[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 1

เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าชัชวินจะปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องโมนา ฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ แทบไม่ต่างกับหัวใจเจ้าของห้องที่หม่นมัวลงช้า ๆ หญิงสาวบังคับตัวเองอย่างยากเย็นไม่ให้โทรศัพท์ไปถามเขาว่าสิริวิมลคือใคร เธอไม่เคยต้องลดตัวลงไปแย่งผู้ชายกับผู้หญิงคนไหน โมนาอาจไม่สวย แต่เธอก็ไม่สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น

ในที่สุดเธอก็ปิดคอมพิวเตอร์ ขณะกำลังจะหันไปคล้องกระเป๋าใส่ข้อมือก็พอดีกับที่เสียงปี๊บเบา ๆ ดังเป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า โมนาดีใจรีบหยิบเวอร์ทู โทรศัพท์มือถือมาเปิดฝาพับทันที แม้เครื่องจะเก่ามากแล้ว แต่โมนาก็ทิ้งไม่ลง เพราะมันเป็นของสำคัญแทนตัวคุณย่าผู้วายชนม์ที่ซื้อให้ตอนเธอสำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตจากสหรัฐอเมริกา แถมยังรองรับเทคโนโลยีทุกอย่างเทียบเท่าไอโฟนมาตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้ว

เมื่อเห็นไฟล์วิดีโอที่ถูกส่งมาจากเลขหมายปริศนา หญิงสาวก็มือไม้สั่น ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอบอกให้รู้ว่าความหวังที่ชัชวินจะมารับเธอไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันกลายเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว สิริวิมลโรคจิตพอจะถ่ายคลิปบัดสีที่ชายหญิงสองคนร่างเปลือยเปล่ากำลังบรรเลงเพลงสวาทอย่างเมามันส่งมาให้ดู แต่เธอ...ใจไม่ด้านพอที่จะชมจนจบ

โมราเกือบลบ ‘ของสกปรก’ ทิ้งแล้ว แต่สัมปชัญญะห้ามไว้ เธอตั้งสติแล้วส่งวิดีโอนี้ไปเก็บไว้ที่อีเมลส่วนตัว ก่อนลบไฟล์ในโทรศัพท์ทิ้ง

หญิงสาวหายใจเข้าลึก ๆ แม้จะเรียนจบปริญญาเอกด้านการเงิน แต่ในยามนี้เธอนึกไม่ออกสักนิดว่าควรทำอย่างไรต่อไป แยกแยะไม่ได้กระทั่งว่าความรู้สึกที่มีอยู่คือผิดหวัง เสียใจ โกรธ เสียหน้า หรือรังเกียจ

โมนาเพิ่งรู้จักชัชวินได้หกเดือนเศษ ครั้งแรกที่ฝ่ายบุคคลพาผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายคนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก เขาก็ทำตัวสนิทสนมกับเธออย่างเห็นได้ชัด ชัชวินไม่เคยก้อร่อก้อติกกับพนักงานสาว ๆ ในบริษัท ทั้งยังแสดงออกว่าสนใจเธอมากกว่าเพื่อนร่วมงานธรรมดา

เพียงสนิทกันได้สี่เดือนกว่าเขาก็ขอเธอเป็นแฟน โมนาดีใจจนเนื้อเต้นที่ผู้ชายตาถึงมองเห็น ‘เนื้อแท้’ ของเธอมาเกิดในที่สุด เขารักเธอโดยไม่สนใจรูปลักษณ์ภายนอก จิตใจเขาช่างแสนดีและงดงามนัก

ทุกวันชัชวินรับประทานอาหารกลางวันและเย็นกับเธอ พาไปส่งคอนโด นั่งคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งจนถึงสี่ทุ่มเศษแล้วค่อยกลับบ้าน สุดสัปดาห์เขาอ้างว่าอยากให้เธอมีวันพักผ่อน จึงแทบไม่ค่อยนัดกันเลย นอกจากนานครั้งที่จะชวนเธอไปต่างประเทศใกล้ ๆ เช่นฮ่องกงหรือสิงคโปร์ โดยออกเดินทางวันศุกร์และกลับค่ำวันอาทิตย์

จะว่าไปมันก็มีพิรุธเหมือนกัน หรือเขาจะกันวันหยุดไว้ไปไหนมาไหนกับสิริวิมล บางที...ยายนั่นอาจพูดจริง เรื่องที่เป็นแฟนของชัชวิน ขณะที่เธอเป็นแค่...กิ๊ก !

ผู้ชายหล่อ ๆ แฟนสวยราวนางแบบ มีหรือจะมาชอบสาวอ้วนหน้าตาธรรมดา ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเงิน

บทสรุปอันแสนเจ็บปวดทำให้โมนาไหล่งุ้ม หมดแรงกายพลังใจขยับตัว แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะยามเหงา ครั้นเห็นชื่อพนิดาซึ่งเพิ่งฉลองแต่งงานไปเมื่อคืนนี้บนหน้าจอ ใจคอก็ยิ่งห่อเหี่ยวหนัก

เมื่อวานเธอคุยฟุ้งให้เพื่อนทั้งกลุ่มฟังดิบดีว่าจะพาชัชวินไปแนะนำให้รู้จัก แค่ข้ามวันกลับต้องเปลี่ยนแผนซะแล้ว โมนารับสายอย่างหดหู่ เพื่อจะพบว่าปลายสายโวยวายอย่างหงุดหงิดด้วยสปีดราวจรวด เนื้อหาทั้งหมดเป็นคำบ่นถึงตุลยาเพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม เมื่อระบายจนพอใจเพียงไม่ถึงสิบนาที เจ้าสาวมือใหม่ก็วางสาย

เรื่องที่พนิดาโทร.มา ‘ฟ้อง’ ทำให้โมนาร้อนใจ นอกจากสมาชิกในครอบครัวแล้ว คนที่เธอรักก็มีแค่เพื่อนในแก๊งเจ็ดนางฟ้าซึ่งเรียนบัญชีที่มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน บัดนี้ห้าสาวแต่งงานไปแล้ว เหลือเพียงเธอและตุลยาที่ยังโสด ช่วงนี้เธอจึงลำเอียงรักตุลยาเป็นพิเศษ โมนาโทร.หาเพื่อนรักสาวโสดเพื่อคาดคั้นทันที

“ว่าไงถังถัง” ปลายสายทักทายเธอด้วยน้ำเสียงสบายใจ ใช้ฉายาที่มีเฉพาะสาว ๆ แก๊งเจ็ดนางฟ้าเรียกเท่านั้น

“เมื่อวานอยู่ด้วยกันที่งานแต่งยายด้าตั้งนาน ทำไมไม่เห็นตุ่นพูดเรื่องนี้เลย โมเพิ่งรู้ว่าอาทิตย์ก่อนตุ่นถูกไล่ออกจากงาน มันเกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือพี่เตยอีกแล้ว ตุ่นโอเคหรือเปล่าเนี่ย” โมนารัวถามเป็นชุด

ตุลยาเย็น ค่อย ๆ อธิบายปนหัวเราะ

โมนาอดทึ่งไม่ได้ ขนาดเพื่อนโดนไล่ออกจากงาน ต้องเปลี่ยนงานใหม่ แถมพี่สาวซึ่งปกติเคยหวงน้องชนิดสมควรลงกินเนสส์บุ๊ก เกิดกระเหี้ยนกระหือรืออยากให้ตุลยาไปทำงานที่บริษัทใหม่มากจนน่าสงสัย แต่ตุลยาก็ไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้นสักนิด ทั้งยังเฉไฉเปลี่ยนบทสนทนาให้โมนาลืมเรื่องเซ็งหัวใจจนหัวเราะออกอีกด้วย

หญิงสาวเกือบวางสายด้วยความสบายใจแล้ว ถ้าตอนท้ายเพื่อนจะไม่ถามถึง...ชัชวิน

โมนาลังเลว่าควรเล่าเรื่องสิริวิมลให้ตุลยาฟังดีไหม เมื่อคืนเพิ่งล้อเลียนกันทะลึ่งทะเล้นตามประสาสาว ๆ มาวันนี้ขืนตีบทโศกบอกความจริงว่าเขากำลังกกอยู่กับผู้หญิงอีกคนก็คงเสียหน้าไม่น้อย ถึงจะเป็นเพื่อนสนิท แต่เราไม่ต้องให้เพื่อนรู้เรื่องน่าขายหน้าทุกเรื่องก็ได้ รออีกสักพักแล้วค่อยบอกความจริงดีกว่า

“ฉันยังไม่ได้บอกคุณชัชเลย ช่วงนี้เขายุ่ง ๆ น่ะ ไว้นัดกับคุณชัชเรียบร้อยแล้ว ฉันจะส่งเมลเข้ากลุ่ม คอนเฟิร์มเวลาและสถานที่อีกทีนะ” โมนาตัดสินใจโกหก กะว่าอาทิตย์หน้าค่อยส่งเมลไปเลื่อนนัดก็ยังทัน

โมนาวางสายอย่างเซื่องซึม จู่ ๆ ก็นึกสงสัยว่า ที่ชัชวินนอกลู่นอกทางไปกับผู้หญิงคนนั้น เกิดจากความหวงตัวของเธอหรือเปล่า เพราะแม้จะเกิดและเติบโตในยุคที่ค่านิยมตะวันตกแผ่เข้ามาในประเทศไทยจนแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียว แต่โมนาและเพื่อนก็ยังคงรักนวลสงวนตัวไม่เปลี่ยน พวกเธอเคยไปสาบานต่อหน้าพระตรีมูรติที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์กันด้วยซ้ำ ว่าจะไม่ปล่อยตัวเผลอใจให้ผู้ชายคนไหนเด็ดขาดจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน

แม้หลายคนจะเสี่ยงขึ้นคาน แต่พวกเธอก็ยินดี ‘เก็บไว้เป็นซากฟอสซิลที่ไม่เคยใช้งานไปจนตาย’ ดีกว่าทอดกายให้ผู้ชายเชยชมง่าย ๆ ผู้ชายบางคนขู่ว่าจะทิ้งหรือเลิกรากันถ้าไม่ยอม ‘เรื่องนั้น’ พวกเธอก็ชิงตัดออกจากสารบบชีวิตทันที

เห็นสวย ๆ อย่างนี้ แต่แก๊งเจ็ดนางฟ้าไม่ได้โง่นะ(เว้ย) ถึงจะปล่อยให้ผู้ชายมาหลอกฟันแล้วทิ้งน่ะ

แล้วก็เห็นกันอยู่ว่าพวกเธอโชคดี เพราะสาวงามทั้งห้าคนในกลุ่มได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ กันไปหมด ผู้ชาย…ที่เห็นว่าความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง

เมื่อสาว ๆ อยู่ด้วยกันตามลำพัง บางทีก็ทะลึ่งจนผู้ชายตกใจ หลังเข้าหอ แต่ละคนมีเรื่องวาบหวิวคนละนิดละหน่อยมาเล่าให้สาวโสดคนที่เหลือกรี๊ดกร๊าดกันสนุกสนาน อย่างเมื่อเช้าพนิดาซึ่งเพิ่งแต่งไปสด ๆ ร้อน ๆ ก็ส่งเมลการ์ตูนรูปกระต่ายนอนหมดแรงบนที่นอน ดวงตาเป็นรูปหัวใจสีแดงดวงเบิ้ม พร้อมกับข้อความ

ถังถังกับตุ่น แกต้องแต่งงานนะ

การมีผัวช่วย ‘เติมเต็ม’ ชีวิตเราได้จริง ๆ เชื่อฉัน !

โมนาถอนใจ เมื่อเช้าโลกของเธอยังเป็นสีชมพู เปี่ยมไปด้วยความหวังถึงวันหน้าอันงดงามอยู่เลย แต่ดูเถอะผ่านไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ทุกอย่างก็กลับตาลปัตรกลายเป็นเพียงความว่างเปล่า

เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนถูกผลักเข้ามาโดยพลการ เจ้าของห้องวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ตวัดตามองผู้มาใหม่ด้วยความอ่อนใจ

“ได้ข่าวว่าวันนี้แฟนตัวจริงของคุณชัชมาอาละวาดหรือคะคุณโมนา” แสงดาว...ผู้อำนวยการฝ่ายขายถามราวกับเป็นห่วง แต่โมนารู้ว่าอีกฝ่ายประชด เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายนั้นแสดงออกชัดว่าไม่ชอบหน้าเธอ

หลังเรียนจบจากอเมริกา โมนากลับมาทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกซึ่งมีสาขาในเมืองไทย ทว่าสองปีก่อนรุ่นพี่ก็ชวนเธอเปลี่ยนงาน โมนาเลือกมารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของลียองประเทศไทย พร้อมค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวและสวัสดิการอันแสนดึงดูดใจ

แสงดาวโกรธจัดเพราะเตรียมให้เพื่อนเสียบตำแหน่งนี้อยู่ แต่กลับถูกปาดหน้าเค้กไปดื้อ ๆ ตั้งแต่นั้นอีกฝ่ายก็ประกาศตัวเป็นศัตรูกับเธอ โดยจงใจตำหนิเธอทั้งต่อหน้าและลับหลังคนในบริษัทเสมอ

เมื่อโดนประชด เรื่องอะไรจะปล่อยให้อีกฝ่ายเหน็บง่าย ๆ โมนาลุกขึ้นยืน “ขนาดดิฉันเจรจากับคู่กรณีสองต่อสอง คนยังอุตส่าห์รู้กันทั้งออฟฟิศ คนในสำนักงานนี้ ‘ว่าง’ กันจังนะคะ ส่งข่าวกันปากเป็นตะไกรเชียว”

แสงดาวหน้าถอดสี ทว่าปรับท่าทีได้รวดเร็ว เจ้าหล่อนยิ้มเย้ย จงใจซ้ำเติม “คุณโมนาอย่าคิดมากเลยนะคะ มันเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ชายคนไหนก็ต้องอยากมีแฟนสวย ๆ มากกว่าผู้หญิงขี้เหร่อยู่แล้ว คิดซะว่าอย่างน้อยก็เคยมีแฟนหล่อขนาดนั้น แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ดีกว่าไม่เคยมีเลย”

“ดูคุณแสงดาวมั่นใจจังนะคะ ว่าคุณชัชเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนั้นน่ะ”

“ถามใคร เขาก็ต้องมั่นใจกันทั้งนั้นแหละค่ะ เอ...หรือคุณโมยังมีหวังอยู่ว่าตัวเองจะชนะผู้หญิงสวยยังกับนางแบบคนนั้นได้น่ะ เอ...น่าแปลกเหมือนกันนะคะว่าคุณชัชเห็นอะไรในตัวคุณโมกันน้อ เขาอยากนอนกอดห่วงยาง ตื่นขึ้นมาพร้อมกับแม่หมูบนเตียงหรือไงนะ ถึงได้...” แสงดาวปิดปาก เห็นชัดว่าเสแสร้ง “อุ๊ยตาย ! ฉันก็จินตนาการ คิดไปเรื่อยเปื่อย อย่าถือสาเลยนะคะ”

ทั้งที่โกรธจนมือสั่น แต่โมนากลับเหยียดยิ้ม “คุณแสงดาวก็แค่เผลอพูดสิ่งที่กำลังคิดโดยไม่มีปัญญาห้ามตัวเอง ‘ตนเตือนตนไม่ได้ ใครจะเตือน’ อย่างนี้ดิฉันจะถือสาได้ยังไง ดิฉันเข้าใจดีค่ะ คุณแสงดาวอย่าคิดมากเลย”

“โมนา ! ” แสงดาวตาลุกวาว ตวาดเสียงเข้ม

โมนาตวัดตาขึ้นมองอีกฝ่าย แสร้งทำหน้าไร้เดียงสาบ้าง “ดิฉันพูดอะไรผิดหรือเปล่าคะ”

“ฉันอุตส่าห์หวังดีเตือนให้เธอเจียมตัว จะได้ไม่ถูกหลอก ยังมายอกย้อนฉันอีก ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ ”

“แหม...เกรงใจจัง เอาเป็นว่าโอกาสหน้าไม่ต้องกรุณามาห่วงใยดิฉันหรอกนะคะ คุณเอาเวลาไปเตือนสติตัวเองให้ควบคุมปากไว้ ไม่เผอเรอพูดสิ่งที่คิดซะหมดน่าจะดีกว่านะคะ”

“อวดดีอย่างนี้ ฉันคงต้องรอสมน้ำหน้าวันที่เธอถูกผู้ชายปอกลอกจนหมดตัวแทนสินะ”

“ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์สอดมือเข้ามาวุ่นวายในเรื่องที่ดิฉันไม่ได้ร้องขอ คุณมีน้ำใจมาก-ก-ก” โมนาผายมือไปที่ประตู “ครั้งหน้าถ้าดิฉันยังไม่อนุญาต ขอความกรุณาอย่าเพิ่งเปิดประตูเข้ามานะคะ คนมีมารยาทเขาไม่ทำกันหรอก”

แสงดาวจ้องเธอเขม็งราวจะกินเลือดกินเนื้อ โมนาประสานสายตามั่นไม่หลบให้สักนิด เพียงไม่กี่วินาทีผู้มาใหม่ก็สะบัดหน้าหมุนตัวออกจากห้องไป

โมนาข่มความโกรธ หิ้วกระเป๋าออกจากห้องทำงาน พนักงานบัญชีส่วนใหญ่ยังคงนั่งประจำเต็มอัตราทั้งที่เลยเวลาเลิกงานไปเป็นชั่วโมงแล้ว ดูเหมือนจะเป็นวัฒนธรรมประหลาดของคนไทย ชอบทำงานกันจนมืดค่ำทั้งที่บริษัทก็จ่ายค่าจ้างให้ถึงแค่ห้าโมงครึ่ง สมัยฝึกงานที่ต่างประเทศ อดีตเจ้านายถึงกับพูดว่า คนที่อยู่ออฟฟิศหลังเลิกงานแปลว่าไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารเวลา สมควรถูกตัดเงินเดือนด้วยซ้ำ

โมนายักไหล่ คร้านจะบ่นแล้วว่าการเปิดไฟทำงานหลังเลิกงานทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นเพียงใด

ผู้อำนวยการสาวออกมายืนมองไฟกะพริบด้านบนของลิฟต์ด้วยความหงุดหงิด พลางล้วงมือไปในกระเป๋าหมายจะหยิบโทรศัพท์มาดู เผื่อจะมีข้อความจากชัชวินบ้าง แต่...โทรศัพท์หายไปไหน

หญิงสาวแหวกกระเป๋ากว้าง หาทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่พบ จึงทวนความทรงจำว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้คือตอนโทร.หาตุลยา เดาว่าคงลืมไว้ที่ห้องทำงาน จึงรีบเข้าไปในออฟฟิศอีกครั้ง แล้วก็ต้องยืนขาแข็งราวถูกสาปเป็นหิน เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยกันมาแต่ไกล ฟังจากทิศทางก็รู้ว่ามาจากแผนกบัญชี เธอย่อตัวลงซ่อนหลังพาร์ติชั่น ค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ ขณะถ้อยคำนินทาปนเสียงหัวเราะดังเป็นระยะ

“ตอนแฟนพี่ชัชเรียกผอ.ว่าซิ้มหน้าจืดนะ ฉันอยากให้ทุกคนเห็นจริง ๆ คุณโมงี้หน้าซีดปากสั่นเลย”

“พีชว่าเราอย่านินทาเจ้านายกันเลยนะ” นี่เสียงพิชญา เธอจำได้

“โอ๊ย ! เบื่อแกจริง ๆ เลยพีช ทำตัวเป็นนางเอกอยู่ได้ ทั้งที่แกน่ะถูกโขกสับมากกว่าใคร” หัวโจกโวยวาย “ถามหน่อยเหอะ ไม่เกลียดแม่นั่นบ้างเหรอ”

“พีชทำงานผิดพลาดก็ต้องถูกดุสิ คุณโมยังชมพีชเลยว่าไม่เคยทำผิดซ้ำเรื่องเดิม แปลว่ารู้จักเอาคำตำหนิไปปรับปรุงตัวเอง”

“โอ๊ย ! อยากสรรเสริญเจ้านายก็เชิญไปคนเดียวเถอะ นี่ ๆ มาฉันเล่าต่อ เมื่อกี้ถึงไหนละ คุณโมหน้าซีดใช่มะ”

“เดี๋ยว ๆ เธอไปเห็นหน้าเจ้าหล่อนได้ไง ในเมื่อตรงนั้นมีประชาสัมพันธ์อยู่คนเดียว” โมนานึกไม่ออกว่านี่เสียงใคร

“ก็ยายนั่นละมาเล่าให้ฟัง แต่บอกให้รู้เลยว่านั่นไม่ใช่ช็อตเด็ดสุด เพราะซีนที่ฉันแทบจะปรบมือให้เลยก็คือตอนที่แฟนนายชัชเรียกคุณโมว่า ‘ยายอ้วน’ แหม...เขาด่าซะแสบเลยนะ เจ้านายเราทนฟังไม่ไหว ถึงกับต้องไล่เด็กประชาสัมพันธ์เข้ามาในออฟฟิศเลย” เจ้าของเสียงคนเดิมขยายความต่อ

“เจ้าแม่จอมโหดเนี่ยนะหน้าซีด จ้างให้ก็ไม่เชื่อเด็ดขาด”

“นี่ไง ยายนั่นกดปุ่มโทรศัพท์อัดไว้ได้พอดี ฉันเปิดฟังซ้ำตั้งหลายหน สะใจเป็นบ้า ยายแฟนตัวจริงบอกว่า...”

โมนาจิกเล็บลงในมือ ห้ามตัวเองมิให้ผุดลุกขึ้นไปตวาดใส่ผู้คนที่กำลังสนุกสนานกับการซ้ำเติมเธอ แล้วหญิงสาวก็ได้ยินถ้อยคำนั้นอีกครั้ง นอกจากประชาสัมพันธ์สาวจะอัดมันไว้แล้ว เด็กนั่นยังเผยแพร่มันต่อด้วย !

‘ยายอ้วน ! ถ้าฝันอยู่ก็ตื่นได้แล้ว ชัชไม่ตาต่ำเลือกตุ่มต่อขาอย่างเธอมาเป็นแฟนหรอก สำเหนียกตัวเองไว้บ้าง ก่อนจะพูดอะไรเพ้อเจ้อน่าขำออกมาน่ะ’

เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นอย่างสนุกสนานเฮฮา

“ห้ามไม่ฟัง งั้นพีชไม่คุยด้วยแล้ว เชิญนินทากันต่อตามสบายเถอะ” พิชญาเอ่ยจบ เสียงเก้าอี้เลื่อนก็ดังเบา ๆ

โมนารู้มานานแล้วว่าพนักงานเกรงกลัวเธอเพราะความดุเฮี้ยบและเคร่งครัดชนิดทำงานผิดพลาดไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พนักงานส่วนใหญ่จะเคยถูกตำหนิถูกเอ็ดมาบ้าง แต่นั่นเป็นเรื่องงาน เธอไม่เคยหาเรื่องกลั่นแกล้งใคร ไม่เคยพูดถึงใครลับหลัง แต่ทำไมคนพวกนี้ต้องซ้ำเติมยามเธอถูก ‘คนนอก’ บุกรุกมารังแกกันด้วย

สังคมนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด การเหยียบซ้ำเมื่อคนอื่นล้มกลายเป็นค่านิยมที่น่าชื่นชมตั้งแต่เมื่อไร ทำไมคนสวยพวกนี้ถึงใจร้าย นิสัยไม่ดี ชอบล้อปมด้อยคนอื่น เกิดมาสวยก็โชคดีแล้ว ทำไมยังต้องคอยเปิดบาดแผลคนอื่นให้ยิ่งเจ็บปวด คิดว่าเหยียบย่ำคนอื่นแล้วจะทำให้ตัวเองสูงขึ้นหรือไง ใจร้ายที่สุด !

โมนากัดริมฝีปากแน่น ข่มความรู้สึกที่ปะปนกัน ทั้งน้อยใจ โกรธ และ...เจ็บใจ

แล้วพิชญาก็เดินพ้นมุมพาร์ติชั่นมา ฝ่ายนั้นยืนนิ่งตัวแข็งเมื่อเห็นเธอ โมนายืดตัวตรงเพื่อให้ลูกน้อง ‘ทุกคน’ เห็นชัดว่าได้ยินถ้อยคำทั้งหมดแล้ว บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัด ขณะดวงตาเข้มดุกวาดมองสาว ๆ ที่หุบปากฉับ หน้าเจื่อนวางกิริยาไม่ถูกถ้วนหน้า

หญิงสาวมองหาตัวหัวโจก ส่งยิ้มเยียบเย็นและจ้องมองนิสาด้วยดวงตาคมกริบ ก่อนก้าวช้า ๆ ผ่านพิชญาไปที่ห้องทำงานแล้วกลับออกมาอย่างสง่างาม

กระนั้นภาพเหตุการณ์และบทสนทนาที่ยายนกกระยางขายาวประณามเธอเจ็บแสบกลับดังซ้ำในหัวจนน่ารังเกียจ โมนากัดริมฝีปาก กำมือแน่นจนเล็บจิกลงในมือ เธอเกลียดพนักงานพวกนั้น เกลียดสิริวิมล เกลียดทุกคนที่ชอบล้อเลียนเธอลับหลัง และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่โมนา...เกลียดตัวเองเช่นกัน !

สำนักงานของลียองอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสองร้อยเมตร แถมคอนโดมิเนียมของโมนาก็อยู่ติดสถานีรถไฟใต้ดิน หญิงสาวจึงไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว ทุกวันเธอผ่านโรงแรมหรูระดับห้าดาวซึ่งอยู่ระหว่างทางไปสถานีรถไฟฟ้าโดยไม่เคยสนใจ แต่จู่ ๆ วันนี้มันกลับสะดุดตาเธออย่างประหลาด โมนาเพิ่งนึกได้ว่าบริษัทสมัครสมาชิกฟิตเนสของโรงแรมไว้เป็นสวัสดิการสำหรับพนักงานด้วย เธอหยุดยืนบนทางเท้ามองลึกไปในโรงแรมด้วยอาการชั่งใจ

“ขอทางหน่อยป้า อย่ายืนขวางทางสิ เดี๋ยวก็ถูกชนล้มหรอก” เสียงหนุ่มรุ่นกระทงดังขึ้นจากเบื้องหลัง

โมนาตวัดตาดุ ๆ ไปมองฉับ “เรียกใครป้าไม่ทราบ”

“เอ้อ...โทษทีครับพี่ มองข้างหลังนึกว่าคนแก่” ไอ้หนุ่มนั่นหน้าแหย

“พอหันกลับมาเห็นข้างหน้าแล้วคิดว่ายังไง” โมนาคาดคั้น อารมณ์บูดกลายเป็นเน่าสนิท

“ผมขอตัวก่อนดีกว่าครับพี่ ขอโทษด้วยนะครับ” เจ้านั่นรีบก้มศีรษะเป็นเชิงลุแก่โทษ แล้วเผ่นหนีไปทันที

โมนาตวัดตาค้อนตามไปด้วยความหงุดหงิด สรรพนาม ‘ป้า’ เมื่อกี้เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เธอไม่หยุดคิดสักวินาที รีบเข้าไปในโรงแรมอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดหมายอยู่ที่...ฟิตเนส !

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

สาวออฟฟิศคงชินกับบรรยากาศเม้าท์มอยในบริษัทฯ

ใครเคยเจอเรื่องโดนเม้าท์บ้างไหมคะ

แล้วเรารับมือกันยังไง

มาเล่าให้สิริณฟังบ้างสิคะ

ไม่แน่น้า...นางเอกในนิยายเรื่องต่อไปของสิริณ

อาจเป็นคุณนักอ่านก็ด้ายยยยย อิอิ

หัวใจร้อยดาว เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

(สิริณโพสต์สลับกันระหว่างรอยตะวัน-ใต้ปีกรักสีเพลิง- หัวใจร้อยดาว

วันละเรื่องนะคะ ชวนนักอ่านไปกดติดตามเรื่องอื่นไว้ด้วย

จะได้มีนิยายอ่านทุกวันไม่ขาดตอน อิอิ)

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

ตอนนี้โหลดอีบุ๊ก

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช็อปช่วยชาติได้ด้วยน้า

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ

sds

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 8 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย anticynic6
เยี่ยม****๊ดเลยค่ะ
เมื่อ 9 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว