หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่7: กรุยทางหนามสกุลจู(แก้ไข2) 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่7: กรุยทางหนามสกุลจู(แก้ไข2) 100%

(จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือ/จูเสินฝู่: เหล่าหลันช่างไม่ธรรมดา...)

บทที่7:กรุยทางหนามสกุลจู(แก้ไข2) 100%

นับว่าฉางอันเมืองหลวงแคว้นจิ้นเพียบพร้อมด้วยผู้คนหลากหลาย พวกเขามากชื่อเสียงมากความสามารถ กระทั่งกลางตลาดท้ายวังมังกร ยังปรากฏเซียนเชิงเนตรเทวา นางเป็นหญิงชราที่ทำนายชะตาคนแม่นยำ ประหนึ่งลักลอบอ่านโองการสวรรค์ อู่เหวินเหลาป่าน เจ้าของกิจการใหญ่โตยังให้ความนับถือ เขาจัดสรรที่ทางภายในหงอวี้ลหวี่เตี้ยน และหาเลี้ยงนางด้วยอาหารล้ำเลิศ

ในชั่วหนึ่งสัปดาห์ หญิงชราจะมาเพียงสามวัน นั่งประจำโต๊ะหนึ่งชั่วยามถึงสองชั่วยาม จึงมีผู้เฝ้ารอการมาของหลันเซียนเชิงเนืองแน่น ถึงขั้นแย่งชิงจับจองพำนักที่โรงเตี๊ยมล่วงหน้า กิจการของอู่เหวินฝูนับวันจะยิ่งยืนยง

แม้วันนี้หัวขบวนยาวเหยียดจนหาท้ายหางไม่พบ ถึงเวลานัด โต๊ะประจำของเซียนเชิงเนตรเทวากลับไร้เงาร่างคนปรากฏ ได้ยินว่ามีขุนนางยศใหญ่ผู้หนึ่ง เชิญนางไปเยือนจวนลับๆ พวกเขาต่างพากันเสียดาย แต่ไหนมาถึงหงอวี้ลหวี่เตี้ยนแล้ว มิสู้นั่งเล่นสักพัก ค่อยกลับไปเล่าว่าเคยมาถึงที่นี่

เสี่ยวเอ้อกับคนครัวจึงปรุงอาหารมือไม่ว่างเช่นเคย เล่าลือกันว่าเตี้ยนเสี่ยวเอ้อของที่นี่เปลี่ยนรองเท้าใหม่เดือนละห้าคู่ คนครัวจ้างเพิ่มขึ้นเดือนละห้าคน ธุรกิจนี้กำไรเติบโตรวดเร็วยิ่ง ได้ชื่อเสียงหลันเซียนเชิงร่วมส่งเสริม หงอวี้ลหวี่เตี้ยนของสกุลอู่เหวิน จึงรุ่งเรืองประดุจหยกมงคลติดปีกบิน

ยามที่ผู้รอคอยทอดถอนใจเพราะอดพบหลันเซียนเชิง เจ้าของนามลือลั่นกลับนั่งสงบเสงี่ยมในรถม้าปิดทึบ ถ้าอู่เหวินเหลาป่านไม่ให้การรับรองลูกค้าใหญ่โตรายนี้ นางไม่กล้าโดยสารตามคำเชิญแน่นอน พอรถหยุดเคลื่อนไหว หญิงชราก็จ้องประตูหลังจวนที่เปิดออกพร้อมน้ำเสียงไพเราะจากบ่าวสาวน้อย

“เชิญหลันเซียนเชิงเจ้าค่ะ ต้าเหริน(ใต้เท้า)กำลังคอยอยู่ที่เรือนใหญ่”

นางวาดไม้เท้า ก่อนค่อยๆ เดินให้สมบทบาท ในหัวคาดเดาเหตุผลที่ถูกตามตัวไปต่างๆ นานา ที่แน่ๆ ต้องเป็นเรื่องลับซึ่งส่อแววอันตรายรำไร แม้ทำใจที่ชื่อเสียงด้านนี้ คอยนำมาแต่อันตราย ทว่าตัวนางก็ถนัดหากินทางนี้ที่สุดนี่นา!

ดวงตาสีน้ำตาลใสเหลือบดูข้างเสาประตู แล้วค้อมศีรษะโดยไร้ผู้รู้เห็น ยกเว้นเทพทวารบาลเหมินเสินที่เฝ้าอารักษ์ มิให้ภูตผีข้างนอกเข้ามาก่อกวนเจ้าบ้าน นางติดตามหญิงรับใช้ไปถึงหน้าห้องทำงานขุนนางเจ้าจวน ที่จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าเป็นใคร ชื่อแซ่อะไร

สาวใช้เคาะประตู ก่อนส่งเสียงรายงาน

“หลันเซียนเชิงมาถึงแล้วเจ้าค่ะต้าเหริน”

แต่เสียงที่ตอบกลับมา กลับหวานใสดั่งระฆังแก้ว

“เข้ามาได้”

ประตูแยกเปิด เพียงพอให้หนึ่งคนล่วงผ่าน เผยโฉมห้องหับที่เต็มไปด้วยชั้นวางตำรากับม้วนกระดาษ ตรงริมหน้าต่างข้างในปรากฏสตรีร่างอรชรอ้อนแอ้น หน้าตางามผ่องใส ที่กำลังฝนหมึกให้ชายวัยสามสิบกว่า ทั้งสองแต่งกายด้วยเนื้อผ้าชนิดเดียวกัน สีเดียวกัน ทว่าลวดลายฝีปักแตกต่าง เนื่องด้วยแยกตัดชุดเฉพาะชายหญิง มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคู่รักยวนยางต่างวัย

“เชิญนั่งพักก่อนหลันเซียนเชิง จิบเหมาเจียนฉา(1 ใน 10 สุดยอดชาจีน ผลิตแถบยอดเขาสูงของเขาเชอหยุน เขาจี๋หยุนและเขาเทียนหยุน ในเมืองซิ่นหยาง มณฑลเหอหนาน น้ำชามีสีเขียวสดใสและมีกลิ่นหอมสดชื่น)ให้คลายเหนื่อย แล้วค่อยกล่าวธุระกันเถิด”

ภรรยาเจ้าจวนเชื้อเชิญ ขณะสาวใช้ผู้นำทางจัดถ้วยเพิ่มอีกหนึ่ง เพียงนางเริ่มลงมือชงชากาใหม่ หญิงชราก็ได้กลิ่นหอมชวนคลายเหนื่อยแล้ว

“แล้วรับซาลาเปาหอมนุ่มจากหงอวี้ลหวี่เตี้ยนสักลูกสองลูก”

หญิงรับใช้เลื่อนจานซาลาเปาสีขาวผ่องให้แขก เมื่อไร้คำสั่งเพิ่มเติมจากเจ้านายชายหญิง สาวน้อยหน้าแฉล้มค่อยถอยออกจากห้อง แล้วงับประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา ยามอยู่กันสามคน หลันเซียนเชิงจึงตัดใจวางถ้วยชารสเลิศลง คล้ายสนองสัญญาณที่ฝ่ายขุนนางรอคอย

“หากเป็นเซียนเชิงเนตรเทวาแห่งฉางอัน ที่เตี้ยนเหล่าต้าอู่เหวินฝูคารวะนับถืออย่างจริงใจ ไม่ต้องเอ่ยปาก คงทราบความต้องการแล้วใช่หรือไม่”

คนชราดีใจที่กลืนน้ำชาลงท้องเรียบร้อยแล้ว ไม่เช่นนั้นนางต้องเสียมารยาท สำลักมันใส่เจ้าบ้านชายที่แผ่รัศมีคุกคามอยู่เป็นแน่ คนจะทราบได้อย่างไร!

นางก็เป็นมนุษย์เหมือนเมียเขา มิใช่เทพลิขิตชะตาสักหน่อย!

บุคคลผู้นี้นี่!

“แฮ่ม...”

ร่างงองุ้มกระแอม ก่อนขมวดคิ้ว ที่จู่ๆ ปรากฏร่างโปร่งแสงกลุ่มหนึ่งลอยทะลุผนังห้องเข้ามา พวกเขามีเค้าหน้าใกล้เคียงหนุ่มใหญ่ที่นั่งขึงตาดุใส่นาง เห็นจะเป็นบรรพบุรุษผู้ปกป้องลูกหลานจากโลกหลังความตาย วิญญาณขบวนนี้มีทั้งหมดหกตน ชายประคองหญิงหนึ่งคู่ ติดสอยห้อยตามด้วยข้ารับใช้ชายหญิงอีกสองคู่ สีหน้าพวกเขาขาวซีดกว่าผีปกติสักสองเท่า

เอ...นางไม่ทันบอกกล่าวเลยว่า สามารถติดต่อกับภพผู้ปราศจากร่างได้ เหตุใดวิญญาณบรรพบุรุษเจ้าจวนถึงโผล่มาว่องไวทันใจ หรือจะเป็นเทพทวารบาลทรงแนะนำพวกเขามา...

“หากต้าเหรินไม่ถือสาว่าการอนุญาตให้เหล่าหลันผู้นี้ อยู่ตามลำพังตรงนี้สักครู่ เป็นการล่วงเกินงานราชการหรือของสำคัญใดๆ เมื่อต้าเหรินกลับมาอีกครั้ง เหล่าหลันย่อมมีคำตอบให้อย่างแน่นอน”

ใบหน้าบึ้งตึงของเจ้าบ้านชายทบทวีความขึ้งดุ ทว่าภรรยาเยาว์วัยกลับโน้มตัวเป่าคำพูดข้างหูเพียงสามสี่ประโยค ขุนนางผู้ขึงขังก็ผุดลุกจากที่นั่ง พลางประคองสาวน้อยคนงามออกเดิน และไม่ลืมทิ้งสายตาข่มขู่ผู้ชรา หากมีคำตอบให้ไม่ถูกต้อง เจ้าก็อย่าหวังรอดพ้นเขตจวนข้าไปได้!

หลันเซียนเชิงถอนหายใจ เหตุใดอู่เหวินฝูกล้ารับรองชายที่ดุร้ายราวกับพยัคฆ์ผู้นี้ เขาไม่กลัวเซียนเชิงเนตรเทวาจะสิ้นชื่อไปจากฉางอันเลยหรือไร!

ทันทีที่ประตูห้องปิดตามหลังคู่ยวนยาง หมดคนไร้พรสวรรค์ก็เหลือนางกับเหล่าผีบรรพชน พวกเขาลอยไปนั่งเบื้องหลังโต๊ะแทนเจ้าจวนคนปัจจุบัน

‘ลูกหลานสกุลจูล้วนรับราชการ เป็นข้ารองบาทเจ้าแผ่นดิน บางรุ่นโดดเด่นสะดุดตา เป็นที่ริษยาชิงชังดั่งเช่นจูเสินฝู่ ผู้เชิญเจ้ามาเยือนจวน ตลอดชีวิตขุนนางขั้นสาม จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือ(ขุนนางในสำนักจวนมหาเสนาบดี สกุลจู)ดำรงตนตามวิถีเปาชิงเทียน(เปากระจ่างฟ้า หมายถึงท่านเปาบุ้นจิ้นแห่งเมืองไคฟง)ผู้พอใจชื่นชมผลงานมีไม่น้อย ผู้ขัดเคืองชิงชังก็มีไม่น้อย ทว่าคราวนี้ไม่รู้ไปแตะต้องผู้ใดเข้า จึงประสบอุบายสกปรก หวังเล่นงานสกุลจูสายหลัก แม้ไม่สาหัสขั้นประหารเก้าชั่วโคตร แต่เกรงชีวิตราชการของจูเสินฝู่อาจจบสิ้นโดยอยุติธรรม พวกข้าหาได้ดูดายต่อทุกข์ยากของบุตรหลานไม่ แต่เคยได้ยินหรือที่เสียงคนตายดังเท่าเสียงคนเป็น ฉะนั้นสกุลจูต้องติดหนี้บุญคุณหลันเซียนเชิงแล้ว’

พอผู้เฒ่าตัวจริงประคองสองมือคารวะ นางก็รีบคารวะตอบ พลางกล่าวถ่อมตัวทันที อายุขัยชาตินี้จะสั้นลงไม่ได้ จนกว่าส่งมังกรแฝดถึงที่ทางเสียก่อน

“มิได้ๆ จูต้าเหรินอย่าได้เกรงใจจ้ายเซี่ย(ผู้ต่ำต้อย) ถ้าไม่เกินความสามารถ หลันเซียนเชิงต้องช่วยเหลือ”

วิญญาณบรรพบุรุษรัศมีสว่างขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกอารมณ์ที่เริ่มปลอดโปร่งจากภาระ แล้วผีชายชราก็เล่าเรื่อง

‘จูเสินฝู่เป็นจ่างสือประจำเฉิงเซี่ยงฝู่(สำนักจวนมหาเสนาบดี) ย่อมเกี่ยวข้องกับสกุลมู่ถึงสิบส่วน คราวนายต้องการบุกทางคด เจ้าจูผู้นี้กลับบุกทางตรง เมี่ยวจงจิ้งคู่แข่งจึงเหมาะสมมากกว่า มิทราบเป็นเล่ห์กลหวังลดขั้นหรือไม่ มู่เฉิงเซี่ยง(มหาเสนาบดีสกุลมู่)จึงมอบหมายธุระสำคัญ ได้ยินว่าเมืองเหวินซาน(อยู่ในมณฑลยูนนานที่ได้รับสมัญญานามว่า มณฑลแห่งสมุนไพรของจีน)ปรากฏโสมอายุวัฒนะ พันปีจะพบสักหนึ่งครั้ง จูเสินฝู่เร่งเดินทางเสาะหาและนำกลับมาให้มู่กุ้ยเฟยทูลถวายแด่เฉียงหลงหวงตี้ ของร้อนเช่นนี้ควรส่งถึงมือนาย แต่เร่งรุดปานใดก็ไม่ทันเวลาปิดประตูวัง จำใจนำกลับมาพักที่จวนสกุลจู ทว่ายามตื่นกลับพบว่าของสำคัญล่องหนหายเสียแล้ว จะสืบความทางใด ล้วนไม่อาจเปิดเผย พวกข้าเท่านั้นที่รู้แจ้ง ในจวนสกุลจูมีบ่าวคิดคดทรยศนายแอบแฝงอยู่’

เซียนเชิงชราพยักหน้ารับ ที่แท้เดือดร้อนด้วยเรื่องเช่นนี้เอง มู่เฉิงเซี่ยง มู่เฉิง...เซี่ยง...อัครเสนาบดีมู่ อ้า...มู่กุ้ยเฟย!

พ่อลูกคู่นี้ คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ ประสานเสียงไพเราะเหลือเกิน ไม่ต้องสงสัยเลย เหตุใดจูชิงเทียน(จูกระจ่างฟ้า)จึงหน้าดำต้อนรับนาง

“จูต้าเหรินทราบตัวบ่าวกับที่ซ่อนของ ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด จ้ายเซี่ยจะกล่าวแก่จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือ แต่ยังต้องรบกวนจูต้าเหรินจับตาดูพวกเขา กระทั่งจับคนได้พร้อมหลักฐานก่อน”

นอกจากเป็นการพิสูจน์ความสามารถในฐานะเซียนเชิงเนตรเทวา นางก็ปรารถนากระชับเส้นสายกับเจ้าจวนสกุลจูคนปัจจุบันด้วย ประเด็นนี้สำคัญยิ่ง!

เมื่อผีบรรพบุรุษรับปาก จัดส่งวิญญาณรับใช้ออกไปเป็นหูเป็นตาแล้ว หญิงชราค่อยใช้ไม้เท้าประคองกายลุกจากเก้าอี้ ก้าวเท้าเชื่องช้าไปเปิดประตู นางพบเจ้าจวนกับฟูเหรินสาวน้อยปักหลักรอหน้าห้องพอดี มิรู้ช่วยกันแอบฟังบทสนทนา และจับคำไปได้สักกี่ประโยค

เซียนเชิงสูงวัยแสร้งไม่เห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของพวกเขา แล้วกล่าวเชิญ

“ขอเชิญต้าเหรินกับฟูเหรินด้านใน เหล่าหลันมีคำตอบให้พวกท่านแล้ว”

พอจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือประคองภริยานั่งลงพร้อมกันแล้ว ร่างแก่ชราค่อยยักแย่ยักยันตามมานั่งหน้าโต๊ะ

“ของที่ต้าเหรินตามหายังอยู่ในจวน ไม่ทราบคือคำตอบที่รอคอยหรือไม่”

ขุนนางหนุ่มใหญ่ย่นหัวคิ้วกระบี่ สีหน้ายากกล่าวสรุปว่าตกตะลึงหรือโกรธแค้น เพราะมันปนเปประดุจละลายผงเกลือในน้ำ นางไม่รอให้จูชิงเทียนเปิดปากไต่สวน ก็ชิงจู่โจมต่อ

“หากใช่ เหล่าหลันขอรบกวนต้าเหรินกระทำดังนี้ ก้าวไปบูรพา(ตะวันออก)สองก้าว ก้าวไปอุดร(เหนือ)ห้าฉื่อ(1.15เมตร) อยู่ที่ตู้ตำราชั้นที่ห้าข้างกายต้าเหริน ถ้าพบแล้วนำใส่กล่อง เห็นสมควรที่จะสั่งเสียฟูเหรินเล็กน้อย ก่อนต้าเหรินจะเอาของเข้าวัง แต่ให้ลูกน้องยอดฝีมือจับตาดูที่นี่ ผู้ใดกล้าเล็ดลอดเข้ามาหา ผู้นั้นเป็นคนที่ต้าเหรินต้องการตัว เหล่าหลันขอล่วงเกินอีกนิด ผู้ทำการอุกอาจเช่นนี้ มักเตรียมใจไม่ขายนาย หากโดนเปิดโปงย่อมไม่กลัวตาย ต้าเหรินตั้งใจจับคนซักไซ้ เกรงจะไม่ได้เรื่องได้ราวนัก”

จูเสินฝู่คลายเส้นเคร่งเครียดบนหัวคิ้ว นางทราบความละเอียดและวางแผนดักทางรอบคอบ เขาจะไม่รับมาพิจารณากระไรได้ หลังจากพบโสมชิ้นสำคัญที่ล่องหนหายแต่เช้าดังที่ฟังมาแล้ว ประมุขสกุลจูก็ตระหนักว่าผู้ก่อการครั้งนี้ควรเป็นคนเก่าแก่

“รางวัลของหลันเซียนเชิง อู่เหวินเหลาป่านจะเป็นผู้นำไปให้ภายหลัง”

เขานำโสมอายุวัฒนะใส่กล่องที่ต้องส่งถึงมือพ่อลูกสกุลมู่ ก่อนเก็บกล่องว่างเปล่าของขโมยคืนที่

“เหล่าหลันหมดความสำคัญแล้ว เห็นสมควรกลับหงอวี้ลหวี่เตี้ยนก่อน”

เจ้าจวนสกุลจูโบกมือคล้ายไล่ ขณะที่ฟูเหรินเยาว์วัยเดินมายืนเคียงข้างสามี ทันทีที่ลับหลังเซียนเชิงชราผู้ลึกลับ นางแน่ใจว่าเขากังขาที่มาของบุคคลผู้นี้เช่นเดียวกัน

“ก่อนสืบหาเรื่องราวของนาง อย่าลืมว่าเราต้องสั่งเสียกันนะเจ้าคะ”

โฉมตรูเย้าเบาๆ เรียกรอยยิ้มขันปรากฏบนมุมปากกระด้าง

“ถ้าเจ้าทำหน้าเล่นสนุกเช่นนี้ กลัวจะหลอกได้แค่ทารก...”

น้ำเสียงแข็งดุของเขา ยามเอ็นดูฟังรื่นหูเป็นพิเศษ

สาวน้อยค้อนควัก พลางก้าวเท้าตามการจูงของสามีไปหน้าห้อง แล้วใบหน้าอ่อนเยาว์ก็สลายความสนุกสู่บทโศกา ประเดี๋ยวคู่ยวนยางก็ร่ำลากันประหนึ่งไม่มีวันได้พานพบอีกที่ประตู กระทั่งบ่าวไพร่ต่างงุนงงท่าทีเจ้าจวนผู้เคร่งขรึมกับฟูเหรินคนงาม

หลังจากวันนั้นมา เรื่องเดือดร้อนลับๆ ของสกุลจูจบลงเงียบเชียบ อู่เหวินฝูนำรางวัลที่ได้จากการช่วยเหลือจูต้าเหรินมามอบแก่เซียนเชิงเนตรเทวา เป็นตั๋วเงินมูลค่าพันเหลี่ยง(ตำลึง)ทอง พร้อมคำขอบคุณคล้ายแฝงนัย อนาคตจูชิงเทียนผู้นี้อาจยอมลงทุนหลับตาข้างลืมตาข้างให้เหล่าหลันบ้าง

นางนำเงินที่ได้จากการช่วยเหลือ รวมถึงที่ทำนายชะตาไป มาเปิดโรงทานแบ่งปันทั้งคนทั้งผี มีอู่เหวินเหลาป่านร่วมด้วยช่วยเหลือ เขาจัดหาคนและสถานที่ให้เรียบร้อย โรงทานแห่งนี้ กลางวันคนเนืองแน่น ครั้นพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ผีก็เนืองแน่น สุนัขจรจัดบนถนนมักกู่หอนให้ชาวบ้านด่าทอ บางคนเหลืออดคว้าไม้ไล่ตี แต่พอระยะเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนกว่าๆ พวกมันจึงเริ่มคุ้นชิน เปลี่ยนมากระดิกหางทักลมทักอากาศที่ไร้ผู้สนใจ

เมื่อสกุลจูทราบเซียนเชิงเนตรเทวาทุ่มเงินสร้างมหากุศล พวกเขาก็ส่งทรัพย์มาอุดหนุนลับๆ ผ่านทางหงอวี้ลหวี่เตี้ยนเหล่าต้า ชื่อเสียงของนางเกรงจะมีแต่ยิ่งรุ่งโรจน์ จนสบโอกาสสั่งสมบุญคุณกับขุนนางสกุลต่างๆ ร่วมกับเหล่าเศรษฐีทั่วแคว้นจิ้น

หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า เห็นทีพรรคพวกของหลันเซียนเชิงจะแกร่งกล้าพอก่อตั้งสำนัก ที่สามารถเปิดมติสวรรค์ และเขย่าราชบัลลังก์มังกรได้!

คุยกับแพนด้า:(3/7/19)

แพนด้าไม่ได้ตั้งใจหายหน้านานเลย แต่พอดีมีเหตุให้ต้องเดินทางและทำงานบ้านเพิ่มเติม จากที่เคยเขียนสบายๆ สามารถไหลไปได้เรื่อยๆ ก็ติดขัด คิดไม่ออก สรุปตอนนี้ก็ยังวางโครงละเอียดรายบทไม่เสร็จนะคะ ยังไม่ได้เริ่มเขียนบทของเล่มสามเลยค่ะ แพนด้าว่าอีกเหตุผลหนึ่งคือ แพนด้าต้องแพลนเรื่องอย่างละเอียดจนจบก็คือคิดไปจนจบ ประมาณว่าอีกหน่อยนอกจากเขียนตามแพลนแล้ว คงไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อนอีก เพราะวางพล็อตมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่างจากตอนเขียนเล่มหนึ่งกับสอง ที่ระหว่างทางแพนด้ามีสมองตันบ้าง เขียนอะไรออกนอกลู่ทางที่กำหนดไปมากบ้าง 55555 จริงๆ กับทุกเล่ม แพนด้าควรทำแบบเล่มสามไว้ก่อน ทีนี้ด้วยความขี้เกียจ ยอมรับเลยค่ะ นิสัยเป็นคนมักง่ายทั้งที่เหมือนจะเคร่งระเบียบนะ ฮาาาาา เป็นคนค่อนข้างไร้หลักการชอบกล

และทีนี้ยังมีอีกเรื่องที่ก่อนหน้าแพนด้าจะหายไป ทิ้งไว้ให้ค้างคากันอยู่ คือเรื่องที่ปิดตอน ขอให้เปิดใหม่ ระหว่างที่แพนด้าไมไ่ด้เปิดคอม แพนด้าก็คิดเรื่องนี้อยู่นานด้วยค่ะ แพนด้าจำได้ว่าแจ้งคนอ่านเกี่ยวกับว่าใกล้จะจบแล้วนะคะประมาณบทที่58 59และบทที่60(บทจบ) จำได้ว่าบทที่59กับ60 ลงไล่ๆ กันมาก วันเดียวกันด้วย คงเพราะเหตุนี้ไหมคะที่ทำให้ไม่แจ้งเตือนบทจบ แต่แจ้งเตือนบทที่59 แทน และแพนด้าก็ย้ำว่าจะเปิดให้อ่านสองอาทิตย์ วันที่แพนด้าลงบทที่60 เป็นวันที่ 3 มิถุนายน 19 และปิดในวันที่ 17 มิถุนายน 19 ทั้งเขียนบนชื่อตอนด้วย คิดว่าถ้าคนอ่านแวะเข้ามาทุกวันหรืออาทิตย์ละหน ต้องได้อ่านแน่นอนค่ะ ยกเว้นว่าช่วงสองอาทิตย์ไม่ได้เข้ามาเลย ก็คงพลาดไปค่ะ ฮือออ

แพนด้าเลยขอเป็นไม่เปิดตอนจบแล้วลงตอนเก่าๆ ต่อไปจนเสร็จตามแพลนที่แพนด้าวางไว้แต่แรกนะคะ แต่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้วแพนด้าจะไม่สนใจคิดอะไรเลย นอกจากแพนด้าจะรู้กำหนดจบเรื่อง และแพนด้าจะย้ำในแต่ละตอนจนให้เบื่อกันไปข้าง แพนด้าก็ต้องขอความร่วมมือจากคนอ่านด้วย ช่วงไหนใกล้จบแล้วช่วยติดตามกันหน่อยนะคะ ในแต่ละเล่มแพนด้าล็อกตอนอยู่ที่ 30 ตอน ซึ่ง เล่มสองจบที่ตอนที่60 ดังนั้นถ้าเล่มต่อๆ ไปเลขตอนรันไปใกล้จะครบ 90 ในเล่ม3 และ 120 ในเล่ม4 เข้ามากันสักอาทิตย์ละหนก็ยังดีค่ะ จะได้ไม่พลาดในระยะสองอาทิตย์ที่แพนด้าเปิดตอนสุดท้ายให้อ่านเหมือนเล่ม1

ความคืบหน้าวางรูปเล่ม2 และอีบุ๊ค ทางสนพ.กำลังจัดทำอาร์ตเล่มอยู่นะคะ แพนด้าว่าจะสอบถามช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอีกทีหนึ่ง ถ้าทราบแพลนวางแผงเมื่อไหร่ แพนด้าจะรีบแจ้งค่ะ

สุดท้ายขอบพระคุณนักอ่านทุกคนที่ติดตามผลงานแพนด้ามากเลยนะคะ แพนด้าขอเลือกตอนคอมเม้นต์บางอันก่อนนะคะ เฉพาะอันที่ยังไม่กระจ่างในคำตอบที่แพนด้าบอกไว้ในคุยกับแพนด้าค่ะ

และงานอีบุ๊คเล่ม1 สามารถซื้อได้ตามแอพพลิเคชั่นร้านหนังสือต่างๆ แต่แพนด้าขอแนะนำพี่เมพขาโจ๋ค่ะ

คุยกับแพนด้า:

ถ้าคนอ่านท่านไหนเชี่ยวชาญภาษาจีน แนะนำการใช้คำกับแพนด้าได้เลยนะคะ แพนด้าก็หัดเขียนแถมยังไม่เคยเรียนภาษาจีนด้วย อาศัยอากู๋กับตำราดำน้ำเอาล้วนๆ เลยค่ะ ไวยากงไวยากรณ์อย่าเท้าความถึง แพนด้าไม่รู้จริ้งงง ตอนแรกว่าจะเขียนแบบง่ายๆ ไทยๆ แต่เขียนไปก็คิดว่าขาดอะไรหลายอย่าง ประมาณรู้สึกว่ามันไม่ใช่ๆ สักที ก็เลยออกมาครึ่งๆ 5555

คุณjurarat: เอการดำเนินเรื่องในตอนซ้ายก็ผี ขวาก็ผีไม่เคลียร์เหรอคะ ตรงจุดไหนคะ แพนด้าจะได้รีบไปหาทางเพิ่มรายละเอียดทันทีค่ะ

คุณMean meaw: อะแล้วไปค่า แต่ถ้าอ่านๆ แล้วงงอะไรยังไง ถามแพนด้าได้เลยนะคะ

คุณmissben: มาต่อให้แล้วค่า อาจสั้นๆ เหมือนเดิม 55555

คุณduean: ยินดีให้ตามติดนะค้าา

คุณMissmars: ตอนต่อไปก็มาแล้วนะคะ

คุณThatsanee Ueng: แพนด้าสะดวกเมื่อไหร่ ไม่รอช้ารีบลงให้เลยค่ะ กอดดด วันนี้อากาศเย็นมากกกก ถ้าเริ่มมีอาการโด้ปวิตซีนะคะ ช่วยได้จริงๆ

คุณAiDaw: ขอบคุณค่า ตามกันนานๆ น้า

คุณmuy: แพนด้าลงให้จบตอนพอดีค่ะ เลยสั้นไปมากกกก ยังมีจ๊อบหลักรอให้เธอสางกระจุกบะเริ่มแน่ะค่ะ

คุณjueleng: แพนด้าโผล่มาทักแล้วนะคะ หายคิดถึงยังเอ่ย อิอิ

คุณLekos: มาต่อแว้วววค่ะ

คุณPattanaporn Daengkorkua: ขอบคุณค่ะ ตอนใหม่มานิ้ดๆ แล้วน้า 5555 ชีวิตนี้ต้องสู้ของจริง!

คุณkloy_lisa: ขอบคุณค่า รีบเสริ์ฟบทใหม่ละนะค้า

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Malee Saelee Chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 4 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Mongdai
ขอบคุณนะคะ
เมื่อ 7 เดือน 3 วันที่แล้ว

รีวิว