น้องคนนี้เป็นแฟนพี่หมอ นิยายชุดแฟนหมอ

นมเย็นว่าหวานแล้วแต่รอยยิ้มน้องนี่หวานกว่า 2/2

“ผลเอกซเรย์ผมขอภายในสิบห้านาทีนะครับรบกวนเร่งให้หน่อยไม่อยากให้น้องธูปรอนาน พอเอกซเรย์เสร็จรบกวนน้องธูปนั่งรอข้างนอกก่อนนะครับได้ฟิล์มมาแล้วพี่หมอจะตรวจฟันเราพร้อมอธิบายผลเอกซเรย์ไปด้วย” ช่วงเวลาต่อจากนั้นญาณาธิปก็เดินตามผู้ช่วยของคุณหมอไปแบบสติไม่เต็มร้อยไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงนุ่มๆ ของคุณหมอหรือเพราะตาชั้นเดียวแสนเจ้าเล่ห์ที่มันเปล่งประกายจนเขารู้สึกจะหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง

สรุปแล้วเด็กหนุ่มก็ต้องนั่งรอไปอีกร่วมครึ่งชั่วโมงเพราะถึงฟิล์มเอกซเรย์จะเสร็จภายในเวลาสิบห้านาทีแต่คุณหมอกลับติดเคสดูแลคนไข้อื่นที่ต้องทำให้จบไปก่อนที่ญาณาธิปจะถูกเรียกกลับเข้าไปในห้องตรวจอีกครั้งเพื่อนอนอ้าปากให้คุณหมอตรวจฟันอย่างละเอียด

เสียงคุณหมอฟังดูอู้อี้เพราะพูดผ่านหน้ากากอนามัยแต่มันไม่ได้ลดทอนความทุ้มนุ่มของน้ำเสียงไปเลยแม้แต่น้อย และหลังจากที่นอนอ้าปากให้พอได้เมื่อยไปราวๆ สิบถึงสิบห้านาทีคุณหมอก็สรุปการรักษาว่าสามารถรับเคสต่อได้เลยโดยที่ไม่ต้องเคลียร์เครื่องมือเก่าออกเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ชนิดที่ใกล้เคียงกันซึ่งต่อให้คุณหมอพูดอะไรออกมาเขาก็ไม่เข้าใจเนื่องจากมันมีแต่คำศัพท์ทางการแพทย์วุ่นวายน่าปวดหัวและจากที่สรุปเอาได้คร่าวๆ คือการจัดฟันน่าจะใช้เวลาอีกประมาณสองปีพอๆ กับที่คลินิกเก่าประเมินระยะเวลาเอาไว้

“วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนเนาะครั้งนี้พี่ยังไม่ดึงฟันน้องธูปเพิ่มเพราะเราเพิ่งไปทำมาอีกหนึ่งเดือนเราจะนัดเจอกันอีกครั้งนะครับแต่ถ้าเจอกันข้างนอกยังไงก็ทักพี่บ้างล่ะ” คุณหมอที่ดึงหน้ากากอนามัยไปรั้งไว้ใต้คางนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวโตพร้อมกับจดบันทึกการรักษาในวันนี้เอาไว้บนหน้าจอสี่เหลี่ยมของเครื่องมือไฮเทคที่หมอมีไว้ใช้ทั่วทั้งโรงพยาบาล

“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมประนมมือไหว้ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อกลับหอไปนอนหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ที่แผนกทันตกรรมในโรงพยาบาลมากว่าสองชั่วโมงแล้ว นี่ยังดีที่วันนี้เขามาเช้าถ้าเขาออกมาตอนสายไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะยุ่งวุ่นวายเพราะบรรดาคนไข้ที่ล้นหลามมากขนาดไหน

“เดียวครับน้องธูป... อันนี้นามบัตรพี่นะครับมีอะไรด่วนให้โทรมาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ” เมื่อคุณหมอยืดตัวขึ้นเต็มความสูงญาณาธิปก็เพิ่งจะสังเกตว่าคนตรงหน้านั้นเป็นผู้ชายที่สูงมาก สูงกว่าเขาที่สูงตั้งร้อยแปดสิบเซนติเมตรนี่คุณหมอไม่สูงทะลุร้อยเก้าสิบไปแล้วหรือไงกัน

“ขอบคุณครับ เอ่อ... ผมลาจริงๆ แล้วนะครับ” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างก่อนจะค้อมศีรษะด้วยท่าทีสุภาพแล้วเดินออกจากห้องตรวจไปทิ้งให้คุณหมอหนุ่มยืนค้างอยู่กับที่อีกเป็นนาน

จุดอ่อนของทันตแพทย์มากฝีมืออย่างธีธัช เวชชาตระกูลมีอยู่ไม่กี่ข้อและหนึ่งข้อที่สำคัญที่สุดก็คือเขาแพ้คนที่มีรอยยิ้มหวานๆ แบบธรรมชาติไม่ได้ประดิษฐ์หรือปรุงแต่งซึ่งถ้าให้ยกตัวอย่างรอยยิ้มแบบให้เห็นภาพก็คงเป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องตรวจเมื่อสักครู่นี้นั่นแหละที่ทำให้เขาแพ้ราบคาบแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นชกเลยด้วยซ้ำไป

“หมอธัชคะจะรับคนไข้ต่อเลยไหมคะ?” ผู้ช่วยที่ยืนมองคุณหมอยืนยิ้มหวานอยู่เป็นนานส่งเสียงให้เจ้าตัวได้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ตามลำพังและข้างนอกก็ยังมีคนไข้นั่งรออยู่เป็นแถว

“เอ้า... ขอโทษทีครับเรียกเข้ามาได้เลยพอดีหมอเผลอคิดอะไรไปนิดหน่อย” ธีธัชขอโทษขอโพยผู้ช่วยของตัวเองก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วกลับไปนั่งประจำที่เพื่อทำภารกิจของตัวเองในวันนี้ให้มันจบสิ้นกันไป

เขายังนึกขอบคุณตัวเองที่ยอมเข้ามาตรวจตอนเช้าแทนอาจารย์หมอทั้งๆ ที่ปกติคิวเข้าเวรของตัวเองเป็นช่วงบ่ายเลยทำให้ได้เจอกับรอยยิ้มหวานๆ ที่น่าประทับใจของน้องธูป... เด็กผู้ชายเจ้าของรอยยิ้มหวานชื่นใจที่ธีธัชบอกกับตัวเองไว้เลยว่าอยากจะทำความรู้จักน้องให้มากขึ้นไปกว่านี้

การมียิ้มหวานๆ ของน้องธูปมาคอยรบกวนจิตใจทำให้คุณหมอฟันสุดหล่อต้องสืบหาช่องทางติดตามน้องธูปทางโซเชียลและไม่ใช่เรื่องยากแค่พิมพ์ชื่อจริงของน้องเป็นภาษาอังกฤษลงไปในช่องค้นหามันก็แสดงผลของข้อมูลที่น่าจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการออกมาได้ทั้งหมดซึ่งใช้เวลาไม่นานธีธัชก็ได้ไปกดติดตามหนุ่มน้อยยิ้มหวานทางอินสตาแกรมแล้วกดขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเรียบร้อยโรงเรียนหมอฟัน

เท่าที่ข้อมูลบางอย่างเปิดให้เห็นแบบสาธารณะนั้นธีธัชพบว่าน้องธูปของเขาเป็นเด็กกิจกรรมตัวยงเพราะรูปที่เพื่อนแท็กมาล้วนเป็นภาพของเด็กหนุ่มในอิริยาบถต่างๆ ที่ล้วนน่ามองทั้งสิ้นและกิจกรรมส่วนมากที่น้องทำคือการนั่งอยู่ในวงดนตรีไทยเล่นเครื่องดนตรีมากมายที่เขาไม่คุ้นตา และพอมารู้ตัวอีกทีธีธัชทำก็นั่งดูคลิปวิดีโอที่น้องนั่งสีซอเป็นเพลงทำนองเศร้าวนไปทั้งคืน

ข้อมูลที่คุณหมอได้รู้เพิ่มเติมจากการตามส่องเพื่อนๆ น้องธูปที่เปิดโพสต์เป็นสาธารณะนั่นก็คือน้องเพิ่งได้โควตาเข้าเรียนภาควิชาดนตรีของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่เพราะฉะนั้นความหวังที่จะสานสัมพันธ์มันคงไม่ได้ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

“น้องธูปครับ เฮ้น้องธูป!”

ญาณาธิปที่หันไปตามเสียงเรียกจนหน้าไปปะทะกับอกของคุณหมอที่วิ่งมาจนติดหลังเข้า นี่ขนาดเห็นแผ่นหลังของเด็กหนุ่มไวๆ เดินออกจากร้านสะดวกซื้อธีธัชยังจำได้แม่นว่าแผ่นหลังกว้างๆ นั้นเป็นแผ่นหลังของเจ้าของรอยยิ้มหวานๆ ที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขามาหลายวันแล้ว

“สวัสดีครับพี่หมอ... เอ่อเมื่อกี้พี่เรียกผมหรือเปล่าครับ?” เด็กหนุ่มยังคงทำหน้างงใส่พลางลูบจมูกที่ปักเข้ากับอกของคุณหมอป้อยๆ ท่าทางช่างน่าเอ็นเหลือเกินในสายตาคนมอง

“พี่เรียกเรานั่นแหละ แล้วน้องธูปมาทำอะไรแถวนี้ครับ?”

“ผมแวะมาซื้อขนมครับพอดีออกมากินข้าวมันไก่ร้านนั้นเลยแวะซื้อขนมก่อนกลับหอ” ญาณาธิปยังคงตอบคำถามแบบตรงไปตรงมาเพราะถือว่าคุณหมอก็เป็นคนรู้จักกันเจอหน้าก็ทักทายได้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และที่สำคัญที่นี่เขายังไม่รู้จักใครมากนักได้มีคนรู้จักเป็นถึงหมอฟันมันก็ดูดีไม่ใช่หยอก

“ข้าวมื้อไหนครับ? มันจะบ่ายสามอยู่แล้วนะครับน้องธูป” ทั้งสองคนอาศัยหลบมุมคุยกันอยู่บนทางเท้าข้างร้านสะดวกซื้อที่พอมีคนเดินผ่านไปผ่านมาบ้างประปราย

“ข้าวกลางวันครับพอดีผมเล่นเกมเพลินจนเลยเวลาเพิ่งจะออกมาตอนนี้” เด็กนุ่มยิ้มแห้งๆ เมื่อเห็นสายตาภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมเริ่มจะมีแววขุ่นเคืองเหมือนแววตาของพี่ชายเวลาที่จะดุเขาไม่มีผิด

“ไม่ดีเลยนะครับเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะหรอกกินข้าวไม่ตรงเวลา” ถึงจะเป็นหมอฟันแต่ใช่ว่าธีธัชจะไม่สนใจใส่ใจเรื่องของสุขาพอย่างอื่นไอ้เรื่องกินข้าว นอนหลับ และออกกำลังกายสำหรับเขานั้นมันเป็นเรื่องใหญ่เสมอ

“ไม่ทันแล้วครับผมเคยเป็นแล้วโรคกระเพาะเนี่ย” พอเห็นอีกคนตอบออกมาแบบหน้าตาเฉยหมอธัชก็ถึงกับเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ อย่างช่วยไม่ได้ เขาอยากจะจับเด็กดื้อฟาดให้ก้นลายจริงๆ โทษฐานที่ไม่รู้จักรักษาสุขภาพของตัวเองบ้างเลย

“...”

“พี่หมอทำไมทำหน้าดุแบบนั้นล่ะครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะไม่กินข้าวนะแต่ผมเพลินไปหน่อยเลยลืมเวลาไปน่ะครับ” เด็กหนุ่มรับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่คุณหมอแผ่กระจายออกมาทั่วบริเวณ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกเหมือนจะกลัวๆ เวลาที่อีกคนทำหน้าแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

“ไม่ได้ตั้งใจก็แล้วไปแต่เราอย่าทำบ่อยนะน้องธูป ตอนนี้แค่เป็นโรคกระเพาะแต่ต่อไปถ้าไม่ระวังตัวเองกระเพาะเป็นแผลลามไปจนกระเพาะทะลุนี่เรื่องใหญ่เลยนะครับ” คนฟังกลืนน้ำลายที่เหนียวเป็นก้อนลงคอเพราะเผลอไปคิดภาพตามที่คุณหมอธัชพูดทุกคำ

“ผมจะระวังครับว่าแต่พี่หมอไม่มีตรวจเหรอครับทำไมถึงลงมาเดินเล่นได้?” เพราะเท่าที่รู้พวกคุณหมอไม่ได้มีเวลาว่างมากมายที่จะมาเดินเอ้อระเหยลอยชายตามท้องถนนแบบคนปกติต่อให้เป็นหมอฟันก็เถอะ

“วันนี้พี่เลิกงานแล้วครับเลยลงมาหาขนมกินร้านตรงหัวมุมนั่นธูปได้ลองมากินหรือยังตอนเปิดเทอมนักศึกษาแน่นมากต้องต่อคิวกันยาวเลยนะกว่าจะได้กิน เขาขายพวกน้ำปั่น บิงซู แล้วก็ขนมปังโฮมเมดว่างๆ พี่ก็ชอบมากินขนมร้านนั้นแหละแก้เหนื่อย”

พอได้ยินคำว่าขนมปังตากลมๆ ของเด็กหนุ่มก็เบิ่งโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมนุษย์คลั่งแป้งอย่างเขาไม่มีอะไรจะโปรดปรานมากไปกว่าการฉีกขนมปังอุ่นๆ ที่อบใหม่ๆ ใส่ปากอีกแล้ว ซึ่งงานนี้เหมือนธีธัชจะเจอของโปรดของญาณาธิปโดยบังเอิญเข้าให้แล้วสิ

“ผมยังไม่เคยกินร้านนั้นหรอกครับเห็นคนเยอะตลอดเอาไว้วันหลังผมจะลองไปชิมนะแล้วจะไปรายงานพี่หมอว่ามันอร่อยหรือไม่อร่อย” เด็กยิ้มง่ายยังคงพูดไปยิ้มไปโดยไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าตัวเองเริ่มคิดแผนในหัวเป็นฉากๆ มาเจอคนที่ชอบกินเหมือนกันแบบนี้ก็เข้าทางธีธัชเลยสิงานนี้

“พี่ว่าน้องธูปลองไปกินวันนี้ดีกว่าเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง... ไปกินขนมเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะครับ” ไม่รู้เพราะหางเสียงที่ฟังดูเหมือนออดอ้อนของคุณหมอหรือว่าเพราะความหลงใหลในขนมปังของเจ้าตัวที่ทำให้ญาณาธิปเดินตามหลังคุณหมอฟันเข้าร้านขนมไปอย่างว่าง่าย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว