เงารัก พันธนาการสวาท-บทที่ 1 ลมพัดหวน 25%

โดย  โมรียา

เงารัก พันธนาการสวาท

บทที่ 1 ลมพัดหวน 25%

ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด รถราเนืองแน่นเต็มท้องถนน บาทวิถีเนืองแน่นไปด้วยแผงลอยจนแทบจะไร้ทางเดิน ขณะที่วินมอเตอร์ไซวิ่งสวนเลนกันยั้วเยี้ยเต็มไปหมด เสียงแตรบีบใส่กันดังสนั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงก่นด่าขโมงโฉงเฉง

ปรี๊น!ปรี๊น!

“เห้ย!น้องเดินดีๆ ดิอยากตายรึไง!”

“ขะ ขอโทษค่ะ”

หญิงสาวลนลานขอโทษด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ วินมอเตอร์ไซก็พุ่งเข้าหาแล้วหักหลบอย่างอย่างรวดเร็ว ทว่าเหตุการณ์ฉุกละหุกเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีนั้น ทำให้ร่างน้อยๆ เซล้มไม่ล้มไปเป็นท่า

“ระวังหน่อยเซ่!”

ใบหน้าทะมึงถึงทำให้เธอก้มหน้างุด น้ำตามันแทบไหล เข้ากรุงเทพวันแรกก็เกิดเรื่อง หญิงสาวมองข้าวของที่ตก

เกลี่อนพื้นสลับกับฝ่ามือที่ถลอก พลางนึกถึงจุดประสงค์ที่บากหน้าเข้ามาวันนี้ก็ทำไห้ต้องรีบปาดน้ำตาแล้วก้มเก็บของอย่างรวดเร็ว

รมิดากอดกระเป๋าใบน้อยแน่น สองเท้ารีบจ้ำให้พ้นช่วงถนนอันแสนวุ่นวายและกว่าจะผ่านมาได้ก็กินเวลาไปเกือบสิบห้านาที

ครืน!ครืน!

เดินต่อมาเพียงไม่นาน ท้องฟ้าที่สว่างสดใสกลับมีเมฆหมอกมาบดบัง ความอึมครึมปกคลุมไปทั่ว สภาพดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามจากเบื้องบนดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้สองเท้าเล็กๆ รีบก้าวไปให้ถึงจุดหมายโดยไว

ซ่า....

เพียงแค่เสี้ยววินาที สายฝนก็พรมฉ่ำไปทั่วผืนฟ้าอย่างรวดเร็ว

“บ้าจริง!”

เสียงหวานสบถขึ้นด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะตัดสินใจวิ่งเข้าตัวตึกที่สูงตระหง่านระฟ้า อันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้

PBI Hospital...

รมิดามองป้ายตัวหนังสือสีเงินเงาวับตัวโตที่ผนังตรงหน้า พลางก้มมองสภาพมอมแมมของตัวเองแล้วยิ้มไม่ออก เมื่อสถานพยาบาลราคาแพงระยับกับการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาถูกของเธอช่างไม่เข้ากันเสียเลย

ทว่าสักพักกลับต้องทำตัวลีบเล็ก เมื่อเจอสายตาที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ววกกลับมามองหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอีกครั้ง หญิงสาวเริ่มทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวแบบไหนในสถานที่โอ่อ่าราวกับโรงแรรมห้าดาวแบบนี้

“เอ่อ...ขอโทษนะคะ” สุดท้ายรมิดาก็ตัดสินใจตรงดิ่งเข้าไปหาประชาสัมพันธ์สาว “คือ...หนูต้องการพบคุณหมอดรันย์ค่ะ ไม่ทราบว่าจะติดต่อได้ตรงไหนคะ”

“ดร.ดรันย์หรือเปล่าคะ?”

“ค่ะ” รมิดาพยักหน้ารับ พลางเอ่ยทวนชื่อและนามสกุลของคนที่ต้องการพบอีกครั้ง “คุณหมอดรันย์ พิพัฒพงษ์ค่ะ”

ประชาสัมพันธ์สาวมองหน้าเธอคล้ายกับไม่อยากเชื่อ ก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อยแล้วก้มลงซุบซิบกันต่อหน้าเธออย่างเสียมารยาท ทว่าหนึ่งในนั้นกลับลุกขึ้นแล้วสำรวจการแต่งกายเธออีกรอบ

วันนี้หญิงสาวอยู่ในชุดแสนธรรมดา ทว่าเสื้อผ้าที่เคยมีราคากลับเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผง ฝ่ามือและหัวเข่ามีรอยถลอกเล็กน้อย ซ้ำกระเป๋าใบย่อมยังครูดกับถนนจนเกิดรอยเต็มไปหมด

“มาผิดโรงพยาบาลหรือเปล่า”

เมื่อมองครบถ้วนหางเสียงที่เคยมีก็เริ่มหดหาย เสียงหวานๆ กลับแข็งกระด้างจนเธอคาดไม่ถึง

“ไม่ผิดแน่นอนค่ะ!หนูต้องการพบคุณหมอดรันย์ พิพัฒพงษ์ ศัลยแพทย์ด้านระบบประสาทและสมอง แม่บอกว่าเขาทำงานอยู่ที่นี่!”

รมิดาเอ่ยเสียงแข็งกลับบ้าน ทว่าประชาสัมพันธ์ทั้งสองกลับหลุดขำพร้อมทั้งส่ายหน้าราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน กระนั้นคนทั้งสองยังไม่หักหาญน้ำใจเธอเสียทีเดียว พร้อมกับยอมรับคำขอของเธอไว้โดยไม่รับประกันประกันว่าคนที่เธอต้องการจะอนุญาตให้เข้าพบหรือไม่ ก่อนจะไล่ให้เธอกลับมานั่งรอที่เดิม

หญิงสาวเลือกที่จะนั่งเก้าอี้ตัวลึกสุด ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความอ่อนล้ากลับเหลียวมองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาราวกับไม่เคยเห็น

โรงพยาบาลแห่งนี้พื้นที่ด้านล่างถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายทว่ากลับทันสมัยและหรูหราไม่น้อย ร้านอาหารหลากหลายแบรนด์ต่างฝังตัวภายใต้ตัวดึกเต็มไปหมด หากมองแบบผิวเผินก็คงแยกยากนิดหน่อยว่าส่วนไหนคือโรงพยาบาล ส่วนไหนคือห้างสรรพสินค้า

ผ่านไปสามชั่วโมง สายฝนยังตกกระหน่ำราวกับฟ้ารั่ว บรรยากาศภายนอกเย็นขึ้นอีกหลายองศา ทว่าคนที่เดินทางมาตลอดทั้งวันกลับนั่งสัปหงกจนหัวแทบจะทิ่มพื้น อาจเป็นเพราะความเมื่อยล้าและเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหลายวัน จึงทำให้เธอหลับได้อย่างง่ายดาย

“น้องคะ น้อง!”

แรงสะกิดเบาๆ ที่หัวไหล่ทำให้คนขี้เซาสะดุ้งตื่นทันควัน

“คะ?”

“หลับตรงนี้ไม่ได้นะคะ ตรงนี้ห้ามหลับค่ะ”

รมิดามองไปรอบๆ ก็พบว่าฝนหยุดตกไปแล้ว ผู้คนที่เคยขวักไขว่กลับเบาบางจนแทบจะไม่มีใครเดินให้เห็น หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเงยหน้ามองคนที่สะกิดเรียก

“มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่าคะ”

ประชาสัมพันธ์คนใหม่เริ่มซักถาม คนนี้ดูสวยและใจดีกว่าสองคนแรกอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยใจตามแบบฉบับกำลังยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร

“หนูมารอพบคุณหมอดรันย์ค่ะ”

“นัดไว้หรือเปล่าเอ่ย”

รมิดาส่ายหน้า พลางมองหาคนที่เคยฝากเรื่องไว้เมื่อช่วงหัวค่ำ

“หนูฝากเรื่องไว้กับพี่สองคนที่เคยนั่งตรงโน้น” หญิงสาวชี้นิ้วไปยังเคาเตอร์ประชามสัมพันธ์ “แต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วอ่ะ”

“เขากลับบ้านแล้วกันแล้วค่ะ ตอนนี้พี่รับหน้าที่ต่อ”
“แล้วหนูจะได้พบคุณหมอกี่โมงคะ”

รมิดายังมีความหวัง ทว่าเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น

“อ้าว!ไม่มีใครบอกน้องเหรอคะ วันนี้คุณหมอกลับไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้วค่ะน้อง ตามตารางที่เลขาท่านแจ้งไว้ พรุ่งนี้คุณหมอมีประชุมด่วนที่สิงค์โปรในช่วงเช้า ไว้วันหลังน้องค่อยมาใหม่แล้วกันเนอะ”

ประชาสัมพันธ์สาวทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะเห็นใจ

รมิดาเหมือนคนที่เพิ่งตื่น ทว่าข่าวใหม่ที่ได้ยินทำให้ทำให้ตาสว่างขึ้นในบัดดล พลางนึกเจ็บใจสองสาวจอมแสบก่อนหน้าที่ไม่ยอกบอกให้เธอรู้ ซ้ำยังหลอกได้นั่งรอเกือบครึ่งค่อนคืน

“บ้าที่สุด!คนใจร้าย!”

หญิงสาวสบถด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าตอนนี้เวลาเกือบจะห้าทุ่ม ซ้ำด้านนอกก็เหมือนจะมีสายฝนโปรบปรายลงมาอีกรอบ แบบนี้นี้คืนนี้จะนอนที่ไหน!

รมิดาหันรีหันขวาง เธอมองหาห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะตรงไปตามป้ายบอกทางอย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงแค่พ้นช่วงมืดของมุมตึก ร่างบางกลับต้องปลิวหวือยามที่เดินชนกับใครบางคนที่เดินสวนมาเต็มแรง

ปึ๊ก!

“โอ๊ย!”

รมิดาเกือบจะล้มลงกับพื้น ทว่ากลับถูกเขาคว้าเอาไว้ได้ทันท่วงที

“ขอโทษนะครับคุณ!เป็นอะไรมากหรือเปล่า”

เขาถามขึ้นด้วยความร้อนรน มือไม้รีบสำรวจเรือนร่างบอบบางตรงหน้าอย่างเร่งรีบ เมื่อพบว่าไม่มีอะไรผิดปก ชายหนุ่มก็เอ่ยขอตัวอีกครั้ง

“หมอขอตัวก่อนนะครับ”

ร่างสูงเตรียมจะผละจาก ทว่าน้ำเสียงที่คุ้นหูทำให้รมิดาได้สติ หญิงสาวจึงร้องเรียกเขาไว้

“เดี๋ยวค่ะคุณหมอ!”

ชายหนุ่มหันขวับ สีหน้าเริ่มครุกรุ่นด้วยความไม่พอใจ ทว่าช่วงเงาของมุมตุกกลับทำให้ความมืดพาดทับช่วงใบหน้าของเขาอย่างพอดิบพอดี

“มีอะไรหรือเปล่าครับ!หมอมีเคสด่วน”

รมิดาเพิ่งสังเกตว่าเขาอยู่ในชุดปลอดเชื้อ ท่าทางเขาเร่งรีบเกินกว่าปกติ ใบหน้าในมุมมืดสวมทับด้วยแว่นตาตามแบบฉบับ แล้วไหนจะจะหน้ากากอนามัยอีก หญิงสาวไม่แน่ใจว่าใช่เขาหรือเปล่า ดังนั้นอาการอึกอักจึงเกิดขึ้น

“คุณหมอคือ...เอ่อ หมอ”

“หมอไม่มีเวลาเล่นนะคุณ!โทษที!ผมมีผ่าตัดด่วน”

ชายหนุ่มโคลงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะรีบตรงไปยังห้องผ่าตัดเตรียมไว้ วันนี้เขาวุ่นวายเกินคาด เริ่มจากถูกเลื่อนประชุมในช่วงสาย ซ้ำตอนบ่ายยังต้องออกไปสอนหนังสือ ตกค่ำแทนที่จะได้พักผ่อนเตรียมตัวเดินทางในวันพรุ่งนี้ ทว่ากลับถูกเรียกตัวให้เข้าผ่าตัดด่วน ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลของเขามือหมอเฉพาะทางนับสิบคน!

ให้ตายสิ!

แล้วแบบนี้เขาจะเสียเงินจ้างหมอต่างประเทศมาทำไมวะ!

ชายหนุ่มคิดอย่างหัวเสีย สองเท้าเดินแกมวิ่งมาถึงห้องผ่าตัด ทว่าเพียงแค่มือหนาสัมผัสประตู เสียงหวานก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว...

“พี่รันย์!”

หมอหนุ่มชะงักกึก ก่อนจะหันกลับไปเจอกับใครบางคนที่เดินกระหืดกระหอบตามเขามา

............................................

นิยายเรื่องใหม่นะคะ ฝากเอ็นดูนางเอกใหม่ของเราด้วยย

จะพยายามมาไวๆ ไม่ดองเนอะ

อ่านลืมแล้วอย่าลืมให้กำลังใจหรือคอมเม้นต์ติชมกันมาได้เลยนะคะ

มันมีความหมายกับคนเเต่งมากมายค่าาา

รักรัก

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย LAM1
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ
เมื่อ 2 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย To BE Continue
Ddddddddddddddd
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว