาวรีบเรียกเลขหมายภายในไปยังห้องผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ไม่ถึงห้านาที เสียงตื๊ดยาวก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูไม้ซึ่งกั้นระหว่างส่วนสำนักงานกับโถงรับรองแขกถูกผลักเปิดออก

สตรีที่ก้าวออกมารูปร่างอวบท้วมสวมสูทสีกรมท่าหลวม ๆ ทับเชิ้ตขาว เข้าคู่กับแพนท์สูทขาบาน เรือนผมสีดำประดุจท้องฟ้าในคืนเดือนมืดขมวดเป็นมวยตึงไว้ที่ท้ายทอย มีลูกผมบางส่วนเคลียข้างแก้มพรางใบหน้าให้เรียวขึ้น ดวงตาเรียวกรีดอายไลเนอร์สีดำดูดุเฮี้ยบ ขณะพวงแก้มอิ่มและริมฝีปากไร้สีสัน

“ต้องการพบฉันเหรอ” ผู้มาใหม่กอดอกกวาดตามองผู้หญิงที่ยืนอยู่ สีหน้าเรียบเฉย

“ฉันต้องการพบผู้หญิงที่ชื่อโมนา” ยายนกกระยางขายาวจนน่าอิจฉากรีดเสียงแหลมเกินจำเป็น ทั้งยังมองเธอด้วยสายตาดูถูก “มันไม่กล้ามาพบฉัน ต้องส่งยายซิ้มหน้าจืดมาออกหน้าแทนหรือไง”

‘ยายซิ้มหน้าจืด’กำมือแน่น ข่มความโกรธสุดความสามารถ “ฉันนี่แหละโมนา มีอะไรจะพูดก็ว่ามา”

คนราวีอ้าปากค้าง กวาดตามองเธอจากศีรษะจรดเท้า ก่อนหัวเราะอย่างเสียสติ “เธอเนี่ยนะโมนา!”

ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสประจำสาขาประเทศไทย เป็นรองแค่ซีอีโอเท่านั้น โมนาคุ้นเคยกับการที่พนักงานทุกคนในบริษัทให้เกียรติและนอบน้อมต่อเธอ การมีผู้หญิงสติแตกมาอาละวาดทั้งยังหัวเราะใส่อย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ ทำให้เธอไม่พอใจ...มากด้วย!

“หัวเราะอะไรไม่ทราบ” โมนาเสียงเย็น

“ฉันก็หัวเราะเธอน่ะสิ เนี่ยนะกิ๊กของชัช เขาหน้ามืดถึงขนาดคว้าผู้หญิงหน้ายังกับเต้าหูยี้เละ ๆ หุ่นบวมฉุเหมือนกระปุกตังฉ่ายมาควงแล้วรึ โอย...น่าสมเพชที่สุด”

“ฉันไม่ใช่กิ๊ก แต่เป็นแฟนคุณชัช”

“ยายอ้วน!ถ้าฝันอยู่ก็ตื่นได้แล้ว ชัชไม่ตาต่ำเลือกตุ่มต่อขาอย่างเธอมาเป็นแฟนหรอก สำเหนียกตัวเองไว้บ้าง ก่อนจะพูดอะไรเพ้อเจ้อน่าขำออกมาน่ะ”

“อ้อ...” โมนาพยักหน้าช้า ๆ “เธอคงเป็นแฟนเก่าที่โดนทิ้งละสิ ถึงได้มาอาละวาดทำตัวเหมือนผู้หญิงกลางตลาดที่นี่ มิน่า...คุณชัชถึงทนเธอไม่ได้ ไม่รู้หรือว่าคุณชัชไม่ชอบแม่รีแม่แรดเที่ยวพล่านวิ่งไล่จับผู้ชายไปทั่วเมืองน่ะ” ดวงตาเรียวตวัดไปทางประชาสัมพันธ์สาวที่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ รู้ว่าเด็กนี่คงกำลังเก็บข้อมูลสุดชีวิต

โมนาเม้มปากแน่น ตัดสินใจ “ถ้ามีเรื่องจะคุยกับฉันก็เชิญทางนี้” หญิงสาวผายมือไปทางห้องประชุมเล็กซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่...

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น แค่มาบอกให้เธอเลิกยุ่งกับชัชซะ”

“ทำไมฉันต้องเชื่อเธอ” โมนาย้อนเสียงแข็ง

“ฉันชื่อสิริวิมล เป็นแฟนชัช เขาไม่เคยบอกเธอหรือว่ามีแฟนอยู่แล้วน่ะ” อีกฝ่ายทำหน้าเย้ยหยัน

เมื่อเอาตัวผู้หญิงปากตลาดเข้าไปเจรจากันตามลำพังไม่ได้ โมนาก็หันไปทางประชาสัมพันธ์สาว “เข้าไปในออฟฟิศก่อน ถ้ามีอะไรแล้วฉันจะเรียก”

เพียงสิ้นคำสั่ง เด็กสาวก็ลนลานลุกขึ้น รีบเข้าไปในสำนักงาน เหลือคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันลำพัง

เจ้าถิ่นตวัดสายตามองแขก เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่เห็นคุณชัชพูดอะไรนี่ เขาคงเห็นว่าไม่สำคัญมั้ง”

ยายนกกระยางกำมือแน่น หน้าแดงก่ำ แล้วดึงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสไลด์จอปราด ๆ ยื่นมาตรงหน้าเธอ “ดูซะให้เต็มตา จะได้รู้ตัวซะทีว่าเธอน่ะมันแค่ตัวปลอม”

โมนาตวัดตามองรูปคู่ของชัชวินกับผู้หญิงตรงหน้าแวบเดียว แต่ก็นานพอที่จะทำให้เธออึ้ง ลิ้นแข็ง สมองมึนงง คิดหรือพูดอะไรไม่ออก

เสียงผู้หญิงแปลกหน้ายังดังแว่วให้ได้ยินต่อเนื่อง “ชัดเจนไหมยายตุ่ม เลิกยุ่งกับชัชได้แล้ว เขาเป็นแฟนฉัน”

“แค่รูปคู่ เธอก็โมเมว่าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนตัวเอง ไม่คิดว่ามันตื้นเขินไปหน่อยเหรอ” ในที่สุดโมนาก็คุมสติได้ และตอบโต้ “รูปตัดต่อหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“นังหน้าด้าน” อีกฝ่ายผรุสวาทด้วยสีหน้าโกรธจัด

“เธอต่างหากที่หน้าด้าน วิ่งไล่จับผู้ชายแบบนี้ ไม่เหนื่อยหรือไง” โมนายักไหล่ จงใจบิดริมฝีปากแสดงความรังเกียจ “ถามคนที่นี่ดูก็ได้ว่าคุณชัชเป็นแฟนใคร คงมีเธอคนเดียวมั้งที่ละเมอเพ้อพกกับผู้ชายที่ไม่ต้องการตัวเองน่ะ”

ฝ่ายนั้นอึ้งไปครู่ใหญ่ ก้มหน้าก้มตาเลือกรูปใหม่

โมนาส่ายหน้าระอา “ฉันไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับเธอหรอก เชิญกลับไปได้แล้ว” จากนั้นหมุนตัวจะกลับเข้าไปในสำนักงาน แต่ก็ช้ากว่า...

“ถ้าหาว่าฉันโกหก งั้นก็ดูนี่ซะให้เต็มตา”

โมนาถอนใจ หันกลับมาช้า ๆ ปรายตามองคนตรงหน้าคล้ายขันเด็กน้อยที่ทำผิดซ้ำซาก ทว่าเมื่อเหลือบเห็นรูปถ่ายบนจอโทรศัพท์มือถือก็อึ้ง

ภาพชัชวินเปลือยเปล่าก้มหน้าฟัดนัวเนียอยู่ตรงทรวงอกไร้อาภรณ์ของอีกฝ่าย ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่บ่งบอกว่าผ่านศึกรักมาแล้วโชกโชน ฝ่ายชายคงกำลังหน้ามืดเพราะไม่รู้ตัวเลย ทั้งที่ถูกคู่ขาถ่ายรูปขนาดนี้ แม้ไม่เห็นหน้าชัด ๆ แต่แค่เสี้ยวหน้าก็มากพอ และส่วนที่ทำให้โมนามั่นใจว่าไม่ผิดตัวแน่นอนก็คือนาฬิกาหรูบนข้อมือเขา ก็...เธอเองที่ซื้อมันให้ชัชวินเป็นของขวัญวันครบรอบหนึ่งเดือนที่คบกัน

ปลายเล็บเคลือบสีงดงามจิ้มวันที่ตรงมุมหนึ่งของรูป “สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนนี้เอง ยังต้องให้อธิบายอีกไหมว่าเขาไม่ได้ไปทำงานต่างจังหวัดอย่างที่บอกเธอไว้ นังโง่ ชัชไปกกอยู่กับฉันทั้งคืนต่างหาก”

แม้ยังไม่หายตะลึง แต่เรื่องอะไรจะปล่อยให้อีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่า โมนาแสร้งยักไหล่ ทำทีไม่แคร์ ทั้งที่ใจสั่น มือไม้เย็นเฉียบ “คุณชัชก็ทำถูกแล้วนี่ ในเมื่อฉันสนองเขาในเรื่องนี้ไม่ได้ เขาก็ต้องไปหาที่ปลดปล่อยกับ‘ผู้หญิงข้างทาง’บ้างเป็นครั้งคราว ยังไงฉันก็ต้องขอบใจนะที่ช่วยเป็นที่รองรับอารมณ์ของแฟนฉันน่ะ”

“อีบ้า อีผู้หญิงโรคจิต ไม่มีศักดิ์ศรี เอาเงินฟาดหัวผู้ชาย ซื้อให้เขาอยู่ด้วย แล้วยังมีหน้ามาด่าแฟนเขาอีกเหรอ ทุเรศที่สุด”

โมนากำมือแน่น “ฉันใช้เงินซื้อ ก็ดีกว่าบางคนที่ใช้‘ตัว’ซื้อนั่นแหละ เห็นกันอยู่ว่าฉันมีเงินไว้โปรยอีกเยอะ ส่วนเธอ...เมื่อไหร่ที่อะไร ๆ มันเหี่ยวแห้งแล้วจะใช้อะไรผูกผู้ชายไว้กับตัว น่าสงสารจริง” หญิงสาวชี้ประตู “ออกไป แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความข้อหาคุกคามความเป็นส่วนตัวและหมิ่นประมาทซึ่งหน้า”

“นี่แกโง่จริงหรือแกล้งโง่เนี่ย” ผู้หญิงคนนั้นกรีดร้อง

“จะไปดี ๆ หรือจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากตัวไป” โมนาถามย้ำ

“ฉันไม่ไป” ขนตาปลอมคู่นั้นพะเยิบขึ้นลงตามแรงโกรธ ขณะดวงหน้าเชิดขึ้นไม่ยี่หระ

โมนาบิดริมฝีปากเล็กน้อย ยืดตัวข้ามเคาน์เตอร์ไปเปิดลำโพงโทรศัพท์กดเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคาร “โทร.จากบริษัทลียองไทยแลนด์ชั้นสามสิบสองนะคะ มีคนขึ้นมาก่อความวุ่นวายที่นี่ คุณช่วยส่งคนขึ้นมาจัดการให้ทีสิคะ”

“ครับคุณผู้หญิง ผมจะส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย” น้ำเสียงขึงขังหนักแน่นดังผ่านลำโพงมา

โมนาตัดสายแล้วหันมาทางคู่กรณี กวาดสายตามองผู้หญิงที่สวยกว่าเธอในทุกด้านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไล่กลับขึ้นมาสบตากัน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“เดี๋ยวคุณชัชจะมารับฉันไปดินเนอร์ ถ้าเธอเป็นแฟนเขาจริง ก็ผูกเชือกล่ามไว้ให้ดี เพราะถ้าเขามากินข้าวกับฉัน ก็แสดงว่าเธอยกเมฆเอาเอง จบนะ”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

เปิดมาก็แซ่บล้าวววววว

ชอบไม่ชอบยังไง

ส่งเสียงบอกกันบ้างนะค้า

หัวใจร้อยดาว เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

(สิริณโพสต์สลับกันระหว่าง รอยตะวัน - ใต้ปีกรักสีเพลิง - หัวใจร้อยดาว

วันละเรื่องนะคะ ชวนนักอ่านไปกดติดตามเรื่องอื่นไว้ด้วย

จะได้มีนิยายอ่านทุกวันไม่ขาดตอน อิอิ)

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

ตอนนี้โหลดอีบุ๊ก

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช็อปช่วยชาติได้ด้วยน้า

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ

sds

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย เดือน
ติดตามคะ ขอบคุณ
เมื่อ 9 เดือน 4 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​
เมื่อ 9 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว