บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1-บทที่ 4 เรียนรู้ เรียนรัก 50%

โดย  พริ้งพราวจันทร์/ณ ทุ่งสวรรค์รัก/เขมณิช

บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1

บทที่ 4 เรียนรู้ เรียนรัก 50%

บทที่ 4

เรียนรู้ เรียนรัก

นวินดาสวมเสื้อนักเรียนสีขาวแขนยาว คอเสื้อมีคอซองไขว้สีน้ำเงินติดอยู่ ผมถูกรวบเป็นหางม้าผูกทับด้วยโบว์สีน้ำเงิน กระโปรงนักเรียนเป็นจีบรอบสีน้ำเงิน มีเข้มขัดหนังสีดำวนรอบเองตรงหัวเข็มขัดเป็นตาประจำโรงเรียน ถุงเท้าถูกพับเป็นทบจนถึงตะปมและสวมรองเท้าหนังขัดเงาสีดำ สะพายกระเป๋านักเรียนสีดำไว้ด้านหลัง จูงรถมอเตอร์ไซต์สีน้ำเงินคาดขาวที่พ่อซื้อให้ตอนที่เริ่มเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนประจำจังหวัดอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 กิโลเมตร เวลานี้เป็นเวลา 07.00 น.

“ไปโรงเรียนแล้วหรือ” สีหราชถามคนที่กำลังปิดประตูรั้ว

นวินดาหันมาทางต้นเสียง สีหราชในชุดเสื้อยืดสีขาวหมองๆ ชายเสื้อเปื่อย กางเกงผ้าสีน้ำตาลที่มีสีซีดแล้วซีดอีก มีเศษโคลนกระเด็นติดหน้านิดหน่อย แขน มือ และเท้าจนถึงหน้าแข้งเปื้อนโคลน ไม่สวมรองเท้ายืนอยู่ตรงทางเข้าบ้าน เด็กสาวพยักหน้ามองซ้ายมองขวาก็วิ่งเข้าไปหาชายหนุ่ม

“กินข้าวเช้ายังคะ” หล่อนถามดูจากสภาพแล้วคงเพิ่งขึ้นมาจากนาแหงๆ

“ยัง ตั้งใจเรียนนะ”

“ค่ะ”

“ตั้งใจเรียนคือตั้งใจเรียนนะ ไม่ใช่หาแฟน” บอกยิ้มๆ อยากสัมผัสแก้มใสๆ อีกหลายชั่วโมงเลยนะกว่าจะได้เห็นหน้าใสๆ รอยยิ้มหวานๆ นี้

“อาสิงโตหนูนาเคยบอกแล้วไงคะ ว่าหนูไม่สนใจเรื่องมีแฟน หนูนาอยากเรียนสูงๆ ”

“ครับ อาก็แค่บอกไว้เฉยๆ ”

“ค่ะๆ หนูนาไปเรียนแล้วนะคะ”

“เดี๋ยวก่อน อาให้เงินไปกินขนม”

“ไม่ค่ะ หนูนาได้จากแม่มาแล้วค่ะ”

“มักน้อยจริง ผู้ใหญ่ให้ก็รับไปเถอะน่า”

“ก็หนูนาไม่ชอบนี่คะ” เด็กสาวหน้าบึ้ง โรงเรียนเปิดเทอมมาได้สองสัปดาห์แล้ว วันนี้เป็นวันจันทร์ และทุกวันจันทร์ที่ผ่านมาสีหราชจะเรียกให้หล่อนเอาเงินจากเขา

“ไม่ชอบก็รับไว้ เข้าใจไหม อาอยากให้”

“ไหนอ่ะคะ” ไม่ว่าหล่อนจะปฏิเสธยังไงสุดท้ายหล่อนก็ต้องรับไว้เพราะเขาจะยัดเยียดให้หล่อนจนกว่าจะรับ

“ในกระเป๋ากางเกง” เขาบอกพลางใช้สายตาเพ่งให้อีกฝ่ายมองตาม

“อาหยิบให้หนูนาสิคะ” นวินดามองตาม

“หยิบเลย อามือเปื้อน” เขาบอกพลางชูมือเปื้อนโคลนเต็มแขนเกือบถึงศอก

“งั้นเดี๋ยวตอนเย็นค่อยเอาก็ได้ค่ะ”

“หนูนา...หยิบเลย”

“แต่ว่า...” ไม่รู้ว่าทำไมหล่อนถึงรู้สึกประหม่าขึ้นมาเฉยๆ

“เดี๋ยวสายนะ” เขาเร่งและแอบยิ้มในใจด้วยความเจ้าเล่ห์ นวินดาเป็นเด็กสาวที่ไม่ประสากับเรื่องความใกล้ชิดชายหญิงไม่เคยคิดลึกซึ้งเวลาที่ใกล้ชิดกับ คนที่เป็นผู้ชายโสดไม่มีครอบครัวในความรู้สึกของนวินดาเขาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่หล่อนให้ความเคารพและหนึ่งความรู้สึกคือหล่อนรักเขาแต่รักในแบบผู้ใหญ่ ซึ่งเขาก็ไม่ซีเรียสนะเพราะเขาจะสอนให้หล่อนเรียนรู้ทุกๆ เรื่องระหว่างชายหญิง

“ข้างไหนคะ” แม่จะอีดออดแต่ก็ต้องหยิบถ้าไม่ทำก็คงไม่ได้ไปโรงเรียนเสียที

“ซ้าย”

นวินดาเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มและเริ่มล้วงมือเข้าไปในซอกกระเป๋าฝั่งที่ชายหนุ่มบอก แต่กระเป๋าของสีหราชช่างลึกและเบี่ยงมาข้างหน้าทำให้หล่อนต้องขยับเข้าไปใกล้จนใบหน้าเล็กเกือบชิดกับช่วงหน้าอกและต่ำลงมาคือหน้าท้องแข็งๆ

สีหราชเผลออมยิ้มออกมามองศีรษะทุยสวยของคนที่กำลังขยับมือไปมาในกระเป๋ากางเกงของเขา

‘ควานดีๆ นะหนูนาระวังจะจับตอของอา’ เขารำพึงในใจ

“เจอสักที” นวินดาหยิบธนบัตรที่พับเล็กๆ อยู่ที่ก้นกระเป๋าชูขึ้นพร้อมกับยืดตัวขึ้น จังหวะที่ยืดตัวและเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเงิน เป็นจังหวะเดียวที่อีกฝ่ายก้มหน้าลงมา ทำให้ใบหน้าของหล่อนและสีหราชห่างกันนิดเดียว

สีหราชอยากหอมอยากจูบเด็กคนนี้จริงๆ เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความกระหายทำไมนวินดาถึงได้น่ากินมากขึ้นๆ ทุกวันนะ เขาจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้วนะ

“ตั้งใจเรียนนะ เที่ยงถ้าพักแล้วโทรมาเตือนอากินข้าวเที่ยงด้วยนะ” เขาจะไม่ยอมให้นวินดาสนใจหรือคิดถึงผู้ชายคนไหน คนเดียวที่นวินดาจะคิดถึงทุกลมหายใจคือ เขา การที่ให้เงินเด็กสาวก็เพื่อที่ทุกครั้งที่นวินดานำมาจ่ายซื้อของหล่อนจะต้องคิดถึงคนให้ เพราะฉะนั้นเขาไม่เสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยถ้าเทียบว่าหนึ่งช่วงเวลาสั้นที่เด็กสาวอยู่โรงเรียนจะคิดถึงเขา

โรงเรียนของหล่อนไม่มีกฏห้ามพกเครื่องมือสื่อสาร เพียงแต่อย่านำมาใช้ในช่วงเวลาเรียนและต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งข้อนี้ทางโรงเรียนแจ้งชัดเจนกับผู้ปกครองในวันที่โรงเรียนจัดประชุมผู้ปกครอง

“พูดอย่างกับว่าหนูนาโทรหาอาแล้วอาจะรับอย่างนั้นแหละ ลงนาไม่ได้พกโทรศัพท์นี่คะ หนูนาโทรหาจะได้ยินหรือคะ” พอเข้านาทีไรชอบวางโทรศัพท์ไว้บนห้างนา ส่วนเจ้าตัวก็ทำงานไปไหนต่อไหนปล่อยโทรศัพท์ไว้บนห้าง

“โทรมาเถอะ อาจะพยายามไม่ห่างโทรศัพท์”

“พยายามไม่ลืมกินข้าวน่าจะง่ายกว่านะคะ”

“ไม่อยากโทรหาอาก็บอกเถอะ อายเพื่อนสินะที่ต้องโทรหาอา” ถอนหายใจแล้วพูดเสียงทุ้มต่ำฟังดูคล้ายคนกำลังน้อยใจ แต่สีหน้าท่าทางยังคงปกติ ในใจเขาก็ไม่ได้น้อยใจนวินดาแม้แต่น้อยแต่มันเป็นการเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างมีชั้นเชิงไงล่ะ

“งื้อ โกรธหนูนาหรือคะ หนูนาแค่พูดไปตามความจริง ตกลงถ้าหนูนาพักแล้วจะโทรหาอาสิงโตนะคะ หนูนาไปโรงเรียนแล้วนะคะ” เด็กสาวในชุดนักเรียนมองคนตัวโตที่พูดเหมือนคนน้อยใจ อะไรกันแค่หล่อนหยอกเล่นก็ไม่ได้ ตัวก็โตทำไมทำเหมือนคนแก่ชอบน้อยใจห็ไม่รู้

“ครับ”

นาข้าวของสีหราชจะมีกระท่อมที่หลังคามุงแฝกมีเสาสี่เสามีพื้นให้นั่ง ไม่มีผนังทั้งสี่ด้านเปิดโล่งให้ลมพัดผ่านเย็นๆ เวลานั่งพักผ่อน กระท่อมทรงนี้ชาวบ้านจะเรียกว่าห้างนา ที่นี่มีห้างนาไว้ให้คนงานพักหลบแดดเป็นระยะๆ ใครใคร่สะดวกพักตรงไหนก็ไป หรือจะกลับไปกินที่โรงครัวก็ได้ นาของสีหราชมีโรงครัวมีแม่ครัวคอยทำอาหารให้ ใครไม่อยากเดินกลับไปที่โรงครัวก็สามารถห่อใส่ปิ่นโตมากินที่ห้างนาได้เลย ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพักกลางวัน คนงานก็ผละจากงานที่ทำเพื่อกินข้าวกลางวัน

“อ้าวเฮีย มากินข้าวกันเถอะครับ” สมหมายเรียกเจ้านายหลังจากที่จัดแจงเอาอาหารมาวางเรียงรายบนพื้นไม้แต่เจ้านายก็ยังนั่งพิงเสาไม่มีทีท่าว่าจะเขยิบเข้ามาในวงข้าว

“แป๊บ” สายตาคมมองจ้องสมาร์ทโฟนที่ถือยู่ เขากำลังรอสายจากใครบางคนที่รับปากว่าจะโทรหาเขาเวลาพักเที่ยง

12.05 น.

12.20 น.

12.40 น.

“เป็นอะไรเฮีย” สมหมายนอนเอนหลังอีกฟากของห้างถามเจ้านายที่ยังไม่ยอมกินข้าวเที่ยง คนงานคนอื่นกินอิ่มก็แยกย้ายไปพักตามร่มเงาของต้นไม้บ้าง ตามอัธยาศัก มีเขากับโอ่งที่นอนเล่นเกมส์บนห้างนานี้ และอีกคนคือเจ้านายที่นั่งทำท่าเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอ มีรับสายงานบ้างบางครั้ง แต่คุยเสร็จก็ยังไม่ยอมกินข้าว

12.50 น.

“เฮ้อ สงสัยลืมแล้ว กลับมาจะต้องคุยเสียหน่อยแล้ว” เขาบ่นลอยลมคนเดียว ถอนหายใจอีกรอบและก็ตั้งท่าจะกินข้าวที่สมหมายตักแบ่งแยกไว้ให้ ส่วนสมหมายและโอ่งเดินไปเตรียมน้ำแข็งและแบกถังน้ำเทใส่กระติกน้ำให้คนงานตามจุดต่าง

เขาตักข้าวเข้าปากไปหนึ่งคำสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กก็ส่งเสียงร้องดัง ชื่อที่ปรากฏอยู่หน้าจอเกือบทำสำลักข้าวที่เพิ่งตักเข้าปาก เขารีบเคี้ยวและดื่มน้ำเย็นๆ ในขันเงินตาม

“ครับ”

(อาสิงโต หนูนาขอโทษที่โทรหาช้านะคะ พอดีว่าหนูเรียนคาบสุดท้ายที่ห้องสมุด ไม่ได้เอากระเป๋าลงไปด้วย หนูไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อนและรีบมาทำแบบฝึกหัดของวิชาเคมีที่เรียนเมื่อช่วงเช้าสองข้อ หนูเพิ่งทำเสร็จค่ะ อาสิงโตอย่าโกรธหนูนานะคะ)

เสียงของนวินดาบอกด้วยเสียงร้อนรนและหงุงหงิงมาตามสายทันทีที่เขากดรับ สีหราชอมยิ้มกับเสียงน่ารักของอีกฝ่าย

“อาไม่โกรธ หนูนาเตรียมตัวเรียนเถอะ อาก็จะไปกินข้าวแล้วครับ”

(อาสิงโตยังไม่ได้กินข้าวหรือคะ หนูนาขอโทษนะ)

“อาไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็เลยคิดว่ายังไม่เที่ยงน่ะครับ” ถ้าคนงานมาได้ยินเขาพูดแบบนี้นะมีหวัง ด่าเขาในใจว่า ‘ตอแหล’ แหงๆ ก็เขาน่ะขึ้นมารอกินข้าวตั้งแต่เที่ยงแล้ว แต่ที่ยังไม่กินเพราะอยากได้ยินเสียงหวานๆ โทรหาอย่างงที่ตกลงกันไว้ตอนเช้าไงล่ะ

(ต่อไปอย่าลืมกินอีกนะคะ ต่อไปหนูนาจะบอกให้น้าสมหมายเตือนอาสิงโตเวลากินข้าวเที่ยง) เพราะไม่อยากให้เขารอหล่อนโทรเตือน กลัวว่าจะโทรช้าแล้วเขาจะได้กินข้าวช้าเหมือนวันนี้อีก

“หนูนาโทรหาอาน่ะดีแล้ว อาจจะพยายามไม่ลืมกินข้าวนะครับ ตั้งใจเรียนนะครับ” ดูเวลาแล้วนวินดาใกล้ถึงเวลาเรียน เขาน่ะแค่ได้ยินเสียงก็ดีใจแล้วอย่างน้อยหล่อนก็ไม่ลืมเขา

(ค่ะอา)

*****************************************************************************

อาจจะมีคำผิดบ้างต้องขออภัยนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายนะคะ

รัก

พริ้งพราวจันทร์

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย OR
รอติดตามคะ
เมื่อ 11 เดือน 3 วันที่แล้ว

รีวิว