หวานใจ(ที่)รัก

บทที่ 1 / ฝากมือเท้าเอาไว้ 1

นี่หล่อนเป็นอะไรไป...

เหตุใดรู้สึกเหมือนโลกหมุนโคลงเคลงจนทรงตัวไม่อยู่ต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งหลังจากพยายามลุกไปรอบหนึ่งแต่ร่างกายกลับอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง

ทิวากะพริบตาถี่ ๆ แล้วตั้งสติลืมตามองภาพเบื้องบนอีกครั้ง ท้องฟ้ามืดมิดแต่มีแสงดาวระยิบระยับเปล่งประกายแต่คล้ายไม่ใช่ฟ้ากลับเป็นเพดานสีทึมทะมึนเต็มไปด้วยแสงระยิบของแสงไฟที่ส่องแสงคล้ายดวงดาว

แน่นอนว่าไม่ใช่สถานที่ที่หล่อนคุ้นเคย ไม่เคยเห็นแม้ผ่านตาและไม่ใช่ห้องนอนของหล่อน

แล้วมันคือที่ไหน...

ร่างผอมเพรียวขยับลุกนั่งอีกครั้งแต่ทำได้ยากยิ่งเมื่อรู้สึกว่าร่างกายเหมือนถูกของหนักทับเอาไว้จนขยับไม่ได้ หล่อนเพ่งมองกระจกเงาที่ปลายเตียงมันยังสะท้อนภาพดวงหน้าคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยคราบเครื่องสำอางหนาเตอะพอกอยู่ ผมยุ่งกระเซิงที่ดูไม่เป็นทรงจนน่ารำคาญนั่นอีก

ผู้หญิงซกมกในกระจกเงานั่นคือหล่อนเอง...

หล่อนยกสองมือกุมศีรษะที่ยังคงปวดหนึบ รวบผมมวยลวก ๆ ด้วยความเคยชินแต่ยังไม่ทันเสร็จก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังอยู่ไม่ไกล

ไม่ไกลไม่ว่าแต่มันใกล้มาก!

เสียงครืดคราดคล้ายเสียงคำรามก็ไม่ใช่ เสียงเจ้าตูบที่บ้านของหล่อนก็ยิ่งไม่ใช่มันเหมือนเสียงกรนมากกว่า

เสียงกรนของใครกัน!

เป็นไปไม่ได้!

ดวงตาที่โตอยู่แล้วของหญิงสาวยิ่งโตกว่าปกติทันทีที่กวาดตามองหาที่มาของเสียง หล่อนถึงกับเด้งตัวออกห่างทันทีที่รู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนเตียงหากแต่มีใครอีกคนขยับกายยุกยิกอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาที่กำลังส่งเสียงยวบยาบนั่น

ใครกัน?

ใคร!

ทิวาตาเบิกค้างทันทีที่พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ภาพที่เห็นผ่านครรลองสายตาจนหล่อนต้องยกมือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้องคือเจ้าของร่างกำยำที่นอนเปลือยโชว์แผ่นหลังขาวจั๊วะ

คนคนนั้นนอนคว่ำหน้าไปอีกทางแผ่นหลังที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมานั้นมีรอยแผลเป็นจาง ๆ พาดผ่านกลางหลังไม่เป็นระเบียบหลายรอย ผมดำสนิทเส้นเล็กและลำแขนแข็งแรงของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้าม

รู้สึกถึงก้อนเนื้อในอกเต้นรุนแรงอย่างไม่เคยเป็น ยิ่งเพ่งมองรอยสักรูปไม้กางเขนบนข้อมือที่พาดมาทับเอวหล่อนด้วย ผู้ชายดี ๆ ที่ไหนกันจะมีรอยแผลเป็นและรอยสักที่ดูลึกลับเหนือข้อมือแข็งแรง

หรือเขาจะเป็นพวกมาเฟีย หรือพวกโรคจิต!

เป็นไปไม่ได้หรอกน่า!

ทิวาผ่อนลมหายใจเข้าออกรวบรวมสติลดความตื่นตกใจแต่ก็พบว่าทำไม่ได้ หล่อนตั้งสติอีกครั้งมองไปรอบห้องจึงพบว่ามันเป็นผนังสีดำเข้ากันเป็นอย่างดีกับฝ้าเพดาน ภาพแขวนบนผนังเต็มไปด้วยท่วงท่าชายหญิงที่เหมือนทำกิจกรรมบางอย่างมากมายหลายภาพ

แล้วผู้ชายคนนี้คือใครจึงมาปรากฏตัวในห้องแบบนี้ บนเตียงนี้และนอนข้างหล่อนด้วยสภาพกึ่งเปลือยมีเพียงผ้านวมคลุมปิดท่อนล่างแบบนี้

แล้วหล่อนล่ะ!

ทิวาเลิกผ้าห่มออก สอดตาสำรวจสภาพตัวเองแล้วถึงกับหน้าถอดสี ช่วงบนมีเพียงบราตัวจ้อยที่อยู่ในสภาพไม่ปกติ

แล้วส่วนอื่นล่ะ!

หล่อนสอดตามองอีกครั้งแล้วถึงกับพรูลมหายใจโล่งอก ยังดีที่ชิ้นสำคัญยังอยู่ ความทรงจำเมื่อคืนเริ่มหลั่งไหลกลับเข้ามาในมโนสำนึกตามลำดับ

แค่คิดก็อยากจะบ้าตาย!

นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่หล่อนมางานฉลองสละโสดของนุดีโดยการคะยั้นคะยอของเพื่อนในกลุ่ม

นุดี... คนที่เป็นทั้งเพื่อนและพ่วงตำแหน่งลูกสาวผู้มีพระคุณ เธอทั้งสวยโฉบเฉี่ยว หุ่นดี เซ็กซี่ชนิดหนุ่ม ๆ มองตามเหลียวหลัง

หล่อนไม่กล้าเผยอเทียบชั้นกับนุดี..

ตั้งแต่เล็กจนโต หล่อนกับนุดีไม่เคยถูกชะตากันนอกจากนุดีกับว่าที่สามีแล้วยังมีกาวใจทั้งสามคือ ลลนา สาวอวบระยะสุดท้าย ปารมีสาวใต้ตาคมรูปร่างสูงชะลูด และบราลีเพื่อนสาวนุ่มนิ่มบอบบางที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นปี แม้ต่างสถาบันแต่ก็รู้จักและสนิทกันเพราะกิจกรรมทำอาหารและการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าสนิทจนรู้ใจ

แต่ตอนนี้เพื่อนทั้งสามของหล่อนกลับมาหายไป...

แค่คิดก็แทบร้องไห้ ความซวยทำไมช่างมาเยือนหล่อนแค่คนเดียว ทั้งเพิ่งตกงาน โดนคนรักที่คบกันแบบไม่เปิดเผยตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งบอกเลิกเพื่อรับผิดชอบในตัวนุดีที่เห็นหล่อนเป็นลูกไล่มาตลอด

หล่อนทั้งขื่นขมแต่ต้องทำหน้าชื่นอกตรมเพราะนุดีคือลูกของผู้มีพระคุณ และที่สำคัญไม่มีใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของหล่อนกับกรรณ์มาก่อนความซวยยังไม่ยอมปล่อยหล่อนให้หลุดพ้นเมื่อต้องมาอยู่บนเตียงกับใครอีกคน

ไม่รู้ไอ้บ้านี่คนหรือคิงคอง!

ร่างกายใหญ่โต กล้ามเป็นมัดรอยแผลที่แผ่นหลังแถมรอยสักยังน่ากลัว แค่ลักษณะภายนอกก็พอจะบ่งบอกได้ว่าเขาคงไม่ใช่คนดี

หล่อนต้องออกไปให้พ้นจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด!

ทิวาเลิกผ้าห่มออก หย่อนขาลงพื้นเย็นเฉียบก่อนจะค่อย ๆ ลุกไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว นึกอุจาดสภาพตัวเองจนต้องมองหาเสื้อผ้าแต่มันกองอยู่บนพื้นไกลจากเตียงค่อนข้างมาก หล่อนยื่นเท้าออกไปแต่ไม่ทันได้ทำอย่างใจคิดก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกอ้อมแขนแข็งแรงรวบเอวไว้แล้วกระชากลงตามเดิม

“จะไปไหน... หืม”

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ!”

หล่อนสะบัดตัวแต่ไม่พ้น เพียงขยับก็ถูกรวบเอวแล้วร่างของเขาก็พลิกตัวมากักหล่อนไว้ในอ้อมแขน ทิวาชะงักตาค้างแทบลืมหายใจแต่อีกฝ่ายกลัวนิ่งสงบเหมือนยังไม่ตื่นดีก่อนเอ่ยเสียงแผ่วข้างหู

“ขอกอดหน่อย...”

“อะ... อะไรนะ!”

“ก็กอดไง ผมหนาว...”

ขอกอด?

หนาวงั้นเหรอ!

ไอ้บ้าจะมากไปแล้ว!

หล่อนตาค้างรอบเมื่อถูกจู่โจมรวบตัวลงนอนตามด้วยลำแขนแข็งแรงที่วาดผ่านเอวกอดเต็มรัก

“ยะ... อย่า! อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง”

“ขอร้องอะไรกันคุณ ร้องยังกับถูกเชือดแค่กอดนิดเดียว”

“นิดเดียวเหรอ!” หล่อนร้องเสียงหลง “นี่มันไม่นิดเลยนะคุณ ฉันหายใจไม่ออกแล้ว”

หืม...

ร่างกำยำลืมตาเงยหน้าขึ้นมองมือยังคงรวบเอวหล่อน ดวงหน้าขาวครึ้มไรหนวดเล็กน้อยดูดีผิดกับแผลบนร่างกายของเขาและดวงตาดำขลับที่มองมามีหล่อนมีร่องรอยขบขันในหน้า รอยยิ้มมุมปากนั่นยิ่งดูเจ้าเล่ห์ทำให้หล่อนหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว

“ปะ... ปะ... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ อย่าทำอะไรฉันเลย” หล่อนวิงวอนน้ำตาคลอ

“เดี๋ยว ๆ นี่คุณคิดว่าผมจะทำอะไร”

“กะ... ก็ไม่รู้แล้ว” หล่อนพูดไม่ออกแต่น้ำตากลบตาก่อนกลั้นใจพูดต่อ “ฉันจะกลับบ้าน”

ชายหนุ่มจึงปล่อยมือแล้วยันตัวขึ้นนั่งจนผ้าห่มไหลลงไปกองช่วงเอว ทิวาเห็นภาพเปลือยล่อแหลมในระยะประชิดยิ่งตระหนก

“อย่าเพิ่งกลับสิ อยู่ด้วยกันก่อนนะ... ผม...”

“ฉันจะกลับ”

“จะรีบไปไหนล่ะ ก็เมื่อคืนเรายัง...”

“อย่าพูดนะ!” หล่อนตวาดลั่น “ฉันไม่อยากฟัง คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง เราไม่รู้จักกันสักหน่อย คุณใจร้ายมากทำกับผู้หญิงได้ยังไง!”

หล่อนพรั่งพรูคำพูดทั้งน้ำตา ดวงหน้านวลส่ายไปมา และยิ่งซีดเซียวเมื่อมองแผงอกแกร่งตรงหน้า ข้อมือถูกดึงกระชากไว้ด้วยฝ่ามือแข็งแรง เขาขยับเข้ามาแล้วรวบร่างหล่อนลงนอนเคียงข้างจนแผ่นหลังเปลือยชนเข้ากับแผงอกชายหนุ่ม

“ฤทธิ์มากจัง ทีเมื่อคืนยังอ่อนระทวยปล้ำจูบเราอยู่เลย...” เขากระซิบข้างหู

“ฉะ... ฉันเหรอจูบคุณ...”

ชายหนุ่มไม่ตอบแค่เพียงพยักหน้า ทิวาถึงกับหน้าถอดสี

ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่เชื่อคุณหรอก” ทิวาตวาดเสียงแหลมทั้งสะบัดแขนแรง ๆ แล้วกระทุ้งศอกใส่จนชายหนุ่มผละออกห่างก่อนจะดึงผ้าห่มมาพันร่างมิดชิดผุดลุกนั่ง

“ปล่อยแล้ว ๆ แต่คุณต้องฟังผม” ชายหนุ่มถามซ้ำ “ว่าไง”

“ไม่... ไม่ฟัง” หล่อนเสียงแข็ง

“งั้นไม่ปล่อย”

ร่างบึกบึนยื่นมือมาจะคว้าข้อมือเล็กอีกครั้ง แต่หล่อนรีบซุกแขนก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมจนมิดคอ ชายหนุ่มชันตัวขึ้นมองแต่หล่อนรู้ตัวรีบก้มหน้างุดกับหมอน อึดใจร่างขาวนวลเนียนก็ไหวสั่นตัวโยน

ชายหนุ่มนิ่งอึ้งชะเง้อมองดวงหน้าใสแดงก่ำเต็มไปด้วยน้ำตา คิดจะยื่นมือไปจับหัวไหล่ของหล่อนให้หันมาอีกครั้งกลับชะงัก

“ถ้าคุณไม่หันมาคุยกัน ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง”

“ทำไมคุณทำกับฉันแบบนี้” หล่อนเปิดปากพูดแต่อดกลั้นไม่สะอื้นไม่ได้ “ฉันไปทำอะไรให้”

“คุณไม่ได้ทำอะไร แต่ผมก็...” เขาหยุดคำพูดสีหน้าลังเล “ก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณน่ารักดี เซ็กซี่โดยเฉพาะเวลาเมา ผมก็เลยเผลอ...”

เพียะ!

++++++++++++++++++++++++++++

ขอฝากนิยายด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่า ^^

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย mayulee.s
ติดตามค่ะสนใจ
เมื่อ 4 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย antz
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 6 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว