หยางเสวี่ยหนี่ เเม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน

เจ็บเพราะรัก--30%--

สองปีแล้วที่หยางเสวี่ยหนี่องค์หญิงแห่งแคว้นหงเข้ามาเรียนวรยุทธ์กับเสด็จอาหญิงและบรรดาแม่ทัพทั้งหลาย จนพระเกียรติเลื่องลือกันไปทั่วแคว้น สตรีผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งแคว้นหวง อันที่จริงแคว้นนี้หาใช่บ้านเกิดของนาง หากเป็นบ้านหลังที่สองที่เสด็จอาหยางหยุนอู้และเสด็จอาหญิงหลี่ฮุ่ยอัน ฮ่องเต้และฮองเฮาของแคว้นเป็นผู้ปกครอง และพรุ่งนี้นางจะต้องเดินทางออกจากแคว้นของเสด็จอากลับไปยังบ้านเกิดของตน

หลี่เฉินชุน...ข้าขอพยายามกับท่านอีกสักครั้ง หาไม่แล้ว ข้าจะไม่วิ่งตามท่านให้เสียศักดิ์ศรีเสด็จพ่อและเสด็จแม่อีกต่อไป!

“เสวี่ยหนี่ เจ้าขึ้นมาทำอะไรบนนี้” สตรีสูงศักดิ์ใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นมานั่งคู่กับนางอย่างง่ายดาย ตอนนี้ฮ่องเต้ของแคว้นมีรับสั่งให้นางกำนัล ขันที รวมไปถึงแม่ทัพต่าง ๆ ออกตามหาหลานสาวตัวน้อย ไม่คิดว่านางจะขึ้นมานั่งเล่นบนกำแพงวังสูงเช่นนี้ ไม่แคล้วว่าหลานสาวผู้นี้ยังไม่คลายความทุกข์ใจจากเรื่องราวความรักเป็นแน่

“เสด็จอาหญิงต่างหากที่ขึ้นมาทำอะไรข้างบนนี้ หากรู้ถึงพระเนตรพระกรรณของเสด็จอา หลานอาจถูกขังลืมได้นะเพคะ” เสวี่ยหนี่กระเซ้าสตรีสูงส่งผู้เป็นแม่แบบแก่นางในทุกๆ ด้าน สตรีตั้งครรภ์ผู้นี้ควรจะห่วงความปลอดภัยของตนเองมากกว่านาง

“อาบอกแล้วว่าท่านพี่หลี่ยังไม่มีฮูหยิน เพียงแค่เจ้าพยายามทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี” ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะทอดสายตาออกไปมองทิวเขาอันงดงาม ยิ่งมองนาน ๆ ความรู้สึกเหงา อ้างว้างก็กัดกินจิตใจจนแทบจะกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือด

“หลาน...พยายามมาสองปีแล้วเพคะ หากวู่วามบุกจู่โจมมากเกินไปอาจเป็นการบีบบังคับให้คนผู้นั้นแต่งสตรีเข้าบ้านก็เป็นได้” เมื่อสองปีก่อนนางบุกไปหาหลี่เฉินชุนถึงหมู่บ้านเชิงเขา ทำความรู้จักกับบิดามารดาของหลี่เฉินชุนจนสนิทสนมกันเป็นอย่างดี แต่เขากลับตอกหน้านางกลับมาจนจุกลุกขึ้นยืนแทบไม่ไหว หากนางยังทำตัวไม่สมกับกุลสตรี เขาจะแต่งฮูหยินเข้าบ้าน นางยังจำได้ว่าตนนิ่งงันไปพักใหญ่ ก่อนเดินร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างน่าสมเพช

“ที่ที่อาและเสด็จแม่ของเจ้าจากมา มีถ้อยคำอมตะอยู่ถ้อยคำหนึ่ง น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วใจคนอ่อนๆ ที่มีเลือดเนื้อจะทนใจแข็งไปได้นานเพียงใด อาอยากให้หลานท่องจำให้ขึ้นใจและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค แม้บางครั้งมันจะเจ็บปวดทรมานจนแทบจะขาดใจตายก็ตาม” นางพยักหน้ารับรู้ คำสอนของเสด็จอาหญิงทำให้นางมีกำลังใจขึ้นหลายส่วน อย่างน้อยก็ตอนนี้ที่มีแรงฮึดสู้...

“ขอบพระทัยที่ทรงชี้แนะ หลานจะจดจำเอาไว้เพคะ” ร่างบางประคองคนท้องลงจากกำแพงด้วยวรยุทธ์สูงส่ง ทันทีที่เท้าแตะพื้นนางกำนัลฝูงใหญ่ต่างกรูกันมาตามตัว ทั้งยังแอบฟ้องพวกนางว่าฝ่าบาทขู่จะตัดหัวพวกนางไปเสียบประจานไว้หน้าวัง หากตามตัวหลานสาวและภรรยาไม่พบ เสวี่ยหนี่เบะปากก่อนจะส่งค้อนให้กับลมกับแสงดาว

“ตั้งแต่หลานมาอยู่ที่นี่จวบจนจะกลับแคว้นในวันพรุ่งนี้ คนผู้นั้นยังไม่สิ้นกลิ่นอายของอันธพาลจริงๆ ต่อไปนี้หลานไม่ได้อยู่ดูแลเสด็จอาหญิงแล้ว ท่านต้องดูแลตัวเองดีๆ นะเพคะ หากเขาทำอะไรให้ลำบากใจ หลานจะมารับท่านไปดูแลที่แคว้นหง” ฮุ่ยอันลูบศีรษะหลานสาวอย่างรักใคร่ก่อนยกขบวนนางกำนัลกลับไปยังตำหนักหยุน ที่สิงสถิตย์ของอันธพาลในคราบฮ่องเต้อย่างหยางหยุนอู้

เช้าวันรุ่งขึ้นภายในพระราชวังเกิดความโกลาหลเล็กน้อย หลายสิบชีวิตวุ่นวายอยู่กับการส่งเสด็จหลานสาวของฮ่องเต้และฮองเฮา สองสามีภรรยารักใคร่กันอย่างน่าอิจฉาในความรู้สึกของเสวี่ยหนี่ ในอ้อมแขนของเสด็จอาอุ้มองค์หญิงน้อยออกมาส่งนาง ทั้งยังโอบประคองเสด็จอาหญิงอีกฝั่งด้วยความรักที่ปรากฏในพระเนตรคมทั้งสองข้าง ช่างเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก...

“เดินทางปลอดภัย ระหว่างทางฝากเยี่ยมท่านผู้เฒ่าทั้งสองแทนอาด้วย” เสวี่ยหนี่โผเข้าอ้อมอกอุ่นของอาสะใภ้อีกครั้ง นางคำนับอำลาผู้เป็นใหญ่ทั้งสอง ก่อนกระโดดขึ้นหลังม้าด้วยท่าทีองอาจแล้วควบม้าจากไป

“หม่อมฉันกลัวเหลือเกินเพคะ” หยางหยุนอู้เข้ามาประคองฮองเฮาของตนเอาไว้ในอ้อมพระกรก่อนถามหาสาเหตุอย่างใส่ใจ

“เจ้ากังวลเรื่องอะไร” ฮุ่ยอันสบพระเนตรสวามีด้วยแววตากังวล

“หม่อมฉันกังวลว่าเคล็ดวิชาที่เราถ่ายทอดให้นางมันจะมากเกินไปเพคะ” พระองค์ดึงร่างน้อยมาปลอบประโลมนางเอนเข้ามาซบอกอุ่นเพื่อหาแหล่งพักพิงบรรเทาความวุ่นวายในใจ

“วางใจเถิด ยิ่งเรียนมากยิ่งรู้มาก ในโลกนี้การร่ำเรียนเคล็ดวิชาไม่มีคำว่ามากเกินไป” ฮุ่ยอันถอนหายใจ นางคิดแย้งสามีอยู่ในใจ ยามอาสะใภ้อย่างนางมองหลานสาวตัวน้อยนั้นดั่งมองย้อนลงไปในอดีตของตน เสวี่ยหนี่ฝึกวรยุทธ์และต่อสู้เพื่อความรักเหมือนนางเมื่อสองสามปีก่อนที่เข้าร่วมกับพรรคโจร เข้าสู่วังวนแห่งการฆ่าฟัน แววตาของเหยื่อก่อนตายยังคงตราตรึงใจของนางไม่มีวันลบล้างออกไปจนหมดสิ้น

“ฝ่าบาท หลังจากฮุ่ยอันกลายเป็นพยัคฆาก็ยากจะถอยกลับมาเป็นคนเดิม หม่อมฉันเกรงว่าหลานจะถอดใจจากท่านพี่หลี่และถอดใจจากความรักไปตลอดกาล หม่อมฉันขอประทานอนุญาตส่งสาส์นไปยังแคว้นหงมอบแด่เจิ้งฝูสื่อฮองเฮา อย่าให้เสวี่ยหนี่ลงมือสังหารคน ถ้าลองหลงเข้าไปในวังวนเช่นนี้ หม่อมฉันกลัวเหลือเกินว่าว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย” พระสวามีประทานอนุญาต ก่อนจะอมยิ้มกรุ้มกริ่มให้ฮองเฮาคนงาม

“หลังจากคลอดธิดาองค์น้อยให้ข้า เจ้าดูเคารพข้ามากกว่าแต่ก่อน มีใช้ศัพท์สูงเสียด้วย ถือว่าฮุ่ยอันของข้าพัฒนาไปไม่น้อยเลยทีเดียว” ผู้ถูกพระสวามีค่อนขอดส่งค้อนขวับ เขากำลังหลอกด่าว่าเมื่อก่อนนางไม่มีมารยาทสินะ ช่างเป็นพ่อบ้านใจกล้า!

“ฝ่าบาทตรัสเกินไปแล้ว คืนนี้บรรทมที่ห้องทรงพระอักษรนะเพคะ หม่อมฉันจะนอนกับลูกในตำหนักเพียงสองคน” ร่างบางสะบัดพระสวามีออกห่าง ก่อนจะแย่งลูกสาวคนโตมาประคองไว้ในอ้อมกอด นางพูดจริงทำจริง เป็นถึงฮ่องเต้แต่ริอ่านรังแกฮองเฮา นอนเปลี่ยวไปคนเดียวเถอะคืนนี้!

-----------------

สวัสดีค่า จั้วเจียขอฝากเนื้อฝากตัวกับนักอ่านห้องสมุดทุกคนนะคะ เรื่องนี้นางเอกของเราเก่งเเต่ต้องอัปเลเวลไหวพริบปฏิภาณขึ้นไปเรื่อยๆ โดยมีคนรอบข้างเป็นผู้ชี้เเนะ เพราะนางยังเด็กอยู่มาก หากมีข้อเสนอเเนะสามารถเเนะนำเข้ามาได้เลยนะคะ จั้วจะนำมาใช้ในการพัฒนางานเขียนต่อไปค่ะ

ปีใหม่ที่จะมาถึงจะมีการร่วมลุ้นของรางวัลนักอ่านทุกท่านสามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวและกติกาได้ที่เพจ จั้วเจีย ร้อยอักษราค่ะ แล้วพบกันตอนหน้า

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย champacat
ติดตามต่อไป
เมื่อ 9 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย เดือน
รับแต้มหมูทอง
เมื่อ 9 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว